โบกมือแรงและกล่าวสวัสดีค่ะทุกคน
ห้ะ อะไรนะ เลิกนกได้เพราะพี่หนูเพียวเหรอ (คุยกับใครอ่ะ) แต่ช่างมันเหอะตอนนี้ใครยังไม่เลิกนก หรืองงว่าพูดเรื่องไรกันก็ลองกลับไปอ่านตอนเก่าของพี่หนูเพียวก่อนนะคะ สำหรับตอนใหม่นี้ขอมาแนวดราม่าสังคมวัยรุ่นที่พี่หนูเพียวเชื่อว่าไม่มีวัยรุ่นคนไหนไม่ผ่านเรื่องนี้ กระตุกต่อมอยากรู้กันยัง? อย่ามัวรอช้ากันดีกว่า มานั่งไทม์แมชชีนกลับไปดูพร้อมพี่หนูเพียวเหมือนเดิมกันเลย
ณ โรงอาหาร
เพื่อน 1 : หนูเพียว ช่วงนี้แกเลิกยุ่งกะพลอยนะ พวกเราแบนมันอยู่
เด็กหญิงหนูเพียว : อ่าวหรอ ทำไมหล่ะ
เพื่อน 1 : ก็ดิวขอดูรายงานที่มันทำหน่อย มันทำเป็นหวงไม่ให้ดูหน่ะสิ
เพื่อน 2 : อือ โคตรแย่ เพื่อนกันไม่น่าทำไรกันขนาดนี้เลยนะ เห็นแก่ตัวเรื่องงาน
เพื่อน 1 : แกก็อย่าไปคุยเลยหนูเพียว มันนิสัยไม่ดี
เด็กหญิงหนูเพียว : …
หลังจากที่เด็กหญิงหนูเพียวและเพื่อนๆ ของเธอเม้าท์มอยที่โรงอาหารกันเสร็จ เด็กหญิงหนูเพียวก็ได้มีโอกาสคุยกับพลอย ฟังๆ พลอยแล้วก็แอบเห็นใจเหมือนกัน
พลอย : ฉันก็แค่ไม่ให้มันลอกรายงาน แต่แกเข้าใจป่ะวะ รายงานมันเป็นงานเดี่ยวจะมาลอกอะไรอ่ะ ฉันเหนื่อยแทบตายกว่าจะทำเสร็จ ฉันมีสิทธิ์จะไม่ให้ลอกป่ะวะ แล้วงี้ก็ไม่รู้ไปพูดไร เพื่อนทั้งห้องไม่คุยกับฉันไปหมด (เริ่มร้องไห้) อาจเป็นเพราะฉันไม่ได้ป๊อป ไม่ได้ร่าเริงเหมือนดิวมั้ง
เด็กหญิงหนูเพียว : เห้ยใจเย็นนะแก
ฟังมาถึงตรงนี้ พี่หนูเพียวว่าเรื่องมันชักจะยังไงๆ แล้วแฮะ
“ เรื่องการโดนแบน ” มันก็เริ่มง่ายๆ จากการที่คนคนนึงถูกหาว่าไม่เหมือนคนอื่น แล้วพอรวมกลุ่มกันตัดคนที่แปลกแยกออกไปจากสังคม มันก็จะครบความหมายของการถูกแบน แต่ถ้าเป้าหมายไม่ได้ต่างอะไรจากเราหรอก แต่เราแค่ไม่ชอบเค้าและอยากให้ทุกคนไม่ชอบเค้าไปด้วย เราก็สร้างเรื่องให้มันผิดซิ แล้วก็ให้ทุกคนชี้นิ้วไปทางนั้น
สิ่งนี้เรียกว่า Social aggression ค่ะ มันคือการทำร้ายคน โดยการพังฐานะทางสังคมของอีกฝ่าย ในกรณีของพลอย คือการทำร้ายจิตใจด้วยการโดนแบนนั่นเอง เรื่องนี้อาจจะเกิดจากเรื่องไม่เป็นเรื่องเหมือนพลอยกับดิว แต่เอาเข้าจริงถ้าซิสเป็นพลอยซิสจะทำยังไงกันดีคะ?
ส่วนใหญ่เท่าที่พี่หนูเพียวจำความได้ ผู้ถูกแบนก็มักจะเดินคอตกไปโรงเรียนอย่างเหงาหงอย และยอมเป็นเหยื่อของสังคมเพราะไม่สามารถสู้กับคนหมู่มากได้ อาจจะบานปลายไปสู่ลักษณะอื่นๆ เช่น เก็บตัว ซึมเศร้า ไม่กล้าคุยกับใคร ซึ่งเรื่องแบบนี้มันส่งผลถึงความสุขในชีวิตของเขาในระยะยาวด้วยนะคะ ในสังคมนี้มีการโดนแบนหลากหลายสาเหตุเยอะแยะไปหมด ทุกเพศ ทุกวัยล้วนต้องมีกันบ้าง แต่ครั้งแรกในชีวิตที่ซิสรู้จักการโดนแบน มันจะมาช่วงวัยรุ่นนี่แหละ เป็นช่วงที่เจ็บสุด ร้ายสุด และโหดสุดๆ ไปเลย เรื่องนิดหน่อยก็เป็นเรื่องใหญ่ได้ จึงไม่แปลกเลยนะคะว่า “การโดนแบน” ในช่วงวัยรุ่นนั่นแหละ มีผลกระทบต่อความรู้สึกสุดแล้ว
ดังนั้นเรื่องการโดนแบน จึงป็นเรื่องสำคัญที่พี่หนูเพียวต้องหยิบยกมาพูดถึง เพื่อให้ซิสทุกคนเข้าใจถึงความเลวร้ายของเรื่องนี้ รวมไปถึงวิธีการจัดการเมื่อโดนแบบขึ้นมาจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดจริงในสังคมวัยรุ่น (รู้ได้ไง ก็พี่หนูเพียวปรึกมาเป็นร้อยแล้วซิส)
เพื่อนสนิทแบนไม่คุยด้วย
สถานการณ์แบบนี้ลองปรึกตัวเองก่อนค่ะ ว่าเห้ยฉันทำอะไรผิด นิสัยฉันไปทำอะไรให้เพื่อนเดือดเนื้อร้อนใจ เอาจริงนะคะซิส ใครที่ไหนจะอยู่ดีๆ มาแบน พี่หนูเพียวอยากจะบอกว่าบางครั้งความสนิทกับเพื่อน อาจจะเผยนิสัยที่เริ่มไม่รักษาน้ำใจ ทำด้วยความเคยชินคิดว่าเพื่อนไม่โกรธ แต่ถ้าคิดแล้วคิดอีกว่าไม่รู้จริงๆ ว่าทำอะไร หรือคิดออกแล้วว่าเพื่อนโกรธอะไร แต่คิดว่าสิ่งที่ซิสทำนั้นถูกต้อง ก็ตรงดิ่งไปปรับความเข้าใจกับเพื่อนๆ แบบตรงๆ ไม่ใส่อารมณ์ พี่หนูเพียวเชื่อว่ามันจะเป็นทางออกของปัญหาว่าแท้จริง ไม่มีเพื่อน กินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว เป็นเศษกลุ่ม เพื่อนทั้งห้องไม่คบ
พี่หนูเพียวขอเกริ่นเลยว่าสถานการณ์ตอนนี้แหละ เริ่มที่จะทำให้โรงเรียนเริ่มไม่น่าอยู่ ไม่อยากมาเจอเพื่อน และเริ่มเป็นบ่อเกิดของการเป็นคนที่ไม่มีความสุขกับชีวิต สำหรับคนที่ถูกแบน พี่หนูเพียวจึงขอฝากไว้ให้คิด ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิด หรือเราทำผิด ง่ายๆ ก็ต้องเคลียร์กับปัญหา ปรับความเข้าใจกับเพื่อนๆ ถ้าตัวเองไม่ได้ผิดจริงๆ พี่หนูเพียวว่าลองไปอยู่กับกลุ่มอื่นสักพัก เพื่อหาสาเหตุจากการโดนแบนจากคนอื่นๆ ซึ่งไม่แน่ซิสอาจจะได้เพื่อนกลุ่มใหม่ที่เข้ากับซิสได้มากกว่าอีกด้วยนะคะ
แล้วถ้าเราดันเจอเพื่อนที่เราอยากจะแบน เราจะทำอย่างไร? เรื่องโดนแบนเป็นเรื่องเล่นๆ นะคะ บางทีมันก็เกิดได้จากเรื่องที่ไม่น่าจะเกิด เช่น ยัยน้ำหน้ามันแผลบแต่ชอบวิ่งเข้ามากอดเพื่อนแล้วเอาหน้ามาถูแก้มเพื่อน ซิสจะทำยังไงกันดีค่ะ ระหว่าง
1. แอบไปนินทาว่า ‘น้องหน้าบ่อน้ำมัน’ แล้วจับกลุ่มล้อเลียน กีดกันเพื่อนไม่ให้เข้ามาใกล้ๆ
2. บอกเขาไปว่าต้องดูแลตัวเองยังไง
ข้อ 1 มันง่ายค่ะซิส แต่ข้อ 2 เนี่ย การจะบอกเค้าว่าเค้าไม่ใช่คนสะอาดมันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ใครจะกล้าพูดง่ายๆ แต่พี่ก็สนับสนุนข้อ 2 นะคะ เพราะซิสจะต้องเหนือคน เหนือชั้น ขิงค่ะหนู ง่ายๆ ไม่มีประโยชน์ เราจะไม่ทำ
น้องอาจจะเริ่มง่ายๆด้วย ‘เธอๆ มันมีโฟมล้างหน้ายี่ห้อนี้ ห๊อม หอม ชั้นลองใช้มาแล้ว ใช้แล้วหน้าไม่มันทั้งวันเลย อยากลองมั้ย’ แล้วถ้ามันเวิร์ค ก็ค่อยเสริมแรงด้วยประโยคดีๆ เช่น ‘น้ำ เธอดูซิ หน้าเธอไม่มันทั้งวันเลย’ หรือไม่ก็ ‘ชั้นว่าสิ่งนี้ทำให้เธอดูดีขึ้นนะ’ พอเราเสริมแรงให้น้องน้ำมั่นใจ และพัฒนาตนเองไปในทางที่ดีขึ้น
ทางแก้มันง่ายมากค่ะ มันก็แค่ อะไรที่ทำแล้วมันไม่มีประโยชน์ ไม่ได้ทำให้เพื่อนหรือเราเป็นคนที่ดีขึ้น อย่าไปทำมันค่ะ
สุดท้าย พี่หนูเพียวก็อยากจะบอกว่า การโดนแบนมันเกิดไม่ได้หรอกถ้ามีคนแค่คนเดียว ซิสเองก็อยู่ในสังคมถ้าไม่เข้าไปร่วมแบนกับเค้า ก็จะไม่มีสาวพลอยที่ไม่มีคนทั้งห้องคุยด้วย การที่เราเลือกจะนิ่งเฉย ตามน้ำ แล้วพูดว่า ‘นี่ไม่ใช่เรื่องของชั้น’ ก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการแบนเพื่อนแล้ว สิ่งที่เราควรทำคือการตั้งสติ หาที่มาที่ไป แล้วฟังเรื่องจากทั้งสองฝ่ายนะคะ ดีไม่ดี พลอยหรือน้ำอาจจะกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของน้องๆ ก็ได้ ถ้าน้องไม่แบนเค้าไปซะก่อน (นี่มันนางเอกชัดๆ ขอลมเป่าผมปลิวแป๊บ)
ขอกล่าวอำลาพร้อมประโยคให้คิดว่า
“ เรื่องโดนแบนนั้นสำคัญ ถ้าหน้ามันต้องดูแล ”
.jpg)
อยากปรึกพี่หนูเพียวเพิ่มเติม ก็เชิญมาที่นี่ได้เลยค่ะซิส คอมเม้นท์ใต้บทความในเด็กดี หรือ ทักพี่มาได้ที่ Facebook Garnier Thailand หรือ Twitter PNooPure ค่ะ
รัก, ขยิบตาพี่หนูเพียว
ครั้งหน้ามาในเรื่องเกรดตก พ่อแม่ด่า เรื่องเศร้าเคล้าเสียงหัวเราะ ที่รับรองตรงใจสุดสำหรับซิสๆ อย่าลืมติดตามกันนะ
4 ความคิดเห็น
โดนเพื่อนแบนก็ซื้อเพื่อนค่ะ ซื้อด้วยความดี ไม่ใช่ด้วยเงิน ใช้ใจลงทุน เราเคยโดนแบนตอน ป.1 แค่เรื่องเล็กๆ ตอนนั้นในห้องจะมี 30 คน เป็นกลุ่มๆ กลุ่มเรามี 7 คน ทุกคนช่วยกันทำเวร แต่มี 1 คนไม่ทำ เราเลยมี-งกัน และเริ่มห่าง จนเพื่อนในกลุ่มก็ชวนกันโกรธ ใส่สีตีไข่เรา และเพื่อนกลุ่มอื่นก็ต้องแบนเราไปด้วย เพราะกลุ่มนี้แบนทั้งๆที่ไม่รู้จักเรา คล้ายๆเล่นการเมืองนะ เสียงส่วนใหญ่ จนเราได้กลุ่มใหม่เป็นกลุ่มผู้ชาย มันจะไม่เหมือนผู้หญิง ใจๆ พอขึ้น ม.4 คราวนี้แหละ แยกห้องใหม่ เพื่อนหายหมด ต้องเริ่มใหม่ เพราะเพื่อนในกลุ่มโดนอยู่ห้องอื่น เราก็เดินไปขออยู่ด้วยเลย เพื่อนก็ให้อยู่ แค่คนเดียวนะ เราเชื่อเสมอว่าความดีจะทำให้ชนะใจเพื่อน คือเราไม่นินทาเพื่อนคนไหนเลย ต่อให้ใครมาด่าให้ฟัง เราก็จะรับฟังและพูดให้สบายใจ เพื่อนประชุมสภากัน ไม่ได้เข้าเรียนแต่กระเป๋าอยู่โรงอาหาร เราคนเดียวแบกกระเป๋าเพื่อนๆ ขึ้นห้องให้ เราไม่ได้มองว่าเราเป็นเบ๊ และทำแบบนี้เพื่อต้องการเข้ากลุ่ม แต่เราคิดว่านี่คือเพื่อนเรา เราต้องช่วยเพื่อน เพื่อนไม่สบายเราหาข้าวหายาให้ เพื่อนร้องไห้มีเราคอยปลอบ เราจะคิดว่าเรื่องของเพื่อนคือเรื่องของเรา ใช้ใจคิด ใช้สมองแก้ เหมือนมันเป็นปัญหาเรา ไม่ได้พูดส่งๆให้จบไป จน ตอน ม.5 จากที่ในห้องเป็นกลุ่มๆ เราคือศูนย์รวมเพื่อนซะงั้น กินข้าว ทุกกลุ่มจะพาเราไปกินหมด จนต้องไปกินพร้อมกันทั้งห้อง ว่างก็มานอน มากินบ้านเรา เป็น 20 คน ทั้งห้องมี 30 คนเหมือนเดิม พ่อแม่เราไม่อยุ่บ้านเป็นเดือนเพราะแม่เรา่เราป่วย ก็ผลัดกันมารับมาส่ง มาอยู่ด้วย มาก็ไปซื้อของ ใช้เงินกันเองมาทำกับข้าว ไม่เคยมาเบียดเบียนกินฟรี ก่อนกินจะให้พ่อกับแม่เรากินก่อน บ้านเรากลายเป็นที่พักใจของเพื่อนๆไปเลย จนตอนนี้มหาลัยเรียนต่างที่ แต่มันก็ยังทำเหมือนเดิม กลับกัน เพื่อน 2 คนที่เคยทำไม่ดีกับเราตอนเราไม่มีเพื่อน คือต่อหน้าคนอื่นเขาสองคนนิสัยดีมาก แต่พอไม่มีคนจะตะคอก จะด่าเรากลับโดนแบนแทน จนจบ ม.6 และเรียนมหาลัย เพราะเขาเก็บภาพที่เขาสร้างไว้ไม่ได้ 2 คนนี้โดนแบนจากเพื่อน ถึงขนาดว่า ไม่มี 2 คนนี้อยู่ในรูป ในเฟรม จบ ม.6 เลย แต่เราก็เป็นคนเดียวที่โทรไปหาเขา แล้วกให้กำลังใจว่าเราก็เคยโดน แต่เขาโดนหนักกว่า เพราการกระทำ เช่น กีฬาสี เพื่อนๆอดนอน แต่ช่วงนี้จะเป็นช่วงแปลงร่างนะ เพราะกีฬาต้องทำสแตน ซ้อมน้อง แต่จะแอดมิชชั่นแล้ว มีคนอยากอ่านหนังสือ ทุกๆคนช่วยกันทำ แต่ 2 คนนี้จะบอกว่าไม่สบาย ไม่ว่าง แต่เพื่อนไปเจอว่า 2 คนนี้เรียนพิเศษ กิจกรรมขายขนม เพื่อนๆช่วยกันทำ เขาแค่ไปยืนเฉยๆ แต่ให้พ่อแม่มาถ่ายรุปเหมือนทำ เอาไปชงพอร์ต และอีกเยอะ ที่ทำให้เขาโดนแบน ประเด็นคือ โดนแล้วไม่ขอโทษ ไม่สำนึกผิด เลยโดนยาว แต่สำหรับเราเพื่อนทุกคนคือคนสำคัญ เรารักหมด ที่เล่านี่ไม่ได้เอาเพื่อนมาขาย แค่ยกตัวอย่างสาเหตุที่ทำให้โดนแบน เราเข้าใจนะ การไม่มีเพื่อนมันทรมาน โดดเดี่ยวมาก โรงเรียนคือที่ที่ไม่อยากเหยีบไป แต่พอมีเพื่อนมีความทรงจำดีๆ โรงเรียนคือที่ที่เราอยากตื่นไปทุกเช้า เป็นความทรงจำที่เราอยากกลับไปเจอซ้ำๆเลยถ้าเป้นเพื่แนกันจริงๆจะโกรธกันได้ไม่นานเดล้วเราจะรักเพื่อนจนมองข้ามข้อเสียของเไปเลย ไม่มีใครดีไปหมดหรอกเนอะ
อะไรวะขายของเฉย
เราก็เคยโดนเพื่อนแบนตอนม.1 เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะเราอยู่เฉยๆเพิ่งหายป่วยได้2เดือนแล้วกลับมาเรียน ทุกคนไม่พูดกับเราเลยรูปห้องก็ไม่มีเรา ไม่นั่งกับเรา วันจบตอยมอ3ก็ไม่มายุ่งกับเราเราน้อยใจนะน้อยใจจนชิน ทุกวันนี้ก็ชินละกับสังคมจอมปลอมเราเป็นคนขวานผ่าซาก ตอนนี้เราอยู่มหาลัยละเพื่อนกลุ่มเดียวกันมานินทากันให้เราฟัง อยู่ดีๆก็ต่างฝ่ายต่างโกดเราหาว่าเราเอาเรื่องที่เขาเล่าให้เราไปเล่าให้คนอื่นฟัง ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนปากโป้งแท้ๆ ลงทะเบียนปีนี้ปี3 ลงทะเบียนกันเองพร้อมแล้วลงเสร็จรีบเฟสมาถามเราว่าเราลงอะไรบ้าง แล้วบอกลงไม่เหมือนกันเราก็ไม่เข้าใจว่าจะถามเราเพื่ออะไร
เขาทำกันอย่างนี้แล้วที่เขาเป็นเพื่อนกันเขาจะจริงใจให้กันไดนานแค่ไหน
แบนไปๆมาๆสุดท้ายเพื่อนจะไม่คบเองล่ะ เหยียดว่าคนอื่นโง่เพราะตัวเองฉลาดและชอบแซะ เพื่อนน่าลำไย