"ง่วงแล้วขับ" จำคุก "ศรราม" ปีครึ่ง!!

 

     เป็นอันสิ้นสุดแล้ว สำหรับคดีของพระเอกชื่อดัง ''หนุ่ม'' ศรราม เทพพิทักษ์ ที่ขับรถชนคนขายของเก่าเสียชีวิต เมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (11 ธ.ค.) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา ตามที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา  9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องหนุ่ม -ศรราม เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับความเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 291 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522  ตามฟ้องโจทก์ เมื่อวันที่  8 พ.ย.  50

     โดยระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่  20 มิ.ย. 50 เวลากลางคืน จำเลยขับรถยนต์ ยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิลยู สีดำ หมายเลขทะเบียน ศธ  5881 กรุงเทพมหานคร มาตามถนนเสนานิคมด้านสี่แยกวังหิน มุ่งหน้าแยกเกษตร-นวมินทร์ ด้วยความเร็วสูงโดยปราศจากความระมัดระวังมาถึงบริเวณทางออกสินธานีคอนโด แขวงลาดพร้าว กทม.ซึ่งเป็นที่ชุมชน เป็นเหตุให้รถพุ่งชน นางพิศเพลิน ตะโกมา หรือ โกมา อาชีพรับซื้อของเก่า ขณะยืนอยู่บนทางเท้าอย่างแรงเป็นเหตุให้นางพิศเพลินถึงแก่ความตายนอกจากนี้รถยนต์ยังพุ่งชนตู้โทรศัพท์สาธารณะ และต้นไม้ข้างทางได้รับความเสียหายด้วย 

     ต่อมาจำเลยเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย และให้การรับสารภาพ พร้อมทั้งยินยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่นายให้กับญาติจำนวน  5 แสนบาท นอกจากนี้ยังช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการอุปสมบทสามีของผู้ตายและสร้างพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก  30 นิ้ว สลักชื่อผู้ตายไว้ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารด้วย 

     เมื่อศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและรายงานตามฟ้องโจทก์เห็นว่าจำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 เป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษจำคุก  3 ปีปรับ  2 0,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพและยังชดใช้ค่าตู้โทรศัพท์สาธารณะ ให้แก่บริษัททรูคอร์เปอเรชั่น ค่าต้นไม้ของกทม. รวมทั้งชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ญาติผู้ตายจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก  1 ปี  6 เดือน ปรับ  10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ไว้ 2 ปี และให้จำเลยบำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา  48 ชม. รวมทั้งให้มารายงานตัว  4 ครั้งภาย ในระยะเวลา  1 ปี 

     สำหรับการเดินทางมาศาลครั้งนี้ของศรราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเอกหนุ่มได้เดินทางมาพร้อมกับคุณแม่มยุรี และมนัส นาครักษ์ ทนายความ  โดยหนุ่มเป็นผู้จูงมือมารดาเข้าสู่ศาลและไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหลังจากการพิพากษาจบลง  พระเอกหนุ่มก็ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การมาครั้งนี้ตนไม่ได้ทำใจก่อนมา แต่ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดแล้ว โดยมาตามการนัดหมายของศาล และมาให้ปากคำตามกำหนดทุกครั้ง แม้แต่คุณแม่มยุรีและคุณพ่อชุมพร ก็ต้องให้ปากคำกับพนักงานคุมประพฤติเพื่อสืบเสาะประวัติของตนด้วย ในส่วนของผู้ตายนั้นก็จะทำบุญไปให้และระลึกถึงตลอดเวลา ซึ่งผลของคำพิพากษาที่ออกมานั้นถือว่าเป็นที่น่าพอใจ 
       

     ''เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นสิ่งเตือนใจ สำหรับตัวเราในการขับรถ หรือว่า การใช้ชีวิตของเราให้มีความระมัดระวังมากขึ้น และสบายใจมากขึ้น เมื่อทราบว่าทุกอย่างได้จบสิ้นลงแล้ว ไม่ติดใจอะไรอีก ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิต ก็ไม่ติดใจเล่นกัน เพราะได้ใช้ค่าเสียหายไปแล้ว จนเป็นที่พอใจ ผมเลยรอที่จะบำเพ็ญประโยชน์ และจะต้องติดต่อกับพนักงานคุมประพฤติต่อไป'' ศรรามกล่าว 

     ด้าน มนัส นาครักษ์ ทนายความของพระเอกหนุ่ม  ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ศาลพิพากษาจำคุกเนื่องจากจำเลยมีความผิดจริง แต่ให้รอการลงโทษไว้ เนื่องจากได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ญาติผู้ตายจนเป็นที่พอใจจนฝ่ายญาติและไม่ติดใจเอาความในทางแพ่งอีกด้วย อย่างไรก็ตามคดีนี้พนักงานคุมประพฤติได้ให้พระเอกหนุ่มบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการ ช่วยงานกรมราชทัณฑ์ และรณรงค์โครงการ ''ง่วงไม่ขับ'' รวมทั้งช่วยเลี้ยงเด็กที่บ้านนนทภูมิ จ.นนทบุรีด้วย แต่ยังไม่ทราบกำหนดที่แน่นอน ยังไงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

     พี่เหมี่ยวเห็นข่าวนี้แล้วก็คงต้องฝากเตือนไปยัง น้องๆเด็กดีและคนใกล้ชิดของน้องๆทุกคนด้วยนะคะ อุบัติเหตุประเภท “เมาแล้วขับ” หรือ “ง่วงแล้วขับ” เกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง ผลพวงที่ตามมาคือความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ยังไงก็ช่วยกันดูแลคนใกล้ชิดด้วยนะคะ ถือซะว่าเป็นการช่วยกันดูแลสังคมอีกทางนึงแล้วกันนะคะ...

 

 

พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข่าวและภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์สยามดาราค่ะ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น