10 อันดับนิยายที่จุดชนวนให้เกิดคดีสะเทือนขวัญ!

        ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วรรณกรรมกลายคือกระบอกเสียงของนักเขียน ใช้เพื่อการสื่อความคิดสื่อจินตนาการออกไป แต่คนอ่านจะรับสารของนักเขียนไปตีความแบบไหนก็ได้ เขาถึงได้บอกว่า เมื่อพูดออกไปแล้ว คำกลายเป็นนายเราทันที
        วันนี้พี่น้องมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากพลังของงานเขียน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญ 10 อันดับมาให้อ่านกันค่ะ
 

อันดับ 10 On the Path of the Golden Owl (แม็กซ์ วาเลนติน)

        นิยายของนักเขียนชาวฝรั่งเศสเรื่องนี้ไม่ได้จุดประกายให้เกิดคดีฆาตกรรม รุนแรงอะไร แต่มันเป็นต้นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในประเทศฝรั่งเศส เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับการตามหาสมบัติรูปปั้นนกฮูกทองคำ และคนฝรั่งเศสที่อ่านนิยายก็เชื่อเสียด้วยว่าสมบัตินั้นมีอยู่จริง ร้ายแรงถึงขั้นนักเขียนโดนส่งจดหมายข่มขู่ ขู่ฆ่า หรือติดสินบนเพื่อขอให้บอกที่ซ่อนสมบัติ บางรายไปไกลกว่านั้น ถึงขั้นไปขุดสุสาน หรือระเบิดโบสถ์หลังหนึ่งกันเลยทีเดียว
 

อันดับ 9 Stranger in a Strange Land (โรเบิร์ต ไฮน์เลน)

        นิยายไซไฟเรื่องนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความรุนแรงและกิจกรรมปลุกระดม อื่นๆ ตามมาเช่นกัน เรื่องราวนั้นเกี่ยวกับมนุษย์โลกที่ดันหลงไปเกิดในดาวอังคาร เมื่อมนุษย์โลกกลับไปเหยียบดาวอังคารอีกที ชาวดาวอังคารจึงส่งผู้ชายคนนี้กลับมาด้วยกันที่โลก นิยายเรื่องนี้นำเสนอความรักแบบเปิดกว้าง แต่ก็โดนวิจารณ์ว่าเหมือนมั่วเซ็กส์มากกว่า มีคนหลายคนทำตามไอเดียในเรื่องนี้ เช่น ชาร์ลส์ แมนซัน ที่สร้างชุมชนฮิปปี้ รวมกลุ่มผู้หญิงไปนั่งรถบัสตะลอนๆ กับเขา ตั้งชื่อว่า Manson Family
 

อันดับ 8 To Howard Hughes: A Modest Proposal (โจ ฮัลเดอมาน)

        อันดับนี้เป็นเรื่องสั้น ตีพิมพ์รวมเล่มในชื่อ Study War no More (ปี 1974) แต่ดันพูดถึงการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ด้วยแร่พลูโตเนี่ยมละเอียดเกินไปหน่อย ทำให้มีคนเลียนแบบตามและส่งจดหมายขู่นายกเทศมนตรีของลอส แองเจลิสว่าถ้าไม่ส่งเงินให้หนึ่งล้านดอลลาร์ ระเบิดจะทำงาน FBI เห็นว่ารายละเอียดที่พูดถึงระเบิดนั้นดูเป็นของจริงจึงตัดสินใจทำตามข้อเสนอ ของมือระเบิด แต่มาตรวจสอบพบทีหลังว่าจริงๆ แล้วเป็นเด็กอายุสิบห้าปีที่อ่านนิยายของฮัลเดอมานเท่านั้น
 

อันดับ 7 A Clockwork Orange (แอนโธนี เบอร์เจส)

        นิยายสังคมดิสโทเปียที่ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในนิยายอังกฤษที่ดีที่สุดของ ศตวรรษที่ 20 และสร้างประสบการณ์หนักหนาสาหัสให้กับคนสร้างหนัง สแตนลีย์ คูบริก เรื่องราวเกี่ยวกับสังคมในอนาคตของกรุงลอนดอน ชีวิตของเด็กวัยรุ่นชื่ออเล็กซ์ที่วิ่งพล่านไปทั่วเมือง คอยทำร้ายร่างกายคนไร้บ้าน ขโมยของ และข่มขืนผู้หญิง (เฮ้ยยย) เมื่อคูบริกเอานิยายมาสร้างเป็นหนังก็เกิดปรากฏการณ์นี้ในสังคมจริงของ ลอนดอน จนทำให้เขาโดนด่ายับ สื่อทั้งหลายต่างบอกว่าเขาคือตัวการที่ทำให้เกิดความรุนแรงในสังคม (คนเขียนรอดไป)
 

อันดับ 6 The Secret Agent (โจเซฟ คอนราด)

        นิยายเรื่องนี้มีฉากหลังเป็นกรุงลอนดอนในปี 1886 เล่าเรื่องของอดอล์ฟ เวอร์ล็อกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการระเบิดหอสังเกตการณ์กรีนนิช เพื่อบังคับให้รัฐบาลอังกฤษจริงจังกับกลุ่มต่อต้านมากกว่านี้ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ เท็ด คาคซินสกี้ นักคณิตศาสตร์ และคลั่งอนาธิปไตยวางระเบิด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 25 คน
 

อันดับ 5 The Camp of the Saints (ฌีน ราสปาล)

        นิยายแฝงโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านการอพยพของชาวอัลจีเรียนในยุโรป กระตุ้นให้เกิดโรคกลัวชาวต่างชาติ (Xeonophobia) และทำร้ายผู้อพยพ หลายสิบปีต่อมาหลังจากนิยายเรื่องตีพิมพ์ มันก็กลายเป็นการปลุกระดมให้เกิดความเกลียดแค้นคนต่างเชื้อชาติทั้งใน ฝรั่งเศส และอเมริกา โดยเชื่อว่าการอพยพเข้ามาของคนต่างเชื้อชาติจะทำให้เกิดหายนะและภัยพิบัติ ตามมา
 

อันดับ 4 The Collector (จอห์น ฟาวล์ส)

        นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานในปี 1963 ของ จอห์น ฟาวล์ส นักเขียนชาวอังกฤษ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเสมียนหนุ่มชื่อ เฟรเดอริก เคลกก์ งานอดิเรกคือสะสมผีเสื้อ และเป็นแอสเพอเกอร์ซินโดรม ด้วยความเสน่หาที่เขามีให้มิแรนด้า เกรย์ นักศึกษาภาควิชาศิลปะ เขาลักพาตัวเธอมาไว้ที่กระท่อม และเก็บเธอไว้เป็น "ส่วนหนึ่งของงานสะสม" จนกระทั่งเธอเสียชีวิต
        The Collector กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดคดีหลายคดีทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้
  • ปี 1984 เกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องสะเทือนขวัญเกิดขึ้นทั่วอเมริกา ฆาตกรคือคริสโตเฟอร์ ไวลเดอร์ ลักพาตัวและข่มขืนผู้หญิงอย่างน้อย 12 ราย และสังหารไปอย่างน้อย 8 ราย หลังถูกวิสามัญฆาตกรรมระหว่างการหลบหนี ตำรวจพบนิยายเรื่อง The Collector ในห้องพักของเขา
  • ปี 1984-1987 ฆาตกรต่อเนื่อง โรเบิร์ต เบอร์เดลลา ได้ข่มขืน ทรมาน และสังหารผู้ชายอย่างน้อย 6 คน ในแคนซัส ซิตี้ มิสซูรี่ เขาสารภาพกับตำรวจว่าได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง The Collector เวอร์ชั่นหนัง
  • ช่วงปี 1980 อีกเช่นกัน ในแคลิฟอร์เนีย ฆาตกรต่อเนื่องสองคน ชาร์ลส งื่อ กับ เลเนิร์ด เลค ได้รวมหัวกันคิดแผนการชื่อ "Operation Miranda" (เอาชื่อมาจากผู้หญิงในเรื่อง) แล้วลักพาตัว ทรมาน สังหารคนกว่า 25 คน เมื่อถูกจับได้ เลเนิร์ดกินไซยาไนด์ฆ่าตัวตาย แต่ชาร์ลสสารภาพกับตำรวจว่าแผนการของพวกเขาได้ไอเดียจากเรื่อง The Collector โดยพวกเขาตั้งใจจะเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันสิ้นโลก จึงวางแผนลักพาตัวหญิงสาวมาขังไว้เพื่อข่มขืนและให้คลอดเด็กออกมา
     

อันดับ 3 The Foundation Series สถาบันสถาปนา (ไอแซค อาซิมอฟ)

        นิยายไซไฟที่โด่งดังที่สุดชุดนี้ตีพิมพ์ในปี 1942-1943 (เข้าไทยมาสิบเล่ม เลิกพิมพ์แล้วด้วย) เป็นเรื่องราวของจักรวรรดิในอวกาศที่กำลังใกล้ล่มสลายเนื่องจากปัญหาทรัพยากรขาดแคลนและประชากรล้นดาว ทางแก้คือสร้างศาสนาขึ้นมาคุมประชากรและดาวทั้งดวง
        กลุ่มก่อการร้ายของญี่ปุ่น โอมุ ชินริงเคียว ก่อตั้งโดยอาซาฮาระ โชโกะ ผู้ซึ่งได้แนวคิดด้านศาสนาจากเรื่องนี้ โดยเขาเชื่อว่าญี่ปุ่นยุคปัจจุบันกำลังใกล้เคียงกับจักรวรรดิในเรื่องสถาบันสถาปนา เขาจึงแต่งตั้งตนเองเป็นเสมือนผู้ที่จะชำระบาปให้กับทุกคนบนโลกใบนี้
        การก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดของกลุ่มรินชิงเคียวคือการวางแผนก่อการร้ายในขบวนรถไฟใต้ดินโตเกียวในปี 1995 ด้วยแก๊สซารีน ซึ่งเป็นอาวุธเคมีที่มีพลังทำลายล้างสูง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บกว่า 5,000 ราย
 

อันดับ 2 The Turner Diaries (วิลเลียม ลูเธอร์ เพียซ)

        นิยายเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของกลุ่มสุดโต่งที่ต้องการให้ประเทศอเมริกาเป็นเมืองของคนผิวขาว และกำจัดคนที่ให้การช่วยเหลือกลุ่มผิวสี ได้แรงบันดาลใจอีกทีมาจาก The Camp of the Saints นั่นเอง
        ในนิยายมีฉากหนึ่งที่กลุ่มนี้ไประเบิดสำนักงานใหญ่ของ FBI และในปี 1995 ทิโมธี แมคเวย์ก็วางระเบิดบริเวณที่ทำการรัฐบาลกลางของเมืองโอกลาโฮมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 168 ราย และบาดเจ็บกว่า 600 ราย ในจำนวนนี้มีศูนย์เลี้ยงเด็กโดนลูกหลงไปด้วย การกระทำของเขาเกิดจากความแค้นที่รัฐบาลทอดทิ้งทหารผ่านศึก และการกระทำอีกหลายกรณีของรัฐบาลที่เขาไม่เห็นด้วย
        การก่อการร้ายของแมคเวย์ ถือเป็นการก่อการร้ายภายในประเทศที่รุนแรงที่สุดของอเมริกา
 

อันดับ 1 The Catcher in the Rye จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น (เจ.ดี. ซาลิงเจอร์)

        วรรณกรรมคลาสสิกชิ้นเอกของซาลิงเจอร์ก็ติดโผกับเขาเหมือนกัน นิยายเรื่องนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัยรุ่นวัยขบถ ว่าด้วยชีวิตของเด็กหนุ่มชื่อ โฮลเดน คอลฟิลด์ ที่เกลียดชังทุกสิ่งรอบตัวและอยากทำให้มันดีขึ้น แต่ไม่รู้จะแก้ไขยังไง
        วรรณกรรมชิ้นเอกนี้เป็นแรงกระตุ้นให้เดวิด แชปแมนผู้ทึกทักว่าตัวเองคือโฮลเดน หยิบปืนออกไปสังหารจอห์น เลนนอน นักร้องดังวงเดอะบีทเทิลส์ ความหมกมุ่นของเดวิด แชปแมนมาจากคำพูดของจอห์น เลนนอนที่ว่าวงเดอะบีทเทิลส์นั้นโด่งดังกว่าพระเยซูคริสต์เสียอีก แชปแมนตั้งกลุ่มต่อต้านจอห์น เลนนอน และไม่พอใจที่จอห์น เลนนอนพูดถึงความรักและสันติภาพแต่ตนเองกลับทำรายได้มหาศาล (เง้อ...)
        หลังจากที่แชปแมนยิงจอห์น เลนนอนเสียชีวิต เขานั่งอยู่ในที่เกิดเหตุและอ่านนิยาย The Catcher in the Rye เมื่อตำรวจมาถึงเขาบอกตำรวจว่า นี่คือชีวิตของเขา
 

ติดตามเรื่องราววาไรตี้ในวงการหนังสือรอบโลกได้ที่ #วาไรตี้ เลยจ้า
หรือกดไลค์
Fanpage "นิยายเด็กดี" ก็ได้นะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
toptenz.net
neatorama.com
salon.com
en.wikipedia.org

ขอบคุณภาพประกอบจาก
lesecritsvains.com / monsterpictures.com.qu / murderpedia.org
conoce-japan.com / sites.lafayette.edu / en.wikipedia.org / dailymail.co.uk
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Rebel. Member 16 ก.ค. 58 20:41 น. 6

ฮือ จอห์น จอห์น เลนนอนนนน

ที่อพาร์ตเม้นต์ดาโก้ต้า จอห์นตะเกียกตะกายไปที่เคาน์เตอร์ ร้องบอกว่าช่วยด้วย ๆ ผมถูกยิง โทรเรียกรถพยาบาลที! ส่วนโยโกะภรรยาก็ร้องให้คนช่วย วันนั้นมีลางบอกเหตุตั้งหลายอย่างว่าจอห์นจะตาย สุดท้ายก็ตายจริง ๆ ตอนอยู่บนรถฉุกเฉิน จอห์นถูกถามเพื่อทดสอบความมีสติว่าคุณเป็นใคร ยังตอบได้อยู่เลยว่า "ฉันคือตำนาน" ทำไมนะ ทำไม ทำไม ทำไม... ฮื้ออออออออออออออ วันที่ 8 ธันวาคม คือวันที่เราโศกเศร้าที่สุด คือวันที่แฟนเพลงทั่วโลกจะไม่มีวันลืมเลือน ผู้ชายที่ชื่อจอห์น เลนนอน

ปล. ภาษาวกวนขอโทษด้วยค่ะ คือตอนพิมพ์ไม่มีสติ ขี้เกียจแก้ด้วย ข้ามเม้นต์นี้ไปปป

ปล. 2 เลือกรูปได้ตรงประเด็นมากค่ะ ในวันนั้นเองที่แชปแมนไปขอลายเซ็นจอห์น โดยให้เซ็นในอัลบั้มดับเบิ้ลแฟนตาซี อีกไม่กี่ ชม. ต่อมาจอห์นก็ถูกเขายิง พร้อมกับเสียงประกาศต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "ฉันนี่แหละยิง จอห์น เลนนอน"

R.I.P.

1

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
Riordan Member 6 พ.ค. 59 14:01 น. 1-1
มันเป็นแนวที่ต่างชาติชอบน่ะค่ะ ไซไฟ สืบสวนสอบสวน อะไรพวกนี้ สังเกตุจากซีรีย์หรือหนังที่คลอดออกมาก็พอเดาได้ ^^)
0
กำลังโหลด
ฟ็อกซ์ทร็อต Member 16 ก.ค. 58 17:35 น. 3

นิยายเรื่องเด็กซ์เตอร์ก็เคยมีคนเอาไปเลียนแบบเหมือนกันนะคะ คือทึกทักเอาเองว่าเหยื่อเป็นฆาตกรเลยจับมาฆ่าซะเหมือนที่เด็กซ์เตอร์ทำ (' ' )

1
กำลังโหลด
เด็กน้อยในวันฤดูใบไม้ผลิ Member 16 ก.ค. 58 22:09 น. 9

แต่ละอันอ่านแล้วเรียกง่าย ๆ ว่า "คนอ่านไม่มีวุฒิภาวะ วิจารณญาณในการอ่านและวิเคราะห์" 

ดูแล้วอารมณ์เดียวกับฆาตรกรข่มขืนผู้หญิงแล้วบอกว่า "ใส่สั้น แต่งตัวยั่วยวน ดูหนังโป๊มา" นั่นแหละ

เฮ้อ คนสื่อสารรับเคราะห์เต็ม ๆ ทั้งที่คนก่อเรื่องไม่รู้จักแยกแยะเองแท้ ๆ

2
กำลังโหลด
Yasashiiegao Murasaki Member 16 ก.ค. 58 17:00 น. 2

แล้วหนัง/นิยายเรื่อง ฟิฟตี้เฉด ล่ะคะ?

เราเคยเห็นข่าวคนเฆี่ยนแฟนตัวเองแล้วอ้างว่าทำตามเรื่องนี้

(บ้าจริง ๆ )

1
กำลังโหลด

13 ความคิดเห็น

Riordan Member 6 พ.ค. 59 14:01 น. 1-1
มันเป็นแนวที่ต่างชาติชอบน่ะค่ะ ไซไฟ สืบสวนสอบสวน อะไรพวกนี้ สังเกตุจากซีรีย์หรือหนังที่คลอดออกมาก็พอเดาได้ ^^)
0
กำลังโหลด
Yasashiiegao Murasaki Member 16 ก.ค. 58 17:00 น. 2

แล้วหนัง/นิยายเรื่อง ฟิฟตี้เฉด ล่ะคะ?

เราเคยเห็นข่าวคนเฆี่ยนแฟนตัวเองแล้วอ้างว่าทำตามเรื่องนี้

(บ้าจริง ๆ )

1
กำลังโหลด
ฟ็อกซ์ทร็อต Member 16 ก.ค. 58 17:35 น. 3

นิยายเรื่องเด็กซ์เตอร์ก็เคยมีคนเอาไปเลียนแบบเหมือนกันนะคะ คือทึกทักเอาเองว่าเหยื่อเป็นฆาตกรเลยจับมาฆ่าซะเหมือนที่เด็กซ์เตอร์ทำ (' ' )

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
mbth96 (จะออกไปแตะขอบฟ้า) Member 16 ก.ค. 58 19:36 น. 5

นักเขียนคงไม่ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง และคนอ่านก็ใช่ว่าจะมีวิจารณญาณทุกคน 

แต่สงสัยว่าบางเรื่องเนี่ย สนพ.กล้าตีพิมพ์ออกมาได้ยังไง ไม่คิดถึงผลเสียบ้างเหรอ..

0
กำลังโหลด
Rebel. Member 16 ก.ค. 58 20:41 น. 6

ฮือ จอห์น จอห์น เลนนอนนนน

ที่อพาร์ตเม้นต์ดาโก้ต้า จอห์นตะเกียกตะกายไปที่เคาน์เตอร์ ร้องบอกว่าช่วยด้วย ๆ ผมถูกยิง โทรเรียกรถพยาบาลที! ส่วนโยโกะภรรยาก็ร้องให้คนช่วย วันนั้นมีลางบอกเหตุตั้งหลายอย่างว่าจอห์นจะตาย สุดท้ายก็ตายจริง ๆ ตอนอยู่บนรถฉุกเฉิน จอห์นถูกถามเพื่อทดสอบความมีสติว่าคุณเป็นใคร ยังตอบได้อยู่เลยว่า "ฉันคือตำนาน" ทำไมนะ ทำไม ทำไม ทำไม... ฮื้ออออออออออออออ วันที่ 8 ธันวาคม คือวันที่เราโศกเศร้าที่สุด คือวันที่แฟนเพลงทั่วโลกจะไม่มีวันลืมเลือน ผู้ชายที่ชื่อจอห์น เลนนอน

ปล. ภาษาวกวนขอโทษด้วยค่ะ คือตอนพิมพ์ไม่มีสติ ขี้เกียจแก้ด้วย ข้ามเม้นต์นี้ไปปป

ปล. 2 เลือกรูปได้ตรงประเด็นมากค่ะ ในวันนั้นเองที่แชปแมนไปขอลายเซ็นจอห์น โดยให้เซ็นในอัลบั้มดับเบิ้ลแฟนตาซี อีกไม่กี่ ชม. ต่อมาจอห์นก็ถูกเขายิง พร้อมกับเสียงประกาศต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "ฉันนี่แหละยิง จอห์น เลนนอน"

R.I.P.

1

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กน้อยในวันฤดูใบไม้ผลิ Member 16 ก.ค. 58 22:09 น. 9

แต่ละอันอ่านแล้วเรียกง่าย ๆ ว่า "คนอ่านไม่มีวุฒิภาวะ วิจารณญาณในการอ่านและวิเคราะห์" 

ดูแล้วอารมณ์เดียวกับฆาตรกรข่มขืนผู้หญิงแล้วบอกว่า "ใส่สั้น แต่งตัวยั่วยวน ดูหนังโป๊มา" นั่นแหละ

เฮ้อ คนสื่อสารรับเคราะห์เต็ม ๆ ทั้งที่คนก่อเรื่องไม่รู้จักแยกแยะเองแท้ ๆ

2
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Narumi Tsukiko Member 17 ก.ค. 58 20:36 น. 11

แต่ละอันมันก็มีส่วนนะ แต่อันดับสิบมันน่าจะเกิดมาจากคนมากกว่า 

ปล. โอมุ ชินริงเคียว ไม่ใช้กลุ่มผู้ก่อการร้ายนะค่ะ เป็นลัทธิหนึ่งที่อาซาฮาระ โซโกะตั้งขึ้นมาเพราะเชื่อว่าโลกเรากำลังจะถึงวันอวสาร และเหมือนอย่างที่พี่บอกเปี้ยบเลยค่ะ 

0
กำลังโหลด
Me_Six_ttz Member 30 ก.ย. 58 15:36 น. 12
อันดับที่5 ถ้าชื่อผู้เขียนจะทับศัพท์อังกฤษอ่านว่าน ยีน/จีน แต่ถ้าทับฝรั่งเศส ภาษาแม่เขาอ่านว่า ฌอง นะครับ เห็นว่าทับ ฌีน ไปแล้วอยากแปลเป็นฝรั่งเศสหรือเปล่า? ปล. ผิดพลาดประการใด ขออภัยครับ
0
กำลังโหลด
Belmel Member 5 ก.ย. 59 13:23 น. 13

the catcher in the RYE นี่จริงๆแล้วรู้สึกว่ามันเป็นนิยายที่ไม่ได้แย่นะ

เป็นนิยายต้องห้ามของเมกา แต่กลับขายดีที่สุด

มุมมองของโฮลเดน เป็นอะไรที่มองอย่างลึกซึ้งกว่าคนทั่วไป

แต่คนที่ก่อเหตุ เพราะนิยายนี่เราคิดว่าขาดวิจารณญาณเอามากๆ

แล้วบางทีก็ตีความนิยายเรื่องนั้นๆไปในทางที่ผู้เขียนไม่ได้ต้องการจะสื่อ

ตีความไปผิดๆอะไรทำนองนี้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด