Episode 6: “เกรดไม่ดี แม่ก็งอน ลูกก็นอยด์” มาดูความคิดดีๆ ที่เปลี่ยนมุมมองการเรียน พร้อมวิธีรับมือครอบครัวหลังเกรดออก

โบกมือแรงและกล่าวสวัสดีค่ะทุกคน

     และแล้วเรื่องราวของพี่หนูเพียวก็เดินทางมาถึง Episode 6 โดยเรื่องต่อจากนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญของชีวิตเหมือนกัน มาๆ นั่งไทม์แมชชีนกลับไปดูเรื่องราวของพี่กันเลยดีกว่า

ณ บ้านของเด็กหญิงหนูเพียว

  • แม่ : หนูเพียวเกรดออกยังลูก?
  • เด็กหญิงหนูเพียว : (เลิ่กลั่กๆ แม่รู้ได้ไงว่าเกรดออก) แป๊บนึงนะคะแม่ เดี๋ยวหนูไปหยิบให้ดู
  • แม่ : หนูเพียวลูก ทำไมเลขกับวิทย์ถึงได้เกรดเท่านี้เองล่ะ
  • เด็กหญิงหนูเพียว : หนูไม่เก่ง 2 วิชานี้อ่ะแม่ แต่วิชาภาษาไทยกับสังคมหนูได้เกรดเลย 4 นะ อังกฤษก็ได้ท็อปกลางภาคนะ สวยๆ ไม่งูๆ ปลาๆ นะคะ เนี่ยหนูว่าอนาคคตจะไปทางภาษา หรือสังคมเนี่ยแหละ
  • แม่: หนูเพียวไม่อยากเป็นหมอ วิศวะ ทันตะแพทย์ หรือบัญชีอะไรเหรอลูก
  • เด็กหญิงหนูเพียว : ไม่อ่ะค่ะแม่ หนูเพียวมองอาชีพแอร์โฮสเตสอยู่ หรือแบบจิตวิทยาอะไรประมาณนี้มากกว่า (มีเสียงแม่ถอนหายใจ และบรรยากาศก็เงียบไป


รู้สึกยังไงกันบ้างคะ จี๊ดใจซิสกันหลายคนเลยใช่เปล่า
 

     พี่หนูเพียวเข้าใจเลยว่าเรื่องเรียนกับเรื่องครอบครัวเนี่ยมันเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะมันเป็นตัวชี้วัดอนาคตของซิสได้เลยและยิ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นยิ่งมีผลหนักทางด้านอารมณ์เข้าไปอีก การตัดสินใจต่างๆ มีความสับสน รวมไปถึงอารมณ์เหนื่อย ท้อแท้กับภาวะกดดันที่ไม่รู้จะไปทางไหนดี

     แต่เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งเครียดกันไปใหญ่เลย เดี๋ยวพี่หนูเพียวจะช่วยซิสเอง ความฉลาดเนี่ยถ้าจะพูดถึงแค่ เลขกับวิทยาศาสตร์นั้นมันตกยุคไปแล้ว พี่หนูเพียวอยากให้ซิสรู้จักทฤษฎีหนึ่งของศาสตราจารย์โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner) นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เจ้าของทฤษฎีความหลากหลายทางปัญญา (Theory of Multiple Intelligences) โดยทฤษฎีได้แตกความฉลาดออกมาเป็น 8 ด้าน ตามความถนัดที่ต่างกัน ซึ่งก็ยังมีด้านคลาสสิค พวกเลข และวิทยาศาสตร์ (Logic smart และ Natural smart) ซิสแต่ละคนอาจจะมีหลายด้าน หรือเด่นสุดๆอยู่ด้านเดียวก็เป็นได้ พี่หนูเพียวจะขอแนะนำอันที่น่าสนใจ๊ น่าสนใจ ที่มักจะถูกมองข้ามนะคะ


รูปภาพจาก: http://www.silverspiral.org/images/stories/multipleintelligences.png

  • Body Smart ก็จะเป็นสไตล์นักกีฬา เล่นกีฬาอะไรก็เก่ง เข้าใจเร็ว ร่างกายตอบสนองต่อคำสั่งได้เร็ว แต่จะดีเลิศระดับโอลิมปิกได้ก็ต้องฝึกหนักนะคะ
  • Music Smart ก็จะเป็นคนมีหัวทางดนตรี แบบฟังปุ๊บ แยกเครื่องดนตรีได้เป็นชิ้นๆ หรือเล่นตามได้ทันที เรียนเครื่องดนตรีใหม่ได้ไว หูดี
  • Picture Smart จะคล้ายๆ Music smart แต่จากหูที่ดี กลายเป็นตาที่ดี สามารถเห็นภาพในหัวได้ว่าการขีดออกมาแต่ละเส้นจะออกมาเป็นรูปที่สำเร็จอย่างไร ซึ่งอย่าคิดว่าคนมีความฉลาดทางนี้จะทำได้แค่เป็นจิตรกรนะคะ มันยังมีอาชีพอื่นๆ เช่น สถาปนิก กราฟิกดีไซน์เนอร์ นักออกแบบเกม ทำ CG หนัง และอื่นๆ อีกมากมาย
  • People Smart คือการเข้าใจคนอื่น คนกลุ่มนี้จะมีความสามารถในการสานสัมพันธ์ และเข้าถึงผู้อื่นง่าย พวกอาชีพเกี่ยวกับ งานขาย จะเวิร์คมากสำหรับคนกลุ่มนี้

     ถ้าตอนนี้ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดสร้างแรงกดดันจนรู้สึกท้อ ก็ไม่เป็นไรนะ (ตบไหล่ๆ) ในมุมผู้ใหญ่มันมีแต่ความห่วงใยและความหวังดีทั้งนั้น เพราะความกลัวในวันที่เขาไม่อยู่ ก็คงเป็นห่วงลูกหลานว่าจะเป็นอย่างไร พี่หนูเพียวจึงไม่ได้มีแค่ความคิดดีๆ มอบให้น้องในครั้งนี้ แต่ยังมีการรับมือตอบคำถามยอดฮิตจากผู้ใหญ่ที่พี่หนูเพียวคัดมาแล้วว่าต้องเจอทุกราย

อนาคตเป็น…สิ สบายนะ

     ไม่มีอาชีพไหนในโลกสบายค่ะ แต่มันจะมีอาชีพที่ซิสรัก และสนุกที่จะลำบากไปกับมัน

     เป็นหมอ ก็ต้องเข้าเวรอดหลับอดนอน ผ่าตัด 8 ชั่วโมง เป็นจิตกรก็การันตีไม่ได้หรอกว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียง มีเงินใช้สบายๆ มั๊ย เป็นพนักงานบริษัท ก็ทำงานแทบตายแต่เป็นลูกจ้างเค้า เป็นเจ้าของร้านกาแฟ ต้นทุน กำไรขาดทุน เปิดร้าน 7 โมงเช้า ปิด 2 ทุ่ม มันก็มีมุมที่หนักหนาของมันทั้งนั้นค่ะ

     ซิสควรลองค้นหาตัวเองดูตามแบบทฤษฎีของ การ์ดเนอร์ และดูเกรดตัวเองประกอบว่าเราอยากจะทำอาชีพไหนที่สุด แต่ต้องหาข้อมูลมาด้วยว่าสิ่งที่ซิสจะเป็นเนี่ยมีโอกาสเติบโตได้ขนาดไหน มีส่วนสำคัญในสังคมอะไรบ้าง เพราะทุกอาชีพเป็นน็อตคนละตัวของประเทศนะ เรามีแค่ 2 -3 อาชีพอยู่บนโลกไม่ได้ สังคมมันจะไม่ไปไหนเอาค่ะ

     ตอนเด็กๆ พี่หนูเพียวมีเพื่อนคนหนึ่งอยากเป็นนักวิทยาศาตร์ทางธรณีมาก สิ่งที่เค้าทำเพื่อให้แม่เชื่อว่าทางเลือกนี่คือสิ่งที่ดีคือ การไปนัดสัมภาษณ์กับคนที่ทำงานในสายงานนี้ แล้วพาแม่ไปด้วย โชว์ให้แม่ดูว่านี่ไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ และเป็นสิ่งที่ดีในอนาคต จำไว้ว่า พ่อแม่ทุกคนเป็นห่วงลูกๆเสมอ ถ้าเราแสดงให้ดูได้ว่านี่คือทางเลือกที่ดี และเราสามารถทำมันได้ พ่อแม่ก็น่าจะอ่อนใจลงค่ะ

ทำไมไม่เรียนได้ 4 ทุกตัว

     พบคำถามแบบนี้อย่าไปหวั่นค่ะ ซิสสามารถตอบได้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ถนัด แต่ซิสค่ะ ซิสจะต้องพยายามกับมันที่สุดแล้วจริงๆ คำพูดว่า ‘ไม่ชอบ เลยเรียนไม่เก่ง/เลยไม่อยากตั้งใจ’ อย่างนี้มันขี้เกียจนะคะ พยายามให้เต็มที่แล้วบอกพ่อแม่ไปเลย เช่น ทบทวนบนเรียน ทำการบ้านส่งครบ เรียนพิเศษ ยังไงมันก็ต้องผ่านค่ะ แต่ว่าเกรดมันไม่สวยก็ต้องแจกแจงกับทางบ้านว่า “ไม่มีหัวจริงๆ เรื่องนี้ พยายามเต็มที่แล้ว” แต่คิดในแง่ดีมันก็เป็นการตีวงแคบให้เราเห็นสิ่งที่ตัวเองถนัดจริงๆ มากขึ้น ถ้ารุ่นเทพในการเจรจากับพ่อแม่ ให้ลองขอไปใช้เวลาโฟกัสกับสิ่งที่เก่งจริงๆ เช่น เรียนภาษาที่ 3 เรียนทำอาหาร (แบบจริงจัง) หรือฝึกเขียนโปรแกรม

ทำไมไม่เก่งเหมือนลูกคนโน้น คนนี้

     ปัญหาโลกแตก!! ต่อให้เรียนได้ที่หนึ่งก็มีโอกาสได้ยิน ถ้าพี่หนูเพียวบอกว่านี่คือคำพูดที่ไม่มีทางแก้ ซิสจะโกรธพี่มั้ย? เอาใหม่ค่ะ คิดอย่างนี้ดีกว่า คนเราไม่สามารถเปลี่ยนความคิด หรือป้อนคำพูดที่เราอยากฟังใส่ปากคนทุกคนได้ แต่สิ่งเดียวที่เราจัดการได้คือ ‘ตัวเราเอง’ เราควรจะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะก้าวต่อไปโดยไม่ให้จิตใจเราสึกหรอ คนทุกคนเกิดมานิ้วมือยาวไม่เท่ากันค่ะ เช่นเดียวกับความฉลาด แต่ก็อย่างที่บอก ความฉลาดแบบทฤษฎีของการ์ดเนอร์มีถึง 7 แบบ สิ่งเดียวที่ซิสควรจะรู้คือ ตนเองเป็นใคร และเก่งเรื่องอะไร ตัวเปรียบเทียบที่พ่อแม่บอกเอาไว้เป็นแรงผลักดันเราได้ แต่อย่าเอามาทำให้ตัวเองหมดพลังเด็ดขาดนะคะ

     จบไปแล้วกับคำถามที่ทางบ้านได้ส่งเข้ามานะคะ (เป็นพี่อ้อย พี่ฉอดไปแล้ว) พี่หนูเพียวคิดว่าเรื่องราวครั้งนี้จะช่วยซิสทุกคนไม่ต้องเครียดกับเรื่องเกรดมากเกิดไปและมุ่งมั่นค้นหาความฉลาดตัวเองให้เจอ มีความเพียรเป็นที่ตั้งและพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ไม่ใช่ว่าเททุกอย่างทิ้ง โดดเรียนวิชาที่ไม่ชอบนะคะ เพราะซิสต้องรู้จักความรับผิดชอบด้วย การศึกษามันก็เหมือนตลาดของสดแหละค่ะ มีตัวเลือกให้มากมายให้ซิสไปหยิบไปทำกับข้าว จะผัก จะเนื้อ จะเครื่องปรุง แต่อาหารที่ซิสจะทำออกมา หรือวิธีการทำ มันคือทักษะ ความสามารถ และความถนัดของซิสแต่ละคน ผลลัพธ์มันก็สามารถออกมาเป็นจานที่แตกต่างกัน อาหารจานนั้นคืออนาคตและชีวิตของซิสนะคะ เอาให้มั่นใจว่ามันจะเป็นจานที่อร่อยที่สุด และถูกปรุงประกอบอย่างสุดความสามารถ ซิสคนไหนที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไรกันแน่ ก็ลองชิม ลองดูส่วนประกอบของอาหารต่างๆ นั่งก็คือลองมันไปทุกทั้งวิชาการ และงานอดิเรก พี่หนูเพียวขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนค้นพบตัวเองนะคะ

     แต่ถ้าซิสคนไหนมีปัญหาเรื่องนี้อยู่ ต้องการปรึกกับพี่หนูเพียวส่วนตัว ก็มามาปรึกกันได้เลยที่ช่องทาง GarnierThailand หรือ Twitter PNooPure ขอกล่าวอำลาพร้อมประโยคฮิปๆ ว่า“ รู้อะไรไม่เท่ารู้ตัวเอง แต่รู้สึกเซ็งเรื่องสิวก็ต้องดูแล ”

ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวประชาสัมพันธ์ - Columnist ข่าวประชาสัมพันธ์ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น