Meet#61ครั้งนี้ พี่ตินของน้องๆ จะได้แทนตัวเองว่า “อติน” อีกแล้ว วันนี้เรามีกราฟิกดีไซเนอร์มาดเท่ ผู้เก่งงานสุดๆ แล้วก็วาดรูปเก่งมากด้วยมาฝาก
พี่กิ๊ฟ หรือฉายา ซูเนโอะ เป็นเพื่อนซี้สนิทสนมกับพี่ตินมากมายและเป็นอีกคนที่พี่ตินยอมรับในความสามารถว่าเป็นเลิศที่สุดเพราะงี้ พี่ตินเลยอดไม่อยู่ ต้องจับตัวพี่กิ๊ฟมาพูดคุยกับน้องๆ ทันที และน้องคนไหนที่สนใจเรื่องการวาดรูป หรือการทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พี่กิ๊ฟมีคำตอบ และแรงบันดาลใจดีๆ ให้แน่นอนจ้ะ
 
พี่ติน : เรามาแนะนำตัวกันก่อนดีกว่า พี่กิ๊ฟ
ซูเนโอะ : ชื่อก็ชื่อว่า กิ๊ฟ นะ (อตินบอกไปแล้วนี่) มีนามในวงการว่า Suneo1999 ที่เป็นซูเนโอะก็เพราะเราเกิดเดือนเดียวกันอ่ะดิ (มีแต่คนถามว่าซูเนโอะมีเดือนเกิดด้วยเหรอ พวก ชิซุกะ ไจแอนท์ก็มีนะ) ส่วน 1999 นั้นเป็นปีที่เริ่มใช้ เป็นคนที่คบตอนแรกดู (เหมือนจะ)ใจเย็น อะไรก็ได้ (ตามที่เพื่อนมันบอกนะ) แต่จริงๆ แล้วใจร้อนเป็นไฟ สไตล์วัยรุ่น (ตอนปลาย จริงๆ ก็ไม่ปลายนะ หมดวัยแล้วมากกว่า) ติดขี้เกียจหน่อยๆ (ก็ไม่หน่อยนะ) ชอบอ่านหนังสือ รู้สึกดีเวลาได้อ่านหนังสือแล้วรู้อะไรเพิ่ม ประมาณว่าวันนี้เราฉลาดขึ้นกว่าเมื่อวานมาหน่อยนึงแล้ว อิอิ
 
พี่ติน : เล่าเรื่องการเรียนหน่อยซิ
ซูเนโอะ : ตอนประถมกับม.ปลายก็ที่เดียวกับพี่ตินอ่ะแหละ (โบ้ยมาซะงั้น) ส่วนมหาลัยจบจาก ภาควิชานฤมิตศิลป์ เอกนิทรรศการศิลป์ (exhibition) ศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดาว่าส่วนใหญ่ไม่รู้จัก เอกนิทรรศการศิลป์ (exhibition) ก็น่าจะไม่รู้จักเพราะตอนแรกๆ เราก็ไม่รู้ว่ามีเอกนี้ด้วย คือทั้งเมืองไทย มีแค่ที่จุฬาฯ ที่เดียว ที่มีสาขาวิชานี้โดยเฉพาะ ส่วนใหญ่ที่อื่น จะเป็นการเอาศาสตร์นี้ไปบรรจุไว้เป็นวิชาหนึ่งในสาขามากกว่า เป็นสาขาวิชาที่เรียนเพื่อไปออกแบบดิสเพลย์ บูธแสดงสินค้าต่างๆ เหมาะสำหรับคนที่ชอบงานเปอร์สเปคทีฟ แต่ไม่ชอบอิทีเรียซึ่งมีรายละเอียดจุกจิกเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าใครชอบดูบูธ นิทรรศการ ดิสเพลย์หน้าร้าน แล้วมีไอเดียเก๋ๆ ในการนำเสนอสินค้า ก็ถือว่าเข้าทางเอกนี้นะ (ได้ยินมาว่าหลังจากเราจบ เขามีเปิดทุนโควตารับตรงของเอกนี้ด้วย โฆษณาให้คณะตัวเองซะเลย อิอิ )
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
พี่ติน : ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
ซูเนโอะ : เป็น Graphic Designer Freelance ส่วนใหญ่จะบอกว่าคิดดีแล้วเหรอ มาทำ Freelance เพราะถ้าเพิ่งจบส่วนใหญ่จะทำงานประจำไปด้วยแล้วรับ Freelance ไปด้วย แต่เผอิญว่าเรารับงานมาตั้งแต่สมัยปี 2 เพราะเพื่อนได้งานมาแล้วไม่ว่างทำ ต่อมาเลยกลายเป็นว่าใครมีงานไหนก็เอามาให้เราแทน เหอะๆ จากสายที่เรียนมาควรจะทำงานออกแบบนิทรรศการมากกว่า แต่มีงานกราฟฟิก เช่น ออกแบบเว็บไซด์ โลโก้ motion graphic ฯลฯ เข้ามาบ่อยกว่า เลยกลายมาทำกราฟฟิกแทน ปัจจุบันก็จะทำงานกราฟฟิกที่ TrueVisionstv (UBC) เป็นหลัก จะหนักไปทางเว็บไซด์มากกว่า ที่นี่มีหลายแผนกคนทำกราฟฟิก cooperate หรือ แมกกาซีน เว็บจะแยกกัน เพราะองค์กรใหญ่ และมีจุดขายที่ต้องอาศัย visual เยอะ จึงต้องมีทีมงานที่มีความถนัดเฉพาะทางต่างกันไป ที่ TrueVisions นี้เข้ามาทำได้ก็เพราะเพื่อนอีกเหมือนกัน ตอนนั้นเขาหาคนมาช่วยทำกราฟฟิกบนเว็บไซต์ 10 วัน เพราะกราฟฟิกประจำลาพักร้อน ส่วนเพื่อนทำงานประจำแล้วก็ไม่ว่าง ก็หลอกล่อให้มาทำแทน ตอนแรกบอกว่าคงไม่มีไรมาก ทำอะไรง่ายๆ แบบแค่โฟโต้ช้อบก็อยู่ พอเข้ามาทำจริงๆ กลายเป็นทำแฟลชแทน ทำ microsite มวยปล้ำ เกิดมาไม่เคยดูมวยปล้ำ ก็เพิ่งจะมารู้จักบาทิสต้าก็เพราะงานนี้ หลังจากนั้นก็เลยได้งานมาเรื่อยๆ นอกจากนั้นก็รับงานกราฟฟิกและเอกซิบิทจากที่อื่นบ้างแล้วแต่โอกาส ซึ่ง connection เรากว้างขึ้น เพราะพอทำงานให้ลูกค้าคนหนึ่งเขาพอใจกับงานเราก็บอกต่อให้ เลยมีงานมาเรื่อยๆ
 
พี่ติน : เออ พี่กิ๊ฟวาดรูปเก่งนะ ทำไมชอบวาดอะ อยากรู้มานานแล้ว
ซูเนโอะ : ตอนเด็กๆ ปิดเทอมมันไม่มีอะไรทำ ก็เลยนั่งวาดการ์ตูนเล่น ส่วนเรื่องรู้ตัวว่าชอบคงเป็นเพราะสมัยประถม เป็นช่วงที่เพื่อนๆ แต่ละคนเริ่มสนใจเรื่องดารานักร้อง แต่เรารู้สึกเฉยๆ กับเรื่องนี้ ฟังเพลงบ้างแต่ไม่ได้สนใจขนาดจะเป็นแฟนคลับด้วย ก็เลยมานั่งคิดว่าให้ไปสนใจดาราแบบขนาดต้องตามไปดูคอนเสิร์ต คงไม่ใช่เราแน่แล้วอะไรที่ทำแล้วมีความสุขที่สุด ก็เลยคิดได้ว่าจริงๆ เราชอบการวาด ไม่ว่าจะภาพเหมือนหรือการ์ตูน แค่ได้วาดก็มีความสุขเวลาที่วาดเสร็จแล้ว
 
พี่ติน : แรงบันดาลใจในการวาดรูปคืออะไร
ซูเนโอะ : อยากเป็นแบบคนเขียนการ์ตูนโดราเอมอน รู้สึกว่าเขาเก่งจริงๆ แม้ว่าวันนี้เขาจะไม่มีลมหายใจแล้ว แต่ผลงานของเขายังคงอยู่เป็นที่กล่าวถึง และสร้างความสุขให้กับคนที่ได้สัมผัสงานของเขา ตอนแรกก็อยากจะเป็นนักวาดการ์ตูน แต่พอโตขึ้นก็มีมุมมองความคิดที่เปลี่ยนไป ตอนนี้ไม่ต้องเป็นการ์ตูนก็ได้ หลังจากเข้ามหาลัยเวลาทำงานอะไรก็ตาม ถ้ามันมีฟีดแบคกลับมาดีก็รู้สึกดีแล้ว ความคิดเลยเปลี่ยนเป็นอยากทำผลงานอะไรก็ได้ที่ทำให้คนที่ได้สัมผัสกับงานของเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ
 
พี่ติน : นิยามคำว่า “การวาดรูป” คืออะไร
ซูเนโอะ : จะให้นิยามแค่การวาดรูปคงแคบไป เปลี่ยนเป็นนิยามว่าศิลปะคืออะไรแทนได้ไหม สำหรับเราศิลปะคือ สิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นสื่อในการแสดงความนึกคิดและใช้บำบัดอารมณ์ของตน ซึ่งศิลปะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะความเป็นอยู่ของคนในสังคมได้ มื่อมนุษย์รู้สึกว่าตนอยู่ในสภาวะที่มั่นคง ก็จะมีเวลาที่จะคิดหาความสุขให้กับตนเองมากขึ้น จึงมีเวลาให้กับศิลปะมากขึ้น อย่างคนที่มีฐานะดีก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ว่าจะไม่มีกิน ถ้าได้เงินมาก็สามารถนำไปเสพศิลปะในรูปแบบต่างๆ เช่น ซื้อบัตรดูการแสดงต่างๆ ซื้อสินค้าที่มีราคาแพงแต่มีดีไซน์ที่สวยงาม ในขณะที่คนซึ่งยังไม่มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต ย่อมคิดแตกต่างกัน ถ้าได้เงินมาจำเป็นจะต้องนำเงินไปใช้จ่ายในส่วนอื่นก่อน แต่ทั้งนี้ที่ยกตัวอย่างมาไม่ใช่ว่าศิลปะเป็นของสูงที่จำกัดไว้เฉพาะคนมีฐานะเท่านั้นนะ มันเกี่ยวข้องกับสภาะความมั่นคงทางจิตใจ ถ้าลองศึกษาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต อย่างสมัยที่อยุธยาไม่มีสงครามก็จะเป็นช่วงที่ศิลปะเฟื่องฟู แต่พอมีสงครามสภาวะจิตใจไม่มั่นคง จึงไม่มีเวลามาสนใจหาความสุนทรีย์
 
พี่ติน : คิดยังไงกับผลงานของตัวเอง มองว่าประสบความสำเร็จแค่ไหนแล้ว
ซูเนโอะ : นับว่าโอเคในระดับหนึ่งนะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราโชคดีที่ได้รับโอกาสได้ทำงานที่ท้าทายและเป็นโปรเจคที่ส่งผลให้เราได้รับการยอมรับ ซึ่งทำให้เรามีโอกาสจะได้รับงานที่ท้าทายต่อไป
 
พี่ติน : อนาคตอยากจะทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้างไหม กับงานสายไหน และอย่างไรบ้าง
ซูเนโอะ : ก็อยากทำธุรกิจของตัวเอง เป็นธุรกิจเกี่ยวกับ character ที่เราออกแบบ นำมาผลิตเป็นสินค้า (ถ้าฝันเป็นจริงเมื่อไร จะมาบังคับให้ช่วยโปรโมทอีก)
 
พี่ติน : ถ้าหากว่ามีน้องๆ ที่อยากวาดรูป อยากทำงานสายนี้ จะแนะนำเค้าว่าอย่างไร
ซูเนโอะ : อัพเดทข่าวสารในวงการ เทรนด์ที่สังคมกำลังนิยมตลอดเวลา เพื่อที่เวลาทำงาน งานของเราจะไม่ตกยุค เป็นอีกสายงานที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา บางทีผ่านไปปีเดียว โปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ออกแล้ว มีเทคนิคการทำงานใหม่ๆ มา ก็ต้องตามให้ทัน เพราะไม่งั้นจะทำงานกับคนอื่นไม่ได้ ที่สำคัญคงต้องระลึกไว้อยู่เสมอว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าลำพองในความเก่งมากเกินไป (พบเจอได้เมื่อทำงาน) จะทำให้ทำงานกับคนอื่นลำบาก
 
พี่ติน : ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะอยากแก้อะไรไหม

ซูเนโอะ : มีเรื่องอยากจะแก้มากมาย ไม่แก้ดีกว่า

 

พี่ติน : รู้จักเว็บเด็กดีได้อย่างไร

ซูเนโอะ : เออ นั่นดิก็รู้จักมาตั้งแต่ม.ปลาย ก็เว็บเขาฮิตซะขนาดนี้

 
พี่ติน : คิดยังไงกับเว็บเด็กดี
ซูเนโอะ : เป็นศูนย์กลางของสังคมเด็กวัยรุ่นที่ดีจริงๆ หลายเรื่องที่ฝ่ายแนะแนวโรงเรียนไม่สามารถให้ได้เต็มที่ แต่ด้วยความที่เว็บนี้เป็นศูนย์กลางระหว่างเด็กมัธยม และเด็กมหาลัย ทำให้รุ่นพี่สามารถแชร์ประสบการณ์โดยตรงให้กับรุ่นน้องได้
 
พี่ติน : อยากบอกอะไรเพื่อนๆ ในเว็บบ้าง
ซูเนโอะ : ช่วยติดตามผลงานเราด้วย จบ...
 
พี่ติน : งั้นเอาลิงค์ไอดีมาซิ
ซูเนโอะ : http://my.dek-d.com/suneo1999/
 
พี่ติน : ตอนนี้ลงผลงานในไอดีนี่ ได้ข่าวมา เรื่องยังไงอะ
เป็นการ์ตูนติ๊งต๊องที่เขียนไว้ตอนช่วงจบใหม่ๆ เห็นไม่อัพเดท ไม่ได้คิดไม่ออกนะ แต่วาดไม่ทัน เป็นช่วงงานเยอะหนักหน่วง แต่เดี๋ยวว่างเมื่อไรจะลงต่อแน่ ความตั้งใจตอนแรกอยากเขียนเป็นการ์ตูนต่อสู้ปกติ แต่ท่าจะไม่รอด อย่างเราคงเหมาะกับการ์ตูนติ๊งต๊อง ใบ้ไว้ว่าตอนหลังๆ ที่จะลงจะเริ่มออกแนวเสียดสีสังคมนิดๆ http://my.dek-d.com/heejin/story/view.php?id=273810 สนใจอ่านเข้าลิงค์นี้เลยนะ
 

จบลงไปแล้ว กับสาวมาดเท่มาดทำงานของเรา พี่กิ๊ฟ สาวเก่งแรงเกินร้อย ที่พี่ตินหวังว่าเร็วๆ นี้ เราจะได้ร่วมงานกันนะ ^ ^ น้องๆ ที่สนใจเรื่องการวาดรูป ถามกับพี่เค้าได้เลย ไม่หวงวิชาแน่นอน

 
Meet#61 : ซูเนโอะ
Interviewer : อตินเอง

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้ถูกปิดการแสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น