เซย์ฮายนะคะเด็กๆ
พี่หนูเพียวคนดีคนเดิมกลับมาอีกแล้ว ช่วงนี้น้องๆ คงจะเข้าช่วงปิดเทอมแสนสบาย ไม่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน ยืนตากแดดเคารพธงชาติกันแล้ว มีเวลานั่งเล่น นอนเล่นดูซีรีส์เกาหลีกันให้จุใจ ได้ทำอะไรสนุกๆ กันมั้ยค่ะ มาแชร์กันหน่อย ไปต่างจังหวัด ไปเรียนวาดรูป ไปเล่นเรือใบ ไปค่ายสนุกๆ ปิดเทอมฟังดู ดี๊ ดีย์
“เพ้อเจ้อ!!! ก็ต้องเรียนพิเศษทุกวันทั้งวันซิค่ะพี่หนูเพียว ชีวิตเด็กสมัยนี้คิดว่าว่างนักเหรอ”
โอเคค่ะพี่ผ่านมาหลายปีแล้ว ลืม!
วัยเรียนไม่แสนสบาย (ร้องเพลงวนไป)
แต่น้องๆ เคยคิดมั้ยค่ะว่า มันเป็นได้หรือเปล่าที่จะมีคนเรียนรอดในการศึกษาไทยโดยไม่ได้พึ่งพาโรงเรียนพิเศษทุกวิชา?? ยอดมนุษย์พวกนี้มีจริงหรือ ไทม์แมชชีนพี่หนูเพียวจะย้อนเวลาไปเอง
ก่อนสอบเทอม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
- หนูเพียว: ปาล์มมี่แกลงเรียนพิเศษอะไรบ้างตอนปิดเทอม
- ปาล์มมี่: ไม่เรียน
- หนูเพียว: ฮะ!!!
- ปาล์มมี่: ตอนก่อนขึ้น ม.4 ชั้นจำได้ว่าปิดเทอมต้องเรียนพิเศษทั้งวันทุกวันเลย ไม่สนุกเลยแกขึ้น ม.4 มาก็เลยเลิกเรียนพิเศษไปเลย กลางภาคก็ดูดีอยู่นะส่วนปิดเทอมชั้นอยากเอาเวลาไปทำอย่างอื่น หรืออย่างน้อยก็ทำกิจกรรมที่ไม่ได้ทำเวลาเปิดเทอมก็ได้
- หนูเพียว: มันมีอะไรให้ทำตอนปิดเทอมด้วยเหรอ? นอกจากนอนเฉยๆ อืดๆ
- ปาล์มมี่: เนี่ยชั้นจะไปค่ายภาษาอังกฤษ ไปด้วยกันมั้ย แล้วก็ว่าหลังค่ายจะไปทำงานพิเศษ ปิดเทอมหน้าจะลองไปค่ายแนะแนวคณะนั้นนู้นนี้ โอ๊ยยย มีอะไรทำเยอะแยะไปหมด
- หนูเพียว: แล้วแกอ่านหนังสือสอบยังไงวะ ไม่เรียนพิเศษ
แล้วปาล์มมี่ก็สาธยายความสามารถพิเศษในการจัดการเวลาของเธอ รวมทั้งความมีวินัยในการอ่านหนังสือ ซึ่งสรุปได้เป็นข้อๆ ตามนี้
แบ่งเวลาให้เป็น
สูตรปาล์มมี่จะอ่านหนังสือหนักอย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนสอบ (อันนี้ไม่นับการบ้านที่ชีทำเองไม่เคยลอกใครนะคะ ดังนั้นก็เหมือนเธอทบทวนบทเรียนคร่าวๆ ตลอด) อ่านทุกวัน วันละ 2 -3 ชั่วโมง ไม่มีวันไหนที่ข้าม และจะเริ่มอ่านเวลา สองทุ่มถึงห้าทุ่ม ยอมนอนดึกเพิ่มอีก 1 ชั่วโมง และงดชั่วโมงสันทนาการไป 1 ชั่วโมงแค่นั้นเอง
ซิสอาจจะปรับเป็น ทุกวันแต่วันละแค่ชั่วโมง เอาแค่ทวนว่าวันนี้เรียนอะไรไป แล้วชั้นเข้าใจมั้ยก็ได้นะคะ ให้ปรับตามที่ชอบ แต่!!! ต้องมีวินัยยยยยย ขนาดรักษาสิวยังต้องมีวินัยเลย ทานั่นก่อนนี่ บลาๆๆ การศึกษาต้องมีวินัยยิ่งกว่า ท่องไว้ ทำไรห้ามอู้ ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง! ถ้าเป็นคนอู้หนักๆ เรียนพิเศษกี่ 10 คอร์สก็ไม่ช่วยอะไรค่ะ
ร่างกายต้องพร้อมอ่าน
อย่าอ่านตอนที่สภาพตัวเองไม่พร้อม อ่านไปก็จำไม่ได้ ไม่มีสมาธิไม่เข้าหัว เช่น ไปอ่านในร้านอาหารตอนที่คณะญาติของซิสกำลังกินข้าวและร้องคาราโอเกะอย่างเมามัน หรืออ่านหนังสือโต้รุ่งถึงเช้า แล้วน้องก็สัปหงกไปตั้งแต่ตี 2 ถึงเช้า เพราะว่าการอดนอนครั้งนี้จะแทบไม่มีประโยชน์เลย เหนื่อยแถมจำไม่ได้เปล่าๆ เสียเวลาสุดๆ
ต้องให้เข้าใจทุกอย่าง
อาจจะเอาโน้ตเพื่อนที่จดเก่งๆ มาดู และก็ลองโน้ตย่อของตัวเองดูด้วย แต่ที่สำคัญต้องเข้าใจทุกอย่าง อะไรไม่เข้าใจรีบไปหาคนรู้ให้สอนทันที อย่าหลอกตัวเองว่าเราได้ และสิ่งที่ควรทำก่อนสอบคือลองคุยเรื่องที่ทวนมากับเพื่อนว่าเราเข้าใจเหมือนกันมั้ย เพื่อเป็นการเช็คความถูกต้องนะคะ
ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน
ถ้าเป็นวิชาคำนวณ แนะนำเลยว่าให้ทำโจทย์เยอะๆ ทำเสร็จดูเฉลย แล้วทำตะลุยๆๆ ไปเรื่อยๆ แนวมันจะคล้ายๆ กันค่ะ เราจะเริ่มจับทางได้ว่าถามแบบนี้ต้องใช้วิธีไหนคิด มันจะดีขึ้นมาเองจริงๆ อย่าท้อกับสิบยี่สิบข้อแรกนะคะ ปาล์มมี่มันทำเกือบร้อยข้อค่ะเวลาจะสอบ
พี่หนูเพียวเข้าใจ แล้วก็เชื่อว่าให้เลิกเรียนพิเศษไปเลยมันอาจจะไม่ค่อยอุ่นใจต่อน้องๆ ทุกคน แต่ก่อนพี่หนูเพียวก็เรียน พี่ไม่ได้บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ไร้สาระ และไม่มีประโยชน์นะคะ พวกคะแนนท็อปๆ หลายๆ คนก็เรียนกันทั้งนั้น แต่พอพี่หนูเพียวมองย้อนไป ก็แอบคิดว่าทำไมไม่ใช้เวลาวัยนี้ไปกับการเล่นดนตรีกับเพื่อน หรือลองทำงานพิเศษ เราใช้เวลาวัยรุ่นแสนสุขไปกับห้องแอร์ที่มีโต๊ะเลคเชอร์เบียดกันแน่นๆ แล้วจ้องไปที่ทีวีที่มีคนถือปากกาไวท์บอร์ดเขียนอยู่บนกระดาน ง่วงก็ง่วง โดดเรียนก็เคยทำ (ไม่ดีนะคะเด็กๆ) แถมก็ยังสอบมาแค่ผ่านเท่านั้น (ในบางวิชา)การเรียนพิเศษเป็นสิทธิ์ที่ซิสมีสิทธิ์เลือกได้ค่ะ เพียงแค่เราต้องท่องเอาไว้ว่าเราต้องรับผิดชอบตัวเอง ถ้าซิสอยากเอาเวลาไปเล่นกับเพื่อน ซิสก็ต้องตั้งใจทบทวนบนเรียน และพาตัวเองรอดในทุกการสอบเช่นกัน
พี่หนูเพียวหวังค่ะว่าวัยรุ่นวัยซิสจะมีงานอดิเรกกัน เพราะตอนในวัยนั้นพี่หนูเพียวไม่มี (หัวเราะอย่างเขินอาย) อย่างที่บอก เล่นดนตรี เรียนวาดภาพ อ่านหนังสือ ไปค่ายพัฒนาชุมชน ถ่ายรูป หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้ซิสมีเรื่องเล่าในวันหนึ่งๆ มากกว่าเรื่องเรียนพิเศษ ชีวิตเราควรจะมีหลายๆ ด้าน ได้หลายประสบการณ์และได้เรียนรู้ชีวิตไปพร้อมกัน แน่นอนการเรียนคือหน้าที่ที่สำคัญที่สุด แต่เมื่อวันนึงเรามี 24 ชั่วโมง อยู่โรงเรียนไปแล้ว 9 ชั่วโมงแล้วยังต้องต่อด้วยเรียนอีกหรือ? ถ้าเรียนพิเศษจำเป็น เราควรมองย้อนกลับมาที่ตัวเราว่าเราได้เต็มที่ในการเรียนในเวลา 9 ชั่วโมงในรั้วโรงเรียนหรือยัง ทำไมเราต้องเรียนซ้ำอีก?
ไม่เครียดนะคะซิส ไว้ครั้งหน้า เดี๋ยวพี่หนูเพียวมาเปิดโต๊ะถกเถียงเรื่องการศึกษากันดีกว่า รู้ว่าซิสคันปาก อยากจะบอกว่าโลกไม่เป็นธรรม ใจสู้ไว้นะคะ เรื่องแค่นี้สิวๆ ค่ะ ดังนั้น พี่หนูเพียวก็ขอเขย่งขาเดียวหมุนตัวพร้อมทิ้งประโยคสวยๆ ไว้ให้ว่า
เรียนหนังสือต้องขยันทบทวน แต่ถ้าสิวกวนต้อง
การ์นิเย่เพียวแอคทีฟนะคะ
อยากปรึกพี่หนูเพียวเพิ่มเติม ก็เชิญมาที่นี่ได้เลยค่ะซิส Facebook GarnierThailand หรือ Twitter PNooPure พร้อมรอตอบน้องหนูทุกคนค่ะ
รัก, ขยิบตาพี่หนูเพียว


0 ความคิดเห็น