/>

หล่อไม่ธรรมดา! “ปอนด์ พลวิชญ์” เมาท์ชีวิตสนุกๆ ของอดีตนักเรียนสิงคโปร์ []

วิว

SPOIL

  • ถูกส่งไปเรียนที่สิงคโปร์คนเดียวตั้งแต่ 10 ขวบ แต่สบายมาก!
  • ชอบการทำกิจกรรมมากๆ เพราะเป็นอีกวิธีในการสร้างเพื่อนใหม่
  • ถูกเรียกแต่ “น้องชายฟรัง” จนมีความมุ่งมั่นจะสร้างชื่อเสียงจนคนเรียกฟรังว่า “พี่สาวปอนด์” ให้ได้!

ถ้าพูดถึงคู่พี่น้องสุดเพอร์เฟ็กต์ในวงการบันเทิง ชื่อของ “พี่ฟรัง-น้องปอนด์” จะหลุดโผไปได้ยังไง ยิ่งในช่วงนี้ที่หนุ่ม “ปอนด์ พลวิชญ์” เริ่มก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว มีผลงานมากมาย เราก็ยิ่งอยากรู้จักเขาให้ดีขึ้น รับประกันได้เลยว่าลูกๆ บ้านนี้น่ะงานดี งานคุณภาพ!

ใช้ชีวิตฉายเดี่ยวในสิงคโปร์ตั้งแต่ 10 ขวบ

สวัสดีครับ ผม “ปอนด์ พลวิชญ์ เกตุประภากร” อายุ 20 ปี เรียนอยู่ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ สาเหตุที่เรียนเร็วเป็นเพราะว่าไปเรียนที่สิงคโปร์มาครับ แล้วที่นู่นเรียนมัธยม 4 ปีได้ O-Level ซึ่งสามารถสอบเทียบวุฒิม.6 เมืองไทยได้เลย จริงๆ ผมไปสิงคโปร์ตั้งแต่ 10 ขวบ เพราะเห็นเพื่อนไปซัมเมอร์แล้วรู้สึกว่ามันเท่ดี อยากไปบ้าง เลยไปขอพ่อ คุยไปคุยมากลายเป็นพ่อให้ผมลาออกแล้วไปสอบที่นู่นเลย

เริ่มต้นจากคะแนน 16 เต็ม 100

จริงๆ พอไปที่นู่น ผมรู้สึกว่าเมืองไทยเรียนยากกว่าอีก เพราะเขาเรียนช้ากว่าด้วยและเด็กไทยเรียนพิเศษเยอะด้วย เลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นหัวกะทิเลยครับ แต่ไม่นานเขาก็ไล่เราทันนะ 555 ส่วนมากที่เรียนไม่ทันจะเป็นภาษาครับ แรกๆ ผมได้คะแนนภาษาจีนแค่ 16 เต็ม 100 เอง อาจารย์ก็ถามว่าถอนมั้ย มันดึงเกรดมากเลยนะ 555 แต่พ่อยืนยันว่าอยากให้เรียน ผมก็ลงเรียนพิเศษเพิ่มเยอะมากจนได้คะแนน 70 กว่าเลย

นักบาสฯ ผู้พาโรงเรียนเข้ารอบลึกสุดในประวัติศาสตร์

ตอนอยู่ที่นั่นผมติดเล่นบาสเก็ตบอลมาก ก่อนไปเรียนก็จะนัดเพื่อนแล้ว “บ่ายสามเลิกเรียนต้องมาเล่นนะ” 555 แล้วคือแดดเปรี้ยงๆ ร้อนมากกก ดำก็ดำแต่จะเล่นให้ได้ เล่นจนได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียนไปแข่งขันระดับประเทศเลยครับ ตอนนั้นได้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ตื่นเต้นมากๆ เพราะโรงเรียนไม่เคยไปถึงจุดนั้นมาก่อน แม้จะผิดหวังที่สุดท้ายตกรอบ แต่ก็รู้สึกภูมิใจมากแล้ว ก็เป็นนักกีฬาถึงม.4 เลยครับ ก่อนจะย้ายกลับมา

เคล็ดลับสร้างเพื่อน คือ “กิจกรรม”

พอมาเข้ามหาวิทยาลัยที่ไทยผมก็เลยเลือกเข้าชมรมบาสฯ ไปเป็นนักกีฬาเลยครับ ทำให้มีเพื่อนเร็วมากๆ ผมว่าการทำกิจกรรมสำคัญมาก ยิ่งปี 1 ควรทำกิจกรรมให้เยอะที่สุด อย่างผมมีอะไรก็ไปหมด เพราะรู้ว่าคนที่จบมัธยมในไทยเขามีกลุ่มเพื่อนของเขา เราก็ต้องพยายามนิดนึง จริงๆ เร็วๆ นี้ผมก็กำลังจะกลับไปเจอเพื่อนหอสมัยเรียนที่สิงคโปร์ เพื่อนก็มีตกใจเรื่องที่เราเป็นดาราบ้าง เขาเห็นใน Netflix ก็ทักมาถามว่านี่ยูใช่มั้ย ถ้าไปเจอโดนแซวแน่นอน 555

ใครๆ ก็เรียกว่า “น้องชายฟรัง”

ผมรู้ว่าพี่สาวเป็นดาราตั้งแต่ตอนอยู่สิงคโปร์ แต่จริงๆ ตอนแรกมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะผมอยู่ที่นู่น ฮอร์โมนส์มันก็ไม่ได้ฮอตขนาดอยู่ไทย เราเลยรู้สึกว่าไม่น่าสนใจเท่าไหร่ แต่พอกลับมาไทยเท่านั้นแหละ ใครๆ ก็เรียกว่า “น้องชายฟรัง” อ้าวเฮ้ย! เรามีชื่อเสียงว่ะ แต่เขาเรียกเราว่าน้องชายฟรังนะ 555 มันไม่ได้ ผมเลยต้องตามเข้าวงการมาแก้ชื่อเสียง ต่อไปคนต้องเรียกฟรังว่าพี่สาวปอนด์บ้างแล้วนะ 555 พูดเล่นนะครับ

ประสบการณ์ทำงานที่เริ่มจาก 0

พอได้มีโอกาสทำงานบ้างก็รู้สึกว่าน่าสนใจ เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ถ้าไม่ได้เข้าวงการจะไม่ได้ลองอะไรแบบนี้ ผมจำได้ตอนเข้าซีนวันแรกเกร็งไปหมด กดดันมากๆ เพราะไม่เคยเจอกล้องมาก่อน ปกติเรียนการแสดงในห้องสีเหลืองๆ ขาวๆ สดใส แต่พอมาของจริงมีกล้อง 3-4 ตัว มีช่างไฟ ผมเล่นไม่ได้เลย ซีนแรกในชีวิตเป็นซีนดราม่าร้องไห้ แต่เราเล่นไม่ออก 3-4 ชั่วโมงก็เล่นไม่ได้ ดีที่พี่ๆ เขาใจเย็นกับเรา ช่วยเรา สุดท้ายมันก็ผ่านไปได้ แต่ใช้เวลานานมาก

การศึกษาคือการเรียนรู้

ถามว่างานที่ทำตอนนี้กระทบการเรียนมั้ย จริงๆ ก็เฉยๆ นะ ยังไหวอยู่ ส่วนมากจะหนักตอนก่อนสอบ อย่างที่ถ่ายรักฉุดใจฯ เป็นช่วงสอบ ผมเลยต้องนั่งอ่านหนังสือคนเดียวในกองระหว่างรอเข้าซีน เรื่องขี้เกียจมันมีอยู่แล้ว จริงๆ ผมไม่ได้ชอบอ่านหนังสือหรือชอบเรียนขนาดนั้น แต่ชอบการเรียนรู้มากกว่า คือถ้าเรารู้สึกว่าอันนี้สามารถเอาไปใช้ในอนาคตได้ เราก็ควรเรียนรู้มันไว้เพื่อเอามาใช้ในชีวิตเรา คิดแบบนั้นจะง่ายกว่า

เรียนสิ่งที่ชอบมีชัยไปกว่าครึ่ง

น้องๆ หลายคนก็น่าจะมีความหวังว่าอยากเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ คณะดีๆ จริงๆ ผมว่าการอ่านหนังสือไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าเรามีเป้าหมาย แต่อย่าลืมเลือกคณะที่เราต้องการจริงๆ และตรงความสนใจของเราด้วย ผมมีเพื่อนหลายคนที่เข้ามาเรียนแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง ยิ่งเรียนยิ่งเบื่อ สุดท้ายก็ต้องซิ่วหรือจบมาทำงานที่ไม่ชอบ ดังนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องสุขภาพและชีวิตจิตใจของเราด้วย เราต้องบาลานซ์ให้ดีครับ

YOU KNOW

  • ไปสิงคโปร์วันแรกๆ สบายมาก แต่น้ำตาตกตอนเห็นแม่จะบินกลับ จนแม่เกือบพากลับบ้าน!
  • พ่ออยากให้ปอนด์ได้ภาษาจีนมาก ถึงขั้นจัดให้อยู่กับรูมเมทคนจีน และส่งไปอยู่ที่จีนคนเดียว 2 เดือนเต็ม
  • เป็นคนชอบลองทำอะไรใหม่ๆ เพราะไม่อยากพลาดโอกาส
  • อายุน้อยที่สุดในคลาสตอนเข้ามหาวิทยาลัย แต่ไม่เป็นปัญหา
  • สมัยเรียนที่สิงคโปร์แอบฮอต ถึงขั้นมีรุ่นน้องมากรี๊ดข้างสนาม วันวาเลนไทน์ก็ได้ทั้งดอกไม้และช็อกโกแลต
  • เป็นคนไม่กลัวผี แต่ถ้าบรรยากาศมืดๆ ก็จะกลัวขึ้นมาเอง
  • ผลงานการแสดงเรื่องแรกคือซีรีส์ Bangkok รักสตอรี่ ตอน ไม่เดียงสา
  • ชอบเล่นคอเมดี้ที่สุด เพราะรู้สึกว่าทำได้ดี แต่อยากลองเล่นบทสุดโต่งอย่างบทของแบงค์ ในรักฉุดใจฯ ดูบ้าง

THANKS

Model : Ponlawit Ketprapakorn (Pond)
Interviewer : h_shhshh
Photographer : Boycanoneos
Video Editor : Ladygunga
Graphic Designer : O_indy

พี่ปอนด์ Meet#637

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kwang

พี่กวาง - ผู้เขียน

พลเมืองบางบัวทอง ผู้ตามทันทุกเทรนด์ฮิต เพราะไถทวิตเตอร์ระหว่างรถติดแยกแคราย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Meet #พี่ปอนด์ Dek-D #ปอนด์ พลวิชญ์ #พลวิชญ์ เกตุประภากร #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย #หนุ่มวิศวะ #หนุ่มจุฬา #ChulaCuteBoy #Nadaobangkok #นาดาวบางกอก #นักแสดง #รักฉุดใจนายฉุกเฉิน #MyAmbulance #นักเรียนนอก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?