ความคิดเห็นด้านการตลาด เวอร์ชัน 1 (ปลาทองบิน)

อ่านความเห็นของคุณ ++Wadoiji++ แล้วทำให้ผมนึกได้ คือที่เทมส์พูดว่าการตลาดนั้นสำคัญถึง 25% นี่ ผมขอตึงนึดนึงนะ กลัวคนอื่นๆจะเข้าใจผิดนะครับ ผมเคยอ่านหนังสือของ Donald Maass ซึ่งเขาเป็นทั้งนักประพันธ์และเจ้าของสำนักพิมพ์ใหญ่ในอเมริกาสำนักพิมพ์ หนึ่ง ทั้งยังอยู่ในวงการนี้มาหลายสิบปีแล้วด้วย ซึ่งจากการวิจัย (อย่างจริงๆจังๆ) และประสบการณ์ของเขา เขาค้นพบว่า รูปเล่ม การตลาด และการประชาสัมพันธ์นั้นมีความสำคัญแทบไม่ถึง 1% ของนิยายเรื่องหนึ่งๆเลย ก่อนคนอ่านจะซื้อโดยส่วนใหญ่เขาจะดูเนื้อใน ซึ่งไม่สำคัญว่าเนื้อนอกจะดีแค่ไหน ถ้าเนื้อในมันแย่จริงๆ เขาก็ไม่ซื้อหรอก และการประชาสัมพันธ์ ถ้าได้จริงๆ มันก็แค่ในช่วงแรกๆ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ปากต่อปาก ถ้าหนังสือนั้นดีจริง คนอ่านก็จะบอกต่อเพื่อนๆ และจากเพื่อนๆก็ขยายกลุ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าการตลาดใดๆในโลก แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าหนังสือไม่ดี ต่อให้หน้าปกสวยงาม การประชาสัมพันธ์เป็นเลิศ คนอ่านเขาอ่านดูก็รู้ครับ (ดูได้ง่ายๆจากหนังฟอร์มใหญ่หลายเรื่องที่ดูท่าจะดี แต่กลับออกมาห่ วย มันก็เจ๊งซะทุกราย และนี่เป็นหนังนะครับ คนดูหลงกลไม่ยากหลอก เพราะแค่ซื้อตัวแล้วไปนั่งแค่ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นหนังสือ จุดเหล่านี้จะสำคัญขึ้นเป็นทวีคูณ)

ผมยกตัวอย่างเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าไม่มีการประชาสัมพันธ์เลย แถมตอนแรกๆยังถูกปฏิเสธมากจากหลายสำนักพิมพ์อีกด้วย แต่ดูซิ จากความสนุกที่ทำให้หนังสือขายหมดตลาดได้ในเวลาไม่ถึงเดือนในเมืองเล็กๆแรกๆ ที่วางขาย ขยายมาจนถึงประเทศทั้งประเทศ และในตอนนี้ก็โด่งดังไปทั่วโลก พวกคุณคิดว่ามันเป็นเพราะอะไรละ?

Maass บอกผมอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากก็คือ “งานเขียนเป็นสิ่งที่ดวลกันด้วยฝีมือจริงของนักเขียน”

ซึ่งต่อจากปากต่อปากที่เป็นปัจจัยหลักแล้ว ต่อๆมาก็เป็นชื่อของนักเขียนที่เป็นการประชาสัมธ์ตัวหนังสือชั้นเยี่ยม ซึ่งตรงนี้ ถ้าคุณเป็นมือใหม่ โอกาสที่จะได้เข้ามาในวงการนี้ก็เรียกได้ว่าแทบเป็นศูนย์เลยละ นอกเสียจากว่า คุณจะแน่จริง (ซึ่งที่เทมส์บอกว่ายากแล้ว ผมต่อไปอีกว่ากว่าจะเป็นอัศวินได้นั้น มันยากเพิ่มไปอีกเป็นสิบๆร้อยๆเท่ากว่าที่เทมส์บอกเลยละ)

งานเขียนเป็นงานที่ผู้เขียนต้องทุ่มเททั้งชีวิตและวิญญาณลงไปกับมัน อย่างที่ Chen ได้บอกไปว่า ถ้าคุณเขียนเพียงเพื่อชื่อเสีย หรือเงิน ผมขอท้าได้เลยว่าโอกาสที่งานของคุณจะขายได้นั้นแทบที่จะเป็นศูนย์ (ถ้างานเขียนของคุณเป็นนิยาย ไม่ใช่พวกเรื่อง gossip ต่างๆที่ออกมาตามกระแส)

นักมายากลมีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งบอกกับผมว่า ทุกๆครั้งเวลาที่เขาขึ้นไปแสดงบนเวทีนั้น เขาจะเห็นคนชมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเขาก็รักผู้ชมทุกคน ไม่เหมือนนักแสดงบางคนที่เห็นคนชมเป็นเพียงแค่ไอ้ซื่ อบื้ อ ออกมาวี๊ดว๊าย หรือเป็นแค่เม็ดเงิน... ซึ่งคำพูดของเขา (ผมจำชื่อท่านผู้นั้นไม่ได้) ก็กลายเป็นคติประจำใจของผมไปเลย เพราะผมถือคนอ่านเป็นสิ่งสำคัญ และรักที่จะถ่ายทอดสิ่งดีๆ รวมถึงความบันเทิงไปให้กับผู้อ่านทุกคน


ก่อนหน้านี้ผมเคยตัดสินใจอยู่ว่าอยากเดินเส้นทางวงการภาพยนตร์ หรือว่าเกมดี แต่กลับพลิกผันกลายมาเป็นนิยายที่ผมแทบไม่เคยคาดคิดมาก่อน หนึ่งในเหตุผลหลักเลยก็คือว่า สิ่งบันเทิงอื่นๆนี่มีปัจจัยทางการเงินมาเกี่ยวข้องมาก ซึ่งสิ่งที่จะมาตัดสินผลงานของคุณนั้นก็คือว่า งานของคุณจะทำเงินหรือเปล่า แต่งานเขียนนี่สิ ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะผู้อ่านทั่วทั้งโลกต่างหากที่จะเป็นคนตันสินผลงานของคุณ!

ไม่มีพลังอะไรสำคัญไปกว่าพลังปวงชน


คราวนี้มาถึงประเด็นในเด็กดีเลยนะครับ ผมค่อนข้างชอบประเด็นที่เทมส์พูดในด้านการประชาสัมพันธ์งานของตัวเองนะ แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าที่เทมส์เขามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะ  งานเขียนของเขานั้นเจ๋งจริง

คุณลองเทียบกับเรื่องที่มีคนเข้ามามาก โหวตคะแนนเยอะๆ แต่ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องของคุณ เป็นเพราะความสัมพันธ์กับนักเขียนคนอื่น เขามาคุยเล่นบ้างละ เข้าไปเพราะโดนชวนบ้างละ หรือเพื่อนๆที่เข้ามาเล่นๆบ้างละ... ผมถามเถอะว่าคุณภูมิใจไหม?

นักเขียนในอดีตนั้นไม่มีเวปพวกนี้เป็นปัจจัย (นักเขียนจำนวนมากในโลกปัจจุบันก็เช่นกัน) อินเตอร์เนทนั้นแน่นอน มันเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม แต่อย่าทำให้มันมาเป็นสิ่งบันทอน เป็นกิเลสในใจที่ทำให้คุณทุ่มเทกับงานของคุณไม่ได้เท่าที่ควรนะครับ

ไหนๆก็พูดมาซะยาว ผมขอพูดอีกประเด็นเลยก็ละกัน เรื่องของ พรสวรรค์ หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นเหมือนสิ่งที่พระเจ้าประทานมา แต่ผมว่ามันไม่ใช่หรอก พรสวรรค์ คือ การที่เรามีความสนใจ คลั่งไคล้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนเราอยากทุ่มเทชีวิตให้กับการฝึกฝนจนมีฝีมือในด้านนั้นๆ โดยไม่ย่อท้อ เป็นเวลานับปี จนถึงตลอดชั่วชีวิต
ตัวผมนั้นคลุกคลีกับงานศิลปะมาก่อน และนักวาดเก่งๆที่ผมรู้จักทุกคนนั้นล้วนบอกเป็นคำเดียวกันว่า ไม่มีทางลัดอื่นใดในงานศิลปะ (ทั้งดนตรี กีฬา งานวาด และงานเขียน) นอกจาก ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน

Robert Mckee (นักเขียนบทหนังสุดยอดคนหนึ่งของโลก) ยังบอกผมอีกคำหนึ่งที่ทำให้ผมทึ่งไปกับศาสตร์ด้านงานเขียนนี้ เขาบอกว่า ศิลป์ในด้านการเขียน ไม่เหมือนกับศิลป์แขนงอื่น เช่นว่า ดนตรี ก็ต้องศึกษาภาษาดนตรีจนถ่องแท้ งานวาดก็ต้องฝึกทักษะด้านต่างๆมาจนชำนาญก่อน ซึ่งเป็นศิลป์ที่ต้องเริ่มมาจากข้างนอก แต่ว่า งานเขียนนี้มันเป็นสิ่งที่มาจากข้างใน ใครๆก็สามารถเขียนได้ ส่วนเรื่องภาษานี่เป็นปมรองที่ใครๆก็ฝึกฝนได้

เวลาเขียนงาน สิ่งที่เราเผชิญคือการสัมผัสกับจิตใจของมนุษย์ จิตนึกคิดต่างๆ เช่นว่าทำอย่างไรเราถึงจะทำให้เขาตื้นตันใจ ตื่นเต้น โศกเศร้าเสียใจ รักซาบซึ่ง และความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งผมถือว่ามันเป็นศาสตร์ชั้นสูงสุดเลยทีเดียว มันเป็นสิ่งที่มาจากประสบการณ์ ความรู้ จินตนาการ ความเข้าใจทั้งในตัวคุณเอง และของเพื่อนมนุษย์... มันเป็นการศึกษาอันไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด และเป็นสิ่งที่ทำให้ผมหลงใหล จนรู้สึกอยากทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตของผมลงไปกับศาสตร์ด้านนี้


แล้วสุดท้ายนี้ ผมขอเตือนเพื่อนๆทุกคนในสิ่งเดียวกับที่เทมส์กล่าวไว้ “อย่าเห็นแต่เฉพาะเหตุการณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จแล้วเท่านั้น เพราะกว่าที่พวกเขาจะมาจุดนั้นๆได้ เขาก็ฝ่าฟันมาจนเลือดตากระเซ็นเหมือนๆกันหมด”

Source :: ความคิดเห็นของปลาทองบินในเรื่องการตลาด โดย ปลาทองบิน [writer]
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

9 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
faiiz<3jaejoong Member 22 มี.ค. 49 15:58 น. 3
ชอบมากๆเลยค่ะ ^ ^
นั่นสิเนอะ ถ้าแบบ คนอ่านที่เค้ามาแสดงความคิดเห็นนั้นไม่ได้มีความต้องการจากใจจริง
เราเองก็คงไม่ภูมิใจมากสักเท่าไหร่

แต่ถึงยังไงในสังคมอินเตอร์เน็ต
เราว่า โดยมากแล้ว เค้าก็ดูจากจำนวนคนที่เคยเข้าแล้วค่อยเข้าตามกันนะคะ :)
0
กำลังโหลด
เด็กคนหนึ่ง 28 มี.ค. 49 15:35 น. 4
ค่ะ..จริงค่ะ การที่เราจะทำอะไรก็สมควรจะทำให้มันดีไปเลย ส่วนการที่คุณบอกว่าภาษาเป็นเรื่องรองนั้นดิฉันยังไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะว่าการที่เราจะสามารถเข้าใจว่าผู้อ่านคิดอย่างไรและทำให้เขาสามารถที่จะจิตนาการในสิ่งเดียวกับที่เราคิดนั้นคงต้องในภาษาเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราไม่เก่งภาษาเราก็ไม่สามารถจะบรรยายได้ว่าเรารู้สึกอย่างไร และอาจจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจคนละสิ่งคนล่ะอย่างกับเราก็เป็นได้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นางสาวหัวทุย Member 14 มิ.ย. 49 22:55 น. 7

เจ๋งๆ คิดเหมือนเราเลย
ถ้าเนื้อเรื่องมันสนุกจริงๆ ยังไงๆ ก็ขายได้อยู่ดีดูอย่างเรื่องบารามอสซิ เป็นเรื่องที่เราชอบที่สุดเลย คนแต่ง แต่งๆได้ เฉียบจริงข้าน้อยขอคาระวะ...

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด