เมาท์มอยอีกแล้วจ้า! ไม่มีไรคือช่วงนี้พี่ซาร่าพอมีเวลา ก็เลยตีตั๋วไปดูหนังเรื่อง Murder on the Orient Express มา ดูแล้วเป็นยังไง เดี๋ยววววววว จะเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นขอแปะตัวอย่างหนังให้ยลก่อน ตามธรรมเนียม ป้าบ!
ก่อนอื่นขอแปะตัวอย่างหนังให้ยลก่อน ตามธรรมเนียม ป้าบ!
เรื่องย่อๆ ของ Murder on the Orient Express มีอยู่ว่า...แอร์กูล ปัวโรต์ นักสืบมือหนึ่งของโลก (เป็นคนที่เนี้ยบสุดๆ กินไข่สองฟองยังต้องเท่ากัน) กำลังอยู่ในช่วงพักผ่อนระหว่างเดินทางข้ามประเทศด้วยรถไฟสาย Orient Express สุดหรู แต่แล้ววันพักผ่อนก็เปลี่ยนไป เมื่อรถไฟถูกหิมะถล่มใส่จนตกรางไม่พอ ยังเกิดเหตุฆาตกรรมปริศนาขึ้นไปอีกกก ซึ่งแน่นอนว่าฆาตกรย่อมหนีไปไหนไม่ได้ ยังติดอยู่บนรถไฟขบวนนี้นี่แหละ ได้เวลานักสืบมือหนึ่งออกโรง! #ลาก่อนวันหยุดของปัวโรต์
อยากบอกว่า ครั้งแรกที่เห็นเทรลเลอร์เรื่องนี้ พี่ซาร่าตื่นเต้นมากกกก กาหัวไว้เลยว่าต้องดูให้ได้ เพราะเทรลเลอร์น่าดูสุดๆ พล็อตก็ปัง นักแสดงก็ดัง แถมยังสร้างจากนิยายดังอันดับ 1 ของอกาธา คริสตีอีก (นักเขียนแนวสืบสวนสอบสวนที่ดังมากๆๆๆๆ) ที่สำคัญคือโปรดักชั่นก็ดูแพง ดูอลัง เล่นซะพี่ซาร่าตั้งความหวังไว้สูงสุดๆ ไปเลย แต่พอไปดูเข้าจริงๆ แล้วมัน...เอ่อ....เดี๋ยวจะสาธยายให้ฟัง
1. เริ่มเรื่องได้น่าสนใจ ด้วยการเล่าถึงตัวละครนำ แอร์กูล ปัวโรต์ ว่าเป็น perfectionist แค่ไหน และเก่งยังไง ด้วยการทำคดีเล็กๆ โชว์ก่อน 1 คดี ซึ่งเอาจริงๆ พี่ซาร่าคิดว่ามันยังไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไร แถมยังเดาง่ายไป แต่เข้าใจว่านี่เป็นแค่คดี sample จิ๊บๆ เบๆ เท่านั้น เดี๋ยวก่อนนน...รอคดีใหญ่บนรถไฟก่อน ต้องมีแตกแตนแน่นอน
2. แต่กว่าจะขึ้นรถไฟได้ ก็ต้องเจอมหกรรมแนะนำตัวละครอันยิ่งใหญ่ (เพราะว่าในขบวนนี้มีคนเป็นสิบๆ เลยที่จะเป็นผู้ต้องสงสัย) จุดนี้บอกเลยว่าพี่ซาร่าเริ่มเบลอๆ แล้วว่าใครเป็นใคร ด้วยความที่ตัวละครเยอะมากกก และนักแสดงก็ดังๆ แทบทั้งนั้น ทีมเขียนบทเลยพยายามกระจายซีนให้ทุกคนถ้วนหน้า แต่กลายเป็นว่า ฮือออ งงงวย จำเรื่องราวของใครแทบไม่ได้เลย ซึ่งไม่เป็นไร คิดในใจว่าเดี๋ยวดูไปเรื่อยๆ เราจะจำได้เอง
2. แต่กว่าจะขึ้นรถไฟได้ ก็ต้องเจอมหกรรมแนะนำตัวละครอันยิ่งใหญ่ (เพราะว่าในขบวนนี้มีคนเป็นสิบๆ เลยที่จะเป็นผู้ต้องสงสัย) จุดนี้บอกเลยว่าพี่ซาร่าเริ่มเบลอๆ แล้วว่าใครเป็นใคร ด้วยความที่ตัวละครเยอะมากกก และนักแสดงก็ดังๆ แทบทั้งนั้น ทีมเขียนบทเลยพยายามกระจายซีนให้ทุกคนถ้วนหน้า แต่กลายเป็นว่า ฮือออ งงงวย จำเรื่องราวของใครแทบไม่ได้เลย ซึ่งไม่เป็นไร คิดในใจว่าเดี๋ยวดูไปเรื่อยๆ เราจะจำได้เอง
3. ขึ้นรถไฟแล้วก็งึมๆ งำๆ เรื่องราวเริ่มดำเนินอย่างเข้มข้น บทพูดมาเต็ม...เต็มจนตามไม่ทัน พูดอะไรกัน งงงวยอีกครั้ง (T_T) เข้าใจว่าเป็นเพราะทุกคนซ่อนความจริงบางอย่างไว้ แต่มันไม่ค่อยสมูทเท่าไหร่เลยในความคิดพี่ซาร่า เพราะกลายเป็นว่าเหมือนมานั่งฟังนักแสดงพูดต่อบทกัน แต่ดูแล้วมัน...ไม่ค่อย enjoy เอาซะเลย //หลับไป 1 วูบ
4. ระหว่างไขคดี มันช่างมีปริศนามากมาย ถามว่าสนุกมั้ย มันสนุกนะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ค่อยชวนให้ลุ้นเท่าไหร่ เหมือนทุกตัวละครขนเอาคำพูดและการกระทำที่งงๆ งวยๆ มาประชันกัน ตอนดูพี่ซาร่าก็จะรู้สึกว่า อ๋อ...คนนี้น่าสงสัย...คนนี้ด้วย...คนนี้ก็ด้วย...แต่ไม่ได้มีความลุ้น หรือชอบตัวไหน เกลียดตัวไหนเป็นพิเศษเลย ทำให้ขาดรสชาติในการเชียร์ กลายเป็นว่านั่งดูไปเรื่อยๆ แค่นั้นเอง //หลับอีก 1 วูบ
4. ระหว่างไขคดี มันช่างมีปริศนามากมาย ถามว่าสนุกมั้ย มันสนุกนะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ค่อยชวนให้ลุ้นเท่าไหร่ เหมือนทุกตัวละครขนเอาคำพูดและการกระทำที่งงๆ งวยๆ มาประชันกัน ตอนดูพี่ซาร่าก็จะรู้สึกว่า อ๋อ...คนนี้น่าสงสัย...คนนี้ด้วย...คนนี้ก็ด้วย...แต่ไม่ได้มีความลุ้น หรือชอบตัวไหน เกลียดตัวไหนเป็นพิเศษเลย ทำให้ขาดรสชาติในการเชียร์ กลายเป็นว่านั่งดูไปเรื่อยๆ แค่นั้นเอง //หลับอีก 1 วูบ
5. สุดท้ายช่วงเฉลย บอกตามตรงว่าหักมุมได้ว้าวพอสมควรเลย! (สมแล้ววที่เป็นนิยายดัง) แต่น่าเสียดายที่ซีนเฉลยค่อนข้างนิ่งๆ ไม่ได้หวือหวาเท่าไรนัก พูดอีกทีคือเรื่องนี้เหมือนใช้ตัวละคร แอร์กูล ปัวโรต์ แบกหนังไว้คนเดียว ซึ่งนักแสดงทำได้ดีมากกกกเลยแหละ แต่มันก็หนักเกินไปสำหรับการแบกคนเดียวจริงๆ //หลับอีกครึ่งวูบ
6. แม้จะหลับไปหลายวูบก็ตาม ก็มีสิ่งที่พี่ซาร่าชอบมากๆๆๆๆ ในหนังเรื่องนี้นะ นั่นคือ โปรดักชั่นที่สวยมากกกก วิวอลังมากกกกกก ดูแล้วอยากไปนั่งด้วยเลย ทั้งรถไฟที่คลาสสิก ชวนให้อยากลองขึ้นดูสักครั้ง (มันมีจริงไหมนะ?) และเสื้อผ้าหน้าผมตัวละครที่เป๊ะสุดๆ ของสุดๆ ดูเพลินมากกกกกก ใครชอบเสพงานอาร์ตก็ไปดูได้เลย มีความเพลินตา
6. แม้จะหลับไปหลายวูบก็ตาม ก็มีสิ่งที่พี่ซาร่าชอบมากๆๆๆๆ ในหนังเรื่องนี้นะ นั่นคือ โปรดักชั่นที่สวยมากกกก วิวอลังมากกกกกก ดูแล้วอยากไปนั่งด้วยเลย ทั้งรถไฟที่คลาสสิก ชวนให้อยากลองขึ้นดูสักครั้ง (มันมีจริงไหมนะ?) และเสื้อผ้าหน้าผมตัวละครที่เป๊ะสุดๆ ของสุดๆ ดูเพลินมากกกกกก ใครชอบเสพงานอาร์ตก็ไปดูได้เลย มีความเพลินตา
7. อีกอย่างที่ต้องชื่นชมคือ เป็นหนังที่ใช้นักแสดงคุณภาพได้อีก ขนมาทั้งจอห์นนี่ เดปป์, เพเนโลเป้ ครูซ, จูดี้ เดนซ์, มิเชล ไฟเฟอร์ และอีกมากมายเต็มขบวนรถ ดังนั้นเรื่องการแสดงไม่ต้องห่วงเลยจ้า แม้บทจะงงๆ แค่ไหน แต่นักแสดงมีเสน่ห์และเอาอยู่จริง ดูได้แบบเพลินเลย
สรุป! พี่ซาร่าขอให้คะแนน 6/10 กับหนัง Murder on the Orient Express แล้วกัน เกือบสอบตกเพราะบทมีความขาดๆ เกินๆ และไม่ค่อยตื่นเต้นเร้าใจเท่าที่เทรลเลอร์ตัดออกมา แต่โปรดักชันอะไรต่างๆ ก็เพลินตา พอให้โฟกัสไปที่ความสวยงามได้ น้องๆ ล่ะ ดูแล้วคิดยังไงกัน สิ่งที่พี่ซาร่าไม่ชอบ น้องๆ อาจจะชอบก็ได้ มาบอกความรู้สึกกันหน่อยสิ
สรุป! พี่ซาร่าขอให้คะแนน 6/10 กับหนัง Murder on the Orient Express แล้วกัน เกือบสอบตกเพราะบทมีความขาดๆ เกินๆ และไม่ค่อยตื่นเต้นเร้าใจเท่าที่เทรลเลอร์ตัดออกมา แต่โปรดักชันอะไรต่างๆ ก็เพลินตา พอให้โฟกัสไปที่ความสวยงามได้ น้องๆ ล่ะ ดูแล้วคิดยังไงกัน สิ่งที่พี่ซาร่าไม่ชอบ น้องๆ อาจจะชอบก็ได้ มาบอกความรู้สึกกันหน่อยสิ






1 ความคิดเห็น
555 เราเป็นแฟนนิยาย ตอนนั่งดูยิ้มไม่หุบเลย ตื่นเต้นมาก แถมไปดูแบบไม่ได้รู้จักนักแสดง บอกตรงๆงง ใครเล่นเป็นใคร ตอนดูตัวอย่างมัวแต่กรี๊ด 555 แยกออกแค่ท่านปัวเท่านั้น แต่ไม่มีปัญหาดูไปสักพักก็พอจับได้ เรื่องบรรยากาศบอกตรงๆ นึกว่าดูแฮรี่ บรรยากาศสวยจริง เรื่องตอนจบคนอ่านนิยายเห็นว่าแรกๆมีการบิดๆจากหนังสือนิดหน่อย แต่ยังไงก็ชอบอยู่ดี เรื่องบทพูดเยอะเราชอบนะเพราะมันไม่น่าเบื่อตื่นเต้นตลอด บทพูดเยอะกับหนังแนวนี้มันของคู่กัน แต่เพื่อนที่ไปด้วยกรนดังมาก เกลียดดดดด 5555
ขำเพื่อนกรน 5555+