|
พอพูดคำว่า ฟาสต์ฟู้ด คนส่วนใหญ่ก็มักจะคิดไปถึง ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ ฮอตดอก หรืออะไรอื่นๆ อีกที่มีชาวตะวันตกเป็นต้นตำรับ
แต่จะมีสักกี่คนกันเชียวที่มองว่าเจ้าของความอร่อยแบบเร่งด่วนนี้ อาจเป็นฝีมือของชาวเอเชียก็ได้ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ผู้ซึ่งมีความสร้างสรรค์อันเลอเลิศในการดัดแปลงเมนูใหม่แปลกอยู่เสมอๆ
ปลาดิบ ข้าวปั้น เทมปุระ โซบะ อูด้ง อาจเป็นอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยทั่วไปคุ้นลิ้นกันดี แต่บางทีหากจะมองว่าเป็นอาหารญี่ปุ่นสุดแสนธรรมดาทั้งหน้าตาและรสชาติก็คงไม่ผิดนัก เพราะเดี๋ยวนี้ที่ฮิตๆ กันในบ้านเรา ต้องยกให้ฟาสต์ฟู้ดแบบญี่ปุ่นเสียแล้ว
อยากรู้ละซิว่ามีอะไรบ้าง ตามมาเลยครับ เราจะพาไปชิม
เบอร์เกอร์เจ้าแรกจากแดนซามูไร
ใครไปเดินช็อปปิ้งบนชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ คงคุ้นตากันดีกับภาพการยืนรอคิวยาวเหยียดของลูกค้าร้านแฮมเบอร์เกอร์น้องใหม่ล่าสุด MOS Burger ซึ่งส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเอาใจสาวกฟาสต์ฟู้ดโดยเฉพาะ
MOS Burger ถือเป็นอาหารจานด่วนสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์แรกๆ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1972 โดยสาขาแรกนั้นตั้งอยู่ที่กลางกรุงโตเกียว ต่อมาได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีสาขาทั่วญี่ปุ่น 1,500 สาขา ครองความนิยมในฐานะร้านเบอร์เกอร์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น มียอดขายเหนือกว่าฟาสต์ฟู้ดสัญชาตอเมริกันชื่อดังอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่สาขาในต่างประเทศกำลังผุดขึ้นมากมาย เช่น ที่ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง ส่วนเมืองไทยที่นี่คือสาขาแรก และทางประธาน บริษัท MOS Foods (Thailand) ยาสุมาซะ อะเซอิ ก็มีแผนจะขยายสาขาที่ 2 ในปลายปีนี้
จุดเด่นของเบอร์เกอร์แบรนด์นี้ น่าจะอยู่ที่วัตถุดิบซึ่งสดใหม่และมาจากธรรมชาติ (สอดคล้องกับชื่อนั่นละ M = Mountain O = Ocean S = Sun) ในแต่ละวันเบอร์เกอร์จะถูกเสิร์ฟให้กับลูกค้า โดยเน้นรสชาติที่ปรุงแต่งตามต้นตำรับ ใช้ส่วนผสมที่สะท้อนถึงความเป็นญี่ปุ่น เช่นว่าใช้ข้าวเมล็ดสั้นของญี่ปุ่นทำเป็นไรซ์เบอร์เกอร์ ใช้ซอสโชยุแทนซอสถั่วเหลืองธรรมดา
ไม่ใช่แค่การใช้วัตถุดิบจากญี่ปุ่นเท่านั้นที่ทำให้ MOS Burger กลายเป็นขวัญใจนักกินชาวซามูไร การรู้จักผสมผสานวัตถุดิบจากต่างถิ่น ไม่ว่าจะเป็นพริกจากประเทศเม็กซิโก ชีสและปลาจากประเทศนิวซีแลนด์ มะเขือเทศจากประเทศมาเลเซีย รวมถึงขนมปังบันและเนื้อวัวผลิตในเมืองไทย ต่างหากที่ได้กลายเป็นรสชาติเบอร์เกอร์มีสไตล์ไม่เหมือนใคร
สำหรับเบอร์เกอร์ที่เสิร์ฟในร้านนั้น ดั้งเดิมสุดต้องยกให้มอสเบอร์เกอร์ ซึ่งประกอบไปด้วย ขนมปังบันหอมนุ่มวางทับด้วยเนื้อวัวบด มะเขือเทศ ราดซอสเนื้อ ตามด้วยมายองเนสและมัสตาร์ด แค่นี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว เมนูอื่นที่เด่นๆ ก็มี เบอร์เกอร์หมู เบอร์เกอร์ไก่ เบอร์เกอร์ปลา เบอร์เกอร์กุ้ง ส่วนคนที่ไม่ชอบรสชาติขนมปังก็สั่งไรซ์เบอร์เกอร์ หรือเบอร์เกอร์ข้าวซึ่งมีไส้ที่ต่างไปจากหลายๆ แบรนด์ เนื่องจากเป็นไส้ที่ปรุงรสอย่างดี คล้ายๆ กับข้าวบ้านเรา เช่น หมูผัดขิง ไก่เทริยากิ พอกัดเข้าปากความรู้สึกเหมือนกำลังรับประทานข้าวยังงั้นเลยละ
ฟาสต์ฟู้ดญี่ปุ่นขนานแท้
ที่ญี่ปุ่นนั้นการจะหาทาโกะยากิรับประทานไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก เพราะทุกแห่งหนมีขายอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ร้านขนาดเล็กๆ แผงริมถนน จนถึงร้านหรูๆ เก๋ไก๋ดูดี
คนญี่ปุ่นเรียกขานทาโกะยากิว่าขนมโบราณ หรือบางครั้งก็จัดเป็นของว่างก็ได้ เพราะสมัยก่อนนั้นแต่ละบ้านนิยมทำทาโกะยากิรับประทานคู่กับชาเขียวเย็นในวันว่าง หรือในเทศกาลสำคัญๆ อย่าง ปีใหม่ ไหว้บรรพบุรุษ
แต่คนส่วนใหญ่มักเรียกว่าฟาสต์ฟู้ดตัวจริงของญี่ปุ่น ไม่ใช่ได้รับอิทธิพลอะไรมาจากวัฒนธรรมอาหารตะวันตกหรอก เป็นเพราะวิธีการทำและการบริการที่รวดเร็วฉับไว เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทั้งที่ญี่ปุ่น หรือแม้แต่คนไทยเอง จึงไม่แปลกที่ใครๆ จะยกให้เป็นอาหารจานด่วนสัญชาติซามูไรที่มีอายุขัยยาวนาน
ขนมชนิดนี้เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อราวปี 1935 โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าชาวอากาชิเป็นผู้คิดค้น ใช้แป้งผสมกับเครื่องปรุงต่างๆ ปรุงรสแล้วใส่ไส้ปลาหมึกยักษ์ นำไปทอดในกระทะหลุม เสิร์ฟร้อนๆ
สำหรับคนไทย อยากชิมฟาสต์ฟู้ดชนิดไม่ต้องลงทุนบินไกลไปถึงประเทศต้นตำรับก็ได้ แค่แวะมาที่ร้าน Tsukiji Gindaco ชั้นใต้ดิน ศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก คุณก็จะได้อร่อยแล้วละ
จะว่าไป ที่นี่เป็นร้านทาโกะยากิที่มีความคล้ายคลึงกับที่ญี่ปุ่นมากๆ คือขายเฉพาะทาโกะยากิ (ไม่เหมือนร้านอื่นนำทาโกะยากิมาขายรวมกับอาหารญี่ปุ่น) ตั้งเตาหน้าร้าน ทอดกันสดๆ ให้ลูกค้าเห็นขั้นตอนอย่างใกล้ชิด ชนิดยั่วน้ำลายจนยากจะอดใจไหวได้
ร้านนี้ยังยึดการทำทาโกะยากิแบบดั้งเดิม ใช้ส่วนผสมที่คงความอร่อย มีแป้งผสมกับสาหร่ายและกุ้งแห้ง ปรุงรสออกเค็มเล็กน้อย ใส่ต้นหอม ใส่ไส้ปลาหมึกยักษ์ ปั้นเป็นก้อนกลมพอประมาณ ทอดจนกรอบเกรียม แต่ข้างในนั้นนุ่มได้ใจ ราดทอปปิงต่างๆ ซอสผักผลไม้ รสออกหวานเค็ม ปลาโอแห้ง เพิ่มกลิ่มหอมหวนชวนหิว ด้วยสาหร่ายคาเกะ โอโนริป่น เสิร์ฟร้อนๆ
ต้องทานร้อนๆ ครับถึงอร่อย ถ้าปล่อยให้เย็น ทาโกะยากิไม่กรอบแล้ว ก็จะไม่ได้ความอร่อยเลย แต่เวลาทานต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะข้างในมันร้อนมาก ธนโชติ ลิ้มเรืองโรจน์ ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน บอกเคล็ดลับการรับประทานทาโกะยากิให้อร่อย
ฟาสต์ฟู้ดสไตล์ฟิวชัน
ชื่อเสียงของ วานิลลา นั้นเป็นที่รู้จักในหมู่นักกินนานแล้ว เริ่มจากร้านเบเกอรี ร้านอาหารฝรั่งเศส จนมาถึงร้านอาหารจีนและร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ฟิวชัน ซึ่งเพิ่งจะเปิดบริการในซอยเอกมัย 12 เพียงเดือนเดียวเท่านั้น
ความเป็นฟิวชันของที่นี่โดดเด่นมาก เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตก ใช้วัตถุดิบตามสูตรครัวญี่ปุ่น โดยมีวัฒนธรรมฝรั่งเพิ่มเข้ามา เพื่อให้ได้เมนูอร่อยแบบเร่งด่วนที่มีกลิ่นอายความเป็นอาหาร 2 ซีกโลก
อาหารของร้านแห่งนี้ การเสิร์ฟอาจไม่ใช่สไตล์ฟาสต์ฟู้ดจ๋านัก เนื่องจากมีที่นั่งสบายๆ บรรยากาศดีกว่ามาก แต่ตัวเมนูนั้นเข้าข่ายชัดเจน เพราะเป็นอะไรที่ทำง่ายๆ ทำเสร็จเสิร์ฟทันที
สมคิด วิริยะฉาย หัวหน้าเชฟประจำร้าน บอกว่า เคล็ดลับการทำอาหารสไตล์นี้อยู่ที่ความสดใหม่ ปรุงแต่งรสให้น้อย แต่อาศัยความอร่อยแบบธรรมชาติของวัตถุดิบ
เมนูเด่นที่อยากแนะนำให้ชิมกันคือ ทาราโกะสปาเกตตีโรล เป็นการผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นกับอิตาเลียน ผัดสปาเกตตีแบบอิตาเลียน ใส่ทาราโกะ หรือไข่ปลา แล้วนำมาม้วนแบบซูชิ ตัดเป็นชิ้นพอคำ ราดด้วยมายองเนส แต่งด้วยผักไควาเระให้สวยงาม
ข้าวหน้าแฮมเบิร์ก อีกเมนูที่อร่อยล้ำไม่แพ้เบอร์เกอร์สัญชาติอเมริกัน ตอนแรกนึกว่าเป็นไรซ์เบอร์เกอร์ แต่พอได้ชิมไม่ใช่เลย เพราะใช้แค่เนื้อวัวกับหมูบดรวมกัน ปั้นเป็นก้อนคล้ายๆ ที่ใส่ในเบอร์เกอร์ ทอดจนเหลืองน่ากิน วางบนข้าวญี่ปุ่น ซึ่งใช้แทนขนมปัง ไข่ดาวโปะหน้าข้างบน ราดซอสรสออกหวานอมเปรี้ยว
ส่วนเมนูสุดท้ายนั้น เป็นอาหารฟิวชันระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส ซูชิกราแตง วิธีทำเหมือนกับแคลิฟอร์เนียมากิ คือนำข้าวญี่ปุ่นปั้นเป็นซูชิ แต่เอาไว้ด้านนอก ใส่ไส้ปูอัดกับแตงกวา ราดด้วยซอสหอยเชลล์กับมายองเนส จากนั้นก็เผาให้เป็นรอยไหม้แบบเดียวกับวิธีการทำกราแตงของฝรั่งเศส สีสันสวยงามและน่าลิ้มลองมากๆ
ทีนี้รู้หรือยังละว่าอาหารญี่ปุ่นไม่ได้มีแต่ความอร่อยเดิมๆ ซ้ำซากเท่านั้น เมนูฟาสต์ฟู้ดแต่รสเลิศก็ชวนน้ำลายหกใช่ไหม อืม...ม!!!
พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก โพสต์ทูเดย์ และภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต |


5 ความคิดเห็น
เคยเห็นที่เซ็นทรัลเวิล์ดอ่ะ แต่ว่าไม่อยากกินเหอๆๆ
ท่าทางน่าอร่อยจัง > <