|
สวัสดีค่ะน้องๆ Dek-D ... กลับมาพบกันในคอลัมน์ "เตือนภัยเด็กดี" ในสัปดาห์นี้ พี่เหมี่ยวก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับภัยสังคมในรูปแบบที่น้องๆ อาจจะคาดไม่ถึงมาฝากกันค่ะ
ในปัจจุบันนี้ภัยสังคมที่เกิดจากพวกมิจฉาชีพนั้นมีหลากหลายรูปแบบ บางครั้งเราเองก็ไม่เท่าทันต่อเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ของจิ้งจอกสังคมเหล่านี้ ทำให้หลายครั้งมีผู้โชคร้ายต้องหลงกลเสียทรัพย์สินให้กับมิจฉาชีพพวกนี้โดยรู้เท่าไม่ถึงการ
|
อย่างเรื่องราวเตือนภัยที่พี่เหมี่ยวจะนำมาเล่าให้น้องๆ ฟังในสัปดาห์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของภัยสังคมรูปแบบใหม่ ที่ถ้าหากเราไม่ระวังตัวให้ดี เราอาจจะสูญเสียทรัพย์สินไปได้ง่ายๆ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง โดยเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่ง พี่เหมี่ยวขอเรียกเค้าว่า 'เอ' ก็แล้วกันนะคะ ... เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเย็น ระหว่างที่เอกำลังปั่นจักรยานกลับจากสระว่ายน้ำ มีเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเอจึงจอดจักรยานเพื่อรับโทรศัพท์ และตอนที่คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วกำลังจะออกรถ ก็มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาถอดใกล้ๆ แล้วบอกกับเอว่า ตนทำโทรศัพท์มือถือตกไม่แน่ใจว่าตกตรงไหน แต่คิดว่าน่าจะตกอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ อยากรบกวนให้เอช่วยโทรเข้าโทรศัทพ์มือถือให้หน่อย ซึ่งในตอนนั้นเอก็ยังไม่รู้สึกเอะใจอะไร แค่รู้สึกแปลกๆ กับชายคนดังกล่าว |
เอได้ถามเบอร์โทรศัพท์ของชายคนนั้นเพื่อที่จะได้โทรเข้า ในขณะที่โทรอยู่นั้นชายแปลกหน้าก็ได้พยายามที่จะขอถือโทรศัพท์เอง แต่เอรู้สึกเอะใจขึ้นมาจึงหันกลับไปบอกให้ชายแปลกหน้าเดินดูรอบๆ บริเวณนั้นว่าได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ทำตกดังขึ้นหรือไม่ ระหว่างที่โทรอยู่นั้นเองก็มีการกดรับสาย ซึ่งเอก็ได้ทำการแจ้งไปยังปลายสายว่า มีคนบอกให้โทรเข้าเบอร์นี้เพราะว่าทำเครื่องตกไว้ อยากจะสอบถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนจะได้ไปรับโทรศัพท์คืน แต่ปลายสายกลับตอบกลับมาว่า เบอร์นี้เป็นเบอร์ของเขาและมีคนโทรมาในลักษณะนี้หลายสิบสายแล้ว เมื่อได้ยินดังนั้นเอจึงหันกลับไปถามชายแปลกหน้าว่า "ใช่เบอร์นี้แน่หรือ"
|
และเมื่อเห็นเอหันมาถามคำถามนี้ ชายแปลกหน้าถึงกับออกอาการชักสีหน้า และตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะคอกว่า "ไม่เป็นไร ไม้ต้องแล้ว!" จากนั้นก็ขับรถมอเตอร์ไซค์หนีไปทันที ... จากพฤติกรรมดังกล่าวนี้เองทำให้เอรู้ว่า โดนมิจฉาชีพหลอกเข้าให้แล้ว เพียงยังโชคดีที่เขาไม่ยอมส่งโทรศัพท์ให้ชายแปลกหน้าคนนั้น จึงทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถฉวยโอกาสเอาโทรศัพท์ของเขาไปได้
จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ถือว่า นายเอนั้นยังมีสติในการคิดแก้ไขปัญหาโดยที่ไม่ยอมให้มิจฉาชีพมีโอกาสได้เข้าใกล้ทรัพย์สินของตน ไม่เช่นนั้นเออาจจะต้องเสียทรัพย์สินไปในเวลาสั้นๆ ก็ได้ ... |
|
ถ้าน้องๆ Dek-D ได้เจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ให้น้องๆ ลองสังเกตท่าทางของคนแปลกหน้าก่อนว่าไว้ใจหรือไม่ ถ้าหากคิดว่าเขาคนนั้นอาจจะทำโทรศัพท์มือถือหายจริงๆ พี่เหมี่ยวก็แนะนำว่าให้ใช้วิธีการเดียวกับเอค่ะ แต่ถ้าอยากตัดปัญหาไปเลยก็ให้บอกกับคนแปลกหน้าไปเลยว่าโทรศัพท์ไม่ได้เติมเงินเอาไว้ แล้วก็เดินหนีไปอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆ แบบนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ


ภาพประกอบ : http://www.nakkhaothai.com , http://www1.rbac.ac.th |
25 ความคิดเห็น
เเก๊งเดียวกับร.ร.เรารึเปล่าเนี่ย
เรื่องคล้ายๆกันเลย
เด็กโดนหลาายคนเเล้วอ่ะ
บางคนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ มีคนขับมอเตอร์ไซค์มา แล้ว ฉก หนีไปเลยก็มี
หลังโรงเรียนเรามีคนโดนหลายคน ;(
ขอบคุณค่ะ
ต้องระวังตัวซะเเล้ว
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 กรกฎาคม 2554 / 19:35
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 20 กรกฎาคม 2554 / 19:47
แล้วก็ขอยืมโทร แล้วก็ฉกไปเลย
เลวววววววววว
โอ้โห
นิสัย = ='
ขอบคุณที่นำประสบการณ์มาแบ่งปันค่ะ
อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือ เบื่อกับสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่พอใจในสิ่งที่มี http://122.155.5.134/~zp3167/�ไม่่เมค ไม่เฟค และเจ๋งที่สุด ณ ตอนนี้ อยากเฟิร์สคลาส อยากซื้อของสนองกิเลสตัวเอง ลองดู !!!!
มีอยู่ว่า มีรุ่นพี่ ม.2 คนนึงกำลังเดินกลับบ้าน
แล้วพี่เขาก็เลื่อน Iphone ที่อยู่ในมืออย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยค่ะ
ซักพักก็มีมอเตอร์ไซค์คันนึง เอาใบๆหนึ่งมายื่นให้พี่คนนี้แล้วบอกว่าช่วยกรอกให้หน่่อย
พี่เค้าก็กรอกแบบเก้ๆกัง เพราะถือโทรศัพท์อยู่ ผู้ชายคนนี้เลยอาสาถือโทรศัพท์ให้ค่ะ
พอผู้ชายคนนี้จับโทรศัพท์ก็ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปเลย
เหตุการณ์เริ่มตอน 7 โมงเช้า ผมลงจากรถเมลล์ แถวเขตพระนคร (บางลำพู) มีชายแปลกหน้าเข้ามาถาม เวลาว่า "กี่โมงแล้วหรอหนู" ด้วยความไสสื่อของผมก็ตอบไปว่า "7 โมงครับ" ด้านชายแปลกหน้าก็บอกว่าให้ช่วยถือของทีจะทำบุญ แต่ด้วยความรีบของผมจึงบอกกลับไปว่า "ไม่ได้คับผมรีบมาก" แต่ก็เค้าคยันคยอ ให้ ช่วยถือให้ได้ ไม่นาน ก็ต้องยอมช่วย เพราะใจอ่อน ซักพักเค้าขอยืมโทรศัพท์มือถือ บอกว่า จะขอโทรไปเบอร์นั้นเบอร์นี้ แต่ ผมบอกกลับไปว่า "ไม่มีตังโทรอะคับ คือมันโทรออกไม่ได้" จากนั้น ไม่นานเกินคอย มีมอเตอร์ไซรับจ้าง วิ่งมาทันใดนั้นเอง ฝ่ายชายแปลกหน้าได้ ทำการ จกลงไปในเป๋ากางเกงซึ่งมีทั้งตัง และ โทรศัพท์อยู่ ด้วยความไว เค้าได้ของไปแล้ว รีบขึ้น รถคันนั้น หนีไปอย่าง ตามไม่ทัน
เหตุการณ์นี้ จะว่าไป ก็ คงเป็นเพราะผม โง่ TT
แต่ก็ขอเตือนไว้เป็นอุทาหร แล้วกันหะ !!
เพื่อหวังว่าคนอื่นจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ แล้วจะได้ป้องกันตัว
ไม่รู้ว่าจะด่าหรือชมดี
มันฉลาดได้อีกอะ
คิดได้
เอาไปคิดอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้ดีไหม
ช่างสรรหาวิธีได้...