/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

คลินิกนักเขียน : Exclusive 9 สร้างฉากในนิยายพีเรียดให้สมจริง Part I []

วิว
 
สวัสดี น้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน กลเม็ดเคล็ดลับฉบับ Exclusive กลับมาแล้ว ครั้งนี้ เรามากันในหัวข้อใหญ่มาก นั่นก็คือ “นิยายพีเรียด” 
 
หลายคนอาจสงสัยว่า “นิยายพีเรียด” หมายถึงอะไร ก็ขออธิบายสั้นๆ ว่า นิยายพีเรียดก็คือนิยายแนวย้อนยุค ที่พูดถึงประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวสมัยอดีตนั่นเอง แม้ว่าตลาดนิยายของนักเขียนเด็กดีเรา จะยังไม่ค่อยฮิตแนวพีเรียดเท่าไหร่ แต่พี่ตินก็ชอบมาก และเห็นว่าเป็นแนวที่น่าสนใจ แน่ละ การเขียนนิยายพีเรียดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเราไม่ได้อยู่ในสมัยนั้น นักเขียนต้องมานั่งจินตนาการ คิดเองเออเอง วาดภาพฉากต่างๆ ขึ้นมาในหัว จะว่าไปแล้ว มีความคล้ายคลึงกับนิยายแฟนตาซีอยู่บ้างในแง่การสร้างฉากใหม่ๆ แต่ว่า... ที่ไม่เหมือนกันเลยก็คือ นิยายพีเรียดนั้น มีข้อเท็จจริงอยู่ด้วย และหน้าที่ของผู้แต่งก็คือ ... ต้องหาข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อที่เวลาเขียนงานออกมา จะได้ไม่บิดเบือนความจริง และไม่ทำลายความเชื่อของผู้อ่าน
 
เกริ่นมาก็คงรู้แล้วว่านิยายพีเรียดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะงั้น นักเขียนที่พี่ตินชวนมาแบ่งปันเคล็ดลับ เขาก็เลยตอบมากันเต็มๆ เมื่อมาเต็ม เนื้อหาก็แน่น และนี่เองคือเหตุผลที่เราต้องขอแบ่งหมวดนิยายพีเรียดออกมาเป็นสองครั้ง โดยครั้งแรกนี้ นักเขียนที่จะมาพูดคุยกับเราได้แก่ ฐิญาดา , กานต์ญา และ วรรณวรรธน์ ทั้งสามต่างเป็นนักเขียนแนวพีเรียดที่มีชื่อเสียง และมีผลงานโดดเด่นในแนวของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น และเคล็ดลับที่ให้มา ก็มีประโยชน์มากๆ ทีเดียว 
 
พร้อมแล้ว ไปฟังเคล็ดลับดีๆ
ในการสร้างฉากในนิยายพีเรียดให้สมจริงและน่าสนใจ
จากทั้งสามนักเขียนได้เลยจ้ะ ^ ^
  
 
ฐิญาดา
นักเขียนคนดังของเด็กดีเราเอง ฐิญาดา หรือ พี่หริ ผู้ที่เริ่มเข้าวงการงานเขียน ก็เริ่มจากนิยายพีเรียดทันที ผลงานเรื่องแรก ดั่งพรหมลิขิตรัก ขายดิบขายดี และแว่วๆ ว่าได้รับเลือกไปทำละครแล้ว (เร็วๆ นี้ น่าจะได้เห็นผลงานกัน) ผลงานล่าสุดของพี่หริวางแผงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นภาคต่อของเล่มแรก ชื่อว่า พรหมร่ายรัก เขียนได้น่าสนใจไม่แพ้กัน วันนี้ พี่ตินจับพี่หริมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับการเขียนนิยายพีเรียดให้น้องๆ ฟัง (ณ ตอนเขียน พี่หริยังเจ็บมืออยู่เลย แต่ก็อุตส่าห์มารีบพิมพ์ตอบ ต้องขอบคุณและขอโทษพี่หริมา ณ ที่นี้)

เคล็ดลับการหาข้อมูลเขียนนิยายพีเรียดและวิธีการสร้างฉากให้สมจริง
 
            อย่างแรกเราเองต้องรู้ว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไรและเรื่องที่เขียนอยู่ในยุคสมัยไหน ยกตัวอย่างจากเรื่องดั่งพรหมลิขิตรัก ที่เป็นเรื่องราวในสมัยรัชกาลที่ 6 อันดับแรกที่กระทำคือ
 
  1. หาภาพเก่าๆ มาดูไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยว่าสมัยนั้นตึกรามบ้านช่องเป็นแบบไหนเพื่อความสมจริงของเนื้อเรื่อง รวมทั้งเครื่องแต่งกายด้วยว่าผู้คนสมัยดังกล่าวแต่งกายกันอย่างไร
  2. ค้นหาข้อมูลว่าสมัยที่เราจะเขียนมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง จดเหตุการณ์สำคัญนั้นๆ ไว้ อย่างในเรื่องดังพรหมลิขิตรัก การเดินทางยังใช้รถรางและรถม้าเป็นส่วนใหญ่ เราก็ต้องศึกษาว่ารถรางและรถม้านั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ร้อยเรื่องราวได้อย่างถูกต้อง
  3. คำพูดของคนสมัยนั้น ต้องศึกษาให้ดี ยกตัวอย่างคำว่า สวัสดี เราเพิ่งเริ่มใช้เมื่อปี 2486
  4. ถ้าเราจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับเจ้าหรือเชื้อพระวงศ์ก็ควรจะศึกษาคำราชาศัพท์ให้ถูกต้อง
  5. เรื่องสถานที่ต้องแม่น ยกตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟนรสิงห์ ซึ่งเป็นร้านกาแฟแห่งแรกที่เกิดขึ้นในสมัยรัชการที่ 6 ตั้งอยู่ตรงไหนเพื่อความสมจริง
  6. นิยายพีเรียดแค่เห็นชื่อคนอ่านบางคนอาจมองว่าน่าเบื่อ คงมีแต่เรื่องราวเครียดๆ ดังนั้นเวลาจะแทรกฉากที่มีสาระเข้าไปต้องทำให้แนบเนียน เพื่อให้คนอ่านไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะต้องอ่านเรื่องราวที่เป็นเกร็ดความรู้ ไม่ควรยัดเยียด ควรใส่ให้พอดี พอเหมาะ
     
สุดท้ายการสร้างฉากให้สมจริงนั้น ยกตัวอย่างตอนทุเรียนเป็นเหตุ ซึ่งจะต้องเขียนถึงตลาดผลไม้ที่บางลำพูในสมัยนั้น ก็ต้องหาข้อมูลก่อนว่าทำไมบางลำพูจึงชื่อเช่นนี้ แล้วสมัยนั้นทุเรียนราคาสูงสุดลูกละเท่าไหร่ ต่ำสุดลูกละเท่าไหร่ มีพันธุ์อะไรบ้าง แล้วจึงเอามาร้อยเข้าด้วยกัน  
 
กานต์ญา
นักเขียนคนที่สองที่จะมาให้คำแนะนำกับเรามีนามปากกาว่า “กานต์ญา” มาจากสำนักพิมพ์คำต่อคำ ผลงานสร้างชื่อของกานต์ญา เป็นแนวพีเรียด มีชื่อว่า “วิมานแสงจันทร์” เล่าเรื่องย้อนยุคกลับไปเมื่อ 60 ปีก่อน นักเขียนจึงต้องทำการบ้านและหาข้อมูลอย่างหนัก
 
ถ้าพูดถึงการหาข้อมูลมาเขียนนิยายพีเรียด ต้องขออุทานเลยค่ะว่า คุณพระไม่ช่วย! เพราะมันทั้งท้าทาย และเพลิดเพลินจากการอ่านอัตประวัติชีวิตคนสำคัญ นิยายพีเรียด และบันทึกเรื่องราวหรือคดีต่างๆที่เคยเกิดขึ้น พอรู้เรื่องของคนในประวัติศาสตร์ท่านนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้เรื่องของคนอื่นๆ ที่ถูกกล่าวถึงเอาไว้ต่อๆ ไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งค้นคว้า ก็ยิ่งรู้ลึก รู้จริง รู้ยิ่งกว่าเจ้าตัว จนข้อมูลทับถมไม่สามารถเริ่มต้นเขียนนิยายได้สักที พี่แตงกวาจึงมีประสบการณ์มาแบ่งปันดังนี้ค่ะ

  1. วางโครงเรื่องให้ชัดเจนว่าจะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง อย่างเช่น ในเรื่องวิมานแสงจันทร์ เนื้อเรื่องหลักๆอยู่ในปี พ.ศ.๒๕๐๙ และมีการเล่าย้อนกลับไปในปี พ.ศ.๒๔๖๕ อืม...ดี๊ดี ช่วงนี้บ้านเมืองสงบสุข ปราศจากศึกสงคราม และการชุมนุมประท้วงใดๆ แอบยิ้ม เอาละเราจะเริ่มจำกัดข้อมูลลงที่สองจุดนี้
  2. สร้างตัวละครให้มีชีวิต ในปี พ.ศ.๒๕๐๙ นางเอกคือหม่อมหลวงวรศศิ มีอายุ ๒๐ ปี แล้วหม่อมย่า ท่านปู่ คุณพ่อ และคนรอบข้างล่ะเกิดในปี พ.ศ.ไหน ตอนนี้มีอายุเท่าไหร่ ถ้าเล่าย้อนกลับไปพวกเขาจะมีอายุเท่าไหร่ ให้ทำตารางอายุเอาไว้ให้ชัดเจน เพราะจะส่งผลต่อแบล็คกราวด์ของตัวละคร เช่น ยุคนั้นฐานะอย่างเขาได้เรียนหนังสือไหม เรียนอะไร ที่ไหน และมีผลต่อความคิดความอ่านเช่นไรบ้าง เป็นต้น
  3. สร้างฉากและเสื้อผ้าหน้าผมให้สมจริง หารูปภาพสมัยนั้นมาดู เขาอยู่บ้านแบบไหน ขับรถอะไร ถนนหนทางเป็นยังไง เสื้อผ้าหน้าผมล่ะ ยกตัวอย่างเช่น ตอนวรศศิย้ายกลับเข้ามาทวงสมบัติในพระนครใหม่ๆ เธอจะไปซื้อเสื้อผ้าไฮโซๆ ได้ที่ไหนบ้าง อา...ตอนนั้นเขานิยมไปช้อปปิ้งแถววังบูรพากัน แล้วยังมีห้างไดมารูที่มีบันไดเลื่อนแล้วด้วยนะ ลองถามกูเกิ้ลดูได้ค่ะ
  4. สมัยนั้นมีหรือยัง? การจะเอาอะไรมาเข้าฉาก หรือแม้กระทั่งคำพูด คำอุทานของตัวละคร และบทเพลง ต้องระมัดระวังให้มากว่าสมัยนั้นเขามีเขาใช้กันหรือยัง อะไรไม่แน่ใจ หาข้อมูลที่ชัดเจนไม่ได้ ให้หลีกเลี่ยงที่จะใส่ลงไปดีที่สุด เดี๋ยวจะกลายเป็นว่ามีคนจากโลกอนาคตนั่งไทม์แมชชีนมาทำตกเอาไว้ละเขินแย่เลยค่ะ
     
สู้ๆ นะคะ ทุกคนทำได้ พี่จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
 
วรรณวรรธน์
นักเขียนคนที่สามและเป็นคนสุดท้ายของเราในวันนี้ พูดชื่อแล้วมั่นใจเลยว่าทุกคนต้องรู้จักแน่นอน “วรรณวรรธน์” นักเขียนมือดีจากสนพ. ณ บ้านวรรณกรรม เจ้าของผลงานดังๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นจันทราอุษาคเนย์ ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ข้าบดินทร์ และผลงานล่าสุดอย่าง หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ที่เป็นนิยายสายพีเรียดชัดเจน มาฟังคำแนะนำดีๆ จาก วรรณวรรธน์ กันดีกว่าว่างานพีเรียดน่ะมันต้องเขียนกันยังไง
 
ว่าไปแล้ว พี่เป็นคนไม่มีเคล็ดลับในการเขียนงานอะไรเลยค่ะ  หากใครรู้จักพี่จะรู้ว่าพี่อ่านหนังสือบันเทิงไม่มาก หนักไปทางตำราวิชาการเสียมากกว่า อาศัยว่าเป็นคนชอบอ่านอ่านได้หมดแต่จะคัดงานที่อ่านอยู่สักหน่อยเพราะอ่านหนังสือของคุณพ่อที่ท่านเก็บไว้ หลายเล่มก็เป็นเรื่องสนุกๆ อย่างเช่นงานของ อ.คึกฤทธิ์ ปราโมช  เสฐียรโกเศศ ท่านเหล่านี้ใช้คำไทยได้อย่างไพเราะ มีชั้นเชิงมาก และแทรกแนวคิดในแต่ละชิ้นงานคมคายมาก เวลาเราอยากทำงานเขียนก็อยากให้คนอ่านสนุกเหมือนกับตอนที่เราได้ความรู้สึกขณะอ่าน พี่จะอาศัยประสบการณ์จากการอ่านเหล่านั้นมาสร้างเป็นงานเขียนของตัวเอง

หากจะว่าพื้นฐานคนเขียนหนังสือให้ดีและน่าสนใจ พี่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานเขียน ก็คือ 
 
- ประการที่หนึ่ง ประสบการณ์ ที่อาจจะมาจากการอ่าน การใช้ชีวิต หรือการเดินทาง  
- ประการที่สอง ทักษะในการถ่ายทอด นั่นคือเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร ภาษา ไวยากรณ์ สำนวน และลีลา ที่อาจจะมาจากการเรียนตามตำราหรือจดจำมาจากชีวิตประจำวันก็แล้วแต่   
- ประการที่สาม ส่วนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ความอดทน และตั้งใจทำงาน เพราะการเขียนคือการถ่ายทอดเรื่องราวความคิด ความรู้สึกอย่างเรียงลำดับ มันต้องใช้ทั้งความอดทน พยายาม และความอึด คนเขียนงานใจร้อนไม่ได้ ต้องค่อยๆเรียบเรียงคำ เรียบเรียงภาษาถ่ายทอดความคิด และจินตนาการของเราให้กับผู้อ่าน ให้เข้าใจ แม้จะไม่ทั้งหมดที่เราคาดหวัง แต่ก็ต้องพยายามให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราจินตนาภาพไว้ให้มากที่สุด    

หลายคนศึกษาเกี่ยวกับการเขียนงานมามากแต่จนแล้วจนรอดก็เขียนงานออกมาไม่สำเร็จ เพราะอาจจะเพราะขาดในสิ่งสุดท้ายนี้เอง เพราะความใจร้อน  หลายคนคิดจะทำงานเร่งให้เสร็จ จนการถ่ายทอดไม่ชัดเจน หรือค้างคาเป็นงานนิยายไม่มีวันจบก็เยอะ  พี่ว่าสามสิ่งนี้เองที่เป็นเคล็ดลับสำคัญในการทำงานของพี่

ส่วนใหญ่การทำงานนิยายอิงประวัติศาสตร์ของพี่จะมีลักษณะซับซ้อนนิดหน่อยค่ะ  เพราะพี่ทำงานนิยายในลักษณะงานวิจัย ก่อนเริ่มงานนิยาย ไม่ว่าจะเป็น Theme  Plot หรือ Source  ทุกอย่างมีพื้นมาจากการวิจัย ไม่ว่าจะเป็นเชิง Documentery Research หรือ Observation Research คือเบื้องต้นจะทำการรวบรวมเอกสาร วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องมาอ่านให้มากที่สุด  ทำความเข้าใจให้มากที่สุด และหากไม่สามารถหามาอ่านได้ หรือยังคิดว่าไม่มากพอ ก็ต้องลงพื้นที่ เก็บข้อมูลจริง คือสังเกต ลงพื้นที่ แบบวิจัยเชิงสังเกตการณ์ เหมือนกรณี จันทราอุษาคเนย์ ที่เขียนเกี่ยวกับสมัยพุทธศตวรรษ ที่ 12 พี่ต้องอ่านจารึกทุกหลักดูแผนที่ ดูงานวิจัยทางโบราณคดีเยอะมาก  แต่สิ่งที่ขาดในเรื่องนั้นคือ บรรยากาศในเรื่อง เพราะพี่มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็นภาพ  อาศัยว่าตัวเองเคยไปเขมร ไปชมนครวัด ก็เก็บลักษณะภาพเหล่านั้นมาได้ แต่ก็ยังไม่ใช่ภาพของพุทธศตวรรษที่ 12 พี่จึงต้องไป ปราสาทวัดพู เข้าพื้นที่ คุยกับนักโบราณคดีที่ขุดค้นที่นั่น กินนอนที่ปราสาทวัดพู เมืองเศรษฐปุระ เพื่อเก็บบรรยากาศที่นั่น เดินดูพื้นดิน ดูสีดิน ของเขา ที่เป็นปัจจุบัน เดินเหยียบบนแผ่นหินแต่ละแผ่นที่ร่วมสมัยกับคนในยุคนั้น ยืนมองดูผืนน้ำจากมุมที่เราเห็นว่า พระองค์ท่านเคยเสด็จมานั่งเคยมายืน ใช้ชีวิตอยู่ตรงที่เดียวกันนั้น จนสัมผัส และจดจำได้ทั้งหมด... พี่ก็คิดว่าพร้อมเขียนแล้ว จึงได้ลงมือเขียน พี่ก็จะทำวิจัยนี้กับทุกชิ้นงานที่เป็นงานอิงประวัติศาสตร์ของพี่เอง เพราะสิ่งหนึ่งที่คิดอยู่ตลอดเวลาคือ การเขียนงานอิงประวัติศาสตร์เหมือนกับเราได้พยายามเก็บรักษาสิ่งที่เป็นขนบประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจนอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษ และภูมิปัญญาแห่งปราชญ์ของเราที่เราสืบสายเลือดมา ให้คงไว้ในรูปแบบนิยาย  อย่างน้อยคนอ่านนิยายจะได้อะไรไปมากกว่าความบันเทิง เพราะจะได้อ่านเรื่องราวที่น่าภาคภูมิใจของบรรพบุรุษของเราไปด้วย  แล้วยังทำให้เรื่องราวเหล่านี้ยังอยู่ในบริบทของสังคมของเรา และถ้ามีคนชอบอ่านในเรื่องนั้นๆ เก็บหนังสือเราไว้ในบ้าน  ลูกหลานของเขาอาจจะเห็นและได้หยิบมาอ่าน  งานของเราก็คงมีคนอ่านต่อเนื่องไปได้อีกสักระยะหนึ่ง ...พี่ก็คาดหวังกับการทำงานของพี่ตรงนี้ค่ะ”

 จบกันไปแล้วกับคำแนะนำจากทั้งสามนักเขียนของเรา ทั้งให้ประโยชน์และให้ข้อมูลที่ดีมากๆ แค่อ่านคำตอบที่ให้มา พี่ตินยังรู้สึกอยากอ่านนิยายของทั้งสามคนขึ้นมาเลย เพราะรู้สึกว่าแต่ละคน ‘ทำการบ้าน’ ได้ดีมากๆ และให้คุณค่ากับผลงานตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ ซึ่งแน่นอนว่า การที่เราใส่ใจผลงานและตั้งใจอย่างเต็มที่ ก็จะช่วยทำให้งานมีเสน่ห์ สมจริง น่าเชื่อถือ ถือเป็นผลงานที่น่าเก็บสะสม
 
พี่ตินบอกได้เลยว่าบทความการเขียนนิยายพีเรียดของเราครั้งนี้ เปรียบเหมือนเป็น ‘ตัวช่วย’ ที่จะทำให้นักอยากเขียนรุ่นใหม่ๆ ทำงานได้ง่ายขึ้น อ่านจบแล้วก็อยากบอกน้องๆ ว่า... ขอให้จดจำและนำคำแนะนำดีๆ ของนักเขียนรุ่นพี่มาใช้กับผลงานของเรา พัฒนาผลงานให้ดีขึ้นทุกวันนะ
 
วันนี้พี่ตินไปก่อนแล้ว เดี๋ยวครั้งหน้า ตามมาอ่านกลเม็ดเรื่องนิยายพีเรียดภาคสองกันต่อนะ นักเขียนอีกสามคนก็ตอบดีๆ กันทั้งนั้น รับรองว่าได้ประโยชน์และได้ข้อมูลดีๆ เพียบๆ
 
รอนะ
อตินเอง  
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=atin

พี่อติน - ผู้เขียน

ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#กานต์ญา #วรรณวรรธน์ #ฐิญาดา #นิยายพีเรียด #ย้อนยุค

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป