สวัสดีปีใหม่จ้า
ชาวเด็กดีทุกคน
พี่ตินมาพร้อมกับคอลัมน์Writer of
the Month เช่นเคย
คราวนี้เราเริ่มต้นปี
2010 กันด้วยหนังสือเนื้อหาเท่ๆ ไม่เหมือนใคร
กึ่งลึกลับกึ่งแฟนตาซี ทั้งผสมผสานความระทึกขวัญ อย่างเรื่อง‘แบล็กแมน’
ผลงานของนักเขียนนามปากกาแปลกหู‘มิรายญิ์’
หลายคนสงสัย ผลงานเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
พี่ตินบอกได้คำเดียวว่า ถ้าไม่เจ๋งจริง
เราไม่เอามาเปิดปี 2010 แน่นอน!!!
อติน: สวัสดีค่า
ทักทายกันหน่อยนะ
มิรายญิ์ : สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองสั้น
ๆ ว่า มิรายญิ์
ซึ่งเชื่อว่าเป็นทั้งชื่อและตัวตนที่มีอะไรให้น่าจดจำมากกว่าชื่อเสียงเรียงนามตามบัตรประชาชน
เพราะถึงอย่างไรนามปากกาก็เสมือนหนึ่งตัวตนของคนเขียน
ที่พะหราอยู่คู่กับงานเขียนไปนานเท่านาน
อติน: ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างคะ
มิรายญิ์ : เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว หลังจากเรียนจบแล้วก็เข้าทำงานเป็นล่ามในบริษัทญี่ปุ่นได้ระยะหนึ่ง
จากนั้นจึงย้ายบริษัทไปรับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่นอีกราวสองปี
แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพที่ลุ่มๆ
ดอนๆ
กอปรกับความต้องการสานต่อนิยายที่เคยเขียนทิ้งไว้อย่างค้างๆ คาๆ
ท้ายที่สุดก็เลยตัดสินใจปฏิวัติตัวเอง
ด้วยการลาออกมาเขียนเรื่องที่ทิ้งค้างไว้เป็นปีจนจบ
และส่งสำนักพิมพ์
ถึงได้มาเป็นนักเขียนอย่างทุกวันนี้
ส่วนผลพลอยได้จากการลาออกก็คือได้พักฟื้นตัวเองไปด้วยในตัว
อติน: อยากฟังเรื่องของมิรายญิ์ค่ะ
มิรายญิ์ : ส่วนตัวแล้วก็เป็นคนง่ายๆ
สำหรับการใช้ชีวิต คือมีที่ให้นอนตรงไหนก็นอน
มีที่ให้ทำงานตรงไหนก็ทำ แต่เว้นเฉพาะเรื่องกินอย่างเดียวที่ยอมรับว่าออกจะเรื่องมากไปสักหน่อย
คือเป็นคนที่เลือกกินและกินยากพอสมควร
แถมยังเกลียดผักอีก
โดยเฉพาะแตงกวา... คือผมแพ้กลิ่นแตงกวา
อติน: (แต่...
อตินชอบแตงกวาอะ)
ว่าแต่...
แล้วที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ แบล็กแมน
เกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ทำไมจู่ๆ คิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้
มิรายญิ์ : อันที่จริงแล้ว ‘แบล็กแมน’ ไม่ใช่ผลงานเรื่องแรกของผม
แต่ถ้าถามว่าจู่ ๆ ทำไมถึงคิดเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา
มันเกิดมาจากช่วงที่ผมเพิ่งจบจากการเขียนเรื่องพรายปีศาจไป
ก็เป็นช่วงที่กำลังคิดหาไอเดียมาเขียนเรื่องใหม่ แล้วเผอิญนึกอยากลองฉีกตัวเอง
จากแนวระทึกขวัญไปเขียนแนวตลกขบขันดูบ้าง
ก็เลยมาคุยกับเพื่อน
ซึ่งเพื่อนคนนี้จะเป็นคนที่ผมคอยแชร์ไอเดียของตัวเองให้ฟังอยู่ตลอด
เพื่อดูว่าเพื่อนรับฟังแล้วมีฟี้ดแบ็คกลับมายังไง
ผมก็คุยกับเพื่อนประมาณว่าจะลองเขียนนิยายแนวฮีโร่ที่มันแปลงร่างไม่ได้ดู
เอาแบบสร้างความลำบากให้พระเอกมากหน่อยอาจต้องพกชุดฮีโร่ไปไหนมาไหนเอง
หาที่เปลี่ยนเองตามกองขยะมั่งในส้วมมั่งความตั้งใจเดิมก็คือต้องการให้เป็นนิยายแนวตลกร้าย
กัดเจ็บพวกขบวนการห้าสีหรือไม่ก็ไอ้มดเอ๊กซ์ของญี่ปุ่นอะไรทำนองนั้น
จะเรียกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแปลงร่างของญี่ปุ่นก็คงได้
เพียงแต่เปลี่ยนให้เรื่องมันมาเกิดที่เมืองไทยแทน
เสร็จแล้วผมก็หายไปสองวันเพื่อร่างพล็อตซึ่งผลก็ปรากฏว่าพล็อตที่เขียนออกมา
ดันกลายเป็นนิยายแนวระทึกขวัญที่มีฮีโร่เป็นตัวเดินเรื่องไปซะได้...
เพื่อนก็ยังงงเลยว่าตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไปทำไมมันช่างผิดกับที่คุยให้ฟังไว้ทีแรก
คือมันหลุดจากการเป็นนิยายตลกจากที่ตั้งใจไปเลย
แถมออกจะเครียดด้วยซ้ำ
อติน: นามปากกาคือ
มิรายญิ์ ทำไมตั้งชื่อนี้ล่ะคะ แปลกหูจัง
มิรายญิ์ : นามปากกา ‘มิรายญิ์’ ออกเสียงว่า ‘มิ-ราย’
เป็นการแผลงเสียงจากภาษาญี่ปุ่นให้ดูเป็นคำไทย
มาจากคำว่า ‘มิราอิ’
หรือถ้าออกเสียงเร็วๆ หน่อยก็จะเป็น ‘มิไร’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘อนาคต’
เหตุที่คิดขึ้นมาเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ก่อนก็อันเนื่องมาจากตัวผมเรียนจบมาทางด้านภาษาญี่ปุ่น
แต่ครั้นจะให้ใช้คำว่า มิราอิ หรือ มิไร ตรงๆ
เลยก็ไม่เข้าที
เพราะผมคิดอยู่เสมอว่าตัวผมนั้นเป็นนักเขียนนิยายไทย
ดังนั้นผมก็ควรจะมีชื่อเรียกตัวเองในแบบที่ฟังแล้วมีความเป็นไทยอยู่ด้วย
ภาษาญี่ปุ่นที่ว่านั้นก็เลยถูกผมจับมาแผลงเสียงใหม่
ให้กลายเป็นคำที่ได้ยินแล้วมีกลิ่นอายของคำไทยไม่รู้สึกว่าเป็นญี่ปุ่น
ก็เลยมาเป็นนามปากกาที่ใช้จนถึงทุกวันนี้
อติน: สำนักพิมพ์ตะวันส่องล่ะคะ
เป็นอย่างไรบ้าง
มิรายญิ์ : พูดถึงสำนักพิมพ์แล้ว ผมต้องขอบคุณ ‘สำนักพิมพ์ตะวันส่อง’
ซึ่งเป็นผู้มอบพื้นที่บนบรรณโลกให้ผมได้นำสิ่งที่อยู่ในหัวมาร้อยเรียงใส่หน้ากระดาษสู่สายตานักอ่าน
และความรู้สึกที่มีต่อสำนักพิมพ์ตะวันส่อง สำหรับผมแล้ว
ตะวันส่องเป็นสำนักพิมพ์ที่ให้ความเอาใจใส่กับนักเขียนมาก
และเปิดโอกาสให้นักเขียนได้แชร์อะไรหลายๆ สิ่งหลายๆ
อย่างด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานเขียน ไอเดียปก
หรือแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ก็สามารถปรึกษาผ่านทาง บ.ก. คือ คุณปุย ได้เสมอ
ด้วยตัวผมเองนั้น
ก่อนหน้าที่จะมาออกงานเขียนกับตะวันส่อง
ก็เรียกว่าเคยมีประสบการณ์ที่ไม่สู้ดีนักกับสำนักพิมพ์บางแห่ง
ซึ่งคงต้องขอสงวนไว้ไม่กล่าวถึงเพื่อความเหมาะสม
ดังนั้นพอได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสำนักพิมพ์ตะวันส่องแล้ว
ก็รู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศที่ได้รับนั้นแตกต่าง
นั่นทำให้ผมประทับใจและมั่นใจในศักยภาพของสำนักพิมพ์แห่งนี้
ส่วนที่ถามถึงที่มาที่ไปว่าทำอย่างไรถึงมาอยู่กับสนพ.นี้ได้
ก็คงต้องตอบว่าเป็นความสืบเนื่องมาจากนิยายเล่มแรกมากกว่า
เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าแบล็กแมนไม่ใช่ผลงานเรื่องแรกของผม
ดังนั้นเมื่อผมเขียนเรื่องใหม่จบ
ตะวันส่องจึงเป็นสำนักพิมพ์แรกที่ผมจะนำเสนอผลงานก่อน
อติน: เรื่องแบล็กแมน
มีอะไรที่โดดเด่น สะดุดตาสะดุดใจ
อะไรที่เป็นหัวใจหลักของเรื่อง
จุดเด่นที่ไม่เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ในตลาดคะ
มิรายญิ์ : สำหรับเรื่องแบล็กแมนนี้ผมเริ่มเขียนตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม
ปี 2008
ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตั้งแต่เริ่มเขียนมาจนถึง ณ
วันนี้ ตลาดนิยาย
และความนิยมของนักอ่านได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้างแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเสมอว่าแบล็กแมนมีความต่าง
คงเป็นเรื่องการจับเอามุมมองของคนธรรมดามาสวมหน้ากากฮีโร่ที่มีพลังอำนาจ
แต่กลับต้องมาต่อสู้กับอธรรมในใจของตนเอง
มากกว่าที่จะโฟกัสไปยังการต่อสู้กับอธรรมอันเป็นตัวบุคคล
และสำคัญที่สุดก็คือเรื่องราวทั้งหมดนี้มีฉากหลังเป็นกรุงเทพมหานคร
อติน: หนังสือแนวนี้เรียกว่าแนวอะไรอะคะ
แฟนตาซี กึ่ง มิสทรี่? หรือเปล่า
มันเขียนยากไหม
อย่างไรบ้าง ต้องทำการบ้านเยอะไหม
มิรายญิ์ : ถ้าในมุมมองของผมซึ่งเป็นคนเขียนก็คงตอบว่ามันเป็นแนว‘ระทึกขวัญ’
เพราะบรรยากาศโดยรวมของเรื่องออกมาเป็นแบบนั้น และสังเกตได้ว่าทุกเรื่องที่ผมเขียน
ก็จะนำมาลงอยู่ในหมวดนี้ ซึ่งบางเรื่องก็อาจจะระทึกขวัญตั้งแต่ต้น
หรือบางเรื่องอาจจะปูพื้นเพก่อนแล้วค่อยมาระทึกขวัญเอากลางเรื่อง
แต่สุดท้ายแล้วมันก็มาบรรจบกันที่ความตื่นเต้น
ลุ้นและระทึกขวัญนั่นเอง
ขณะเดียวกันก็อาจมองได้ว่าเป็น‘แฟนตาซี’‘มิสทรี่’
หรือกระทั่ง ‘ซอร์ฟไซฟิคชั่นทริลเลอร์’ ก็ได้
ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน
เพราะไม่ได้มีใครมาจำกัดว่านิยายเรื่องหนึ่งจะห้ามผสมปนเปแนวอื่นลงไป
เพียงแต่เมื่อจับมันมาผสมกันแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของคนเขียนที่จะต้องทำให้มันลงตัว
อติน: ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นหนัง
อยากให้ใครมาเล่นบ้างคะ นึกภาพพระเอกออกไหมนะ
มิรายญิ์ : จริงๆ แล้วนึกไม่ออกเลยว่าจะให้ใครมารับบทพระเอก
สาเหตุคงเพราะบุคลิกต้นแบบของพระเอกที่ผมดึงมาใส่ไว้ในตัวละครก้องเกียรตินั้น
นำเอามาจากบุคลิกของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนใกล้ตัวผมเอง...
อติน: ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นอาหาร
รสชาติของมันจะให้อะไรบ้าง
มิรายญิ์ : กาแฟดำคั่วบดยี่ห้อแบล็กแมน
เพราะถึงรสมันจะฝาดขมแต่คนก็ยังนิยมดื่ม
อติน: อนาคตอยากทำอะไรต่อไปบ้างคะ
มิรายญิ์ : เมื่อเข้ามาสู่บรรณโลกแล้ว
อนาคตก็ต้องเขียนต่อไป หยุดเขียนไม่ได้แน่นอน
อติน: ความรู้สึกที่ได้รับเลือกเป็นBook of the Month จากทีมงานเด็กดี ต้นปีด้วย
มิรายญิ์ : รู้สึกยินดีที่ได้รับเลือก แต่ทีแรกก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ใจบ้าง
เพราะปกติเห็นจะเป็นแนวรักหรือแนวแฟนตาซีเสียเป็นส่วนใหญ่
ก็ไม่นึกว่าแนวตื่นเต้นระทึกขวัญที่ฉีกออกมาจะได้มีโอกาสตรงนี้ด้วย
อติน: คิดยังไงกับเว็บเด็กดีดอทคอมคะ
มิรายญิ์ : คงออกความคิดเห็นได้เฉพาะในส่วนที่ใช้งานอยู่บ่อยๆ
ก็คือพื้นที่สำหรับลงนิยายให้อ่านกันบนเว็บไซต์
เรียกว่าเป็นระบบที่ดีมาก
เพราะนอกจากการลงเนื้อหาให้ได้อ่านกันแล้ว
ก็ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่รวบรวมนิยายบนโลกไซเบอร์ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนและนักอ่าน
เรียกได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่นักเขียนและนักอ่านจะได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
อติน: คิดอย่างไรกับระบบมายไอดีใหม่
ชอบไหมคะ
มิรายญิ์ : ระบบมายไอดีใหม่นี้พัฒนาไปกว่าแต่ก่อนมาก
เป็นเหมือนห้องส่วนตัวสำหรับใช้ขีดๆ เขียนๆ
เรื่องราวต่างๆ ไม่จำกัดอยู่แค่นิยาย
จะเขียนบล็อก ตั้งกระทู้หรือเขียนข่าวสารอะไรก็สามารถทำได้หมด
ซึ่งตัวผมเองก็จะใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการเขียนนิยาย
มานั่งขีดเขียนเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ ลงในบล็อกด้วยเหมือนกัน
ยังไงก็แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายที่มายไอดีของผมได้ครับ
อติน: ปีใหม่แล้ว
อยากฝากอะไรถึงชาวเด็กดีของเราบ้างคะ
มิรายญิ์ : สำหรับน้องๆ ชาวเด็กดีที่รักและอยากเป็นนักเขียน
ก็อยากให้สู้ต่อไปครับ
โอกาสจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง
ดังนั้นยิ่งเราเขียนมากเท่าไร
ก็ยิ่งพาตัวเราเข้าใกล้โอกาสมากขึ้นเท่านั้น และขอถือปีใหม่นี้เป็นวาระอันดี
ที่จะนำไปสู่การคว้าโอกาสนั้นไว้สำหรับทุกคนที่ไม่เคยละทิ้งความมุ่งมั่น
อติน: สุดท้ายแล้วจริงๆ
ค่ะ อยากฝากอะไรถึงคนอ่านเรื่อง แบล็กแมน บ้างคะ
มิรายญิ์ : นักอ่านคือหัวใจของนักเขียน ถ้าปราศจากนักอ่านแล้วไซร้
นักเขียนก็เป็นได้แค่นักขีด
ขอบคุณที่ติดตามผลงานในนามปากกา ‘มิรายญิ์’ มาโดยตลอดครับ
ตอบคำถามได้แปลกและเท่ไม่เหมือนใครจริงๆ
ฟังจากคำตอบของคุณมิรายญิ์แล้ว
เชื่อว่าน้องๆ
คงรู้แล้วนะจ๊ะว่าผลงานเรื่องนี้จะลึกล้ำเจ๋งเป้งแค่ไหน ^ ^
อตินเอง


11 ความคิดเห็น
แวะมาเจิม 55+
แวะมาชื่นชมคนเก่งค่ะ จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ
ชอบ ชอบ ชอบ
อิ_อิ
ตอบคำถามได้อย่างเป็นตัวของตัวเองสุดๆ
มัน สนุก มาก
ขอบคุณที่สร้างผลงานดีดีไว้ในโลก
ชอบมากกกกก หุหุ
แต่ใจไม่ถึงเหมือน ทั่น อนาคต หรอกนะ
สู้ ๆ