| อาทิตย์ที่แล้วพี่แบงค์ได้พูดเรื่องความซ้ำซากที่พบเจอในนิยายเกมออนไลน์แล้ว จะไม่พูดถึงนิยายแนวโรงเรียนเวทมนตร์ก็กระไรอยู่ เพราะนิยายแฟนตาซีแนวนี้เคยติด Top 10 มาหลายเรื่องจนช่วงนั้นเป็นกระแสที่มีคนเขียนแนวโรงเรียนเยอะกันมากๆ เรียกได้ว่าถ้าใครไม่ได้เขียนแนวนี้นี่ หาคนอ่านยากเลยทีเดียว ก่อนกระแสจะกลับกัน กลายเป็นแนวเกมออนไลน์ในเวลาต่อมา ความจริงแล้วนิยายแนวโรงเรียนเวทมนตร์ก็ยังไม่ถือว่าตกเทรนด์นะ เท่าที่พี่ตามอ่านใน dek-d.com/writer ก็ยังมีคนเขียนแนวโรงเรียนเวทมนตร์อยู่เหมือนกัน (สำหรับพี่แบงค์ นิยายไม่มีคำว่า "ตกเทรนด์" เพราะไม่อย่างนั้นนิยายที่พิมพ์มาครึ่งค่อนศตวรรษ อย่างลอร์ดออฟเดอะริงส์ นาเนีย เชอร์ล็อคโฮมส์ ฯลฯ ก็คงไม่มีคนอ่านจนถึงรุ่นน้องๆ อย่างแน่นอน) จริงๆ พี่ก็ชอบอ่านแนวโรงเรียนเวทมนตร์พอสมควรนะ มีอยู่ช่วงหนึ่งพี่ตามอ่านนิยายแนวโรงเรียนเวทมนตร์มาเป็นสิบๆ เรื่อง อ่านจนชนิดที่เรียกว่า จับเคล็ดไปเขียนเองได้เลย เพราะสูตรตายตัวของเรื่องมันเหมือนกันเปี๊ยบ เริ่มต้นที่เรียนเทอม 1 ปี 1 พี่แปลกใจนะว่า ทำไมนิยายทุกเรื่องต้องเริ่มที่ปีหนึ่งอยู่เสมอ น้องๆ นักเขียนอาจจะคิดว่า อ้าว ก็มันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดไงล่ะ ไม่เขียนถึงจะได้ยังไง อันนี้พี่เข้าใจครับ แต่อย่างที่พี่บอกไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว นิยายไม่จำเป็นต้องเริ่มที่จุดเริ่มต้นก็ได้ อาจจะไปเริ่มเอาตอนช่วงใกล้เหตุการณ์ภัยพิบัติที่จะนำพาไปสู่เนื้อเรื่องหลัก (สักที) แฮร์รี่พ็อตเตอร์ หัวขโมยแห่งบารามอส อานาธีเซีย หรือแม้แต่เซวีน่า อาจจะเริ่มต้นจากเรื่องราวอันแสนเรียบง่ายภายในโรงเรียน ก่อนจะมาเข้าประเด็นเรื่องในครึ่งหลัง และขายดีก็จริง แต่สำหรับพี่ในฐานะที่เคยเป็นบรรณาธิการ การเริ่มต้นด้วยแนวคิดแบบนี้มันเกร่อไปแล้ว ขืนเขียนแบบนั้น คนที่ตามอ่านในเว็บเด็กดีคนขี้เกียจอ่านแน่ๆ เพราะเริ่มต้นเหมือนๆ กัน คนที่อ่านมาหลายเรื่องคนพานเบื่อซะก่อน หากน้องๆ ได้วางพล็อตเอาไว้ในระยะยาวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวไปจนถึงจุดจบ (ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเขียนหน้าใหม่ส่วนมากไม่ค่อยจะทำ คือชอบด้นสดแล้วไปแก้ทีหลัง เป็นวิถีที่ไม่ค่อยจะถูกต้องนะ) จะน่าสนุกกว่าไหม ถ้าหากจะเริ่มต้นจากครึ่งหลังไปจนถึงตอนจบ และค่อยเอาครึ่งแรกมาเขียนย้อนเป็น Side Story หรือว่าจะย้อนระลึกคั่นระหว่างเหตุการณ์ในเรื่อง มันจะทำให้นิยายที่ดูเหมือนจะน่าเบื่อ กลายเป็นนิยายที่น่าสนใจมากขึ้นก็เป็นได้ แยกนักเรียนเป็นหอพักหอคอยตามอุปนิสัยของนักเรียน อิทธิพลจากแฮร์รี่พ็อตเตอร์ ทำให้นิยายแนวโรงเรียนเวทมนตร์ต้องมีการแยกนักเรียนเป็นหอพัก หรือไม่ก็หอคอย บ้างก็เป็นปราสาท ซึ่งในชีวิตจริงนั้น โรงเรียนประจำก็มีการแยกหอพักเหมือนกัน แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ทำไมถึงต้องมีการแยกหอพักตามอุปนิสัยของนักเรียนด้วยนะ ยกตัวอย่างเช่น หอพักA มีแต่นักเรียนที่มีจิตใจห้าวหาญ หอพักB มีแต่นักเรียนที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย หอพัก C มีแต่พวกเด็กเรียน หอพัก D มีแต่พวกหัวศิลป์คลั่งอาร์ต และแน่นอน นักเขียนส่วนมากมักให้ตัวเอก (ทั้งหมด) ไปอยู่ใน หอA และให้ตัวร้าย (ทั้งหมด) ไปอยู่หอB ส่วนหอ C กับ D เป็นแค่ตัวประกอบที่มีไว้เพื่อให้มันครบๆ 4 หอ (ซะงั้น?) ชีวิตจริงใครๆก็อยากจะได้เพื่อนที่มีนิสัยคล้ายกับตัวเอง แต่สำหรับนิยาย การที่มีพรรคพวกนิสัยคล้ายกันมากเกินไป ไม่มีความขัดแย้ง พี่ว่ามันน่าเบื่อนะ และมันจะน่าสนุกกว่าไหม หากให้ตัวละครที่มีอุปนิสัยต่างกันได้นอนหอเดียวกัน อย่างเช่นให้คนเจ้าเล่ห์ไปอยู่หอเดียวกับเด็กเรียน (ลอกการบ้านกันกระจายเลย) ให้คนกล้าหาญไปอยู่กับเด็กอาร์ต (เวลาสั่งอะไรหรือให้ออกความเห็นอะไร คงปวดหัวตายเลย "แล้วนายจะเอายังไง? "อะไรก็ได้...ง่ายๆ") มีเจ้าหญิงเจ้าชาย หากมีใครบอกว่านิยายโรงเรียนเวทมนตร์ได้อิทธิพลมาจากแฮร์รี่พ็อตเตอร์โดยสิ้นเชิง พี่แบงค์คงแปลกใจมาก เพราะแฮร์รี่พ็อตเตอร์ไม่มีตัวละครคนไหนที่เป็นราชนิกุลเลยสักคน อย่างเก่งก็แค่ลูกคนรวยหรือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองมากกว่า (หรือมี แต่พี่อ่านพลาดไปนะ?) เอาเป็นว่า...มันเป็นความนิยมชมชอบโดยส่วนตัวของน้องๆ นักเขียน ที่อยากให้มีเจ้าชายรูปหล่อ เจ้าหญิงผู้เลอโฉม อยู่ท่ามกลางหมู่เพื่อนหรือพระสหาย ซึ่งใครก็คงไปว่าเรื่องรสนิยมไม่ได้หรอก เนื่องจากเจ้าหญิงเจ้าชายในนิยายเป็นเรื่องที่เกิดจากจินตนาการ ดังนั้นภาพลักษณ์ที่ออกมาหลายเรื่องจึงต้องดูงดงาม อ่อนช้อย พูดจาไพเราะอ่อนหวาน น้ำเสียงน่าฟัง อ่านแล้วชวนให้คิดว่า...นี่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์หรือเทวดากันแน่พ่ะย่ะค่ะ ทำอะไรก็ดีไปโม้ดดดด... พี่แบงค์มีเพื่อนที่เป็นลูกเชื้อเจ้า ขับรถเบนซ์มาเรียนทุกวัน แต่งกายก็เนี้ยบ ข้าวของเครื่องใช้ก็หรูหรามีราคา แต่ที่พี่ยอมรับเขาเป็นเพื่อนด้วยก็คือ เขาเป็นคนที่ติดดิน ไม่เรื่องมาก กินส้มตำข้างทางก็กินได้ ให้ใช้ของถูกๆก็ใช้ได้ ให้เล่าเรื่องขำๆ ทำท่าตลกก็ทำได้ อุปนิสัยของเขาดูใกล้กับสามัญชนดีเหลือเกิน พี่คิดว่าการที่เจ้าหญิงเจ้าชายจะลืมเก๊กไปบ้าง มันก็ดูมีเสน่ห์ น่าสนใจกว่าการเป็นตัวละครประเภท Perfect Guy อย่างมากเลยละ เพราะมันเป็นบุคลิกที่ทำให้สามัญชนกล้าเข้าหาอย่างใกล้ชิดบ้าง ก็ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ การประลองเวท ขึ้นชื่อว่าโรงเรียนเวทมนตร์ ก็ต้องมีการประลองเวทมนตร์กันด้วยใช่ไหมล่ะครับ มันก็น่าสนุกและมีสีสันดี ทว่าที่พี่แบงค์อ่านแนวโรงเรีนเวทมนตร์มาหลายเรื่อง พบว่ามักจะเป็นการประลองแบบต่อสู้ใช้พลัง ชนิดที่เรียกว่าอัดกันให้โรงเรียนพังไปครึ่งหลัง หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นภารกิจออกตามหาของบางสิ่งที่ถูกปกป้องด้วยสัตว์อันตราย อ่านดูแล้วมันก็อลังการดีนะครับ แต่ถ้าพูดถึงความสมเหตุสมผลของเรื่อง จะมีอาจารย์โรงเรียนไหนบ้างที่สนับสนุนให้มีการต่อสู้กันโหดเว่อร์ขนาดนี้ แถมยังให้นักเรียนไปทำภารกิจเสี่ยงตายอีก ลองเขียนให้เป็นการแข่งขันด้วยกีฬาจะดีกว่ามั้ย เปลืองตัวน้อยหน่อย เจ็บตัวน้อยหน่อย อย่างแฮร์รี่พ็อตเตอร์เองก็ยังจัดการแข่งขันควิดดิส แทนที่จะเป็นการประลองเวทกันเลย ก็ลองคิดกันดูนะครับว่าโรงเรียนเวทมนตร์ที่น้องๆ กำลังลงมือเขียน จะสามารถให้ประลองกันได้วิธีไหนที่ไม่ต้องใช้กำลัง ตัวละครที่ทำอะไรก็เก่งไปหมด ไม่มีที่ติ ไร้จุดอ่อน มักจะมีตัวละครที่เป็นนักเรียนดีเด่นอยู่ในนิยายแนวโรงเรียนเสมอ คือเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ กีฬาก็เก่ง กิจกรรมก็ดี ทำอะไรก็ดีเลิศไปหมด (และคนแบบนี้ก็มักจะถูกจัดให้เป็น Perfect Guy แบบเดียวกับเจ้าหญิงเจ้าชายด้วย หรืออาจจะเป็นตัวเอกเลยก็ว่าได้) พูดง่ายๆ ก็คือ เก่งขนาดนี้จะมาเรียนทำไมก็ไม่รู้ ตัวละครที่ทำอะไรก็สมบูรณ์แบบไปหมด ไม่ใช่จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ แต่ที่ไม่ดีก็คือการที่ไม่ใส่จุดอ่อนให้ตัวละครเลยต่างหาก ลองคิดดูนะครับว่าถ้าตัวละครทำอะไรก็ไม่เคยแพ้ ไม่เคยสะดุดกับอุปสรรค มันก็ไม่มีอะไรให้คนอ่านลุ้นเลยสิครับ คนเราต่อให้อัจฉริยะขนาดไหน แต่เรื่องการใช้ชีวิตคงจะไม่เหมือนคนอื่นทั่วไปแน่ๆ แม้แต่ซูเปอร์แมน ต่อให้เหาะเหินต่อยรถถังได้ สุดท้ายก็แพ้คริฟโตไนฟ์แค่ก้อนเดียว แล้วตัวละครของน้องล่ะ มีจุดอ่อนอะไรบ้าง โรงเรียนที่สอนให้กระทำผิดกฎหมาย มีอยู่หลายเรื่องที่ต้องการฉีกแนวจากโรงเรียนที่สอนแต่เวทมนตร์คาถา เลยแยกไปทำโรงเรียนที่สอนศาสตร์แขนงอื่น เช่น โรงเรียนเสนาธิการของนิยายเรื่อง "อานาธีเซีย" โรงเรียนไสยศาสตร์ของนิยายเรื่อง "โยคีน้อย" พี่ก็รู้สึกชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นนะครับ ในฐานะที่พี่เคยเป็นบ.ก. นิยายมาก่อน พี่ก็อยากเห็นพล็อตเรื่องที่แตกต่างไปจากต้นฉบับที่เคยผ่านตามาก่อนแล้วเหมือนกัน แต่เรื่องที่พี่คิดว่าไอเดียที่อาจจะไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่ น่าจะเป็นเรื่องของโรงเรียนที่สอนให้เป็นหัวขโมย เป็นโจรสลัด เป็นนักฆ่า หรือสอนอะไรก็ตามที่ผิดกฎหมายบ้านเมือง (แถมยังมีเจ้าหญิงเจ้าชายไปเรียนอีก โห...) คือถ้าเขียนเพื่อความสนุกสนาน ให้เพื่อนๆ ใน Dek-D.com อ่านกันเอง คงไม่มีใครว่าแน่ๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่น้องส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์พิจารณา โอกาสที่จะผ่านคงยากหน่อย เพราะกองบ.ก. อาจจะเข้าใจว่านิยายที่น้องเขียน เป็นเรื่องที่สนับสนุนให้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับเยาวชน ลองปรับเปลี่ยนพล็อตให้ดู Make Sense นะครับ ทำไมถึงต้องสอนให้ปล้นให้ฆ่า ทำแล้วชีวิตจะดีขึ้นอย่างที่ตัวละครตั้งความหวังไว้หรือไม่ และเราต้องการจะแฝงแง่คิดอะไรให้แก่ผู้อ่าน บางทีการเป็นโจรหรือผู้ก่อการร้ายคงไม่ใช่เรื่องที่เท่และน่าตั้งเป็นโรงเรียนสหศึกษานัก พี่เชื่อว่าน้องๆ นักเขียนต้องคิดได้อยู่แล้ว แท้จริงแล้วตัวเอกคือผู้ถูกเลือกโดยชะตาฟ้าสั่ง เหมือนกับนัดกันมาเขียนเลยครับ ที่ตัวเอกไม่ว่าจะชายหรือหญิง พอครึ่งค่อนเรื่องก็พบว่า แท้จริงแล้วเขาหรือเธอสืบทอดจนต้นตระกูลอะไรสักอย่างที่ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นคำทำนายที่บ่งบอกว่าตัวเอกคือผู้ถูกเลือกแห่งชะตากรรม ที่จะต้องออกไปตามล่าหาของหรือกำจัดจอมมารอะไรก็ว่าไป เหตุใดตัวเอกถึงต้องเป็นผู้ถูกเลือก เป็นคนอื่นไม่ได้หรือ มีเหตุผลอะไรที่ลึกซึ้งนอกเหนือไปจากภารกิจที่ตระกูลต้องทำ คำสาปที่บรรพชนได้ก่อและสืบต่อจนชั่วลูกชั่วหลาน (ถ้าเป็นพี่แบงค์คงนัดญาติพี่น้องไปทำหมันกันแล้ว คำสาปจะได้จบลงแค่รุ่นนี้) หรือแม้แต่คำทำนายได้กำหนดให้ตัวเอกเป็นผู้พลิกแผ่นดิน (คำทำนายมันก็ตีความได้หลายอย่าง รู้ได้ไงว่าคำทำนายต้องเป็นตัวเอกเท่านั้น เป็นคนอื่นไม่ได้เหรอ แล้วให้ตัวเอกเป็นลูกกระจ๊อกคอยติดตาม) พี่เชื่อว่าโชคชะตาคงไม่ได้เป็นผู้กำหนดชีวิตของคนเราหรอก บางทีอาจจะเป็นความซวยของคนบางคนที่บังเอิญมาเข้าทางโชคชะตาที่ปูทางดักรอไว้มากกว่า เหมือนอย่างที่ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ อยู่ดีๆก็โดนแมงมุมกัด และโชคชะตาก็ทำให้เขากลายเป็นสไปเดอร์แมน แต่ใครจะไปรู้ หากวันนั้นปีเตอร์ไม่ได้ไปทัศนศึกษา เขาก็คงไม่ได้เป็นสไปเดอร์แมน แต่อาจจะเป็นคนอื่นใครไม่รู้เป็นแทน และเรื่องราวก็คงดำเนินไปอีกรูปแบบหนึ่งแน่ๆ ก็เป็นแนวทางหนึ่งสำหรับน้องๆ นักเขียน Dek-D.com ซึ่งน่าจะมีประโยชน์นะครับ แต่ทั้งนี้จะเชื่อและไปทำตามที่พี่แบงค์ไกด์ไลน์ให้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของดุลพินิจของตัวน้องเอง พี่เป็นเพียงนักอ่านคนหนึ่ง ก็ว่าไปตามสิ่งที่เห็นว่าสมควร แต่จะเหมาะกับนิยายของน้องหรือไม่ ต้องพิจารณากันให้รอบคอบนะครับ สำหรับใครที่มีนิยายแนวโรงเรียนเวทมนตร์ จะเอามาแปะในนี้ก็ได้นะ ถ้าพี่แบงค์มีเวลา จะเข้าไปอ่านและคอมเม้นท์ให้เลย แล้วพบกับคอลัมน์กลเม็ดนักเขียนได้ใหม่อาทิตย์หน้านะครับ |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
#16 เอากำลังภายในด้วยเหรอครับ พี่เองก็ไม่ค่อยสันทัดเรื่องแนวนี้ซะด้วยสิ ไว้ต้องลองอ่านหน่อยแล้ว 55+
กอดหมอนรอเลยค่ะ ที่จริงกำลังเขียนนิยายจีน แต่เป็นคนชอบแฟนตาซี ตอนนี้เลยชักไม่แน่ใจว่าจะให้หมวดไหนนิยายดี
กำลังโหลด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



79 ความคิดเห็น
ถ้าอยากได้เเหวกเเนวให้ไปอ่านของเอนเธอร์><
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 กรกฎาคม 2554 / 17:34
เห็นด้วยครับ : ) ถ้าลองหาสิ่งแปลกใหม่หรือลองหักมุมบ้างอะไรบ้างน่าจะสนุกกว่านี้นะครับ แต่เท่าที่ผมอ่านมาก็ เอ่อ... มันไม่ต้องอ่านก็พอจะรู้ พอเดาได้เลย แฮะๆ เลยขี้เกียจอ่าน หันไปสนใจพวกแนวหักมุมแปลกๆ อย่างที่คนเขาไม่คิดกันมันน่าสนใจกว่า
เพราะหนูก็อ่านมาอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น
เลยออกจะเบื่อๆ
อยากเขียนเองมั่งเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้มีงานเขียนอื่นดักแล้ว=w=;;
ถ้าให้เลือกหอนะ หนูว่าเอาจับไม้สั้นไม่ยาวยังสนุกกว่าประลองเวทย์เลย
(แต่ถ้าจับไม้สั้นไม้ยาวแล้วยังไม่พอใจก็เป่ายิ้งฉุบไปเลยตื่นเต้นดี5555)
แต่รู้สึกว่าจะไม่เกี่ยวแฮะ -*-
รู้สึกว่ากระทู้นี้จะตรงกับใจหนูพอดีเลย กะจะเขียนแฟนตาซีที่ไม่ได้เริ่มต้นที่ปี 1 พอดี
แบบเริ่มที่ปีหนึ่ง ตัวเอกเป็นเจ้าหญิง เจ้าชาย เก่งเว่อร์ เป็นผู้ถูกเลือกแบบฟลุ๊ก ๆ(?)
ปัจจุบันก็เลยอ่านแค่บางเรื่อง ของนักเขียนที่ชอบ
แต่หัวขโมยแห่งบารามอสเนี่ย อ่านแล้วติดจริง ๆเป็นแนวโรงเรียนเวทมนตร์(นอกจากแฮร์รี่)เล่มแรกที่อ่าน และติดมากถึงขั้นมานั่งแต่งฟิคเอง :)
ส่วนเซวีน่าก็เป็นเล่มที่สอง ติดมาก ถึงมากที่สุดเช่นกัน 5555
เป็นข้อเท็จจริงที่น่าเบื่อมากสำหรับพล็อตแนวโรงเรียน
บอกตามตรงว่าเอียนกับการที่บอกว่า "เธอมีโชคชะตาต้องไป....."
จากนั้นตัวละครก็จะโอ้ ข้าไม่อยากทำ จากนั้น....ข้าก็เปลี่ยนใจทำ
เฮ้อ...อยากเห็นพล็อตแหวกแนวในตลาดนิยายบ้าง แต่ดูเหมือนไม่ค่อยเกิดกันเท่าไหร่ ตอนนี้เลยได้แต่หาอนิเมะแปลก ๆ มาเสพแทน~
เหตุการณ์ต่อไปเป็นอย่างไร- - ตอนนี้กำลังจะเริ่มเขียนเรื่องแนวนี้อยู่พอดี (ไม่ได้เกี่ยวกับโรงเรียน
เวทมนตร์ แต่ออกแนวแแฟนตาซี)
ตัวเอกทั้งสามตัวก็มีข้อเสียของตัวเอง และจะพัฒนาการไปตามท้องเรื่อง ไม่มีใครเพอร์เฟ็คท์จนเว่อร์ อ่านแล้วนั่งคิด คิดไม่ออกเลยว่ามีตัวไหน "เกิดมาไม่มีปัญหา" อ่านแล้วเลยมีอารมณ์ร่วม รู้สึกราวกับว่าอยู่ในโลกนั้นจริงๆ
ส่วนอานาธีเซียชอบเพราะทึ่งในจินตนาการและโครงเรื่อง แต่ขัดใจหน่อยๆ เพราะตัวละครเพอร์เฟ็คท์ไปนี่ล่ะ (จนอ่านแล้วหมั่นไส้) และการบรรยายมันยืดยาวไปในบางครั้ง
เซวีน่า...เราเปิดอ่านไม่กี่หน้าเราวาง เพราะรู้สึกว่าเรื่องมันเรียบๆ ไป ไม่ชวนให้อ่านต่อ หรือเพราะเรากำลังง่วงหว่า...
กำลังแต่งฟิคบารามอสอยู่ คาดว่า เพราะความเซ็งในความจำเจข้างต้น เราเลยรอดเป็นส่วนใหญ่ แต่...ก็ไม่ค่อยมีคนอ่านหรอก เขียนเอามัน ^^
มีทั้งเจ้าหญิงเจ้าชายเลย โดนไปดอกนึงเต็มๆเลย ฉึก!!!
ปล.แต่หนูไม่มีสี่หอแน่ๆค่ะ ฮ่าๆๆ
อยากให้นักอ่านช่วยแนะนำในหลายๆจุดเลยน่ะค่ะ เพราะความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นสิ่งสำคัญมาก
ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะ^^
อยากให้พี่แบงค์ ลองสับเอ๊ย หาความจำเจของนิยายกำลังภายในให้หน่อยนะครับ เอาให้ครบทุกหมวดนิยายเลยก็ดี อิอิ ผมจะติดตามตลอดเลย
ถึงมันจะคล้ายกันแต่บ้างเรื่องคนแต่งทำให้เราอินกับเรื่องที่เค้าแต่งได้มันก็สนุกแล้วนะคะ
แต่ไม่รู้เหมือนกันนะคะ พออ่านแล้วมันคล้ายกันก็เอามันมาผสมกันเองสนุกดี XP
ฝากวิจารณ์นิยายเรื่อง Dark of death หน่อยนะคะ