นี่แหละฮาโลวีน! รวมประสบการณ์ลี้ลับจาก 7 คนดัง ที่ฟังแล้วจะอยากเปิดไฟนอน!



 

          กำลังวนมาอีกแล้วจ้า สำหรับวันที่ 31 ตุลาคม หรือ “วันฮาโลวีน” ที่ใครหลายคนแอบสยอง เพราะว่ากันว่าเป็นวันปล่อยผี! (บรื๋ออออ) งานนี้ใครอยู่บ้านคนเดียว ปิดประตู ใส่กลอน จำบทสวดมนต์ไว้ให้แม่น เพราะไม่แน่อาจได้พบเจอเรื่องลี้ลับ เหมือนที่ 7 คนดังเหล่านี้เคยพบเจอ จนเอามาเล่าให้เราฟังกัน...ขอเตือนไว้ก่อนว่า ใจไม่กล้าพอ ห้ามอ่านตอนกลางคืนเด็ดขาด!

 

“ตุลย์ ภากร กับ รอยเท้าปริศนาที่อินเดีย”
#Togetherwithmetheseries #อกหักมารักกับผม #กรน็อค #แม็กซ์ตุลย์

 


 

          “ชีวิตนี้เราไม่เคยคิดว่าเราจะเห็นผี คือตอนที่เจออะครับ มันก็ไม่ได้มาในลักษณะที่ให้เห็น แต่รู้สึกได้ว่าน่ากลัว เป็นตอนที่เราไปไหว้พระที่สังเวชนียสถานในอินเดีย ก็ไหว้เรียงไปตั้งแต่สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และสุดท้ายคือเมืองกุสินารา ซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ทีนี้ตอนกลับโรงแรมหลังจากไหว้เสร็จ เรานอนกับแฟนพี่สาวเรา เป็นเตียงเดี่ยวแยกกัน 2 เตียง เรื่องเกิดขึ้นตอนก่อนนอนช่วงใกล้ๆ จะหลับครับ ผมรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีใครมากระโดดย่ำบนเตียงที่นอนอยู่ เชื่อมั้ยว่าพอลืมตาดู ผมเห็นเป็นรอยเท้าคร่อมตัวผมแบบบุ๋มลงไปบนเตียงเลย! ตอนนั้นผมสะดุ้งสุดตัว หันไปถามแฟนพี่ว่า “เฮ้ยเล่นไรวะ!” แต่เขาหลับแล้ว มีแค่ผมที่ตื่นอยู่ ผมก็รู้สึกว่าไม่ได้ละ กลัวมากๆ เลยลองข่มใจนอนต่ออีกรอบ แต่มันยังไม่จบ เพราะมีเสียงของหล่นดังโครม! เป็นถุงพลาสติกหล่นลงมาเรียงกันเลยครับ ทั้งที่ห้องเราปิดประตูหน้าต่างหมด มีแค่ลมแอร์ ตอนนั้นผมก็แบบไม่ได้ละ ลุกขึ้นมาไหว้พระ สวดมนต์ เปิดไฟนอนเลย ตอนเช้าถึงค่อยเล่าให้ทุกคนฟังว่าเกิดอะไรขึ้น”

          โอ่ย...ไปทำบุญยังอุตส่าห์เจอผี โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม จินตนาการว่าเราเจอผีที่ต่างแดนบ้าง คงต้องเปิด google translation คุยกันแน่ๆ เลย T_T



 

“แม็กซ์ ณัฐพล กับ น้องผีที่มุมเตียง”
#Togetherwithmetheseries #อกหักมารักกับผม #กรน็อค #แม็กซ์ตุลย์
 


 

          “สมัยเรียนผมเช่าคอนโดอยู่กับเพื่อน 8 คนครับ เอาไว้นอนเล่นด้วยกัน เป็นคอนโดตรง...ไม่บอกที่แล้วกันเดี๋ยวจะเสียหาย 555 เรื่องของเรื่องคือวันนั้นเพื่อนคนอื่นนอนในห้องกันแล้วคนมันเยอะมาก ผมเลยออกมานอนข้างนอกกับเพื่อนอีกคนชื่อ “เอิร์ธ” ไอ้เอิร์ธเนี่ยจะเป็นผู้ชายดำๆ อ้วนๆ น่ารักๆ วันนั้นมันก็นอนข้างผม ระหว่างที่นอนอยู่ดีๆ ผมรู้สึกว่าฟูกมันสั่น...สั่น...สั่น....แล้วก็เริ่มขยับตัวไม่ได้ จนรู้สึกว่า “เฮ้ย...ไม่ใช่ละ” เลยลองสวดมนต์ในใจดูแต่ก็ไม่ช่วยอะไร เราก็สวดอีก คราวนี้เปลี่ยนเป็นบทสวดหลวงปู่ทวดเลย แต่ก็ยังไม่ช่วยอะไรอยู่ดี แถมยิ่งสั่นแรงขึ้นกว่าเดิมอีก...

          
ไปๆ มาๆ ผมรู้สึกว่าเอาวะ! อยากเห็นเหมือนกันว่าเป็นยังไง เลยเปิดตาดู แล้วก็เห็นจริงๆ ครับ เป็นเงาเด็กมาดึงฟูกอยู่ตรงมุมเตียงเลย ตอนนั้นผมทั้งเครียดทั้งช็อค กลัวก็กลัวแต่มันเห็นไปแล้วทำอะไรไม่ได้ เลยตัดสินใจหันไปหาไอ้เพื่อนอ้วน หวังว่ามันจะช่วยเรา จำได้ว่าตอนนั้นนอนชิดกันมาก ผมก็ตะโกนใส่หูมันเลยว่า “ไอ้อ้วนๆๆๆๆ!!!” แต่ทำยังไงมันก็ไม่ตื่น ตะโกนจนปากแทบติดหูก็ไม่ตื่น แถมผีก็ไม่ไป ยังดึงๆๆ ฟูกอยู่นั่น ตอนนั้นตัวผมเริ่มขยับได้ไม่มากเหมือนโดนอำ พอดีนึกออกว่าเพื่อนคนนึงที่โดนผีอำบ่อยๆ เคยเล่าว่าเวลาแบบนี้สวดมนต์ยังไงก็ไม่หาย ต้องคิดถึงแม่แล้วจะหลุด ผมเลยลองคิดถึงแม่บ้าง แล้วก็หลุดจริงๆ ครับ! พอตัวเริ่มขยับได้คราวนี้ผมถีบมันเลย หมายถึงถีบไอ้เพื่อนอ้วนนะ 555 ถีบอย่างแรงเลย ทีเดียวมันก็ตื่นมาโวยวายว่า “เฮ้ยอะไรวะๆๆๆ” แล้วเขา (น้องผี) ก็หายไป จริงๆ ผมเจอเยอะสุดๆ เลยครับ แต่ครั้งนี้ผมว่าตลกสุดแล้ว 555

          ฮือ....ตลกตรงไหนเหรอคะน้องแม็กซ์ พี่กวางเจอแบบนี้เข้าไป มีหวังสติกระเจิง เป็นลมคาเตียงไปแล้วแน่นอน T_T



 

“แมวมิวซ์ กับ ปริศนาในโรงหนัง”
#แมวมิวซ์ #Chulacuteboy #ConversationThailand

 


 

          “จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่ครับ หนังใหม่เข้าเยอะแยะ บวกกับเหงาๆ มิวซ์เลยไปดูหนัง ตอนแรกไปดู Star Wars กับพ่อ แต่อยากดูเรื่องนี้ต่อ ซึ่งมันเป็นรอบมิดไนท์ เลยขอดูต่อคนเดียว ตอนนั้นมิวซ์ก็จองที่นั่งแถว D ตรงกลางโรงเลย แอบซื้อเฟรนช์ฟรายของแม็คที่มันลด 50% เข้าไปด้วย เปิดมานี่กลิ่นฟุ้ง เพราะคิดว่าในโรงคงไม่มีใคร 555 แต่พอเข้าไปก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่ในโรงก่อนแล้ว 2 คนตรงหน้าเราพอดีครับ ตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไรนั่งดูหนังไปเรื่อยๆ เค้าก็ดูเป็นคู่รักปกติดี จนหนังจบ มิวซ์ก็ก้มหยิบโทรศัพท์มาดูว่ากี่โมงแล้ว พอก้มปุ๊บเงยหน้าขึ้นมาเตรียมจะเดินออกเท่านั้นแหละ ที่แปลกคือ...ไม่มีสองคนอยู่ข้างหน้าเราแล้ว ตอนนั้นงงเลย เพราะถ้าเขาลุกหรือขยับ เราก็ต้องรู้ใช่ปะ เพราะก้มไปมองโทรศัพท์แค่เสี้ยววิฯ เอง หรือไม่ถ้าเขาลุกก็ต้องเห็นว่าเดินออกไป มิวซ์เลยรีบหันไปดูข้างหลังเผื่อจะเห็นว่าเขาเดินอยู่ ซึ่งก็ไม่มี...ไม่มีใครในโรงเลย ทีนี้เราเลยรีบเดินออกไปบ้างเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าเขาอยู่หน้าโรงรึเปล่า แต่ก็ไม่มีใครเลยอีก...ตอนลงลิฟต์ก็ไม่มีคน ลงมาชั้นล่างสุดก็ยังไม่มีใคร....จนทุกวันนี้มิวซ์ยังคิดอยู่ว่า...เขาอาจจะเดินเร็วมากก็ได้....

          โถ...แมวมิวซ์ มองโลกในแง่ดีอะไรเบอร์นั้นลูกกก!



 

“ปลาย ภัสณิชา กับ ค่ายยุวกาชาดสุดหลอน”
#Makeitrighttheseries #MakeitrightSS2 #สงครามไฮสคูล

 


 

          “คือเรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนมัธยมปลายอยู่โรงเรียนหญิงล้วนใช่ไหมคะ แล้วก็มีจัดเข้าค่ายค้างคืนในโรงเรียนกันเหมือนค่ายยุวกาชาดอะไรแบบนี้ ทีนี้ช่วงกลางวัน ตอนนั้นเล่นฐานอยู่ แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งเขาเดินชนศาลแล้วทำตุ๊กตาในศาลหล่นจนหัวหลุดออกมา แถมยังเดินข้ามเพราะมองไม่เห็นด้วย เรื่องนี้ตอนแรกก็ไม่มีอะไร ก็เล่นฐานกันไปปกติจนมาถึงตอนเย็นที่หอประชุม ซึ่งมีกิจกรรมรอบกองไฟตอนกลางคืนแล้วก็ร้องเพลงนู่นนี่นั่นก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน จังหวะแยกย้ายเข้านอนนี่แหละ อยู่ดีๆ เพื่อนคนนี้ก็รู้สึกอะไรบางอย่าง...คือต้องเล่าก่อนว่าหอประชุมโรงเรียนปลายจะมีหน้าต่างเยอะๆ เหมือนโบสถ์ พอมองจากหน้าต่างจะเห็นตึกเรียน ซึ่งคืนนั้นอยู่ดีๆ ไฟบนตึกเรียนก็เปิดอยู่ห้องนึง เป็นห้องบนชั้น 5 แล้วไม่ได้ไฟเปิดแค่อย่างเดียว แต่พอมองไป เพื่อนปลายเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งห้อยขาอยู่ และเขาก็ไม่มีหัวด้วย! ตอนนั้นเพื่อนคนนั้นก็ช็อกไปเลยแป๊บนึง แล้วสะกิดเพื่อนคนอื่นให้ดู ทุกคนก็เห็นเหมือนกันหมด ปลายหันไปดูด้วยยังช็อก แล้วตรงที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ เป็นหน้าห้องที่พวกปลายเก็บกระเป๋ากัน แล้วต้องขึ้นไปเอาของเพื่อจะลงมานอน แต่พอเจอแบบนี้เข้าไปเลยไม่มีใครกล้าขึ้นไปเอาของในห้องนั้นเลยค่ะ T_T

          เป็นพี่กวาง พี่กวางก็จะไม่ขึ้นไปเอาเด็ดขาดค่ะ T__T ว่าแต่คืนนั้นน้องปลายกับเพื่อนๆ นอนกันได้ยังไงเนี่ยยยย



 

“โจ กวินพัฒน์ กับ สิ่งที่ตามผมมา...”
#Makeitrighttheseries #MakeitrightSS2 #kavinkvp
 


 

          “ถ้าจะถามถึงเรื่องหลอนๆ ที่ผมเคยเจอ ก็จะนึกถึงเรื่องนี้ครับ คือเมื่อประมาณ 4-5 เดือนก่อน ผมได้มีโอกาสไปทำบุญไหว้พระกับเพื่อนๆ ที่ประเทศเมียนมาร์ หลังจากนั้นก็ปกติครับ ไม่มีอะไร เราก็ไปเที่ยวเล่นกันธรรมดาก่อนจะกลับมาที่ประเทศไทย แต่ต้องบอกก่อนว่าช่วงนั้นเนี่ย ผมค่อนข้างจะนั่งสมาธิบ่อย แล้วพอมาอยู่ไทยก็เหมือนเดิมครับ คือยังคงนั่งสมาธิอยู่ จนมาคืนนึงที่บ้านผม คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับ เลยนอนกรรมฐานหรือนอนสมาธิไปเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกว่ากึ่งหลับกึ่งตื่น คือเป็นฟีลที่ยังรู้สึกตัวแต่ไม่แน่ใจว่าหลับอยู่รึเปล่า ภาพที่จำได้ตอนนั้นคือรู้ตัวหมด เห็นบรรยากาศในห้องนอน แล้วก็เห็นตัวเองนอนอยู่ แต่ที่แปลกคือตรงประตูห้องนอนครับ มันมีเงาประหลาดปรากฏอยู่ เป็นเงาดำใหญ่ ดำทั้งตัว ไม่มีหน้า สูงเกือบชนขอบประตู ผมก็...เอาไงดีวะ ก็เลยทำสมาธิต่อ พยายามคิดว่าไม่มีอะไร ทำสมาธิเดี๋ยวก็หลับไป แต่พอจิตเรายิ่งนิ่งขึ้น เราก็ยิ่งสามารถสัมผัสได้ถึง “เขา” ที่อยู่ในห้องนั้น คราวนี้ผมเลยพลิกตัวนอนตะแคงเพื่อหลบ ก็รู้สึกได้ว่าเตียงมันยุบลงไป และรู้สึกวูบๆ ที่หลังเหมือนมีใครมาอยู่ใกล้ๆ เลยตกใจตื่นขึ้นมาหยิบโทรศัพท์ เพราะต้องการโทรหาใครซักคนไม่ให้เรารู้สึกอยู่คนเดียวอะครับ ตอนนั้นพอดีโทรติดผู้จัดการของผมเอง คือพี่ปาตี้ ก็เลยเล่าให้เขาฟังแล้วให้เขาถือสายเป็นเพื่อนหน่อยเพราะนอนไม่หลับแล้ว ตอนเช้ามาปุ๊บก็ไปตักบาตรทำบุญกับคุณพ่อเลยครับ ก็กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เค้าไป...

          
หลังจากนั้น 2-3 วัน ผมมีโอกาสเจอผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่รู้จัก เป็นคนที่มีสัมผัสพิเศษครับ ผมเลยถามว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคืออะไร ผมแค่คิดไปเองหรือมันเป็นเรื่องจริง เขาก็บอกว่าเนี่ยหนูไปทำบุญที่พม่ามาไม่ใช่เหรอ ทั้งที่เขาไม่รู้ และไม่ได้ฟอลโลว์ผมขนาดที่จะรู้ว่าผมไปเที่ยวไหน แต่เหมือนเขาสามารถ sense ได้อะครับ ว่าผมไปเที่ยวพม่ามา ซึ่ง “สิ่งนั้น” ก็ตามมาจากที่นั่นแหละ เป็นนักรบสมัยกรุงเก่าที่รอเรามานานแล้วเพื่อจะมาขอส่วนบุญ เลยตามผมกลับมาที่ประเทศไทยด้วย ผมเลยถามว่าเขาไปแล้วใช่มั้ย ซึ่งก็ใช่ครับ เพราะทำบุญอุทิศให้ไปแล้ว เขาก็ไปแล้ว ตอนนี้เลยไม่มีอะไรแล้วครับ”

          เอาจริงๆ อยากได้บุญมาขอกันดีๆ ก็ได้ โผล่มาแบบนี้ตกใจหมดเด้อออ T_T



 

มาร์ค จิรันธนิน กับ ประสบการณ์สยองที่เชียงใหม่
#มาร์คมีน #มาร์คเป็นลูกชิ้น #TUsexyboy #ConversationThailand
 


 

          “ก่อนเล่าก็ขอบอกก่อนเลยนะครับว่าผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเองไม่มีแต่งเติมใดๆ เหตุการณ์เกิดตอนไปเชียงใหม่กับที่บ้านครับ ตอนนั้นไปพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ตัวรีสอร์ตจะเป็นไม้ซะส่วนใหญ่ แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงใกล้สอบด้วย หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน ผมก็กลับรีสอร์ตมาอาบน้ำทำอะไรให้เรียบร้อยแล้วอ่านหนังสือ ทริปนั้นผมนอนกับพี่ซึ่งเป็นคนละห้องกับพ่อแม่ แต่พี่หลับไปตั้งแต่กลับห้องแล้ว ส่วนผมอ่านหนังสือถึงประมาณตีสี่ก็ปิดไฟนอน พอหลับตาสักพัก ผมเริ่มมีอาการแบบที่คนเรียกว่า “ผีอำ” (เป็นอาการที่รู้สึกตัวทุกอย่าง ตื่นอยู่แต่ร่างกายขยับไม่ได้ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่าเกิดจากความเพลียหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สมองตื่นแต่ร่างกายยังไม่ตื่น) ตอนแรกผมก็เฉยๆ นะ เพราะเคยเป็นบ้าง แต่นอนไปสักพักผมได้ยินเสียงผู้หญิงพูดแต่จำไม่ได้ว่าพูดอะไร เพราะพูดเร็วและยาวมากโดยที่ร่างกายยังขยับไม่ได้อยู่ ตอนนั้นผมก็คิดว่า “เอาแล้ว...โดนแล้ว...” ก็เลยลองสวดมนต์ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ช่วยอะไร ผมก็พยายามขยับตัวจนร่างกายสะดุ้งขึ้นมาแล้วเปิดไฟ จนพี่ตื่นแล้วถามว่าเป็นอะไร ผมก็บอกไม่ได้เป็นไรแล้วปิดไฟนอนต่อ นอนไปสักพักยังไม่ทันจะหลับ ก็ได้ยินเสียงของตกดังมากข้างๆ เตียงอีก...เหมือนเป็นเสียงกระป๋องอะไรสักอย่าง ผมเลยลุกขึ้นเปิดไฟดู ปรากฏว่าไม่มีอะไร คราวนี้ผมตัดสินใจนอนเปิดไฟเลย แล้วคืนนั้นก็โดนอำอีกหลายรอบมากจนคิดว่า “ช่างแม่ง! ไม่สนใจละ จะนอน!” 5555 วันนั้นกว่าจะหลับได้ก็เกือบเช้าครับ ตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังหรอกนะ เพราะกลัวคนอื่นจะคิดมากกัน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ประหลาดดี และผมก็มั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองและมีสติครบถ้วนด้วยแน่นอนครับ”

          บอกตามตรง นอกจากประทับใจที่น้องมาร์คกล้าเดินไปเปิดไฟหลังจากได้ยินเสียงกระป๋องตกแล้ว ยังนับถือที่ไปเที่ยวแต่ลุกขึ้นมาอ่านหนังสือถึงตีสี่ด้วย อื้อหือ ขยันอะไรเบอร์นั้น!



 

“บอส กับ รอยเท้าเปื้อนโคลน”
#บอสยิ้มทำลายล้าง #ช้างเผือกอยู่ในป่า

 


 

          “ก็คือมีอยู่วันนึงครับ เป็นวันที่ฝนตกแล้วบอสออกไปกินข้าวกับน้อง พอกลับมาเห็นว่ามีรอยเท้าคนเดินผ่านหน้าห้อง แต่ยังไม่ได้คิดอะไร แค่คิดว่าคงเป็นใครที่อยู่ห้องอื่นเดินผ่านเลยเปียกเป็นรอยเปื้อน คล้ายๆ ขี้โคลนครับ ทีนี้วันต่อมาก็ฝนตกอีก บอสก็ออกไปกินข้าวกับน้องอีก แต่กลับมาคราวนี้เจอเป็นรอยเท้าที่ไม่ได้ใส่รองเท้า และเป็นรอยกีบม้า ไม่ใช่เท้าคน ตอนนั้นบอสก็ตกใจ แต่ขอเท้าความว่า ก่อนจะมีเรื่องรอยเท้านี้ แม่ของบอสเพิ่งซื้อเตียงไม้มาให้จากจังหวัดแพร่ เอามาไว้ในห้องบอสครับ ซึ่งตอนซื้อมาก็นอนปกติ ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น จนมาเจอเรื่องรอยเท้านี่แหละ ตอนแรกทุกคนก็คิดว่าเป็นโจรรึเปล่า เพราะรอยเท้ามันไม่ได้ผ่านหน้าห้อง แต่เดินเข้ามาทางห้องบอส เลยไปขอดูกล้องวงจรปิด ปรากฏว่าไม่มีใครที่เดินถอดรองเท้าเข้ามาทางห้องบอสเลย ทำให้รู้ว่า...ไม่ใช่โจรแล้วแหละ...เลยมานั่งคิดสาเหตุกันครับว่าอยู่คอนโดนี้มาตั้งนานไม่เคยเจอ แล้วทำไมอยู่ดีๆ มีเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ ทุกคนเลยเพ่งเล็งไปที่ “เตียงไม้” หลังจากนั้นแม่ก็เอาน้ำมนต์มาพรมเตียงให้ รอยเท้านั้นก็หายไป เลยมั่นใจว่าต้องมาจากอะไรที่อยู่ในเตียงแน่นอน สุดท้ายเลยเอาไปถวายให้วัดครับ”



          นี่แหละจ้ะ เรื่องราวสยองปนลี้ลับของเหล่าคนดัง ที่พี่กวางไปแอบกระซิบถามให้มา น้องๆ คิดว่าเรื่องของใครน่ากลัวสุด หรืออยากจะพุ่งตัวเข้าไปปลอบขวัญใครที่สุด (รู้นะ) คอมเมนต์ไว้ได้เลย หรือใครมีเรื่องเด็ดๆ สยองๆ อะไรอยากเล่าบ้าง ก็เล่ามาได้ พี่กวางเตรียมบทสวดมนต์พร้อมแล้ว จะนั่งอ่านของทุกคนเลย!





 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด