/>

ทางเลือกชีวิตและการฝ่าฟันของ “เมษา” กับความพยายามที่หลายคนไม่เคยเห็น []

วิว

SPOIL

  • เมษาเคยเป็นเน็ตไอดอล แต่งคอสเพลย์ และออดิชั่นค่ายเกาหลี
  • เรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์เพราะชอบวาดรูป และเป็นอาชีพในบั้นปลายชีวิต
  • ความรักของเมษาก็เหมือนดวงดาว แค่มองเห็นก็มีความสุข
  • แฟนคลับคือคนที่ทำให้เมษายอมอดทน

จากวันแรกที่แฟนคลับได้มองเห็นสาวน้อยตัวบางๆ เสียงเล็กๆ เข้ามาสู่แวดวงไอดอล ต้องพบเจอกับอุปสรรคและคำดูถูกสารพัด จนตอนนี้ “เมษา จีนะวิจารณะ” เลือกเดินตามเส้นทางความฝันอีกทาง เธอผ่านเรื่องราวต่างๆ มาได้อย่างไร อะไรเป็นแรงใจให้เธอไปต่อ พร้อมอัพเดทชีวิต ตัวตนจริงๆ ที่หลายคนไม่เคยรู้จัก

“เด็กสาวขี้อาย” มุมที่หลายคนไม่เคยรู้

เมษาเป็นคนขี้อายค่ะ แต่ทำเหมือนไม่อาย คือตอนแรกก็เป็นคนเงียบๆ แต่พออยู่ในวงการ เราอายไม่ได้ ก็พยายามผลักดันตัวเอง ขึ้นมาให้กล้าแสดงออก ซึ่งก็ทำให้เราก็ได้รับคำชม ได้รับความสนใจมากขึ้น เลยดูเหมือนเราเป็นคนมั่นใจ ทั้งที่เราเป็นคนร้องเพลง เสียงเบามาก แต่เราไม่ค่อยมีโอกาสร้องเพลงให้ใครฟังแบบเดี่ยวๆ คนก็เลยไม่รู้

บั้นปลายชีวิตคือศิลปะและการวาดรูป

ตอนนี้เมษาเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ชั้นปีที่ 2 ตอนแรกเข้าไปเพราะชอบวาดรูป เป็นทางที่เราทำได้ดี ก็คิดว่าเข้าไปจะได้ออกแบบบ้าน แต่ว่ามันไม่เหมือนที่คิด เพราะต้องทำผังเมือง พัฒนาชุมชนด้วย ซึ่งมันไม่ใช่สายเราเลย แต่เรียนแล้วสนุก อาจารย์ใจดี บั้นปลายชีวิตก็อยากเป็นสถาปนิกนะ แต่อาจจะทำกราฟิกดีไซน์มากกว่า

เมื่อชีวิตถึงจุดที่ต้องเลือก

เมษาคิดว่าการจับปลาสองมือนี่ยากจริงๆ พอถึงจุดนึงเราก็ต้องเลือก สมมติว่าสอบไฟนอล เราก็ต้องเลือกเรียนก่อน งานก็อาจจะรับบ้างไม่รับบ้าง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าบางทีมันต้องขาดเรียน ต้องเลือกอย่างใดอย่างนึงในช่วงเวลานั้น อย่างเมษาเองเป็นคนที่ ถ้าไม่ลนจริงๆ ก็ทำไม่ได้ จะเป็นคนที่ไม่ทยอยอ่านหนังสือ แต่จะอัดเอา 2-3 วันสุดท้าย ซึ่งมันได้ผลกับเมษา คือเหมือนมีศักยภาพในตัวเองเวลาไฟลนก้นแล้วก็ทำได้ดี แต่จริงๆ ไม่ดีนะคะ ถ้าได้อ่านไปเรื่อยๆ แล้วมาอัดตอนสุดท้ายอีกที ก็น่าจะ 4.00 ไปเลยจ้า แต่ตอนนี้ ก็ 3.2-3.5 อะไรอย่างนี้

ความทะเยอทะยาน ความมุ่งมั่น นี่แหละเส้นทางของเมษา

เมษาคิดว่าตัวเองมีข้อดีคือเป็นคนที่อยากได้อะไรต้องทำให้ได้ พูดแล้วอาจจะดูแปลกๆ คือตอนเด็กๆ แม่บอกว่าเราหน้าเหมือนพี่แพนเค้ก อยากให้เป็นดารา จนเราเริ่มอยากเป็นไปเอง เราก็พยายามผลักดันตัวเอง ถ้าจะเป็นดาราได้ก็ต้องเป็นเน็ตไอดอล เริ่มจากคอสเพลย์ก่อน แล้วก็ไปเจอคนดังๆ ตามงาน เราก็พยายามมองกลยุทธ์ของเน็ตไอดอลว่าเค้าทำยังไง ตอนนั้นมีสายแบ๊ว สายเซ็กซี่ แต่เราไม่เซ็กซี่เท่าเค้า 555 พอมีคนติดตามเท่านี้แล้ว ก็จะพยายามปีนขึ้นไปอีกเรื่อยๆ จนชอบศิลปินเกาหลี ก็ไปเรียนร้องเพลง เต้น บีทบ็อกซ์ ตั้งใจไปออดิชั่น ไปที่แรกคือ JYP แล้วก็ BNK48 ก็ติด เราเลยยังไม่ได้มีประสบการณ์เท่าคนอื่น แต่ถือว่าโชคดีมากๆ หลายคนอาจจะมองว่าไม่รู้จักพอ แต่สำหรับเมษาแล้ว ความสำเร็จมันทำให้เราชื่นใจ

ความพยายามที่หลายคนไม่เคยเห็น

นานมาแล้วเราเป็นคนที่มีความพยายามมากๆ เพราะคิดว่าจะสู้คนอื่นไม่ได้ จนวันนึงเราทำได้ แค่คนอาจไม่มีโอกาสเห็นเท่านั้นเอง แต่เราก็มีความอดทนที่จะไม่ตัดใจง่ายๆ จริงๆ อาจจะมีมากกว่าความพยายามด้วยซ้ำ มันก็เหมือนกับว่าเราชอบคนนึง เราซื้อดอกไม้ให้ วันนึงเค้าบอก พอแล้ว ไม่เอาแล้ว แต่เรายังคงจะทำต่อไปไม่ถอดใจ แค่ความรู้สึกมันอาจไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง การที่เราอยากจะบรรลุความฝันหนึ่งให้ได้ แฟนคลับอยากเห็นเราประสบความเร็จ เราเองอยากให้แฟนคลับมีความสุข แต่เราก็ยังทำไม่ได้สักที เมษารู้สึกว่านี่เป็นแรงกดดัน เป็นสิ่งที่อึดอัดจนรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องทำได้

คนเราไม่มีสิทธิ์ Cyber Bullying ใครก็ได้

ถ้าใครว่าเมษาแบบมีสาระ ติเพื่อก่อ ก็จะอ่านแล้วรับเอาไว้ค่ะ แต่ถ้ามันไร้สาระมากๆ เป็น Cyber Bullying ก็ไม่อ่าน ไม่ดู เรามองว่า คนที่เกลียด ไม่ได้เอาเฟซจริงๆ มาด่าด้วยซ้ำ หรือบางทีถ้ามันไร้สาระมากจริงๆ ก็มีฟีลอยากจะกวนๆ กลับไปเหมือนกัน

พี่อรเคยพูดว่าไม่ต้องไปสนใจ ถ้าใครอยากด่าให้มาด่าตรงหน้าสิ ก่อนที่ใครจะว่าใคร ก็ต้องมองให้กว้างขึ้น เค้าสมควรค่า แก่การเสียเวลามานั่งด่าหรือเปล่า หรือเราควรเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ไปกินข้าว ไปอ่านหนังสือมั้ย คุณไม่ได้มีสิทธิ์จะพูดอะไรก็ได้ ต่อคนสาธารณะขนาดนั้น แล้วมันไม่ได้เกิดผลดีกับทั้งสองฝ่าย อย่าทำเลยดีกว่าค่ะ

ถูกตัดสินเพียงเพราะเห็นจากมุมเดียว มันไม่แฟร์!

เวลาคนมองเราไม่ดี เราต้องกลับมามองตัวเองก่อนว่าเราทำอะไรให้เค้ามองว่าไม่ดี บางทีเค้าก็ไม่ได้เห็นทั้งหมด มันเป็นแค่มุมมองนึงเท่านั้น เหมือนคนเห็นเมษาไปว่าคนนู้นคนนี้ เค้าเห็นแค่ตอนนั้น แต่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร อาจจะฟังดูเหมือนเราไม่สนใจโลก จริงๆ คือเราสนใจ แค่คนที่สนิทกับเรา คนที่รักเรา เพราะเค้ารู้ว่าเราเป็นคนยังไง เค้าตัดสินแบบที่เราเป็น ในขณะที่คนอื่นๆพูดไปเรื่อย เราก็ไม่สนใจ ไม่เอามาใส่ใจ เพราะสุดท้ายเค้าก็ไม่ได้สนับสนุนเราอยู่ดี

เมษาคิดว่าจะตัดสินอะไร เราต้องรู้เหตุผลก่อนว่าเค้าทำอย่างนั้นทำไม เค้าพูดแบบนั้นเพราะอะไร ถ้าแค่มองหน้าก็ไม่ชอบแล้วมันก็ไม่แฟร์นะ เป็นคนหน้าร้ายๆ แล้วก็ไปมองว่าเค้าเป็นคนไม่ดี มันก็ไม่ใช่

ความรักของเมษา ไม่ต้องเข้าใจ แค่อยู่ข้างๆ กันก็พอ

เมษาชอบคนที่มีเวลาให้ ใส่ใจ เนี้ยบๆ หน่อย ชอบแบบนักดนตรีค่ะ แต่ที่ไม่ชอบเลยคือคนที่เราอยากเจอแล้วไม่มา อยากคุยแล้วไม่คุย เมษาเป็นคนขี้เหงา ถ้าเค้าไม่มีเวลาแล้วหายไป เราก็จะรู้สึกว่าไม่เอาแล้ว พอ!

เพราะความรักสำหรับเมษาคือการดูแลใส่ใจกัน ไม่ต้องเข้าใจกันตลอดเวลาก็ได้ แค่อยู่ข้างๆ กันก็โอเคแล้ว ก็คงเป็นเหมือนดวงดาว เราไม่จำเป็นต้องครอบครอง แค่ได้เห็นเค้าอยู่บนนั้นก็พอ

พฤษภาคือความสุขของเมษา

เมษารู้สึกว่าเรายังมีคนที่รอช่วยเหลือตลอดเวลา มีคนที่คอยอยู่ข้างหลังเรา มีพ่อแม่ ครอบครัว มีแฟนคลับหรือก็คือพฤษภานี่แหละค่ะ ที่พอมองเห็นเค้าแล้วเราอยากจะพยายามต่อไป อยากจะอดทนเพื่อให้เค้าไม่เสียใจ เราไม่ได้อยากจะมีความสุขอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าทำอะไรแล้วเค้ามีความสุข เราอดทนบ้างก็ได้

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนนะคะ อย่าหนีไปไหน คอยเป็นพฤษภาที่อยู่ข้างๆ เมษาตลอดไป เมษาสัญญาว่าจะทำให้ทุกคนมีความสุข มีกำลังใจในการทำงาน มีชีวิตต่อไปนะ จะพยายามออกผลงานให้ทุกคนติดตามให้ดีที่สุดค่ะ รักทุกคนค่ะ จุ๊บๆ

THANKS

Model : Mesa Chinavicharana
Interviewer : little-glass
Photographer : Boycanoneos, Naever
Video Editor : Ladygunga
Makeup artist : O_indy
Graphic Designer : O_indy

พี่เมษา Meet#621

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kaew

พี่แก้ว - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ชีวิต 150 เซนฯ ถือคติอกหักเรื่องเล็ก แต่มีแฟนไม่ตรงสเป็กสิเรื่องใหญ่

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Meet #เมษา #ไอดอล #นักร้อง #คนน่ารัก #ธรรมศาสตร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?