จับผิดการใช้ภาษา 5 ข้อที่นักเขียนนิยายควรจำ!


        ช่วงนี้อากาศหนาวขึ้นอีกแล้ว หลายคนคงได้นอนซุกตัวอยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปโรงเรียนเพราะมีการชุมนุมใช่ไหมคะ แต่ออฟฟิศเด็กดียังเปิดให้บริการน้องๆ เหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีม๊อบหรือไม่มีม๊อบ น้องๆ ก็จะได้มีพื้นที่เขียนนิยาย และมีบทความดีๆ ให้อ่านกันต่อไป

        เริ่มเลยดีกว่า เมื่อสิ้นปี เว็บไซต์ Dek-D ก็ร่วมกับสำนักพิมพ์ Enter Books จัดกิจกรรมใหญ่คือ Enter Books Writer Episode 3 ในงานนี้พี่ก็รับหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ต้องให้คอมเม้นต์และให้คะแนนน้องๆ ผู้เข้าประกวดด้วย จากการให้คอมเม้นต์นี้เองทำให้พี่รู้สึกว่า หลายคนยังมีปัญหากับการใช้ภาษากันอยู่นะ แล้วดันเป็นปัญหาเหมือนๆ กันเสียด้วย

        เวลาที่เราพูดเรื่อง "การใช้ภาษา" เรามักจะนึกถึงแค่ "ใช้คำยังไงให้สละสลวย" หรือ "สะกดคำยังไงให้ถูกต้อง" แต่มันไม่ได้มีแค่นั้นน่ะสิ และนี่แหละคือสิ่งที่ทุกคนมองข้ามไป วันนี้พี่จะมาฟันธง 5 จุดที่นักเขียนมือใหม่มักทำพลาดบ่อยเวลาแต่งนิยายสักเรื่อง
 
*ประโยคตัวอย่างบางข้อตัดมาจากนิยายที่ส่งประกวดเพื่อใช้เป็นวิทยาทาน

จุดที่ 1 คำซ้ำ

         คำซ้ำ คือคำเดียวกัน เอามาใช้ใกล้ๆ กัน แถมยังเป็นในความหมายเดียวกันอีก การใช้คำซ้ำไม่ได้ทำให้ความหมายผิด แต่อ่านแล้วรู้สึกขัดๆ
 
...แล้วจะแปลกอะไรที่มันคิดที่จะจัดการกับเราสองคน
...แล้วจะแปลกอะไรที่มันคิดจัดการกับเราสองคน

        ถ้าเจอแบบนี้ มีทางแก้ให้ 2 ทาง คือ ตัดออกหรือเปลี่ยนคำ แล้วดูว่ายังได้ใจความเดิมอยู่ไหม เลือกคำที่ตัดได้หรือเปลี่ยนได้ แต่ถ้ามันเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนทั้งประโยคเพื่อเลี่ยงคำนั้น
 
พ่อข้าคงภูมิใจที่เห็นข้าพึ่งพาตัวข้าเองได้
พ่อคงภูมิใจที่เห็นข้าพึ่งพาตัวเองได้

จุดที่ 2 คำเฟ้อ

        คำเฟ้อคล้ายๆ กับคำซ้ำ มีหลายรูปแบบ เช่น ใช้คำที่มีความหมายเหมือนกันมาเขียนบรรยาย ทั้งๆ ที่จะใช้คำเดียวก็ได้
 
ผมอาจยิ่งถูกโดนมองเป็นตัวประหลาด
ผมอาจยิ่งถูกมองเป็นตัวประหลาด
ในการที่จะทำอะไรสักอย่าง เราต้องมีเป้าหมาย
จะทำอะไรสักอย่าง เราต้องมีเป้าหมาย

         หรือใช้คำประเภท "รู้สึกเหมือน" "รู้สึกราวกับว่า" "ในการที่จะ" คำพวกนี้ถ้าตัดออกก็ยังได้ความหมายเดิมอยู่ ไม่ได้ช่วยให้คนอ่านเข้าใจการบรรยายมากขึ้นเลย

จุดที่ 3 คำผิดความหมาย

         คำพวกนี้มันเกิดจากเราพยายามใช้คำหรูๆ คำสวยๆ เพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องอันอลังการของเรา บางทีไม่รู้หรอกว่าเราใช้ผิด คนอ่านก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่จะกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มานั่งเพ่งพินิจว่าคำนี้หมายความว่าอะไรกันแน่
 
เขาเดินเข้าไปยังคฤหาสน์อันใหญ่โตรโหฐาน
รโหฐาน = สถานที่ส่วนตัว, ที่ลับ, ที่สงบ
เขาเดินเข้าไปยังคฤหาสน์อันใหญ่โตมโหฬาร
มโหฬาร = ใหญ่โต
 

จุดที่ 4 โวหารซ้ำซาก

        โวหารซ้ำซาก หรือ cliché (คลีเช่) คือพวกคำเปรียบเปรยหรือการบรรยายบางอย่างที่มันเคยเป็นคำบรรยายปกตินั่นแหละ จนกระทั่งมีคนเอามาใช้ซ้ำ...ซ้ำ...ซ้ำ...ไปเรื่อยๆ จนคนอ่านเดาได้ทันที เช่น เปรียบผู้หญิงว่าสวยเหมือนนางฟ้า แก้มแดงเป็นลูกตำลึงสุก

        หลายคนอาจจะบอก "ถ้าไม่ให้ใช้คำเปรียบเปรยพวกนี้แล้วจะให้เปรียบประหลาดๆ แบบ แก้มแดงเป็นตูดลิง หรือไง" ก็ไม่ขนาดนั้น คำพวกนี้ใช้ได้ แต่อย่าใช้บ่อย คนอ่านเขารู้ทัน พอเจอคำพวกนี้ก็ข้ามไปเลย ไม่ได้ซึมซับข้อมูลว่าสวยขนาดไหน แก้มแดงแบบไหน เพราะเขาเห็นคนเขียนใช้คำแบบนี้มาเยอะแล้ว

        สมมติเราบรรยายไปแล้วว่าแก้มแดงเป็นลูกตำลึงสุก ต่อไปก็ลองเปลี่ยนเป็นแก้มแดงเป็นสีกลีบกุหลาบบ้าง
 

จุดที่ 5 ประโยคซับซ้อน

        อันนี้พี่เจอบ่อยมากในการประกวดนิยายแฟนตาซี (ตอนที่เป็นกรรมการนิยายรักไม่เจออะไรแบบนี้นะ) เข้าใจว่าเด็กๆ หลายคนจำมาจากนิยายแฟนตาซีที่ตัวเองอ่าน ซึ่งเน้นการบรรยายยาวๆ ฉากอลังการงานสร้างไว้ก่อน ทำให้เกิดความเชื่อผิดๆ ว่า "ยิ่งใช้ประโยคยาวๆ ซับซ้อน ยิ่งแสดงศักยภาพการเขียนของเรา"

        จริงๆ มันก็แสดงศักยภาพการเขียนอยู่หรอก เพียงแต่จะเขียนนิยายให้ได้ดี เราต้องใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องศัพท์หรู ประโยคความซ้อนเยอะๆ แค่ใช้ศัพท์ง่ายๆ ประโยคความเดียวธรรมดา สื่อสารให้คนอ่านเข้าใจได้ ก็ถือว่าเราเป็นนักเขียนที่มีความสามารถแล้ว

        ยกตัวอย่างจากนักเขียนคนหนึ่งในการประกวดที่ใช้ประโยคความซ้อนเยอะมาก จนบางทีหลุดเสียเอง
 
เจ้าหล่อนที่ทำหน้าเจ็บปวดปานจะขาดใจตาย เมื่อค่อยๆ ถอดรองเท้าแก้วคู่น้อยนั้นออก แต่ไม่ยอมทิ้งเอาไว้ตามคำสั่งของเธอ กลับกอดเอาไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม และช้อนดวงตาสีฟ้าสดใสกลมโตที่มีขนาดพอๆ กับไข่ไก่เบอร์ศูนย์อันเปี่ยมไปด้วยแววตาอ้อนวอนเหมือนลูกหมาที่ถูกทิ้งไว้ข้างทางในวันฝนตก

        ประโยคนี้หากริยาของ "เจ้าหล่อน" ไม่เจอแล้ว เพราะขยายทุกเม็ดจนส่วนขยายกลืนใจความสำคัญไปหมด

        กับอีกกรณีคือเอาส่วนขยายยาวๆ มาคั่นระหว่างคำสั้นๆ
 
มาเรียพยายามบอกตัวเองซึ่งกำลังแหวกว่ายผ่านสายน้ำที่เชี่ยวกรากว่า
มาเรียกำลังแหวกว่ายผ่านสายน้ำที่เชี่ยวกราก เธอบอกตัวเองว่า

        ประโยคนี้ใจความหลักของมันคือ "มาเรียพยายามบอกตัวเองว่า" แต่เราอยากจะบรรยายการกระทำของมาเรียควบไปด้วยเลยซ้อนมันไว้ระหว่างคำเสียเลย แล้วทำให้เหลือติ่ง 'ว่า' ปิดท้ายอยู่คำเดียว

        บางทีเรามีบทบรรยายที่อยากเขียนลงไปเหลือเกิน และเราก็มักใช้มันเป็นส่วนขยายของประโยคเดิม แทนที่จะขึ้นประโยคใหม่ แต่อย่าดูถูกพลังของประโยคความเดียว อย่าเข้าใจผิดว่าประโยคความซ้อนยาวๆ 'ที่-ซึ่ง-อัน' เป็นประโยคแสดงความสามารถทางวรรณศิลป์ ถ้าไม่ใช้ไม่ใช่นักเขียน

        ก็จริงที่ประโยคความซ้อนมันเขียนยากกว่าประโยคความเดียว แต่ถ้าเรายังไม่แม่น เขียนแล้วยังหลุด หาประธานกับกริยาหลักไม่เจอ ก็อย่าเพิ่งรีบเขียนดีกว่า ถ้าขยายแล้วมันงง หาใจความเดิมไม่ได้ อย่าเพิ่งขยายดีกว่า
 

จุดพิเศษ

        แถมให้อีกข้อซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ดีกันอยู่แล้ว คือ "การสะกดคำ" คำที่มักใช้ผิดบ่อยๆ คำที่อาจสะกดได้เป็นอย่างอื่น ลองเช็คดูจากพจนานุกรมหรืออินเทอร์เน็ต อย่าหวังพึ่งพิสูจน์อักษรอย่างเดียว เราเป็นเจ้าของผลงานเองก็ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย
 
ผิด ถูก
สังเกตุ สังเกต
อนุญาติ อนุญาต
กระพริบ กะพริบ

        ส่วนอีกเรื่องคือ "การทับศัพท์" หรือ "การถอดคำจากต่างประเทศ" ศัพท์บางคำจากต่างประเทศเรารู้ดีอยู่แล้วว่าเขียนยังไง แต่สำหรับคำอื่นๆ ที่ไม่ได้มีเขียนกันทั่วไป ต้องดูหลักเกณฑ์การทับศัพท์ของราชบัณฑิตยสถาน (โหลดไปศึกษาได้ที่นี่) หรือเอาอย่างดีสุดก็ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำๆ นี้อ่านยังไง ทับศัพท์ผิดจาก ก เป็น ค ยังพออภัยได้ แต่เขียนคำอ่านผิดนี่ ทำให้คนอ่านนึกศัพท์ต้นทางไม่ออกได้เลยนะ
 
Utopia เขียนทับศัพท์ว่า "ยูโทเปีย" ไม่ใช่ "อูโทเปีย"
 
 

ข้อผิดพลาดพวกนี้เราแก้ไขได้ตอนอ่านทวนหรือรีไรท์
ไม่จำเป็นต้องมานั่งเครียดกับเรื่องพวกนี้ระหว่างแต่ง
แต่จะดีกว่าถ้าเราฝึกตัวเองให้เลี่ยงเรื่องพวกนี้ได้โดยอัตโนมัตินะคะ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Charoite Member 17 ม.ค. 57 16:35 น. 1

ขอบคุณค่า เผลอเป็นบ่อยมากๆ เลย เยี่ยม

อยากให้พี่น้องสอนเรื่องการทับศัพท์ชื่อภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ตอนนี้จะตั้งใจชื่อตัวละครว่า

Yaxley อยู่ แต่ไม่รู้จะเขียนภาษาไทยยังไงดี แย็กซ์ลี่ย์ แยกซ์ลี่ จะเขียนยังไงให้เสียงถูกและการันต์ไม่เยอะเกิน

2
VINEGRA Member 19 ม.ค. 57 19:40 น. 1-1
"แยกซ์ลีย์"ครับ ชื่อนี้เป็นชื่อตัวละครตัวหนึ่งในแฮร์รี่ พอตเตอร์ อยากให้ยึดกับคำอ่านของเจ้าของภาษาด้วยนะครับ ถ้าถอดเสียงแล้วสื่อความหมายได้ชัดเจนก็ถอดได้เลย แต่บางชื่อถอดเสียงแล้วอ่านยากก็ค่อยปรับเอาตานรูปปากคนไทยนะครับสู้สู้
0
กำลังโหลด
เมโลดี้สีฟ้าใส Member 17 ม.ค. 57 22:34 น. 7

เรื่องความหมายนี่เคยเป็นค่ะ แต่เป็นตอนแต่งกลอนนะ คือแบบโรงเรียนให้แต่งกลอนในหลวงส่งแล้วครูจะคัดไปประกวด ก็แบบอยากให้ออกมาดูสละสลวยสวยหรูอ่ะ เลยคิดคำที่เราคิดว่ามันเลิศหรูแล้วก็พอสัมผัสแล้วมันเพราะใส่ลงไป อาจารย์ตีกลับค่ะ บอกว่าอ่านแล้วแปลไม่ได้ ไม่รู้ว่ากำลังกล่่าวถึงอะไร ให้เรากลับมาถอดความนั้นแปลจากพจนานุกรม เราก็ลองมานั่งหา แล้วก็พบว่าคำที่เราเข้าใจนั้นมีความหมายซึ่งไม่ได้เป็นไปในแนวทางที่เราต้องการ คำว่าอะไรบ้างนั้นเราจำไม่ได้ละ แต่จำได้อยู่ท่อนนึง เราต้องการจะสื่อว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ แต่พอเราหาความหมายของคำที่เราใส่ไป มันแปลว่าผู้บริโภค เลยกลายเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชาผู้บริโภคซะงั้นไป 555 เงิบเลย ตั้งแต่นั้นทุกครั้งที่แต่งกลอนส่ง เราจะเตรียมพจนานุกรมไว้ข้างตัวเลยอ่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Dream fairy Member 17 ม.ค. 57 20:19 น. 4

ขอบคุณมากค่ะพี่น้อง แต่ตอนนี้หนูมีปัญหาเรื่องก์อ่ะ จะตั้งชื่อตัวละครว่า เฌอรีอาน่า ขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษทีตัว r เยอะมาก

เสียใจ

5
กำลังโหลด
คนรุุ่นเก่า 19 ม.ค. 57 22:06 น. 11
ขอแชร์นะคะ เคยอ่านเจอประเภทที่ใช้คำความหมายใกล้เคียงกัน แต่ผิดค่ะ เช่น เอาผมคล้องหู ซึ่งความจริงแล้วควรจะเป็นเอาผมทัดหู มากกว่า หรือว่า เอามือคล้องเอว ซึ่งผู้เขียนน่าจะหมายถึงเอามือโอบเอวมากกว่า ประเด็นนี้อยากให้ผู้เขียนระมัดระวังด้วยค่ะ
1
กำลังโหลด

29 ความคิดเห็น

Charoite Member 17 ม.ค. 57 16:35 น. 1

ขอบคุณค่า เผลอเป็นบ่อยมากๆ เลย เยี่ยม

อยากให้พี่น้องสอนเรื่องการทับศัพท์ชื่อภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ตอนนี้จะตั้งใจชื่อตัวละครว่า

Yaxley อยู่ แต่ไม่รู้จะเขียนภาษาไทยยังไงดี แย็กซ์ลี่ย์ แยกซ์ลี่ จะเขียนยังไงให้เสียงถูกและการันต์ไม่เยอะเกิน

2
VINEGRA Member 19 ม.ค. 57 19:40 น. 1-1
"แยกซ์ลีย์"ครับ ชื่อนี้เป็นชื่อตัวละครตัวหนึ่งในแฮร์รี่ พอตเตอร์ อยากให้ยึดกับคำอ่านของเจ้าของภาษาด้วยนะครับ ถ้าถอดเสียงแล้วสื่อความหมายได้ชัดเจนก็ถอดได้เลย แต่บางชื่อถอดเสียงแล้วอ่านยากก็ค่อยปรับเอาตานรูปปากคนไทยนะครับสู้สู้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Dream fairy Member 17 ม.ค. 57 20:19 น. 4

ขอบคุณมากค่ะพี่น้อง แต่ตอนนี้หนูมีปัญหาเรื่องก์อ่ะ จะตั้งชื่อตัวละครว่า เฌอรีอาน่า ขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษทีตัว r เยอะมาก

เสียใจ

5
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ข้าคือ...แม่นางมิโมเระ Member 17 ม.ค. 57 21:42 น. 6

โอ้! ได้รับความรู้เพียบเลยค่ะ ยอมรับว่าเป็นคนหนึ่งที่ใช้คำฟุ่มเฟือยมาก จะเก็บข้อมูลที่ได้จากบทความนี้ไปใช้ในการเขียนแน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ สนพ.ในเครือนี้คัดนิยายกันด้วยคุณภาพจริงๆ เยี่ยม

0
กำลังโหลด
เมโลดี้สีฟ้าใส Member 17 ม.ค. 57 22:34 น. 7

เรื่องความหมายนี่เคยเป็นค่ะ แต่เป็นตอนแต่งกลอนนะ คือแบบโรงเรียนให้แต่งกลอนในหลวงส่งแล้วครูจะคัดไปประกวด ก็แบบอยากให้ออกมาดูสละสลวยสวยหรูอ่ะ เลยคิดคำที่เราคิดว่ามันเลิศหรูแล้วก็พอสัมผัสแล้วมันเพราะใส่ลงไป อาจารย์ตีกลับค่ะ บอกว่าอ่านแล้วแปลไม่ได้ ไม่รู้ว่ากำลังกล่่าวถึงอะไร ให้เรากลับมาถอดความนั้นแปลจากพจนานุกรม เราก็ลองมานั่งหา แล้วก็พบว่าคำที่เราเข้าใจนั้นมีความหมายซึ่งไม่ได้เป็นไปในแนวทางที่เราต้องการ คำว่าอะไรบ้างนั้นเราจำไม่ได้ละ แต่จำได้อยู่ท่อนนึง เราต้องการจะสื่อว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ แต่พอเราหาความหมายของคำที่เราใส่ไป มันแปลว่าผู้บริโภค เลยกลายเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชาผู้บริโภคซะงั้นไป 555 เงิบเลย ตั้งแต่นั้นทุกครั้งที่แต่งกลอนส่ง เราจะเตรียมพจนานุกรมไว้ข้างตัวเลยอ่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
คนรุุ่นเก่า 19 ม.ค. 57 22:06 น. 11
ขอแชร์นะคะ เคยอ่านเจอประเภทที่ใช้คำความหมายใกล้เคียงกัน แต่ผิดค่ะ เช่น เอาผมคล้องหู ซึ่งความจริงแล้วควรจะเป็นเอาผมทัดหู มากกว่า หรือว่า เอามือคล้องเอว ซึ่งผู้เขียนน่าจะหมายถึงเอามือโอบเอวมากกว่า ประเด็นนี้อยากให้ผู้เขียนระมัดระวังด้วยค่ะ
1
กำลังโหลด
PureLPG Member 20 ม.ค. 57 22:54 น. 12

ก็จริงนะครับ ส่วนตัว เวลาผมเจอนิยายที่มีคำพิมพ์ผิด คำซํ้าหลายๆที่ หรือบรรยายซะจนจับใจความสำคัญไม่ได้ ก็จะหมดมูดไปโดยปริยาย ไม่ค่อยอยากหยิบขึ้นอ่านต่ออีกครั้งเท่าไร (ไม่รู้หลายคนเป็นแบบผมรึเปล่า 555) ถึงมันจะดีแค่ไหนก็เถอะ ในใจคิด 'สำนักพิมพ์ก็ดังนี่หว่า ทำไมมีคำผิดตั้งหลายหน้า นักเขียนพิมพ์ผิดหรือว่าไง รำคาญ' ดันด่าเขาไปแล้ว ขอโทษจริงๆนะครับ ถ้าคนไหนเป็นงั้นจริงๆ ไม่ได้เป็นก็แล้วไป อย่าไปคิดมาก

แต่นิยายในความคิดและทฤษฎีของผม... อาจจะไม่มีบนโลกเลยก็ได้นะ

จิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง :)

ยิ้ม

0
กำลังโหลด
นางสาวโลกสวย Member 22 ม.ค. 57 00:35 น. 13

ขอบคุณมากค่ะ หนูแต่งได้แป๊บเดียวก็เลิก พอมาอ่านกระทู้นี้ ทำให้มีกำลังใจแต่งต่อเลย heartheart

ตั้งใจ

0
กำลังโหลด
yugijudai Member 27 ม.ค. 57 23:16 น. 14

ออ พอเข้าใจแล้วคะขอบคุณนะคะสำหรับบทความนี้

แต่เราไม่เข้าใจกับ 

 ประโยคซับซ้อน

มันเป็นยังไงคือไม่เข้าใจอะคะ ขอโทดนะคะที่ต้องรบกวน

(เราเขียนผิดๆถูกๆบ่อยๆจะทำให้การอ่านมีปัญหาด้วยไม่คะ)

มืดมน

1
editor_nong Member 28 ม.ค. 57 09:22 น. 14-1
ประโยคซับซ้อนก็คือประโยคที่เราขยายต่อไปเรื่อยๆ จนบางทีหาต้นประโยคไม่เจอ เช่น ฉันกินข้าว <<< อันนี้ประโยคความเดียวธรรมดา เราเห็นประธาน + กริยา ฉันกินข้าวที่ซื้อมาจากปากซอย <<< อันนี้ขยายความต่อว่าข้าวมาจากไหน แต่ยังพอเห็น ประธาน + กริยา อยู่ ฉันซึ่งใส่เสื้อสีแดงกินข้าวที่ซื้อมาจากปากซอย <<< อันนี้เริ่มขยายทั้งประธาน ทั้งกรรม เริ่มหาประธานกับกริยาที่แท้จริงของประโยคไม่เจอละ ฉันซึ่งใส่เสื้อสีแดงที่ซื้อมาจากตลาดนัดข้างบ้านกินข้าวที่ซื้อมาจากปากซอยที่ขายแต่ของอร่อยที่ทำสุกใหม่ๆ <<< อันนี้แหละที่ซับซ้อนเกินไปจนทำให้คนอ่านงง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
C010urFu1 E@rtl-l Member 13 ก.พ. 57 14:45 น. 16

โอ้ พอได้มาอ่านถึงได้รู้ว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องนี้เยอะมากโดยไม่รู้ตัว 55555

มีประโยชน์มากๆ เลยค่า ขอบคุณมากนะคะ ^_^ 

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Yumeko Member 17 ก.พ. 57 05:49 น. 19

เข้าใจขึ้นเยอะค่ะ ในการแต่งรู้สึกแทบจะมองข้ามไปเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่จะไปหยุดกับการเขียนคำให้ถูกต้อง(เขียนผิดประจำ) แต่ก็ขอบคุณค่ะ

0
กำลังโหลด
Ray_11 Member 23 ก.พ. 57 12:52 น. 20

ขอบคุณครับผม เป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์มาก

ผมคนหนึ่งแหล่ะที่ชอบเขียนขยายซะเยอะ ต้องระวังจริงๆ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด