เขียนฉากสงครามให้ดูสมจริง




            เป็นอีกหนึ่งคำถามที่น่าสนใจสำหรับน้องๆ นักเขียน Dek-D.com ที่กำลังเขียนนิยายแนวสงครามกันอยู่ นั่นก็คือ จะเขียนยังไงให้ดูสมเหตุสมผล อ่านแล้วไม่รู้สึกแปลกๆ ในเหตุผลของการทำสงคราม

            พึงระลึกไว้เสมอว่า ฉากสงครามเป็นสิ่งที่เขียนยากมากๆ ไม่ว่าจะด้วยการพรรณนา การวางแผนกลยุทธ์ สภาพสมรภูมิรบ อารมณ์และความรู้สึกของพวกทหาร ฯลฯ มันไม่ง่ายเหมือนกับเราดูหนังหรือเล่นเกมเสียทีเดียว ถ้าอยากจะเขียนให้ดูสมจริง เราต้องทำการบ้านตรงเรื่องนี้ให้หนัก


            ข้อแนะนำสำหรับการเขียนนิยายแนวสงคราม

            ควรศึกษาประวัติศาสตร์สงครามสมัยก่อน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้รู้ว่าอะไรคือชนวนที่ทำให้เกิดการสู้รบ แต่ละฝ่ายมีอุดมการณ์อย่างไร ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์และแผนการอย่างไร ผลจากสงครามเป็นอย่างไร เช่น สงครามครูเสด สงครามไทย-พม่า สงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม สงครามอเมริกา-อิรัก

            ลองวาดรูปแผนที่และจุดยุทธศาสตร์ที่คิดว่าน่าจะเอามาใช้กับนิยายของตัวเอง วางแผนเผื่อทั้งสองฝ่ายให้มากๆ หากเป็นฝ่ายรุกจะบุกยังไง เป็นฝ่ายรับจะป้องกันยังไง และจุดอ่อนของแต่ละฝ่ายมีอะไร จะทำให้เห็นภาพรวมได้ดีกว่าเขียนสด

            ไม่ว่าสงครามจะออกมาในรูปแบบไหน ต้องอิงความมีเหตุมีผล ไม่ใช่บ้าพลังยกทัพมากๆ ไปตี เช่น ฝ่ายจักรวรรดิทำสงครามเพื่อล่าอาณานิคม ก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าล่าเผ่าพันธุ์ก็ได้ (ไม่เหลือชาวบ้านสักคน แล้วจะเอาทาสที่ไหนมาสร้างผลผลิตให้จักรวรรดิ?) ฝ่ายตั้งรับแม้จะตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ หากมีทางหนีทีไล่ จำเป็นมั้ยที่ต้องปักหลักสู้จนตัวตายหมดทั้งก๊ก หรือกองกำลังที่มีแค่ 300 นาย หากจะสู้ชนะข้าศึกที่มีถึง 3 หมื่นนาย ก็ต้องคิดแล้วว่าจะเอาอะไรไปสู้ (มีอะไรที่เข้าท่ากว่าซัดตู้มๆๆ แบบไม่ต้องคิดเหมือนในเกม Dynasty Warrior บ้าง)




            ความเห็นของพี่แบงค์ สงครามอาจไม่จำเป็นต้องสู้รบกันจนนองเลือดเสมอไป แต่อาจจะเป็นสงครามที่แข่งขันสะสมอาวุธ เทคโนโลยี หรือเศรษฐกิจของประเทศ แบบอเมริกากับรัสเซียในยุคสงครามเย็น เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ก็ดูน่าสนใจไม่แพ้การยกกองทัพเข้าจู่โจม เพราะมีการเล่นจิตวิทยาและการแข่งขันด้วย ใครจะลองเอาไปคิดต่อยอดกับนิยายแนวสงครามที่กำลังเขียนอยู่ก็ไม่เลวนะ

            แล้วน้องๆ ล่ะ เขียนฉากสงครามในนิยายยังไงกันบ้าง





Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ซ่อนนาม Member 10 ก.พ. 55 20:54 น. 6
ถ้าจะอิงยุคปัจจุบัน ก็ต้องรู้ว่าสงครามเป็นอะไรที่เกิดยากกว่าแต่ก่อนมาก
เพราะยุคนี้เป็นยุคที่ต้องแคร์ประเทศอื่น
ดังนั้นหากโอกาสไม่เอื้ออำนวยจริงยังไงสงครามก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

ตัวอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา ต้องมีเหตุผลร้อยแปดในการอ้างว่าอีรักผิดยังไงถึงเข้าไปบุกได้
หรือหาไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมในการสู้รบอย่างพม่ากับชนกลุ่มน้อย หรือลิเบีย
สิ่งที่เกิดขึ้นคือการคว่ำบาตรของนานาประเทศหรือการเข้ามาแทรกแซงของสหประชาชาติ
ด้วยเหตุนี้หากเหตุผลไม่รองรับ การสู้รบหรือก่อสงครามไม่ชอบธรรม
สิ่งที่จะได้จากสงครามนั้นก็จะมีน้อยกว่าสิ่งที่สูญเสียไป

ซึ่งเหตุผลนี้มันจึงทำให้ทำไมไทยกับเขมรไม่สู้รบกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเปิดศึกกันไปนานแล้ว
หรือเกาหลีเหนือทำไมถึงไม่บุกชาติอื่นสักทีหรือยิงนิวเคลียร์มาใส่ประเทศที่ไม่ชอบหน้าก็ได้
เพราะหากทำรับรองว่าโดนยำแน่
ไทยก็โดนคว่ำบาตรเป็นชาติที่นานาประเทศไม่ยอมคบซึ่งขาดทุนเมื่อเทียบกับเขาพระวิหาร
เกาหลีเหนือก็โดนนิวเคลียร์สวนกลับจนสิ้นชาติเพราะไปยิงใส่เขาก่อน ทำให้สูญเสียเต็มร้อย

ด้วยเหตุนี้การจะคิดฉากสงครามโดยอิงยุคปัจจุบันเป็นอะไรที่ยากและซับซ้อน
เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันไม่ได้เท่าที่ตาเห็น
สงครามในปัจจุบันเป็นแค่ "วิถีทางแห่งการฑูต" ประเภทหนึ่งที่ถือว่าล้มเหลวที่สุด
ส่วนอาวุธร้ายแรงก็เป็นแค่ "เครื่องมือทางการฑูต" ชนิดหนึ่งที่ทำให้เรามีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ดังนั้นอาวุธร้ายแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพื่อฆ่า แต่มีเพื่อขู่

และอย่าลืมว่ายุคปัจจุบันประเทศไม่ได้เกิดจากการที่ผู้นำต้องการอำนาจ
หากเกิดจากที่ประชาชนต้องการสิ่งที่ปกป้อง มันจึงมีคำว่าประเทศเกิดขึ้น
ด้วยเหตุนี้ประเทศจึงอยู่เพื่อทุกคน ไม่ใช่ไปรุกรานผู้อื่นโดยไม่สนใจคนของตน

0
กำลังโหลด

24 ความคิดเห็น

พนักงานธรรมดา Member 10 ก.พ. 55 17:45 น. 1
ก่อนจะเขียนฉากสงคราม ปรกติผมจะสร้างประเทศที่จะเข้าสู่สงครามก่อน สร้างสังคมของประเทศเหล่านั้น อุดคติ ประวัติวีรกรรมกับประเทศข้างเคียง ลักษณะประชากร ยุคสมัย ฉนวนเหตุสงคราม ถึงค่อยจบด้วยการแต่งฉากสงครามครับ


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
โดดเดี่ยวพันลี้ Member 10 ก.พ. 55 18:34 น. 3
สงครามเหรอ 1  สงครามเกิดจากอะไร ----ต้องคิดให้ได้ก่อน
   2 ..สงครามเกิดจากไครไม่ไช่อยู่ดีๆ มาแย่งตีจะเอา เงินโดยไม่รู้ว่าเงินมาจากไหน แล้วแย่งไปทำอะไร
     3    สงครามเกิดจากใคร ใครเริ่ม  หรือ ชนวนที่ก่อให้เกิดการสะสมกองกำลังมาจากอะไร
        4.   สงครามครั้งนี้ต้องการอะไร และ จุดยุติมันคืออะไร ไม่ไช่ เอาว่าฆ่ากัน รบกัน ตายไป ฝ่ายหนึ่งแพ้ก็จบ
         5 สงครามนี้ ใช้อะไรเป็นจุดเด่น เช่น ปืน กำลังพล    /           การใช้จิตวิทยาให้อีกฝ่ายหวาดกลัวหรือโจมตีด้วยข่าวเท็จ แบบแอดมินบอก  สงครามเย็น
            สรุป คือ ผมคือคนที่มีแต่หัวคิด อิอิ  คิดแต่ละรั้งจะไม่เหมือนกัน วันนี้ 1-1 อาจได้ 2 พรุ่งนี้ 1-1 อาจได้ ควาย 1 ตัว 2 เขา วันมะรืน อาจได้ ตะเกียบ 2 อัน แค่นี้แหล่ะ แนวคิด ทางหนึ่ง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Blue-Serena Member 10 ก.พ. 55 19:47 น. 5
สงครามของข้าน้อย เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อการแย่งชิงอำนาจจึงต้องกำจัดผู้ที่ขัดขวางทิ้ง ที่ต้องคิดก็มี ชนวนสงครามคืออะไร ก่อเพื่ออะไร สู้กันยังไง มีทางรอดมั๊ย ใครชนะ ประมาณนี้
0
กำลังโหลด
ซ่อนนาม Member 10 ก.พ. 55 20:54 น. 6
ถ้าจะอิงยุคปัจจุบัน ก็ต้องรู้ว่าสงครามเป็นอะไรที่เกิดยากกว่าแต่ก่อนมาก
เพราะยุคนี้เป็นยุคที่ต้องแคร์ประเทศอื่น
ดังนั้นหากโอกาสไม่เอื้ออำนวยจริงยังไงสงครามก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

ตัวอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา ต้องมีเหตุผลร้อยแปดในการอ้างว่าอีรักผิดยังไงถึงเข้าไปบุกได้
หรือหาไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมในการสู้รบอย่างพม่ากับชนกลุ่มน้อย หรือลิเบีย
สิ่งที่เกิดขึ้นคือการคว่ำบาตรของนานาประเทศหรือการเข้ามาแทรกแซงของสหประชาชาติ
ด้วยเหตุนี้หากเหตุผลไม่รองรับ การสู้รบหรือก่อสงครามไม่ชอบธรรม
สิ่งที่จะได้จากสงครามนั้นก็จะมีน้อยกว่าสิ่งที่สูญเสียไป

ซึ่งเหตุผลนี้มันจึงทำให้ทำไมไทยกับเขมรไม่สู้รบกัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเปิดศึกกันไปนานแล้ว
หรือเกาหลีเหนือทำไมถึงไม่บุกชาติอื่นสักทีหรือยิงนิวเคลียร์มาใส่ประเทศที่ไม่ชอบหน้าก็ได้
เพราะหากทำรับรองว่าโดนยำแน่
ไทยก็โดนคว่ำบาตรเป็นชาติที่นานาประเทศไม่ยอมคบซึ่งขาดทุนเมื่อเทียบกับเขาพระวิหาร
เกาหลีเหนือก็โดนนิวเคลียร์สวนกลับจนสิ้นชาติเพราะไปยิงใส่เขาก่อน ทำให้สูญเสียเต็มร้อย

ด้วยเหตุนี้การจะคิดฉากสงครามโดยอิงยุคปัจจุบันเป็นอะไรที่ยากและซับซ้อน
เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันไม่ได้เท่าที่ตาเห็น
สงครามในปัจจุบันเป็นแค่ "วิถีทางแห่งการฑูต" ประเภทหนึ่งที่ถือว่าล้มเหลวที่สุด
ส่วนอาวุธร้ายแรงก็เป็นแค่ "เครื่องมือทางการฑูต" ชนิดหนึ่งที่ทำให้เรามีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ดังนั้นอาวุธร้ายแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพื่อฆ่า แต่มีเพื่อขู่

และอย่าลืมว่ายุคปัจจุบันประเทศไม่ได้เกิดจากการที่ผู้นำต้องการอำนาจ
หากเกิดจากที่ประชาชนต้องการสิ่งที่ปกป้อง มันจึงมีคำว่าประเทศเกิดขึ้น
ด้วยเหตุนี้ประเทศจึงอยู่เพื่อทุกคน ไม่ใช่ไปรุกรานผู้อื่นโดยไม่สนใจคนของตน

0
กำลังโหลด
P.PiaRolD Member 10 ก.พ. 55 22:07 น. 7
ผมเคยเขียนนะครับ แต่แบบเจาะจงไปที่รอบตัวพระเอกอย่างเดียว ๕๕๕๕ สงครามใหญ่แบบโดยรวม เขียนไม่ไหวหรอกครับ =w=
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
มิ้มกี้ ลิงน้อยจอมซน Member 12 ก.พ. 55 22:53 น. 11
เวลาเขียนฉากนี้หนูไม่ค่อยเน้นเรื่องการต่อสู้อะ

เพราะจะสมมติว่าตัวเองเป็นผู้อ่าน และหนูเป็นผุ้อ่านที่ขี้เกียจอ่านฉากต่อสู้ เพราะมันน่าเบื่อ

เวลาเขียนเลยอธิบายคร่าวๆ แล้วไปใส่อารมณืกับบรรยาากาศให้ดูเศร้าๆมากกว่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อัศวินอสนีบาตราตรี Member 14 ก.พ. 55 21:08 น. 14

โอ้ย เราก็พอรู้นะคับว่าฉากสงครามนี่เป็นฉากที่หินฉากนึงเลยละ ของเราวางโครงเรื่องให้เป็นแบบยุคกลางอ่ะคับ ประมาณช่วงอัศวินรุ่งเรืองอ่ะ จริง ๆ แล้วเราก็หาข้อมูลเกี่ยวกับพวกอาวุธ ชุดเกราะ แผนการรบอะไรพวกนี้อยู่นะครับ กะว่าลุยมันเต็มอัตราศึก~ ทั้งฝ่ายโจมตีและตั้งรับ ยกตัวอย่างนะคับ เช่น ฝ่ายกองทัพอัศวิน ปรับแผนเป็นตั้งรับ ก็จะมีพวกปืนใหญ่ เครื่องดีดหิน พลธนู พลปืนไฟ หน่วยลอบสังหารพวกนี้อ่ะคับ คือเต็มที่เลย ส่วนฝ่ายข้าศึกที่มารุก ก็จะมีกองทหารมากมายนับแสน หน่วยโจมตีเร็ว ปืนใหญ่ เรือรบเป็นต้นคับ ข้อมูลน่ะพร้อมครับ แต่บรรยายนี่สิ ยากคับ!

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นักเรียน ม.3/1 Member 28 ก.พ. 55 21:37 น. 17
ถูกต้องครับ เราไม่สามารถทำมันอย่าเช่น วาดรูป ดูหนัง เล่นเกมหลอกครับ มันยากกว่าวาดรูปที่มีSPF หรือ HD สูงมากครับ ยังไงเออ... คือมันไม่เห็นภาพ แต่เราต้องนึกภาพเอาซึ่งแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนครับ เช่น คนหนึ่งคิดแบบเวอร์ อีกคนคิดแบบที่เป็นไปไม่ได้ มันจะลงตัวเท่ากับรู้ถาพได้ยังไง ก็เพราะเรามองไม่เห็นภาพ
0
กำลังโหลด
v-kun Member 6 มี.ค. 55 01:29 น. 18
ในการจะเขียนฉากสงคราม ผมจะคำนึงถึง 4 จุดหลักๆนะครับ

1. นอกสงคราม - คือปัจจัยอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้ทั้งหมด ทั้งด้านทรัพยากร เทคโนโลยี และมูลเหตุของสงคราม

2. ผู้นำทัพ - แนวคิดที่จะมองเห็นได้ในสายตาของแม่ทัพทั้งหมด คือกำลังรบโดยรวม เป้าหมายของการรบ โอกาสชนะ กลยุทธิ์ กับดัก การวางแผนและการวิเคราะห์จุดยุทธศาสตร์ล่วงหน้า รวมถึงการกำหนดการต่อสู้ระหว่างที่มีการต่อสู้

3. ผู้นำหน่วยย่อย - คือนายกอง หัวหน้าหมู่ ฯลฯ ซึ่งจะต่างกับแม่ทัพตรงที่รายนี้จะได้เข้าไปต่อสู้ในสถานการณ์รบจริง ซึ่งจะมีปัจจัยด้านการวางแผนและเปลี่ยนแผนในชั่วพริบตาเพื่อบรรลุจุดประสงค์

4. ทหารเดินเท้า (หรือผู้กล้า, นักรบ, จอมเวทย์, นักบิน ฯลฯ ที่ไม่ได้มีหน่วยรบในความควบคุม) - มักเป็นตัวเอก เป็นตัวละครที่ทำให้เราเห็นมุมมองของสงครามได้เหมือนจากมุมมองที่ 1 มักจะไม่มีส่วนในการรบโดยรวมมากนัก เว้นแต่นิยายเรื่องนั้นๆจะหวังพึ่งปาฏิหาริย์ หรือว่าจะมีส่วนในแผนการอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวกับการรบหลัก ในมุมมองนี้เองที่สามารถบรรยายฉากต่อสู้เลือดสาด และโหดร้ายได้อย่างเต็มที่
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Wh-Question Member 25 มี.ค. 55 20:22 น. 20
 สมัยนี้มีแต่สงครามเย็น!!!

ที่ระเบิด ตู้ม!! แช่!!! ตู้ม!! แช่!!! เนี้ย

มันอยู่แถวๆ อาหรับนู้น!!!

ใช้อำนาจเศรษฐกิจและอิทธิพล.....

ใช้คำว่า"ประเทศกำลังพัฒนา"กับ"ประเทศด้อยพัฒนา"มาเป็นตัวกดขี่

ใช้คำว่า"ประเทศที่พัฒนาแล้ว"มายกย่องตนเองให้สูงขึ้น

จะประมาณพวกที่ชอบทำสงคราม"เย็น"เอาไว้แล้วกัน^^

[ทั้งๆที่ตัวเองในตอนนี้เนี้ย........ ยังเอาตนเองไม่รอดเลย
ยุแหย่ให้คนอื่นตีกันอยู่ได้...น่ารำคาญ!!]

PS.I.Antiสงครามทุกรูปแบบ[ยกเว้นในนิยาย]
แล้วสงครามคือสิ่งที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่เต็นไปด้วยศักดิ์ศรีและยุทธวิธี
เวลาเขียนนิยายอย่าเขียนเอาแค่ระเบิดตู้มแช่!! แล้วกัน

PS.II ใครนึกออกบ้างว่าเสียงระเบิด ตู้มแช่!! คืออะไร
[ปกติมีแต่เสียงระเบิดดัง ตู้ม!!! โครม!!คราม!!! BOOM!! ไม่ใช่เราะ???]
เสียงระเบิดดัง ตู้ม!! แช่!!มีจริงๆนะ
...........[นึกไม่ออกสินะ]
ก็.........
เสียงสิงโตเชิดพร้อมจุดประทัดในวันตรุษจีนไงเล่า!!! 



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 มีนาคม 2555 / 20:31
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด