ประชันเสียงหัวเราะ...สู้กระแสเครียด

 

 

ประชันเสียงหัวเราะ...สู้กระแสเครียด

 

น้ำมันแพง ใกล้สอบกลางภาค นำพาความเครียดมาสู่น้องๆ จนน้องๆหลายคนอาจจะหัวเราะกันไม่ออกสักเท่าไรในช่วงนี้ เรามาดูกิจกรรมฮาๆนี้กัน


โดยธรรมชาติของมนุษย์มีทั้งภาวะสุขและทุกข์อยู่ในคนคนเดียวกัน จะแตกต่างกันไปใน แต่ละช่วงเวลาและโอกาส การที่คนคนหนึ่งหยิบยื่นรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะให้ ย่อมทำให้บุคคลที่อยู่รอบข้างและสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ รอบตัวคนนั้นมีความสุขไปด้วยเช่นกัน

ด้วยกระแสสังคมที่กำลังร้อนระอุไปด้วยปัญหาเศรษฐกิจ บ้านเมืองและสิ่ง แวดล้อม ส่งผลกระทบต่อภาวะ จิตใจ สร้างความตึงเครียดให้เกิด ขึ้นได้โดยง่าย อีกทั้งบั่นทอนชื่อเสียงภาพลักษณ์ ลดความเชื่อมั่นที่ดีจากต่างประเทศ ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศมีจำนวนลดลง

การหัวเราะเป็นกิจกรรมเบื้องต้นที่ทุกคนสามารถทำได้ นอกจากจะช่วยลดความตึงเครียดส่วนบุคคลแล้ว การชวนบุคคลรอบข้างมาร่วมกันสร้างเสียงหัวเราะยังสะท้อนให้เกิดสภาพสังคมที่สามัคคีและเป็นการกระชับไมตรีต่อกัน

หน้าได้อารมณ์มาก แต่ดูดีๆก็เหมือนกำลังร้องไห้นะ

ริบลีส์ เวิลด์ ออฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ พัทยา ผู้บริหารและผู้ดำเนินงาน พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ บีลีฟ อิท ออร์ นอท (Ripley’s Believe It or Not!) สาขาประเทศไทย จึงเปิดตัวโครงการแข่งขัน “การประชันเสียงหัวเราะนานาชาติ ดังทนทาน สนุกสนานที่สุด” หรือ Ripley’s International Laughing Contest ขึ้น เพื่อเป็นกิจกรรมที่สร้างความบันเทิง ช่วยบรรเทาภาวะปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

สมพร นาคซื่อตรง ผู้จัดการทั่วไป บริษัทริบลีส์ เวิลด์ ออฟ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ พัทยา จำกัด เท้าความการแข่งขันหัวเราะให้ฟังว่า พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ ได้จัดการแข่งขันหัวเราะครั้งแรกที่เทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยใช้ชื่อว่า “Oddest Laugh in Texas Contest” เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2537 ได้รับความสนใจจากคนอเมริกันเป็นอย่างมาก มีผู้โทรศัพท์เข้ามาสมัครกว่า 2,000 คน และเมื่อได้ผู้ชนะมีการจัดเป็นการ์ตูน “เชื่อหรือไม่” กับริบลีส์ เผยแพร่ออกไปยังหนังสือพิมพ์กว่า 170 ฉบับ มีผู้อ่านนับล้านคน ในกว่า 42 ประเทศทั่วโลก

 

รอเตรียมตัว ฮา!!!

การจัดการแข่งขันจึงเกิดขึ้นอีกในปีถัดมา ส่วนในปี 2540 ได้ผู้ชนะจากผู้ที่สมัครเข้ามานับพันคน เป็นเด็กชายที่มีอายุเพียง 10 ขวบ เท่านั้น โดยผู้ชนะได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนในการสร้างอารมณ์ขันด้วยการเกาเท้าให้

สำหรับปี 2541 นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ มีการจัดการแข่งขันหัวเราะขึ้น โดยผู้ชนะในครั้งนั้น ได้แก่ คุณป้า ทองเจือ ควะชาติ อายุ 54 ปี เป็นผู้ที่สามารถหัวเราะได้ ดังถึง 113.2 เดซิเบล และยาวนานถึง 9 นาที 22 วินาที

จากวันนั้นจนวันนี้เป็นเวลา 10 ปีเต็มของการกลับ มาอีกครั้งกับการจัดการแข่งขันประชันเสียงหัวเราะ เพื่อเป็นการยกระดับการแข่งขันประชันเสียงหัวเราะให้เป็นที่รู้จักทั้ง ในและต่างประเทศ และร่วมบรรเทาปัญหาความเครียดด้วยความบันเทิงที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ จิตใจของคนในยุคปัจจุบันให้กลับมามีความสดใส ร่าเริงขึ้นอีกครั้ง

อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและตั้งเป้าให้เป็นกิจกรรมที่ระบุในปฏิทินประจำปีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มจำนวน นักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นการเผยแพร่พร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติในลีลาที่ไม่ธรรมดา ผ่านเครื่องแต่งกายและลีลาของลูกคอ โดยเปิดโอกาสให้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ เข้าร่วมแข่งขัน โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันจะต้องนำเสนอเสียงหัวเราะที่ดัง ยาวนาน สะใจ มีความสนุกสนาน บวกกับลีลาท่าทางประกอบให้มากที่สุด

“จะคัดเลือกให้เหลือตัวแทนเพียง 1 คน จากแต่ละประเทศ เพื่อเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม ที่เวทีลานน้ำพุ ชั้นจี ศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา โดยผู้เข้าแข่งขันในรอบสุดท้ายนี้จะต้องแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ เพื่อเผยแพร่สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมของแต่ละชาตินั้น ๆ ให้เห็น เด่นชัด ซึ่งผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง จะได้รางวัลพร้อมใบประกาศ นียบัตรทองคำแท้ ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้ที่แต่งกายในชุดประจำชาติยอดเยี่ยมอีกด้วย”

วัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ศูนย์ให้ คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ กล่าวถึงการหัวเราะให้ ฟังว่า เป็นการคลายเครียดรูปแบบหนึ่ง เมื่อไรที่ปอด ท้อง กระเพาะขยาย เท่ากับว่าได้คลายเครียดแล้ว ยาคลายเครียดตามธรรมชาติ คือ การหายใจ ลึก ๆ ที่เต็มและแน่น แต่ การหัวเราะมีมากกว่าการขยาย เพราะมีการขยับขับเคลื่อนด้วยอย่างมีจังหวะ ทำให้ความเครียดลดลงแล้วยังพัฒนาให้เซลล์แข็งแกร่งขึ้นมาอีกด้วย

เสียงแต่ละเสียงมีเอก ลักษณ์ การหัวเราะของแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เช่นกัน การเปล่งเสียงออกมาจากท้อง อก คอ ปาก รวมทั้งท่าทีการเคลื่อนไหว ที่มีการกำหนดลมหายใจ จึง จะเรียกว่า หัวเราะทำให้แข็งแกร่ง แต่ถ้าหัวเราะจนท้องแข็ง หัวเราะจนจุกหน้าอก หัวเราะ จนขากรรไกรค้าง อย่างนี้เรียก ว่า หัวเราะไม่เป็น เป็นการหัวเราะที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป

การหัวเราะ เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะเมื่อไรที่ยิ้มหรือหัวเราะ ร่างกายจะผลิตฮอร์ โมนความสุขที่เรียกว่าเอ็นโดรฟิน ซึ่งช่วยลดความเครียด ทำให้ระบบย่อยอาหารและการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย ทุกวันนี้ ถึงแม้ข้าว ของทุกอย่างมีราคาแพงไปหมด แต่การหัวเราะเป็นอะไรที่ถูก ที่สุดไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้อง ซื้อ ไม่ว่าของจะราคาขึ้นเท่าไร หัวเราะยังคงราคาเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“จำไว้เสมอว่า สุขภาพ ความสุข ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องควานหาแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวเรา โดยต้องเสริมสร้างอย่างถูก ต้อง เพราะอยู่ ๆ เอาเงินมาอย่างเดียวจะมีความสุขคงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีการเสริมสร้าง ให้มีความสุข รวมไปถึงคำว่า สุขภาพ ไม่ใช่ว่า มีเงินทอง มีตำแหน่งสูง ๆ ก็ไม่ได้ทำให้สุขภาพดีได้

ฉะนั้นไม่มีอะไรที่เสริมสร้างสุขภาพและความสุขใน แง่ดีได้เท่ากับการหัวเราะอย่างสนุกสนาน การมีมนุษยสัมพันธ์ดี การทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส สารเคมีที่อยู่ในร่างกายเราก็จะปกติดี แต่ต้องหัวเราะด้วยวิธีการที่ถูกต้อง คือ มีระบบ มีขั้นตอน บางคนหัวเราะมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นโทษได้”

บรรสาร อินทรพงษ์ แชมป์หัวเราะขำกลิ้งแห่งประเทศไทย ปี 2542 ผู้ที่พลาดการเข้าแข่งขันหัวเราะของริบลีส์ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เล่าถึงการตัดสินใจกลับมาอีกครั้งกับการแข่งขันประชันเสียงหัวเราะในครั้งนี้ให้ฟังว่า คิดว่าการแข่งขันหัวเราะเป็นกีฬาอย่างหนึ่ง ที่เป็นการคลายเครียดได้ด้วย มีความสนุกสนาน รวมทั้งร่างกายของเราก็จะแข็งแรง ปอดแข็งแรง เป็นการแข่งขันที่มีความสนุก คนรอบข้างสนุกไปกับการแข่งขัน สนุกกับผู้เข้าแข่งขันไปด้วย

การที่เข้าแข่งขันในครั้งนี้ เพราะเป็นคนที่ชอบเล่นตลก ให้เพื่อน ๆ ดู เป็นคนมีอารมณ์ ขำขันอยู่แล้ว การทำเช่นนี้ก็ ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร จึงตัดสินใจเข้าร่วม แข่งขันอีกครั้ง

“อย่าไปเครียดกับ เรื่องทั้งหลาย เพราะบางครั้งตัวเราเองก็ยังทำอะไรได้ไม่ถูกใจตนเองเลย แล้วจะให้คนอื่นมาทำให้ถูกใจเรานั้นคงเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องยิ้มสู้เข้าไว้ หัวเราะเข้าไว้ อย่าไปคิดในสิ่งที่ทำให้หมดหวัง หมดอาลัยในชีวิต ต้องดำเนินชีวิตไปด้วยความสุข หัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใสต่อกัน ต่อครอบครัว ต่อเพื่อน ต่อคนรอบข้าง ค่อย ๆ หาทางแก้ไขในสิ่งผิดพลาด แก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วสิ่งดี ๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา” บรรสาร กล่าวทิ้งท้าย

หัวเราะ...ความสุขที่ สร้างขึ้นง่าย ๆ อยู่ที่ใจที่รู้จักปล่อยวาง




เป็นไงบ้างน้องๆ อยากจะหัวเราะกันหรือยังครับ? การหัวเราะนอกจากจะทำให้เราอารมณ์ดีแล้ว คนรอบข้างของเราก็มีความสุขไปด้วยอีกนะครับ นั่งอ่านกันอยู่ได้ ไปหัวเราะกันได้แล้ว!!






พี่มิ้งค์ขอขอบคุณข่าวและรูปภาพจาก www.dailynews.co.th



 

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

[[ ~ !! I am เด็กพม่า !! ~ ]] Member 2 ก.ค. 51 14:03 น. 1

เราเคยหัวเราะตั่งแต่เที่ยงคืนยันตี2 ฮาเพื่อนมันร้องเร็กเก้อ่ะ "ดูดู๊ดู ดูเธอทำ" 555

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด