วันศุกร์นี้พวกเราก็กลับมาเจอกันอีกครั้งกับบทความกลเม็ดเคล็ดลับ สัปดาห์นี้พี่น้องขอหยิบเอาผลงานของผู้ชายคนหนึ่งที่คอหนังหลายคนคงรู้จักดี นั่นก็คือคุณ คริสโตเฟอร์ โนแลน นั่นเอง

โนแลนเป็นทั้งคนเขียนบท ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Inception, Batman Begins หรือ The Prestige เขาเป็นคนที่มีสไตล์ "การนำเสนอเรื่อง" โดดเด่นกว่านักเขียนบทคนอื่นๆ วันนี้พี่น้องหยิบเอาหนังเรื่อง Memento ที่เขาเป็นคนเขียนบทและกำกับเองมาสอนเทคนิคการเสนอเรื่องในแบบไม่ธรรมดา
เนื้อหาต่อไปนี้จะไม่มีการสปอยล์เนื้อหาของเรื่อง Memento แต่จะดีกว่ามาก ถ้าน้องๆ จะไปหาหนังเรื่องนี้มาดูก่อนอ่านบทความนี้ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ หรือไม่ชอบดูไม่เป็นไร พี่น้องจะเล่าเรื่องย่อคร่าวๆ ให้ฟัง
เลเนิร์ด เชลบี้ (Leonard Shelby) อดีตเจ้าหน้าที่บริษัทประกันที่ถูกทำร้ายจนสูญเสียความทรงจำระยะสั้น และผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้เขาสูญเสียภรรยาไปด้วย เขาจำได้แค่ว่ามีผู้ชายสองคนบุกเข้ามาในบ้านของเขา ข่มขืนและฆ่าภรรยาของเขาเอง ก่อนที่คนหนึ่งจะถูกจับได้ และอีกคนหนีไป แต่ตำรวจแจ้งว่ามีคนร้ายแค่คนเดียว เขาไม่เชื่อ จึงพยายามตามล่าคนร้ายอีกคน แต่เนื่องจากเขาสูญเสียความสามารถในการจำอะไรไปแล้ว เขาเลยต้องเตือนตัวเองด้วยการสักข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายที่เขาแน่ใจ และใช้กล้องโพลารอยด์ถ่ายรูปพร้อมเขียนโน้ตเพื่อเตือนความจำตัวเอง
หนังเรื่องนี้มีความพิเศษอย่างหนึ่งตรงที่ เนื้อเรื่องที่พี่น้องเล่ามาทั้งหมดนั้นถูกหั่นเป็นส่วนๆ แล้วสลับลำดับใหม่ สมมติว่าคุณโนแลนซอยหนังตัวเองออกเป็น 10 ฉาก
หนังจะเริ่มที่ฉาก 10 ซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องก่อนเลย และจะนำเสนอเป็นภาพสีตามปกติ แต่เมื่อจบฉาก 10 จะตัดกลับไปที่ฉาก 1 ซึ่งนำเสนอเป็นภาพขาวดำ ทำแบบนี้เรียงกันไป
เมื่อถึงช่วงกลางเรื่อง (6 กับ 5) ซึ่งเป็นจุดที่ Timeline จะกลับมาชนกันอีกครั้ง ภาพขาว-ดำจะค่อยๆ กลายเป็นภาพสีอย่างแนบเนียน ถือว่าเรื่องได้มาบรรจบกันแล้ว และประจวบเหมาะกับที่เฉลยเรื่องพอดี
พูดง่ายๆ ว่าคุณโนแลนเอา Timeline ปกติมางอเข้าหากัน ทำให้ช่วงกลางเรื่องกลายเป็นตอนจบของหนังแทน
นิยายทุกเรื่อง โดยเฉพาะแนวสืบสวน คนเขียนมักตั้งใจละเว้น ไม่ยอมบอกข้อมูลบางอย่างกับผู้อ่าน เพราะกลัวว่าถ้าผู้อ่านรู้ก่อนจะทำให้เรื่องไม่น่าติดตามอีกต่อไป เช่น
- เกิดคดีฆาตกรรมตั้งแต่ต้นก็จริง แต่จะเปิดเรื่องด้วยฉากที่ตำรวจมาถึงสถานที่เกิดเหตุเลย
- นางเอกได้รับความช่วยเหลืออยู่หลายครั้งจากคนแปลกหน้า พาลให้เข้าใจว่านาย A เป็นคนช่วย ทั้งๆ ที่นาย B เป็นคนช่วย ผู้เขียนจะกล่าวถึงแต่นาย A และความคิดของนางเอก แต่จะไม่พูดถึงนาย B หรือพูดให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้คนอ่านรู้สึกเคลือบแคลง
กลวิธีการ 'ละ' ข้อมูลบางอย่าง หรือแม้แต่ 'ลวง' ด้วยข้อมูลบางอย่าง ทำให้คนอ่านเขว สรุปความจริงไม่ได้ เป็นเทคนิคให้คนอ่านต้องตามอ่านต่อไปจนกว่าความจริงจะเฉลย หรือแม้กระทั่งคนอ่านที่รู้ความจริงแล้วแต่ยังไม่แน่ใจก็ต้องรอให้ผู้เขียนเฉลยเองจึงจะเชื่อ
สำหรับ Timeline ของ Memento นั้น ปมปริศนาของเรื่องจริงๆ จะถูกเฉลยเอากลางเรื่อง ซึ่งถ้าเราจะเอามาเขียนเป็นนิยาย ให้เขียนไปตรงๆ โต้งๆ แบบนั้น คนอ่านก็รู้หมดว่าอะไรเป็นอะไรตั้งแต่กลางเรื่อง ก็ปิดเล่มไม่อ่านต่อแล้วถ้าเป็นคนปกติก็คงจะเลือก 'ละ' เฉลยกลางเรื่องตรงนั้นไปอย่างที่ใครๆ เขาก็ทำกันมานักต่อนัก แต่สำหรับคุณโนแลนแล้ว แบบนั้นมันธรรมดาไปค่ะ เขาเลยเปลี่ยนวิธีคิดใหม่
"เราไม่ละข้อมูล แต่เราจะลำดับเหตุการณ์ใหม่หมด เพื่อให้คนดูปะติดปะต่อเอง แล้วเฉลยจะไปอยู่ท้ายหนังโดยอัตโนมัติ"
เห็นไหมคะว่าวิธีการนำเสนอเรื่องของคริสโตเฟอร์ โนแลน ไม่ได้โผล่มาลอยๆ ไม่ได้อยู่ดีๆ นึกสนุกก็เล่ามันงงๆ แบบนี้แหละ แต่มันมีที่มาที่ไป เพราะพล็อตมันมาแบบนี้ เขาเลยต้องเปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่องตามเทคนิคการสลับลำดับเหตุการณ์แบบนี้ จะช่วยให้เรื่องราวของเราดูมีสีสันและน่าสนใจมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกลบเกลื่นปริศนาที่เราไม่อยากให้คนอ่านรู้ได้ด้วย
แต่ระวังไว้หน่อยก็ดี เพราะการทำแบบนี้ คนอ่านก็มีโอกาสงงและปาหนังสือทิ้งได้เหมือนกัน
ทีนี้ใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้คงอยากดูขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม จริงๆ แล้ว Memento เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องธรรมดามากถึงมากที่สุดเลยนะ แต่เพราะวิธีการนำเสนอแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เลยทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังคุณภาพอีกเรื่องหนึ่งของโนแลนเลย (เสียดายที่ตอนนั้นโนแลนยังไม่ดังบวกกับการนำเสนอที่ชวนงง เลยไม่ค่อยมีค่ายไหนสนใจซื้อหนังเรื่องนี้ไปเผยแพร่ ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ดังเท่าหนังเรื่องต่อๆ มาของเขา)
ดังนั้น พี่น้องแนะนำว่าไปหาหนังเรื่องนี้มาดูซะ เชื่อว่าหลายคนอาจจะได้แรงบันดาลใจจากสไตล์การนำเสนอแบบนี้แน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจาก
www.nolanfans.com/bio
ขอบคุณภาพประกอบจาก
drnorth.wordpress.com
studyingfilm-alovestory.tumblr.com
movies.stackexchange.com
www.imdb.com
collider.com
www.nolanfans.com/bio
ขอบคุณภาพประกอบจาก
drnorth.wordpress.com
studyingfilm-alovestory.tumblr.com
movies.stackexchange.com
www.imdb.com
collider.com






10 ความคิดเห็น
ล้ำลึกอ่ะ...ล้ำลึก เรายังห่างอีกหลายชั้นมาก
เป็นคนที่มีกลวิธีจริงๆค่ะ เจ๋งสุดๆ
โอ๊ย สุดยอดค่ะ
ชวนให้นึกถึงการเล่าเรื่องแบบเกมส์ Beyond : Two soul
อาจารย์เคยเปิดเรื่องนี้ให้ดูค่ะ ซึ่งตอนดูเนี่ยเราก็งงอยู่เหมือนกัน แต่เราชอบวิธีการลำดับเรื่องแบบนี้นะ มันดูน่าสนใจ อีกมุมหนึ่งก็ชวนงงและเบื่อได้เหมือนกัน (เช่นเราเป็นต้น เหอะๆ)
ไอดอลเราเลยค่ะ ผู้กำกับคนนี้
คริสโตเฟอร์ โนแลน สำหรับผมเขาคือ ผู้กำกับชั้นครูครับ หนังเรื่องไหนแกกำกับไม่เคยมีคำว่าผิดหวัง ล่าสุดก็เรื่อง Interstellar ผมหวังไว้เยอะครับ ตัวอย่างหนัง Interstellar https://www.youtube.com/watch?v=zSWdZVtXT7E
พูดถึงโนแลนก็นึกถึง inception ยังงงๆกับตอนจบอยู่เลย แต่ก็ถือว่าเข้าใจแล้วก็ประทับใจกับหนังเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ
ดูร้อยรอบอะเรื่องนี้ แล้วดูกี่รอบก็ไม่เหมือนกันสักรอบ มันคือเสน่ห์ของคริสโตเฟอร์อย่างแท้ทรู การใส่ Symbolic ที่ฝากไว้ให้คนดูได้ชวนคิด การเล่าเรื่อง ดูล้านรอบก็ไม่เบื่อ