พี่หนูเพียวมาแล้วจ้า
วันนี้พี่หนูเพียวจะมาในหัวข้อยอดฮิต ที่ไม่มีใครเคยพูดถึงกัน แล้วมันฮิตตรงไหน? มันฮิตตรงที่ว่ามันเกิดกับทุกคน แต่พวกเราทำเป็นปล่อยมันลอยผ่านไปน่ะซิคะ เรื่องนี้มีชื่อว่า ‘การนินทา’ ขอไทม์แมชชีนมหัศจรรย์ของพี่หนูเพียงวาร์ปด่วนไปเล่าเรื่องสาวแพรวเพื่อนพี่กันดีกว่า
โอม จงวาร์ปปปปปปป
คาบอะไรไม่รู้ รู้แต่ไม่มีเรียน มีเสียงรองเท้านักเรียนกระแทกพื้นไม้มาในสปีดที่รวดเร็ว เป็นการมาของสาวแพรว มันเป็นผู้หญิงที่สวยมากค่ะ แต่ก็ดราม่ามากตามความสวย
- แพรว: หนูเพียวววววว แกอย่าหาว่าชั้นขี้เม้าท์นะ
- บีบี: เสียงงี้ การนินทาต้องบังเกิด
- แพรว: ชั้นไม่ได้นินทานะ ชั้นแค่จะพูดถึง
- หนูเพียว: เรื่องใคร??
- แพรว: ฟ้าใสที่นั่งข้างชั้นคาบอังกฤษ เค้าเม้าท์ว่าชั้นแรดเว้ยแก
- หนูเพียว: ฟ้าใสที่สอนการบ้านแกน่ะเหรอ
- แพรว: ใช่แก ฟ้าใสหาว่าชั้นแรด ไปจีบพี่ต้น ม.5 ชั้นแค่ขึ้นรถกลับบ้านทางเดียวกับเค้าเอง ก็นั่งข้างกันแล้วคุยกันแค่เนียะ
- บีบี(อยากรู้จักบีบี ให้ไปอ่านตอนที่ 9): แกได้ยินฟ้าใสพูดเหรอ
- แพรว: เปล่า สวยมันมาเล่าให้ฟังอีกที ไม่ได้นินทากันนะ ‘พูดถึง’ เฉยๆ
- หนูเพียว/บีบี: อ้าวววว! (เสียงยาวๆ หน้าขมวดคิ้ว และไม่เข้าใจ)
เรื่องนี้ตรรกะของแพรวมันป่วยค่ะ
กิริยาของคำว่า ‘นินทา’ ตามราชบัณฑิตยสถานแล้ว แปลว่า ‘การติเตียนลับหลัง’ ดังนั้น ทั้งแพรวและสวยได้ทำการนินทาฟ้าใสไปเรียบร้อยแล้ว
แม้ว่าเรื่องนินทาเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ เพราะการเม้าท์คนอื่นมันอยู่ใน DNA มนุษย์ยังไงยังงั้น ไม่เชื่อลองดูซิว่าเวลาซิสวิ่งเข้าไปในวงแล้วพูดว่า ‘มีเรื่องเม้าท์ๆ’ มันมีใครวิ่งออกจากวงแล้วเลือกที่จะไม่ฟังบ้าง หลายๆ ครั้งการเม้าท์มันก็เกินจากการคันปาก ทำเอาคนที่ถูกนินทาเสียหายไปหมด ดีไม่ดีแย่กว่าความจริงอีกหลายล้านเท่า แถมมันก็มีอีกด้านหนึ่งของการถูกเม้าท์ค่ะ นอกจากผู้เสียหายคือคนที่ถูกเม้าท์แล้ว อีคนเล่าเอง เราก็ไม่รู้หรอกว่าคนในวงมันจะเม้าท์คนเล่ายังไงบ้าง เค้าจะมองคนเล่าอย่างไรบ้าง เช่น
‘แกว่าแพรวมันขี้นินทาป่ะวะ ฟังไรจากมันให้หารด้วยจำนวนประชากรจีน’
‘อย่าไปพูดอะไรให้แพรวฟังนะ โคตรไม่น่าไว้ใจ’
ดังนั้น พี่หนูเพียวบอกว่าเลยว่าการนินทาเป็นสิ่งไม่ดี แต่ไม่รู้จะห้ามอย่างไร เลิกหลอกตัวเองว่า ชั้นไม่ได้นินทาเค้า ชั้นแค่‘พูดถึง’ กันเถอะนะคะซิสได้ยินคำนี้อีกให้กลับไปดูความหมายตามราชบัณฑิตยสถานใหม่นะคะ
งั้นมาเข้าสู่สาระในวันนี้! เข้าสู่เคล็ดลับเป๊ะ ปังแล้วก็มั่นใจ แถมเป็นนางเอกแสนสวยด้วย พี่หนูเพียวมีวิธีสนุกๆ มาจัดการให้การนินทาใคร ให้หนูๆ ได้มีสติขึ้นแล้วไม่ร้ายแรง มีความเป็นกลาง ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ
เคล็ดลับนี้ง่ายมาก ไม่มีอ้างอิงถึงใคร วิธีพี่หนูเพียวล้วนๆ
ก่อนจะเริ่มพูดทางลบถึงใคร ให้พูดข้อดีของเค้าให้ได้ก่อน 3 ข้อ
พี่หนูเพียวโกหกหนูเหรออ???!!! นี่มันคืออะไร ??!!! แล้วถ้าคนที่หนู เกลี๊ยด เกลียดมัน หาความดีอะไรไม่ได้ล่ะค่ะ
เปล่าเลยค่ะซิส !! แต่วิธีนี้ถ้าลองทำปุ๊บ หนูๆ ทั้งหลายจะไม่ใส่ไข่ค่ะ อารมณ์จะไม่พาไป แล้วก็จะไม่มโนอะไรออกมา แล้วคนเราทุกคนต้องมีข้อดีค่ะ ซิสต้องพยายามหาให้ได้ ถ้าหาไม่ได้ เราต้องมองลึกไปในใจแล้วว่าเรามีหัวใจขุ่นมัวเกินมนุษย์รึเปล่า
-เหตุการณ์ สมมตินะคะ -
- บีบี: ก่อนแกจะเม้าท์ฟ้าใส จงบอกข้อดีของฟ้าใสมา 3 ข้อ
- แพรว: อะไรตอนนี้วะ ….
- หนูเพียว: งั้นไม่ฟัง
- แพรว: โอเค ข้อหนึ่ง เค้าก็เป็นคนมีน้ำใจนะ วันนั้นกระเป๋าตังค์ชั้นหายเค้าออกค่ารถให้ชั้นก่อน ข้อสอง เค้าก็ดูขยัน ทำกิจกรรมทุกอย่างเลย ข้อสาม เค้าสวยแล้วก็เก่งว่ะ แถมใจดีอีกตะหาก คือ ว่าไปแล้วก็ดูนิสัยดี ไม่น่าขี้เม้าท์เลยแก
คำแนะนำของพี่หนูเพียวไม่ทำให้การถูกนินทาหายไปหรอกค่ะ แต่มันทำซิสใจเย็นขึ้น บางทีคนเราก็เม้าท์เพราะความโกรธ ความไม่มีสติ ความได้ยินมาแล้วอยากจะพูดต่อบ้าง ดังนั้น ก่อนนินทาว่าร้ายใคร ให้นึกถึงความดีของเค้าแป๊บนึง… แล้วหายใจเข้าลึกๆ พร้อมถามตัวเองว่า ‘เรายังควรว่าร้ายเค้าอยู่มั้ย’
จำไว้นะคะ ไม่มีใครอยากถูกนินทา ดังนั้น เราก็ไม่ควรนินทาใคร
แต่ถ้าใครมีปัญหาคาใจอยากปรึกต่อ มีปัญหาเฉพาะที่อยากถาม หรือแค่เม้าท์มอยซอยหยวก ก็เชิญมาที่นี่ได้เลยค่ะซิส Facebook GarnierThailand หรือ Twitter PNooPure
ขอกล่าวอำลาพร้อมประโยคคำคมแบบเชิดๆว่า “นินทาคนเสียเพื่อน เสียความเชื่อถือ แต่มีเพียวแอคทีฟในมือ ไม่เสียความหน้าใส” นะคะ ซิสที่รักกกกก
รัก, ขยิบตาพี่หนูเพียว

1 ความคิดเห็น
คนทุกคนต้องโดนนินทาค่ะ ถึงแม้จะไม่เคยนินทาใครก็ตาม