วิจารณ์ชื่อเรื่อง เป็นตัวช่วยในการดึงดูดให้มีคนเข้ามาอ่านนิยายของเรา ถ้าหากชื่อเรื่องของใครตั้งได้โดนใจ น่าสนใจ น่าอ่าน จำง่าย เตะตาคนดูได้ก็จะทำให้นิยายของเราเข้ามาอ่านมาก ขี้น วิธีวิจารณ์ ดูว่าชื่อเรื่องต้องสัมพันธ์กับแนวเรื่อง สามารถบอกอะไรกับคนอ่านได้หรือไม่ น่าสนใจไหม น่าติดตามหรือเปล่า
วิจารณ์โครงเรื่อง คือ เหตุการณ์ที่นักเขียนวางไว้ก่อนจะเขียน เปรียบเสมือนกับกระดูกของนิยาย ถ้าหากเรื่องไหนวางโครงเรื่องได้ดี การดำเนินก็จะเป็นไปอย่างลื่นไหล ลงตัว ไม่ออกทะเล ไม่วกวน และสามารถเขียนต่อไปตามโครงเรื่องที่วางไว้ได้จนจบ วิธีวิจารณ์ ดูว่าโครงเรื่องมีความ สมเหตุสมผล ชัดเจน มีความขัดแย้งอะไรบ้าง ส่งผลต่อเรื่องอย่างไร มีเหตุการณ์สำคัญที่จะโยงไปถึงจุดไคลแมกซ์อย่างไร เหมาะสมหรือไม่
วิจารณ์การใช้ภาษา นิยายบางประเภทนั้นการบรรยายและการใช้ภาษามีความสำคัญมากๆ การบรรยายที่ดีจะช่วยให้นักอ่านเห็นภาพตามได้(ต้องทำให้นักอ่านเห็นถาพเดียวกันกับนักเขียนให้ได้) วิธีวิจารณ์ ดูความสวยงามของการใช้ภาษา การเรียบเรียง เรียงร้อยถ้อยคำว่ามีความเหมาะสม ลื่นไหลมากแค่ไหน
วิจารณ์ตัวละคร คือ นักแสดงในนิยายของเรา ตัวละครที่เราออกแบบไว้ควรจะมีความสมจริง มีมิติ มีความคิด มีทั้งด้านดีและด้านเสีย(เพราะมนุษย์มีทั้งสองด้านนี้รวมกันอยู่ในตัว) วิธีวิจารณ์ ดูว่าตัวละครนั้นเป็นมีเสน่ห์ จำง่าย มีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงบทบาทได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ ตัวละครแต่ตัวส่งเสริมเนื้อเรื่องหรือเปล่า
วิจารณ์บทสนทนา ช่วยในการดำเนินเรื่อง บทสนทนานั้นจะบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของตัวละครได้ ใช้ในการเล่า บรรยายแทนการเขียนลงไปตรงๆ วิธีวิจารณ์ ดูว่าบทสนทนานั้นลื่นไหล เป็นธรรมชาติ เหมาะกับตัวละครและสถานการณ์หรือไม่
วิจารณ์การเปิดเรื่อง ดำเนินเรื่อง ปิดเรื่อง ทั้งสามส่วนนี้ต้องมีความสัมพันธ์กัน ต่อเนื่องกัน มีความเป็นเหตุเป็นผล น่าสนใจ ไหลลื่น ไม่รู้สึกติดขัดเวลาอ่าน มีการสร้างความขัดแย้ง เฉลยปมในตอนท้าย มีจุดไคลแมกซ์ วิธีวิจารณ์ ดูว่าทั้งสามส่วนนี้สอดคล้องกันหรือไม่ ให้ยึดหลัก “ต้นตื่นเต้น กลางกลมกลืน จบจับใจ” ในการวิจารณ์
วิจารณ์คำผิด/การจัดหน้า จุดนี้น้องๆ หลายคนอาจจะมองข้ามไป ลองนึกภาพเวลาอ่านนิยายแล้วเจอคำผิดเยอะมากๆ แล้วเราอยากจะอ่านหรือไม่ การตรวจคำผิดนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของนักเขียนต่อผลงานอย่างมาก วิธีวิจารณ์ ดูว่ามีคำผิดเยอะมากน้อยไหน การจัดหน้าสบายตาหรือเปล่า มีการย่อหน้าหรือไม่ การมีคำผิดมากๆ จะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือได้
วิจารณ์ความสม่ำเสมอของการอัพงาน เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะวิจารณ์ เพราะว่าน้องๆ ชาว Dek-D.com บางคนเขียนงานเอาไว้แล้วไม่ได้กลับมาเขียนต่อก็อาจจะทำให้คน อ่านหรือแฟนคลับเกิดอาการค้างได้ วิธีวิจารณ์ ดูความสม่ำเสมอของการอัพงานของนักเขียน ว่ามีความต่อเนื่องกันไหม เว้นช่วงการอัพนานไปหรือเปล่า
การวิจารณ์ที่ดีนั้นควรจะวิจารณ์อย่างไม่มีอคติ วิจารณ์ไปตามเนื้อเรื่อง ควรจะวิจารณ์อย่างสุภาพ ไม่เยาะเย้ย ดูถูก ถากถาง หรือทำให้เกิดความเสียหายหรือหมดกำลังใจ การวิจารณ์นั้นน้องๆ จะได้เห็นถึงโครงสร้างของนิยายอย่างชัดเจนช่วยให้นำเอาสิ่งนี้ไปใช้ในการ พัฒนาการเขียนของตัวเองได้ต่อไป
อ่านบทความนี้จบแล้ว ก็ลองเอาวิธีที่พี่หวายบอกไปใช้วิจารณ์นิยายๆ ของเพื่อนๆ ดูนะครับ แลกกันอ่าน แลกกันวิจารณ์จะได้ร่วมกันพัฒนาฝีมือและงานเขียนให้ดียิ่งขึ้น ไม่แน่ นิยายที่น้องๆ ชาว Dek-D.com ร่วมกันวิจารณ์อาจจะไปถูกใจบรรณาธิการจนได้ตีพิมพ์ก็ได้นะครับ
www.guardian.co.uk/books/booksblog/2009/jan/23/best-list-novels-1000-explained
commons.wikimedia.org/wiki/File:A_tower_of_used_books_-_8446.jpg
.jpg)
.jpg)
.jpg)

17 ความคิดเห็น
ส่วนเรื่องเป็นกลางนี่น่าจะเป็นกลาง เพราะรู้จักกันแค่ผ่านเน็ตนิ?
จะเอาไปใช้อย่างดีเลยง้าบ ขอบคุณพี่หวายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก >[]<!!
หรือพูดเเนะนำสินค้า โปรโมตอะไรก็ตามเเต่ เเม้เเต่คน กล่าวสุนทรพจน์
คำนี้เป็นคติที่ใช้ได้กับการพูดเเละงานเขียนต่างๆ เพื่อจับใจผู้อ่าน ผู้ฟัง ผู้ชม
การอ่านหนังสือมากๆๆ ก็จะทำให้เราเรียนรู้วิธีการวิจารณ์ไปในตัว
แบบเป็นธรรมชาติมากๆๆๆๆด้วยค่ะ
แต่เท่าที่เคยอ่านมาบ้างแล้ว ส่นใหญ่จะเป็นโครงเรื่องซ้ำๆกันเยอะคะ
พวกแบบเปิดมาตอนแรกเกลียดพระเอกเข้าใส้ แกล้งกันไปๆมาๆ ก็กลับมารักกัน
แล้วเรื่องย่อหน้าก็เจอบ่อย แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีอะคะ
ตรงนี้สำคัญเหมือนกันใช่มั้ยคะTT
อย่าวิจารณ์ด้วยรสนิยม แต่จงวิจารณ์ด้วยข้อเท็จจริง
นักวิจารณ์หน้าใหม่แยกสองอย่างนี้ไม่ออก และมันทำให้เกิดปัญหามาก
เช่น"ไม่ชอบ"พล็อตแบบนี้/ตัวละครแบบนี้ ก็หาว่าผู้แต่งห่วย ซึ่งมันไม่ใช่
เพราะมันไม่มีผิดหรือถูกในเรื่องของรสนิยมอยู่แล้ว แต่จะมีคนชอบมากหรือน้อยก็อีกเรื่อง
และเรื่องการแต่งนิยาย มันไม่มีถูกหรือผิด มีแต่เหมาะสมกับบริบทนั้น ๆ หรือไม่
ดังนั้นการจะคาดคั้นให้ต้องเชื่อ ต้องทำตามในทุกกรณีก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมด้วยเช่นกัน
โดยเท่าที่เจอ หลายคนพยายามจะให้ผู้แต่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของตนเสมอ นั่นก็ไม่ใช่แล้วล่ะ
ซึ่งเจอค่อนข้างเยอะกับทั้งสองกรณีนี้
นอกจากนี้เอง ที่เห็นก็คือคนวิจารณ์หลายคนเป็นมือใหม่
ที่แทบไม่เคยผ่านประสบการณ์ในด้านการเขียนเท่าที่ควร
จุดนี้อาจไม่ผิดเท่าไหร่หรอก
ทว่าเวลาเขียนจริง กับเวลาอ่าน มันจะเป็นคนละเรื่องกันเลย
เวลาเขียนจะทำให้เห็นสิ่งที่เวลาอ่านไม่เคยเห็น และรู้องค์ประกอบการเขียนนิยายได้ดีขึ้น
สิ่งที่ไม่เคยเห็นเวลาอ่าน จะสามารถเห็นได้ดีขึ้นในเวลาเขียน
ดังนั้น หากจะวิจารณ์เพื่อแนะแนวทางให้ผู้แต่งเขียนตามคำแนะนำของตน
อย่างน้อยก็ควรผ่านการเขียนนิยายที่มากในระดับหนึ่งด้วย
เพราะหากไม่มี มันยากที่จะแนะนำให้อีกฝ่ายเขียนได้ถูกต้องตามหลักที่วิจารณ์ไปอย่างแน่นอน
"บทบรรยาย"
ซึ่งเรื่องนี้สามารถแบ่งแยกได้พอควรว่าผู้เขียนอยู่ในระดับไหน
ถ้าแทบไม่มีบทบรรยายแล้วมีแต่บทพูดเรียงกันเป็นตับรัว ๆ นั่นมือใหม่จ๋า
ถ้ามีบทบรรยายเพียบจนเห็นภาพแม้กระทั่งขนจมูก นั่นมือใหม่ฝึกหัด
เพราะบทบรรยายควรจะมี แต่ต้องไม่มากจนเกินไป
ซึ่งมือใหม่ฝึกหัดหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการบรรยายต้องทำให้เห้นทุกอย่าง มันไม่ใช่
บทบรรยายมีแต่เพียงพอเหมาะ ในส่วนที่สำคัญ และคุมอารมณ์ของเนื้อเรื่องให้สมควรก็พอแล้ว
ถ้ามีเยอะเกินไปมันจะทำให้อารมณ์ขาดช่วง หรือไม่ก็จำช่วงก่อนหน้าไม่ได้ว่ากล่าวถึงอะไร
หนำซ้ำบางคนยังบรรยายเรื่องเดิมอย่างซ้ำซาก ใช้คำที่ซ้ำซ้อนและวนไปวนมาอีก
ขอบคุณมากค่ะ