10 สุดยอดเทคนิคการตั้งชื่อเรื่อง

น้องๆหลายคนส่งเมลล์มาปรึกษาพี่นัทเรื่องการตั้งชื่อเรื่อง เพราะว่าไม่รู้จะตั้งอย่างไรให้คนอ่านสนใจ และอยากติดตามอ่านเนื้อเรื่องข้างใน น้องบางคนเขียนเรื่องเสร็จไปตั้งนานแล้วแต่ยังตั้งชื่อเรื่องไม่ได้ซักที เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกอยูนั่นแหละ ส่วนน้องๆบางคนก็ยังไม่ได้เริ่มเขียน แต่อยากตั้งชื่อเรื่องเอาไว้ก่อน แต่ยังหาชื่อที่เหมาะๆ โดนใจไม่ได้ซักที

 

การตั้งชื่อเรื่องนวนิยายคล้ายๆกับเรื่องสั้น แต่อาจทำได้กว้างขวางกว่าหลักใหญ่คือเหมาะสมครอบคลุมเรื่องให้จำง่าย คมคลาย โดยใช้แบบต่อไปนี้

 

  1. ใช้นามตัวละครสำคัญเป็นชื่อเรื่อง เช่น ปริศนา วนิดา ช่อฟ้า พจมานสว่างวงศ์ ขุนช้างขุนแผน พระลอ ฯลฯ

 

  1. ใช้สถานการณ์สำคัญของเรื่อง เช่น บ้านทรายทอง พัทยา ทุ่งมหาราช

 

 

  1. ใช้แนวความคิดของเรื่อง เช่น สงครามชีวิต ละครแห่งชาติ

 

  1. ใช้นาฏการของเรื่อง เช่น ยั่วรัก หนีเมีย ผัวหาย ล้างบาง

 

 

  1. ใช้สัญลักษณ์ในเรื่อง เช่น อกสามศอก ลูกผู้ชาย ครุฑดำ

 

 

  1. ใช้อารมณ์แฝงในเรื่อง เช่น ชั่วฟ้าดินสลาย ความพยาบาท มนุษยธรรม หนามในใจ ยอดปรารถนา สิ้นศรัทธา

 

 

  1. ใช้คำคล้องจองกะทัดรัดคมคาย เช่น เรือนใจที่ไร้ค่า คืนสวรรค์วันสวาท กุหลายเมาะลำเลิง อาทิตย์อัสดง ห้วงเหวลึก

 

  1. ตั้งให้ผู้อ่านงงในความหมาย เช่น เศรษฐีอนาถา หนึ่งในร้อย ศัตรูที่รัก ศพพูดได้ พระราชายาจก นรกยังปราณี

 

 

  1. ใช้ลักษณะของเรื่องที่บอกไว้ชัด เช่น ล่องไพร ทุ่งโล่งดงทึบ หญิงคนชั่ว ดาบชิงราชย์ พระนางผมหอม ทาสกรรม น้ำตาแม่ค้า

 

  1. ใช้ชื่อยาวๆ ให้น่าทึ่ง เช่น แนวรบด้านตะวันตกไม่เปลี่ยนแปลง คุณพ่อขากลับบ้านเถอะ ลูกใครทำอะไรในห้องเรียน มีอะไรอยู่ในตะกร้า

 

ไม่ต้องแปลใจนะจ๊ว่าทำไมแต่ละชื่อที่พี่นัทเอามายกตัวอย่างให้น้องดูส่วนใหญ่จะเป็นชื่อเรื่องของนวนิยายสมัยเก่าหน่อย เพราะที่ว่าถ้าเราเรียนรู้วิธีการเขียน จากนักเขียนรุ่นเก่า ก็เหมือนกับว่าเราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของนักเขียนเหล่านั้นพี่นัทว่ามันดีมากสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่ๆอย่างพวกเราจริงหรือเปล่าจ๊ะ สำหรับน้องๆที่กำลังคิดจะตั้งชื่อเรื่องอยู่ก็คงพอจะมีแนวทางกันบ้างแล้วนะจ๊ะ  ยังไงก็ขอให้น้องๆทุกคนสู้ๆนะจ๊ะ คิดไม่ออกก็ค่อยๆคิดไป ไม่ต้องรีบ อย่าไม่เครียด อย่าไปกดดันตัวเอง แล้วทุกอย่างก็จะออกมาดีเองแหละจ้า  พี่นัทจะคอยเป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ สู้ๆ แวะเข้ามาพูดคุย ทักทาย กันได้ที่ My id พี่นัท หรือจะส่งเมลล์มาก็ได้จ๊ะ ที่ judne@dek-d.com

 

พี่นัทขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ปากกาทอง

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

30 ความคิดเห็น

ปลาคังน้อย Member 22 พ.ย. 51 09:02 น. 1
ชอบอ่านนิยายของนักเขียนรุ่นเก่ามากกว่าครับ รู้สึกว่าเขาสื่อออกมาได้ดี เข้าถึงอารมณ์โดยไม่ต้องใช้สัญลักษณ์ ^o^ T^T ผมเห็นแล้วหมดอารมณ์ มันขัดตา (นี่ความเห็นส่วนตัวนะครับ) ผมว่านิยายเก่าๆมันให้ข้อคิดดี ไม่ได้มีแต่เรื่องรักๆใคร่ๆ แบบปั๊บเลิฟ นางเอกได้แฟนเกาหลี อะไรแบบนี้อะครับ แต่ทุกวันนี้หายากเต็มทีนิยายแบบนี้ต้องหาร้านเก่าๆ ไม่ก็ร้านมือสอง อีกอย่างหนึ่งที่ชอบอ่านก็วรรณกรรมเยาวชนภาษาอังกฤษครับ อ่านง่ายได้สาระ ฝึกภาษาไปด้วยในตัว
0
กำลังโหลด
peecee Member 22 พ.ย. 51 09:04 น. 2
ฮ้า ได้เม้นแรก

มันก็จริงนะครับ ความคิดของนักเขียนรุ่นเก่านั้น มีหลักการณ์ และซับซ้อน

ถ้าเราเข้าใจได้ เราก็จะนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย

~~~~~
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Nakha princess Member 22 พ.ย. 51 11:39 น. 5
   เห็นด้วยกับคห.1ที่ว่า การที่มีสัญลักษณ์แสดงอารมณ์ และนิยายในสมัยก่อนก็สื่ออารมณ์ออกมาได้จริงๆ ไม่ชอบตอนจบแบบแฮปเอนดิ้งอย่างใครเขา..เหมือนอย่างที่นิยายรักวัยรุ่นสมัยนี้ชอบจบแบบนั้น พระนางต้องรักกัน...เสมอและต้องไม่ถูกกันมาตั้งแต่ต้นเรื่องจนกระทั่งความที่ได้ใกล้ชิดกันจนเกิดเป็นความรัก ซึ่งนั่นก็สมเหตุสมผล..แต่คงไม่มีใครที่จบแบบแฮปเอนดิ้ง..แต่มันก็คือนิยาย หากจะให้จบแบบเศร้ารันทดมีหวังคนอ่านได้บ่อน้ำตาแตกกันพอดี 
 
อย่างเรื่อง..คู่กรรม ของธมยันตี(หรือเปล่าคะ) นับว่าจบได้คลาสสิคดี ชอบมาก (แต่ไม่ได้หมายความว่าชอบที่โกโบริตายนะคะ) พระเอกกับนางเอกก็คือ ตัวเอกของเรื่อง ไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นคู่รักกันในตอนท้าย และถ้าหากจบไม่สวย มันก็ไม่ได้เป็นความผิดของคนแต่ง เพราะนิยายก็มีเส้นทางของมันเองว่าจะไปทางไหน จะเป็นอย่างไร อาจจะเป็นเรพาะอย่างนี้ล่ะมั้ง เราเลยไม่ค่อยชอบอ่านนิยายสมัยนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละ บางเรื่องก็โดนจริงๆ
0
กำลังโหลด
มะระหวาน>.<~ Member 22 พ.ย. 51 11:53 น. 6
เห็นด้วยกับคห.1 ค่ะ นิยายสมัยเก่าทรงคุณค่าและคู่ควรกับการอ่านมาก เมื่อคืนเพิ่งอ่าน"ในฝัน"จบไป น้ำตานองเลย ของโรสลาเรนหรือ ทมยันตีน่ะแหละค่ะ คห.ที่5 เขียนชื่อทมยันตีผิดค่ะ ถ้าเพื่อนๆ ได้มีโอกาสอ่านนิยายของนักเขียนเก่าๆ แล้วจะรู้ว่ามันตรึงใจแค่ไหน จนบางทีเราไม่อยากอ่านนิยายวัยรุ่นสมัยใหม่เลย ยกเว้นแต่ภาษาสำนวนที่ดีจริงๆ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ
0
กำลังโหลด
masari Member 22 พ.ย. 51 17:12 น. 7
จริงค่ะ ค.ห.1
นวนิยายของนักเขียนรุ่นก่อนนั้นๆ มีภาษาที่สวยงาม  ไม่ต้องมีสัญลักษณ์แสดงอารมณ์เหมือนนิยายวัยรุ่น  ก็ทำให้คนอ่านจินตนาการภาพไปได้
นิยายวัยรุ่นสมัยนี้ได้รับอิทธิพลมาจากเกาหลีญั่ปุ่นซะเยอะ  ซึ่งนั่นเป็นการแสดงออกที่ตรงไปตรงมาของความรู้สึก
ก็วัยรุ่นอะนะ  แรว่า  มันก็เป็นเสน่ห์ของวัยที่แตกต่างกัน  รวมทั้งเรื่องของยุคสมัยด้วยนะคะ

ขอบคุณพี่นัทนะคะที่แนะนำเรื่องดีๆ ให้
0
กำลังโหลด
>>>> 22 พ.ย. 51 17:32 น. 8
อืมม เราอยากได้แนวอื่นดูบ้างมันน่าจะมีบ้างไหมค่ะ

ประมาณพวกนิยายแฟนตาซี ประมาณนี่อ่ะค่ะ

ตอนนี่กำลังโดนเพื่อนใช้คิดชื่อเรื่องให้มันอยู่-*-

ก็นะค่ะ ฮ่าๆๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
chocolate_chipz Member 22 พ.ย. 51 20:06 น. 12
เห็นด้วยกะคห. 1 อย่างแรง ง

นิยายสมัยใหม่ต้องมี อีโมติค่อน  ซึ่ง  อ่านแล้ว ลายตา  ~O~

แต่ถ้าเนื้อหามันสนุกจิงๆ ก้ทนอ่านนะ  มองข้ามๆอะไรพวกนั้นไป 

นิยายเก่าๆ มันสนุกจิงๆค่า  ป๊ะป๋าเราคอนเฟิร์ม
 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Red_Fairy Member 22 พ.ย. 51 21:33 น. 14
นิยาแบบเก่าก็สนุก
นิยายรุ่นใหม่ก็สนุก
แต่หนูชอบแบบใหม่มากกว่า
แม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจ พวกอีโม ทั้งหลาย
แต่ชอบเนื้อเรื่อง มันมันดี อ่านแล้วฮา คลายเครียด
อ่านนิยายสัมยก่อนก็อ่านได้ แต่บางครั้งอ่านแล้วมันเครียดไปอ่ะ
แต่ก็ชอบนะ อยากเช่น ของโสภีพรรณราย<<เขียนงี้ป่าวเนี่ย
ก็อ่านได้ ชอบเรื่องตุ๊กตาเริงระบำ
เรื่องนี้ก็สนุกเรื่อง อ๊าจำชื่อเรื่องไม่ได้อ่ะ - -
เรื่องที่แอน ทองประสมเล่น ที่มันมีหลายๆชาติอ่ะ
จำไม่ได้ 555+จบ
0
กำลังโหลด
กะรัตตา Member 23 พ.ย. 51 14:12 น. 15
เห็นด้วยกับเม้นต์ที่หนึ่งค่ะ แต่นักเขียนรุ่นใหม่ ๆ ก็สามารถตั้งชื่อเรื่องได้ดีเหมือนกัน แนวเรื่องก็หลากหลายขึ้นกว่าสมัยก่อนด้วย เพราะคนอ่านมีหลายอายุ หลายรุ่น ไม่ได้จำกัดที่วัยทำงานอย่างอดีต แต่สำหรับเราตัวอีโมแสดงอารมณ์นั้นก็ไม่ชอบเหมือนกันค่ะ แต่ปกติก็ไม่ได้อ่านแนวนี้อยู่แล้ว
0
กำลังโหลด
+ + pretend + + Member 23 พ.ย. 51 17:22 น. 16
ขอบคุณมากๆ ค่ะ

เห็นด้วยกับคห.1 ค่ะ

แต่ก็ชอบนิยายสมัยใหม่ (มากๆ) เหมือนกัน

อ่านแล้วเฮฮาปาร์ตี้ คลายเครียด ไม่น่าง่วง

แต่... ยังไงๆๆ ก็ชอบอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะสมัยไหน ชนชาติไหน

ส่งเสริมค่ะ  ถ้าคนไทยคิดจะอ่านหนังสือ
0
กำลังโหลด
NiN_Nu_TwT Member 23 พ.ย. 51 22:36 น. 17
ชอบอ่านนิยายต่างประเทศอ่ะ 
ภาษาเขาลึกซึ๊งมาก(ซึ๊งจนบางที่แปลไม่ออก 555+)
ของ ที่คห.1 ก็ดีน่ะ ภาษางามงดจริงๆ 
อืมๆ
0
กำลังโหลด
ใครวะ? Member 24 พ.ย. 51 18:06 น. 18
ก็ดีค่ะ  เราก็แค่เอาไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเรื่องที่เราเขียนแค่นี้ก็โอแล้วล่ะค่ะ
0
กำลังโหลด
กหฟกฟหกฟหก 24 พ.ย. 51 18:20 น. 19
นั่นสินิยายสมัยนี้ พวกอีโมชั่นนี่เยอะ(แถมเรายังไม่เข้าใจความหมาย)เลยไม่ค่อยชอบนิยายแบบนั้นมันมีแต่แนวเดิมๆ คล้ายกัน แต่นิยายของted dekker นี่ เปิดไปประมาณ10หน้าเช้ดดกประมาณ10กว่าคำ
0
กำลังโหลด
เต๊าะซึโกะ Member 25 พ.ย. 51 01:17 น. 20
เป็น10แบบที่ครอบคลุมเลยนะคะ ดีมากๆ เลย แต่ยกตัวอย่างได้ฮามาก หุหุ แต่ละชื่อ สุดๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด