สวัสดีจ้า (แบบกลัวๆ) หายหน้าหายตาไปนานสุดๆ
กับคอลัมน์ Interview ที่เชื่อว่าคงมีหลายคนอยากจะฆ่าพี่ติน (รวมโน้ต+ปอน)
นั่นแหละ และแล้ว พี่ตินก็กลับมาอีกครั้ง
ด้วยเหตุผลคือ โชคดีได้เจอกับน้องสาวมนุษย์งานค้าง
ผู้ซึ่งพี่ตินเงอะงะๆ เบ๊อะสุดๆ เพราะไม่รู้มาก่อนว่าสาวคนนี้เป็นนักเขียนด้วย
และเมื่อรู้ปุ๊บ อะฮ่า จะพลาดได้ไง เราก็จับเลย
แล้วก็เธอก็มานั่งอยู่ตรงนี้แล้วละ
ไปพบกับเธอกันเล้ย เย้
พี่ติน : สวัสดีจ้า น้องโอ๋ มนุษย์งานค้าง แนะนำตัวกันนะ
W.K.jarr : สวัสดีค่ะ ชื่อโอ๋ อายุ...ทำบัตรประชาชนเรียบร้อยและกำลังจะ 16 เร็วๆ นี้
(ไม่นะอย่าให้มันมาถึงเลย T[]T โฮ ) เนื่องด้วยนามปากกามันอ่านยากโคตร (แล้วตั้งมาทำไม -*-)
ก็เลยชอบให้คนอื่นเรียกชื่อเล่นตัวเองมากกว่านะ 5555+
ส่วนเรื่อง รร. แง่มไม่อยากบอกเลย กลัวทำเค้าเสียชื่อเสียเพราะมีคนแบบนี้อยู่
ง่า ตอนนี้ก็ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ขึ้นม.4 แผนศิลป์-ญี่ปุ่น
อย่าคิดนะว่าเรียนเก่ง แม้หน้าตาจะเด็กเรียนสุดๆ ก็ตาม = =
เพราะความจริงแล้วเป็นคนไม่เก่งอย่างรุนแรง โง่เลขด้วย เลยหนีไปเรียนภาษาที่สามแทนไง
หุๆ...เด็กดีไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะเออ =^^=
พี่ติน : มาเขียนเรื่องได้ยังไงน่ะ
W.K.jarr : อ้อ เพราะตอนแรก ความคิดการเป็นนักเขียนไม่เคยอยู่ในหัวสมองน้อยนิดนี่เลย
คือเหตุที่มาอยู่ด้านนี้เพราะมาจากการอ่านการ์ตูน และดูหนังบ่อย
หลังๆ ที่เริ่มอ่านนิยายเพราะแม่บอกว่า ลูก แฮร์รี่ พอตเตอร์จะทำเป็นหนังแล้วนะ อ่านซะหน่อยสิ
ไอ้เราก็ เออก็ได้ๆ เดิมไม่เคยคิดอยากแตะพวกหนังสือไม่มีภาพพวกนี้เลย ได้ยินอย่างนี้ก็ลองดูสักตั้ง
ปรากฏว่า โอ้พระเจ้าจอร์จ อีชั้นติดงอมแงมค่ะ >< แบบว่าอยากอ่านเล่มต่อไปอย่างด่วนๆ
เลยไปฉกของลูกพี่ลูกน้องพี่มาอ่าน (เล่มแรกก็ยืมพี่เค้าเหมือนกัน)
แล้วเหตุผลต่อมาก็คือพออ่านมากๆ เข้าแล้ว ดูหนังบ่อยๆ มันก็ดั๊น ดันไม่มีเรื่องไหนถูกใจเอาซะเลย
ทำไมพระนางต้องทำแบบนี้ ไม่เป็นแบบนี้ล่ะ ประจวบเหมาะกับได้ฝันเป็นเรื่องบ้าๆ พอดี
ก็เลยคิดอยากหาฉากแรกๆ ของความฝันแต่ดันไม่มีอีก ตัดสินใจมันวันนั้นว่าเอาล่ะชั้นจะเขียนเองก็ได้
โดยแรกเริ่มลองมาวาดเป็นการ์ตูน (เดิมเป็นคนเกลียดศิลปะเข้าไส้
แบบว่าอย่ามาพูดกันเรื่องวาดรูป ไม่ชอบ แต่ฝืนเพราะอยากมีเรื่องของตัวเอง)
พอวาดไปได้สักพักก็พบว่า ไม่เวิร์คอย่างรุนแรง(อ่าว?)
จึงได้หันมาสนใจถ่ายทอดเรื่องราวเพี้ยนๆ อยู่ในรูปของตัวอักษรแทน
แล้วก็เลยติด ...สนุก ชอบ...จนเขียนถึงทุกวันนี้นี่ไง
พี่ติน : ที่มาของนามปากกา W.K.jarr ซึ่งพี่ตินสะกดไม่ถูก มันคืออะไร
W.K.jarr : แล้วก็มาถึงคำถามที่ต้องอธิบายกันยาวอีกแล้ว
นั่นก็มาจาก W ก็มาจากตัวอักษร ว.ของชื่อจริงน่ะ K หรือ ก. ก็มาจากนามสกุล jarr
ที่จริงชื่อเล่นของโอ๋ คือ จ๊ะโอ๋ ซึ่งเขียนว่า ja-o แต่ด้วยความที่มันไม่เร้าใจพอ (ง่ะ?)
ก็เลยจัดการเปลี่ยนเป็น jarr ไปโดยปริยาย และที่ตั้งสไตล์นี้เพราะว่าเคยได้ยินคนบอกว่า
JK rowling หรือนักเขียนเมืองนอกคนอื่นๆ บางทีก็นิยมเอาชื่อตัวเองมาทำนามปากกา ก็เลยทำมั่ง
แบบว่าอยากได้ชื่อที่บ่งบอกความเป็นตัวของตัวเองที่สุดก็ได้มาอย่างที่เห็น
พี่ติน : แล้วมนุษย์งานค้างละ คืออะไร
W.K.jarr : ฉายาที่ตั้งให้ตัวเองตอนม.1 ตอนแรกประชดอาจารย์ห้องคอม
(ที่บัดนี้ลาออกไปแล้ว เพราะจารย์เค้าชอบบอกเด็กว่า สวัสดีชาวโลก
แล้วเค้ามีฉายาว่าอาจารย์มารุตมนุษย์ดาวอังคาร~ ...ว่าแล้วก็รำลึกถึง3วิT^T...3..2..1...จบเข้าเรื่อง)
บวกกับช่วงนั้นอยากหาชื่อเอ็มใหม่พอดีเลยตั้งประชดๆ ว่าสวัสดีชาวโลก มนุษย์งานค้าง ดู
ไปๆ มาๆ ขี้เกียจเปลี่ยน แก้แค่ข้อความในเครื่องหมายคำพูดเฉยๆ
แล้วแล้วมันดันเป็นตามชื่องานเงินกองเพียบ = = ช่วง ม.1 นี่งานเยอะ
แบบว่าต่ออาทิตย์ต้องทำลิสต์งานค้างแล้วค่อยๆ เคลียร์ไปเป็นอย่างๆ เลย...
(สมาชิก) เด็กดี (ดอทคอม) ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างอีกแล้ว
พี่ติน : อยากเรียนอะไรละ มนุษย์งานค้าง
W.K.jarr : ก็มีที่หมายแล้วอ่า แต่ก็หวั่นๆ อยู่เหมือนกันว่าจะเข้าได้ไหม
คณะนี้แอบป๊อบนะนั่น เรายิ่งไม่ได้เก่งมากมาย (ใบ้ให้ว่าไม่ใช่หมอ ไม่ใช่วิศวะ ไม่ใช่สถาปัตย์ ไม่ใช่อักษร )
เพราะคิดว่าม.4 แล้ว ต้องเริ่มตั้งใจตั้งได้แล้ว และคงต้องพักงานเขียนระยะยาวไปสักพักเพื่อฟิตเอนท์
กลัวเข้าไม่ได้น่ะ แต่ถ้าเอนท์ไม่ติดคณะที่ต้องการตอนนี้
ก็วางๆ แผนจะไปเรียนต่อด้านแอนิเมชั่นที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน ไหนๆ ก็ลงเป็นเด็กศิลป์ญี่ปุ่นแล้ว
แต่โครงการนี้ไม่แน่ใจว่าจะได้รึเปล่า พูดไปงั้นแหละ
พอเอาเข้าจริง ม.6 อาจเปลี่ยนใจก็ได้ใครจะรู้ เรายิ่งเป็นคนเปลี่ยนใจปุบปับอยู่ 555+
พี่ติน : W.K.jarr เป็นนักเรียนแบบไหน
W.K.jarr : ตอบเต็มปากเต็มคำเลย ว่าประเภทขี้เกียจอย่างหาใดเปรียบ 555+
แต่เวลาอยู่ในห้องก็จะไม่กล้าทำอะไรใต้โต๊ะเท่าไหร่เพราะเพิ่งมา ลด-ละ-เลิก ก็อีตอนม. 3นั่นแหละ
หลังจากที่เคยถูกประจานรูปวาดเล่นในสมุดเรียนกับเพื่อนทั้งห้องตอนม.2 ก็เลยไม่กล้าอีกเลย
แอบอายฝีมือตัวเอง = = แล้วก็ไม่กล้าหลับด้วยเพราะเคยมีประวัติ
เพิ่งตื่นพอดีแล้วอาจารย์สอบวิทย์ฯไฟฟ้าก็เรียกให้ตอบคำถาม พอแกให้ว่าเป็นเราเท่านั้นแหละ
แกก็พูดว่า อ้อเพิ่งตื่นนี่เอง งั้นไม่เป็นไร คนอื่น โอ๋นี่อายมากค่ะไม่ไหวแล้ว 555+
(ยังมีเรื่องโก๊ะอีกสารพัดถ้าพี่ตินอยากรู้ไว้หลังไมค์ หึๆ)
พี่ติน : พูดถึงผลงานที่ผ่านมากัน
W.K.jarr : รักเดียวใจเดียวให้ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ค่า 5555+ โฆษณาๆ
ก็ตอนนี้ออกมาประมาณ4เล่มแล้ว เป็นเล่มต่อซะ 2 เล่มเดียวจบอีกสอง
สังเกตได้ว่าจะไม่แนวแฟนตาซี ก็แนวย้อนยุค (ที่แก่เหมือนกับหน้า) อ่า
เรื่องแรกก็ องค์หญิงสุดวุ่น ชุลมุนข้ามเวลา เขียนลงที่นี่เรื่องแรกเลย
ข้อผิดพลาดเยอะสุดให้อ่านกันขำๆ ออกแนว โรแมนติก-คอมเมดี้ค่ะ

ต่อมาก็ เลียร์ จอมเวทอ่อนหัด: โรงเรียนเวทมนตร์ เล่ม1

<!--[endif]-->
เล่ม2 ค่ะ ตอน หน้ากากแห่งคำสาป (แอบชอบเด็กหนุ่มผมทองคนนั้นเป็นการส่วนตัวเลยนะนั่น - -+)
คิดว่าเร็วๆ นี้คงมีปกภาค3ออกมาให้ยลกันอย่างแน่นอน หุๆ

<!--[endif]-->
แล้วก็เรื่องใหม่ล่าสุด แผนลับ ฉบับ50วัน ค่า เรื่
เป็นแนวโรแมนติก-คอมเมดี้-ย้อนยุคค่ะ (ไม่มีแฟนตาซีนะเออ)

<!--[endif]-->
ยังไงก็ติดตามกันเยอะๆ นะ ลองอ่านกันดูๆ จากนี้ไปก็อาจจะมีออกมาอีกถ้าต้นฉบับผ่าน 5555+ (แน่ใจเรอะ?)
พี่ติน : ว่างๆ ชอบทำอะไรบ้าง
W.K.jarr : ก็ชอบเพ้อค่ะ เพ้อเท่านั้นที่ครองโลก แบบถ้าเพ้อแล้วสนุกหน่อยก็ฉกมาเป็นพล็อตนิยาย หึๆ
แล้วงานอดิเรกอีกอย่างก็คือนอนมาราธอนค่ะ นอนได้นอนดี 10 ชม.ก็ทำได้หึๆ
ไม่ก็นั่งหาหนังดูตามทีวี ส่วนสิ่งที่ทำอะไรพิเศษให้กับตัวเอง
ก็คงจะเป็นการเล่นเกมพวกสร้างๆ อย่างซิมส์ ไม่ก็กับอ่านหนังสือนิยายอ่า - -+
พี่ติน : รู้สึกยังไงกับผลงานของเราเอง
W.K.jarr : รู้สึกรัก/ชอบ เพราะถ้าไม่รักก็คงไม่เขียนหรอกจริงไหม
แต่ก็รู้ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เขียนเนี่ยยังมีข้อผิดพลาดอยู่มากพอสมควร
ทั้งด้านภาษา โครงเรื่อง หรือหลายๆ ทำให้รู้สึกว่า เราอยากพัฒนาให้ได้มากกว่านี้อีก
ไม่ใช่ย่ำอยู่กับแนวๆ เดิมๆ แบบเดิมๆ น่ะ อยากหาความหลากหลาย
ความเป็นตัวของตัวเองไปเรื่อยๆ โตไปพร้อมกับนิยายตัวเองอ่าค่ะว่างั้น
ถ้ายังไงใครได้มีโอกาสอ่านสักเรื่องแล้วมีข้อติติงก็เมล์มาบอกหรือเข้าไปติในมายไอดีก็ได้จ้า
จะขอบคุณมากๆ เลยสำหรับความเห็นอันมีค่านี้
พี่ติน : งานเขียนนี้มีตัวตนของ W.K.jarr แค่ไหน
W.K.jarr : ก็บางครั้งมันก็มีอารมณ์ที่แบบว่าเบื่อ ก็คงใส่หัวใจได้ไม่เต็มที่นะค่ะ
ส่วนใหญ่ก็พยายามเขียนด้วยความชอบส่วนตัวให้มากที่สุด
(บางครั้งก็เลยออกมาทิ่มแทงใจคนอ่านที่เชียร์ๆ อะไรๆ กันเอาไว้บ้าง หุๆ
แต่ก็ลองพยายามทำให้คนอื่นหันมาชอบแบบเดียวกับตัวเองอยู่ ไม่แน่ใจว่าได้กี่มากน้อย)
คือทุกเรื่องเขียนเพราะใจรักอยู่แล้ว ไม่ค่อยได้กังวลเรื่องเรทติ้งเท่าไหร่
เขียนไปเรื่อยๆ ถ้าใครอ่านอยู่ก็ดีใจและอยากให้ติดตามกันต่อไป
ถ้าไม่อ่านก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจดีว่าอาจจะไม่ใช่แนว
พี่ติน : มีผลงานของนักเขียนคนไหนไหม ที่ประทับใจสุดๆ
W.K.jarr : เรื่องแรกที่ประทับใจนี่ค่ะพันธะสัญญา วาเล-โซฟิเลีย ของพี่ทาริกา ค่ะ
คือพี่เค้าเป็นนักเขียนที่ทำให้โอ๋เดินหน้าต่อไปในเส้นทางการเขียน ถือว่าเป็นพี่นักเขียนคนแรกที่รู้จัก
ก็เลยประทับใจมากๆ นักเขียนเมืองนอกแนวแฟนตาซีก็ต้องยกให้ JKRowling คนนี้เลย
ส่วนนักเขียนนิยายต่างประเทศแนวครอบครัว บ้านไร่ๆ ก็ต้องให้ L.M.Montgomery ค่ะ
ที่เขียนเรื่อง Anne of greengables ช่วงได้ไปซัมเมอร์แล้วได้ไปอ่านนี้แบบว่าชอบมากเลย
ไปหาหนังมาดูด้วยสนุกมากๆ เลย (แม้ว่ามันจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งเล่มที่โอ๋เองก็อ่านไปแบบงูๆ ปลาๆ)
แต่รู้ว่าสำนวนบรรยายธรรมชาตินี่ โอ้วววสุดยอด และก็มีนักเขียนคนไทยอื่นๆ ที่เก่งๆ
ซึ่งโอ๋ชอบก็มีนะแต่คงเอ่ยชื่อไม่หมดเพราะนักเขียนทุกคนก็เขียนนิยายกันดีหมด
เพียงแค่อาจจะใช่หรือไม่ใช่สไตล์เราก็เท่านั้นเอง งั้นขอเอ่ยชื่อในใจแล้วกัน หุๆ
พี่ติน : แนวพล็อตเรื่องละ เอามาจากไหนบ้างเหรอ (จะลอกละ)
W.K.jarr : ส่วนหนึ่งก็เอาแรงบันดาลใจ (ไม่ใช่ลอกนะ) มาจากหนังบ้าง ไม่ก็ความฝันบ้าๆ บ้าง
ที่จริงโอ๋เป็นคนที่เรียกได้ว่า หาพล็อตแน่นอนไม่ได้เลย เพราะบางทีถ้าเช้าๆ สะลึมสะลือ
นั่งในห้องน้ำคิดไปคิดมา บางทีพล็อตก็จะปิ๊งขึ้นมาเอง เลยไม่ค่อยได้เขียนละเอียดๆ เอาไว้ในสมุดเท่าไหร่อ่า
แบบว่าเขียนแล้วต้องมาแก้อีก อยู่ในสมองแหละดีแล้ว (พูดง่ายๆ ขี้เกียจนั่นเอง)
เลยทำให้นิยายเรื่องยาวของตัวเองปัจจุบันพล็อตก็เลยยังไม่แข็งพอ T^T น่าเศร้ายิ่งนัก
พี่ติน : ปรัชญาของ W.K.jarr คือ...
W.K.jarr : ช่างมันเถอะ! ใช้ได้ผลนะเวลาหงุดหงิดใครหรืออะไรๆ
คือแบบเราเป็นคนคิดมากเจอเรื่องไรก็จี๊ดเดี๋ยวนั้นแล้วก็จะชอบเอาไปบ่นชอบระบาย
พอบ่นเสร็จก็ค่อยมาคิดว่า เฮ้อ ช่างมันเถอะ แบบว่าถ้าคิดแล้วปวดหัวก็กองมันไว้ตรงนั้นแหละ
คิดไปทำไม ถ้าใครจะเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากันน้อ คือถ้าเราเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ ไม่ได้
ก็เปลี่ยนความคิดของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ แม้มันจะยาก แต่ถ้าทำได้แล้วจะรู้สึกดีขึ้นจริงๆ นะ
(ผ่านช่วงตกต่ำสุดๆ มาแล้วหลายครั้งพอจะเข้าใจ)
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเวลาเจอเรื่องอะไรก็ช่างมันเถอะทุกเรื่องนี่ก็ไม่ดีนะ
ต้องใช้ให้ถูกเวลา ชีวิตจะมีความสุขขึ้นเยอะ
พี่ติน : อนาคตมองว่าชีวิตจะเป็นยังไง
W.K.jarr : ชีวิตต้องเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ อิอิ ล้อเล่น ก็ไม่คิดว่ายังไงหรอก (ไม่กล้าคิดนั่นแหละ)
แค่อยากมีงาน มีเงิน ได้ทำในสิ่งที่รักต่อไปเรื่อยๆ
แล้วก็อยากให้สิ่งที่รักที่ถนัดของเราเป็นประโยชน์ต่อใครสักคนหรือสังคมก็ยังดี
แล้วก็อยากทำให้อะไรหลายๆ อย่างดีขึ้นถึงไม่ใช่แบบเปลี่ยนอะไรใหญ่ๆ
แค่เปลี่ยนแค่เรื่องเล็กๆ ให้ดีขึ้นก็ยังดี (ชักจะเวอร์+ชวนงง จริงๆซะแล้วสิ)
พี่ติน : แล้วรู้จักเว็บเด็กดีได้ไงอะ
W.K.jarr : จากเรื่องเดอะ ไวท์ โรด ค่ะ (นักเขียนส่วยใหญ่ทุกคนพูดถึงหมด อิอิ)
ก็เพิ่งรู้จักเว็บเด็กดีก็ตอนนั้นแล้วก็แปลกใจ ว่า เอ๊ะ ทำไมดร.ป๊อบ อายุแค่นั้นแต่งหนังสือได้ด้วย
เลยคิดว่าคิดว่า โอ้ คนไทยก็มีพาวน์เหมือยนกันนะเนี่ย เลยฟิตอยากเขียนมั่งๆ >w<
พี่ติน : เวลาเข้ามาในเว็บชอบทำอะไรบ้าง
W.K.jarr : ชอบเช็ค ควิกแมสเซสที่สุดเลยค่ะจะเรียกว่าแปลกไหมเนี่ยแบบเวลามีข้อความใหม่มาก็จะ
อุ๊ย ตื่นเต้นๆ ได้อ่านทุกอันเลยที่มีคนทิ้งไว้ให้ แต่บางทีก็ไม่ค่อยมีเวลาตอบน่ะค่ะ
โดยเฉพาะเปิดเทอมยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าใครเคยฝากข้อความไว้แล้วไม่ได้รับการตอบกลับก็ขอโทษด้วยนะคะ>/l\<
ส่วนตอนนั้ก็ตกแต่งไอดีบ้างเป็นบางโอกาส อัพเรื่องนี่ก็นานๆ ที 555+
จากนั้นหานิยายดีๆ อ่าน แล้วก็อ่านคอลัมน์ต่างๆ ของพี่ตินไง
ตามตลอด (แต่ไม่เคยเม้นท์ จะถูกโกรธไหมหว่า= =) ว่ามีอะไรน่าสนใจ
คนอื่นเป็นไงบ้าง เค้ามีแนวคิดแบบไหน อะไรแบบนี้แหละ
พี่ติน : คิดยังไงกับเว็บเด็กดีของเรา
W.K.jarr : โอ้พระเจ้าจอร์จ มันเป็นเว็บที่ดีมากๆ เลย แบบว่าครอบคลุมทุกอย่าง
เพื่อนก็รู้จักกันหมด เล่นได้หลากหลาย (พูดยังกับโฆษณาขายสินค้า)
เวลาโอ๋หาภาพสวยๆ ก็มักหาที่นี่แหละ มีเยอะมากจนตาลาย แล้วก็สวยๆ เยอะด้วย
คือมีครบอ่าโดยเฉพาะนิยายและบทความน่ารู้ให้อ่านกัน - -+
ขอบคุณพี่เว็บมาสเตอร์เด็กดีทุกคนที่สร้างเว็บดีๆ แบบนี้มาให้โอ๋ได้เผยแพร่จินตนาการบ๊องๆ ด้วยนะคะ ^___^
พี่ติน : แล้วตอนนี้ กำลังมองๆ อะไรอยู่ มีโปรเจ็คท์อะไรในใจที่กำลังจะทำไหม
W.K.jarr : มองเธอไม่เคยมองใคร ในหัวใจเพ้อแต่เธอคนเดียว (ไม่เกี่ยว=w=)
ก็เข้าเรื่องๆ ตอนนี้มีโปรเจ็คท์เขียนนิยายเรื่อยๆ น่ะค่ะ
แบบว่ามันเยอะมากจนล้นไม่รู้จะเริ่มจากเรื่องอะไรยังไงดี
ตอนนี้ก็พยายามเข็นเรื่องนี้คั่นอารมณ์คั่นเวลาค่ะ
ก่อนจะไปปวดหัวต่อกับนิยายแฟนตาซีระยะยาวอันเก่าของตัวเอง
ชื่อเรื่องใหม่นี่ชื่อว่า องครักษ์แห่งเอลยา ค่ะ จะออกแนวย้อนยุคตามสไตล์ถนัด
แต่ก็จะผสมปนๆ รักนิดๆ ตลกหน่อยๆ (?) แบบว่าเรียกไม่ถูก เลยจัดไปอยู่หมวดอื่นๆ (ซะงั้น)
ลองไปอ่านๆ เอาแล้วกันนะ จะรู้ว่ามันเป็นแนวไหน แหะๆ ฝากด้วยค่ะ
ถ้าได้มีโอกาสอ่านกันก็ดีใจ หรืออยากติชม ข้อผิดพลาด ข้อเสนอแนะในเรื่องก็ตามสบายค่ะ
จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง >/l\< http://my.dek-d.com/WKjarr/story/view.php?id=288183
พี่ติน : เอามายไอดีมาซิ จะได้ไปเยี่ยมเลย
W.K.jarr : โห่ พราวลี่พรีเซนท์เต็มที่เค่อะ หึๆ- -+ http://my.dek-d.com/WKjarr/
ไปเยี่ยมกันได้นะ ถ้าว่างๆ หรือจะมาชวนเล่นเป่ายิงฉุบก็ไม่ว่ากัน(เกี่ยวไหม?)
หรืออยากจะขู่ฆ่าทำไมไม่อัพ ทำไมไม่เขียนก็จะยิ่งดีใจมากมาย
(แอบโรคจิตประเภทM และส่วนใหญ่ภาพในแกลฯ นั้นก็เป็นภาพที่วาดเองอ่า (แอบเน่าT^T)
ยังไงก็ยินดีต้อนรับทุกคนเสมอจ้า ^^/
พี่ติน : สำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน มีอะไรจะบอกบ้าง
W.K.jarr : อย่าแรกเนี่ยคงต้องบอกว่าการเป็นนักเขียนไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ก็ไม่ยากเกินพยายาม โอ๋ก็เป็นคนหนึ่งที่จับพลัดจับพลูหลงมาเส้นทางสายนี้ได้
ทั้งที่ไม่เคยคิดหรือแม้แต่จะลองเดินมาเลย สุดท้ายพอได้สัมผัสแล้วก็ชอบจนถอนตัวไม่ขึ้น
แต่จำไว้ว่าเส้นทางพวกนี้ ต่อให้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเขียนแล้วก็ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลายเสมอไป
ยังมีอุปสรรคที่เราต้องก้าวผ่านอีกเยอะ และต้องพัฒนาตัวเองเสมออย่าย่ำอยู่กับที่
(ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่เป็นนักเขียนแล้วจะยิ่งกดดันยิ่งกว่าตอนเป็นโนเนมไม่มีใครรู้จักอีกรู้เปล่า= =)
คือมันดูเหมือนจะยาก แต่ถ้าพยายามและอดทนใครๆ ก็ย่อมทำได้อยู่แล้ว แค่อย่าท้อไปก่อนล่ะ
ว่าทำไมเรื่องของเราไม่ดี ไม่มีคนอ่าน ถ้าเราเขียนงานของเราด้วยหัวใจเนี่ย
ไม่มีทางหรอกที่ผลงานจะออกมาไม่ดี อย่างน้อยเราก็พูดได้ว่าดีในระดับที่เราชอบเองไง
เขียนนิยายของตัวเองจบเรื่องนึงน่าภูมิใจจะตายจริงป่ะ
(คนที่เขียนจบแล้วก็คงรู้ว่ากว่าจะได้อัพ กว่าจะผ่านช่วง ท้อ-ตัน-ตื้อได้นี่ยากพอดู)
แบบว่าอย่างเพิ่มถอดใจล่ะคิดซะว่าไม่มีใครอ่าน ชั้นอ่านเอง ถูกใจเอง ชอบเอง อะไรแบบนี้ก็ได้จริงไหม^^
พี่ติน : ฝากอะไรถึงคนอ่านเรื่องของ W.K.jarr
W.K.jarr : ขอ ให้รักเราน้อยๆ แต่รักนานๆ (อ้วก) ล้อเล่นๆ ก็ขอให้ติดตามกันอย่างนี้ตลอดไป
ใครอยากเป็นนักเขียนก็สู้ๆ เราเชื่อว่าทุกคนทำได้อยู่แล้ว อย่ากลัวเวลา อย่ารอโอกาส เริ่มทำเลย
เวลาไม่เคยรอใครหรอกนะ พลาดไปแล้วจะเสียใจ สู้เค้าไอ้มดแดง (และมนุษย์งานค้าง- -/ )
ยังไงก็รักคนอ่านตลอดไปจุ๊บๆ >3</
รู้อะไรไหม
ถึงจะไม่ได้ลงสัมภาษณ์นาน
แต่พี่ตินคิดว่าน้องมนุษย์งานค้างทำให้พี่ตินรู้สึกว่าคุ้มมากที่ได้สัมภาษณ์น้องเค้าครั้งนี้
พี่ตินรู้สึกงี้จริงๆ นะ และแถมการได้คุยกับน้องคนนี้ ให้อะไรพี่ตินหลายอย่างมากมาย
ต้องขอขอบคุณ ที่มาบอกเรื่องราวดีๆ ให้พี่ตินนะ น้องโอ๋ มนุษย์งานค้าง ^ ^
อตินเอง
51 ความคิดเห็น
นิยายเรื่องแรกของเราเลยที่อ่าน เลียร์ หุหุหุ แต่พอเล่มสองเริ่มไม่มันแล้วอะ
รอคอยการกลับมาของเลียร์เล่ม3(เเละเล่มอื่นๆ)ชอบมากหนุหนาน-แต่งได้โดนมาก
สู้ตายคร้าบพี่โอ๋
พี่โอ๋สู้ๆ ฮะๆ
เหมือชื่อปากกาท่านจะส่งผลถึงข้าน้อยด้วยนะ(ที่จริงมันเป็นนิสัยดั้งเดิมของข้าน้อย ฮะๆ) ชอบค้างงาน
เล่ม 3 ๆ ออกให้พร้อมกับของพี่ป้อกับพี่ตังค์เลยดีมั้ยเจ้าคะ ^^
ป.ล พี่เกรทมาอ่านคงดีใจแย่เลย...รักเดียวใจเดียวกับฟิสิกส์นี่ล่ะ *-*
ชอบเรื่องAnne of greengables เหมือนกันเลยคร่า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนชอบเหมือนกันบังเอญที่เป็นนักเขียนที่ตัวเราก็นับถืออยู่ด้วย อื้มๆ โอ้ยดีใจ
พี่โอ๋เป็นคนที่มีความเป็นตัวเองดีนะค่ะ ชอบๆ^O^หวังว่าคงได้คุยกันนะค่ะ
(ที่จริงจะเม้าท์เรื่อแอนนี่นี่แหละเอิ้กๆ)
ไม่ได้เข้ามานาน
โอ๋ถูกพี่ตินคนงามจับสัมภาษณ์เข้าแล้ว
ไม่ทันได้ดูเลยนะเนี่ย
ตอบได้ดีมากๆเลยเจ้าโอ๋
จะขอติดตามผลงานต่อไปนะครับ