|
ผ่านไปแล้วนะคะสำหรับคอนเสิร์ตยักษ์กลางแจ้งสุดมันส์ส่งท้ายปี "สิงห์ เทสต์ ออฟ มิวสิค พรีเซ้นส์ ลินคิน พาร์ค ไลฟ์ อิน แบงค็อค มีนิทท์ ทู มิดไนท์ เวิลด์ ทัวร์"ที่งานนี้สาวกลินคินพาร์คได้มันส์กันสุดๆพากันร่วมกระโดดจนพื้นสะเทือนเลยทีเดียวล่ะค่ะ
ย้อนหลังเมื่อ 3 ปีที่แล้ว พวกเขาเคยสร้างความประทับใจเอาไว้ให้สาวก ชาวไทย ในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ ลินคิน ปาร์ค ไลฟ์ อิน แบงคอค ณ ลานแอคทีฟสแควร์ บัตรคอนเสิร์ตในครั้งนั้น จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว หลายคนต้องผิดหวังที่พลาดชม การแสดง คนดูกว่า 4 หมื่นคน ร่วมปลดปล่อยความมันส์กัน อย่างสุดขีดกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของหนึ่งในวงร็อค ที่ดีที่สุดของโลก ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนั้นจบลงด้วยความสะใจ ทั้งผู้เล่นและผู้ชม

คอนเสิร์ตหยุดโลกร้อนของ 6 หนุ่ม ลินคิน พาร์ค ในครั้งนี้นับได้ว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียวเพราะครั้งนี้มีการนำสุดยอดเครื่องเสียงและจอแอลอีดีขนาดยักษ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาติดตั้งเพื่อให้กระหึ่มลานแอคทีฟ สแควร์ พร้อมติดตั้งระบบแสง สี เสียงอย่างอลังการ งานนี้คนบันเทิงยังคงให้ความสนใจแห่มาดูกันเพียบเหมือนเคย อาทิ เสก โลโซ, แด๊ก บิ๊กแอส, เจมส์-เรืองศักดิ์, ท็อป-พิพัฒน์, ออดี้, ปู แบล็คเฮด ฯลฯ
เปิดตัวคอนเสิร์ตด้วยวงสายเลือดไทย ที่มีทั้งวงไทยแท้และผสมหลายเชื้อชาติอย่างวง Futonวงอิเล็คโทรชื่อดัง และวงร็อกเลือดไทยขวัญใจชาวเรโทรเรียนอย่าง Retrospect วง Slot Machine และส่งท้ายด้วยวงนูเมทอลชื่อดังของไทย Ebola ที่ผูกขาดเป็นวงเปิดให้ลินคิน พาร์คตั้งแต่คอนเสิร์ตครั้งที่แล้ว งานนี้ทุกวงขนเพลงมาร่วมโชว์วงละเกือบ 10 เพลงเล่นเอาแฟนๆลินคินพาร์คเหงื่อตกกันตั้งแต่เย็นเลยทีเดียว
จนกระทั่งเวลา3 ทุ่มครึ่ง 6 หนุ่มลินคินพาร์คก็ปรากฏตัวบนเวทีเรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาสาวกจนกระหึ่มไปทั่ว โดยพวกเขาเปิดตัวด้วยเพลง Lying From You และ Somewhere I Belong ที่งานนี้รู้สึกได้จริงๆว่าพื้นสะเทือนเมื่อทั้งลานพร้อมใจกันร้องและกระโดดเป็นจังหวะ
ก่อนจะถึงเพลง No More Sorrow ที่หนุ่มไมค์เรียกให้ทุกคนปรบมือเป็นจังหวะพร้อมเสียงกลองซึ่งงานนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากทุกคนเป็นอย่างดี และ ต่อด้วยเพลงทั้งในอัลบั้มใหม่และเก่าอย่าง Papercut ,Points Of Authority , Wake, Given Up, Don't Stay เพลงนี้ก็ไม่ได้อยู่นิ่งกับที่ ทุกคนพร้อมใจกระโดดตั้งแต่อินโทรงเพลงขึ้นเลยทีเดียว
ต่อด้วยเพลง From The Inside เพลงนี้เชสเตอร์แผดเสียงร้องได้สะใจสุดๆ ก่อนจะเรียกเสียงเฮจากสาวกได้ทั้งลาน ต่อด้วย Leave Out All The Rest และเพลง Pushing Me Away และ Breaking The Habit 2 เพลงนี้เรียกได้ว่าฟังเพราะไม่ต่างจากในอัลบั้มโดยหนุ่มไมค์ออกมาโซโลเปียโนโดยมีเชสเตอร์โชว์เสียงร้องได้เพราะสุดๆ

ก่อนจะต่อด้วยเพลง Shadow of The Day เพลงนี้ก็ไพเราะมากเช่นกันเมื่อเสียงร้องของเชสเตอร์ยังคงหนักแน่นสื่ออารมณ์ในเพลงจังหวะเบาๆนี้ได้อย่างรื่นหู ไม่มีเสียงเหนื่อยหอบให้รำคาญ พร้อมกันนั้นไลน์กีต้าร์ที่คลอเบาๆกับเสียงกลองก็ส่งให้เพลงนี้ชวนขนลุกจนกลับบ้านแล้วต้องขอเปิดฟังอีกรอบ

หลังจากที่พักเหนื่อยกับเพลงจังหวะเบาๆแล้วพวกเขาก็เรียกให้แฟนๆโดดจนตัวโยนอีกครั้งกับเพลง Crawling จากนั้นก็ถึงเพลงที่ส่งให้ลินคินพาร์คดังกันสุดๆอย่าง In The End ที่งานนี้ไมค์เรียกให้ทุกคนช่วยกันร้องตามในท่อนของเชสเตอร์ แต่แร๊พเพอร์มากความสามารถอย่างนายไมค์ต้องแอบอมยิ้มออกมาเมื่อทุกคนพร้อมใจร้องกันทั้งเพลงซึ่งรวมถึงท่อนแร๊พของนายไมค์ด้วย จนเจ้าตัวคว้าขาไมค์ยื่นให้คนด้านล่างช่วยกันร้อง ก่อนจะส่งท้ายแต่ไม่ท้ายสุดด้วยเพลง Bleed It Out เพลงเอกจากอัลบั้มล่าสุดก่อนจะลาแฟนๆเข้าหลังเวที

และแบบเดิมงานนี้สาวกลินคินพาร์คไม่ยอมถอยทัพกลับง่ายๆขอยืนหยัดตะโกนเรียกทั้ง 6 หนุ่มให้ออกมาหน้าเวทีอีกครั้งเพราะเพลงดังอย่าง What I've Done ที่สื่อถึงการรณรงค์หยุดโลกร้อนในครั้งนี้จะไม่มาร้องให้ฟังได้ยังไง พวกเขาจึงเดินกลับออกมาหน้าเวทีอีกครั้งพร้อมเพลง What I've Done ก่อนจะทิ้งท้ายส่งแฟนๆกลับบ้านด้วยเพลง Faint
คอนเสิร์ตใหญ่ยักษ์เต็มรูปแบบครั้งนี้ของลินคินพาร์คเรียกความประทับใจไปได้เต็มๆเพราะไม่เพียงแค่แสง สี เสียงที่แสนจะอลังการแล้ว ยังรวมถึงฉากหลังกับจอแอลอีดีขนาดยักษ์ที่เป็นภาพพื้นหลังที่คอยสับเปลี่ยนฉาก และแสง สี ตลอดเวลาสามารถ สร้างความตื่นตาคื่นใจให้ผู้มาชมคอนเสิร์ตได้ไม่น้อย งานนี้สาวกลินคินพาร์คทั้งไทยและเทศที่แห่มาออกกำลังกระโดดกันสุดตัวจนเหงื่อท่วมได้มันส์คุ้มค่าบัตรกันเลยทีเดียว เชื่อว่างานนี้คงมันส์ถูกใจคอร็อกเป็นการส่งท้ายปีจริง ๆค่ะ

พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข่าวและภาพประกอบจากผู้จัดการออนไลน์ค่ะ
|
5 ความคิดเห็น
ยังมันมะหายเลยแฮะ คอนเสิร์ตเนี้ย
ชอบมากเลยวงนี้ สุดยอด