|
น้องๆ ชาวเด็กดีรู้ไหมว่า...เดี๋ยวนี้ อีเมลแอดเดรส
ถูกดูดไปเร่ขาย โดย แฮกเกอร์ ตัวแสบ
แม้แต่เจ้าของก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาเลย
พี่ผึ้งเองตอนนี้เริ่มคิดหนักว่า ถ้า E-mail ส่วนตัว
โดนดูดไปทำไงดี ยิ่งมีความลับเยอะๆๆ อยู่ 555

เทคโนโลยียิ่งก้าวล้ำ อาชญากรรมไฮเทค ก็ยิ่งก้าวตาม จะเห็นได้จากข่าวคราวที่ปรากฏต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีแก๊งก๊อบปี้บัตรเครดิต-บัตรเอทีเอ็ม หรืออื่น ๆ และในยุคที่ทั้งโลก รวมถึงผู้คนในประเทศไทย ใช้ คอมพิวเตอร์-อินเทอร์เน็ต กันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว...ภัย ที่เกี่ยวเนื่องก็ก้าวตามด้วยเช่นกัน..... แฮก หรือ ขโมยข้อมูล ทางคอมพิวเตอร์ โดยพวกที่เรียกว่า แฮกเกอร์ นั้นมีจริง ๆ ไม่ใช่ว่ามีแค่ในหนัง และแม้แต่ตัวบุคคล มิใช่องค์กร ก็มีสิทธิถูกขโมยข้อมูลไปหาประโยชน์โดยมิชอบ !!
อีเมลแอดเดรส ยุคนี้ก็ ถูกดูดไปเร่ขาย จะมีผลร้ายลึกไปมากแค่ไหน...ก็น่าคิด ?!?
การรับส่ง อีเมล หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต-เว็บไซต์ต่าง ๆ ปัจจุบันก็เป็นช่องทางที่มีคนไทยนิยมใช้กันมาก ทั้งเพื่อการสื่อสารกันระหว่างบุคคล ทั้งเพื่อการทำงาน-การทำธุรกิจ ซึ่งประเด็น ก็คือหลายคนจะได้รับอีเมลจากแหล่งต่าง ๆ ซึ่งไม่เคยติดต่อด้วย ไม่เคยรู้จัก เป็นอีเมลที่ผู้รับไม่ต้องการ หรือ อีเมลขยะ ซึ่งกับผู้คน-องค์กรจำนวนไม่น้อย นี่ถือว่าเป็น ปัญหา

อีเมลขยะเหล่านี้มีที่มาอย่างไร ? คำตอบก็อาจเป็นไปได้หลายอย่าง แต่ที่น่าคิดก็คือปัจจุบันในบางเว็บไซต์ ในบางเว็บบอร์ดเพื่อการซื้อ-ขายสินค้าหรือบริการ มีการลงประกาศ ขายรายชื่ออีเมล หรือที่เรียกว่า อีเมลแอดเดรส รวมถึงมีการประกาศขาย โปรแกรมดูดอีเมล โดยเฉพาะด้วย ตัวอย่างการขายรายชื่ออีเมลก็เช่น...ขายรายชื่ออีเมล 2,300,000 ชื่อ แถมฟรีโปรแกรมดูดและส่งเมลฟรีไม่ซ้ำกับคนอื่น อัพเดทข้อมูลล่าสุด อีเมล เป็นของคนไทย พร้อมใช้งาน ไม่ซ้ำกัน เหมาะใช้ในการทำการตลาด ในรูปแบบอีเมลมาร์เกตติ้ง ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ธุรกิจที่ต้องการอีเมลเยอะ ๆ สำหรับโฆษณาสินค้า นอกจากนี้ ในการประกาศขายดังกล่าวนี้บางรายก็มีการชวนเชื่อโดยอ้างงานวิจัย เช่น...การตลาดโดยอีเมลกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในวงการอี-คอมเมิร์ซประเทศไทย จากการสำรวจพบว่าการโฆษณาโดยอีเมลให้ผลสำเร็จ ร้อยละ 1-2 ซึ่งจากฐานลูกค้าจำนวน 30,000 ราย ก็จะได้ลูกค้าประมาณ 300-600 ราย
อีเมลแอดเดรส ก็คือที่ติดต่อที่เป็นของใครของมัน แต่ปัจจุบันกลับ ถูกขาย โดยที่เจ้าของไม่รู้เรื่อง !?!
ทั้งนี้ กล่าวสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2550 จากการสำรวจโดย ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เน็คเทค) กับกลุ่มตัวอย่าง 28,582 คน พบว่ากิจกรรม ที่ทำบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือการค้นหาข้อมูล ร้อยละ 22.9 รองลงมาคือใช้รับ-ส่งอีเมล ร้อยละ 20.5 ซึ่งปัญหาในอินเทอร์เน็ตนั้น กรณีอีเมล์ขยะกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญถึงร้อยละ 37.4

กับปัญหานี้ พ.ต.อ.ญานพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยี และสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า...อีเมล์ขยะ หรือ สแปมเมล (Spam mail) ที่ผู้รับไม่ต้องการ ได้รับจากแหล่งที่ไม่เคยรู้จักหรือติดต่อมาก่อน เนื้อหามักจะเกี่ยวกับการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ซึ่งรายชื่อผู้รับสแปมเมลส่วนใหญ่จะมาจากผู้ที่เคยโพสต์ข้อความในกระทู้ หรือสมาชิกตามเว็บที่มีการตั้งกระทู้ต่าง ๆ หรือมีการ ขโมย รายชื่อผู้ใช้อีเมลในกลุ่มผู้สนใจเฉพาะด้าน เข้าไปหารายชื่ออีเมลในเว็บไซต์ รวมถึงใช้โปรแกรม ดูดอีเมล ปัจจุบันก็มีการคิดค้นโปรแกรมสำหรับคัดกรองอีเมล์ แต่ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศบอกว่า...ก็ไม่อาจป้องกันอีเมล์ขยะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วยได้แค่ดีกว่าไม่มีอะไรเป็นเกราะป้องกัน หากพิจารณาว่าใครเป็นคนส่งสแปมเมลบ้าง ตามที่มักจะพบกันก็คือพวกบริษัทเจ้าของสินค้าหรือบริการ ตัวแทนจำหน่ายสินค้าหรือบริการ และบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะประเภทการขายตรงต่าง ๆ ทางที่ดีคืออย่าเปิดเมล์ที่เราไม่รู้จักหรือที่เราไม่ต้องการ เพราะ อีเมลขยะอาจจะมีคุกกี้หรือไวรัส เพื่อทำให้ผู้ส่งรู้ข้อมูลของผู้รับได้ หรืออาจทำอันตรายระบบเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรได้

พ.ต.อ.ญานพลระบุอีกว่า...เรื่องนี้เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 11 ที่ระบุว่าผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น โดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งในสหรัฐอเมริกาคดีแบบนี้เคยมีการจับกุม ถูกปรับหลายล้านบาท และยังต้องโทษจำคุกด้วย บ้านเรานี่ถือว่าโทษยังเบา เพราะมองว่าเป็นคดีไม่ร้ายแรง...มือปราบไซเบอร์กล่าว และทิ้งท้ายว่า...แต่แม้จะไม่ถึงขั้นโจรกรรมข้อมูล เท่านี้ก็สร้างความรำคาญใจให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมาก ถ้าวันหนึ่ง ๆ ต้องเจออีเมล ขยะหลายร้อยฉบับก็แทบไม่ต้องทำอะไร ไปซื้อโปรแกรมกำจัดอีเมลขยะมาใช้ก็ต้องเสียเงินโดยใช่เหตุ ทั้งนี้และทั้งนั้น กับการ ขโมย-ขายรายชื่ออีเมล ในเมืองไทย ปัจจุบันอาจจะยังแค่เป็นต้นทางของ อีเมลขยะ แต่ก็ยากจะยืนยันว่ามันจะไม่เลยเถิดสู่การ แฮกข้อมูลส่วนตัว ของผู้ใช้อีเมล และที่สำคัญคือ แฮก ข้อมูลสำคัญขององค์กรรัฐ หรือ แฮกข้อมูลธุรกิจ ของบริษัทห้างร้านโรงงานต่าง ๆ
วันนี้น่ารำคาญ...แต่วันหน้าอาจจะมิใช่แค่นี้... อาจเป็นอีกช่องของ อาชญากรรมไฮเทค.

พี่ผึ้งเองเคยสงสัยเหมือนกันว่า อีเมลขยะ ที่ถูกส่งมาได้ทุกวี่ทุกวัน
เจ้าตัวแสบที่ส่งมามันได้ "อีเมล์" เรามาจากไหนกันนี่
อ่านจบได้รู้คำตอบที่เคยสงสัยมานานเสียที
แล้วน้องๆ ล่ะเคยเจอปัญหาแบบนี้บ้างเปล่า
เขียนมาเล่าให้พี่ผึ้งกับเพื่อนฟังทีนะจ๊ะ

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ และภาพประกอบจาก Internet
|
11 ความคิดเห็น
กะว่าจะสะสมเมล์ให้ครบ 900 ก่อน
คาดว่าไม่เปิดอ่านชัวร์ ๆ
เพราะไม่พ้นเมล์ขยะ ลูกโซ่ ไฮ 5 ฯลฯ
แต่ก็อย่างว่าละน้า... สมัยนี้เทคโนมันพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ
คนเรานี่ก็ช่างสรรหากลโกงกันจริงจิ๊ง...