|
หลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมนิยายรักหวานแหวววัยรุ่นหรือนิยายแฟนตาซีถึงได้ขายดิบขายดีเหลือเกินในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และที่น่าสนใจไปยิ่งกว่านั้นคือปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่เพียงทำให้เด็กๆ หันมาสนใจอ่านหนังสือกันมากขึ้น แต่ยังทำให้เกิดนักเขียนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นจำนวนมากอีกด้วย
หากย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดของนักเขียนวัยใสแทบทั้งหมดล้วนเริ่มต้นจากการเขียนนิยายลงอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะในเวบไซต์ Dek-D.com นับเป็นพื้นที่สร้างนักเขียนจากโลกไซเบอร์จนได้มีผลงานรวมเป็นเล่มมากที่สุด ล่าสุดมียอดจำนวนนิยายที่เคยลงในเวบไซต์เด็กดี ดอทคอมแล้วได้รับการตีพิมพ์รวมเล่มจากสำนักพิมพ์ต่างๆ รวมสูงถึง 485 ชื่อเรื่อง และคาดว่าในเดือนตุลาคมนี้จะมียอดพิมพ์เพิ่มมากกว่า 500 ชื่อเรื่อง ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปอีกว่าทำไมนิยายที่เคยลงเวบไซต์เด็กดีดอทคอมถึงขายดีและเป็นที่นิยมของวัยรุ่น คงต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของเวบนี้ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นั่นคือ ปอน-ปกรณ์ สันติสุนทรกุล, โน้ต-วโรรส โรจนะ และเต้-สรวงศ์ ดาราราช เมื่อปี 2542 ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้างช่องทางพบปะเพื่อนฝูงวัยเดียวกันให้เกิดสังคมออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตและการกำเนิดของมิตรภาพแบบไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้มีการแชร์ความรู้ ความคิด และประสบการณ์ที่ดีๆ ของตนเองให้แก่เพื่อนวัยเดียวกัน ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกเวบไซต์มากกว่าสามแสนคนและในแต่ละวันมีผู้เข้าชมเวบไซต์ทะลุแสนกว่าคนต่อวัน โดยเกือบทั้งหมดเป็นเยาวชน นักเรียน และนักศึกษา ปัจจุบันเวบไซต์เด็กดีดอทคอมได้จดทะเบียนดำเนินธุรกิจเวบไซต์และสื่ออินเทอร์เน็ตในนามบริษัท เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด "เหมือนว่าตอนนั้นอินเทอร์เน็ตกำลังเริ่มบูม คนกำลังฮิตเล่นไอซีคิวมาก เลิกเรียนกลับไปทุกคนก็ไปนั่งออนไลน์แชทกันที่บ้าน คิดว่าคุยกันอย่างนี้เหมือนคุยกันตัวต่อตัว แต่ไม่มีที่ที่จะรวมตัวกันแบบมาฝากชื่อเอาไว้หรือมาโพสต์ชื่อเอาไว้ เพื่อให้อีกคนเข้ามาดู คิดว่าเราน่าจะลองมาทำเวบไซต์กันดีไหม ตอนนั้นมีเวบพันทิปที่เพิ่งเกิดมาเหมือนกัน แต่ว่าพอเข้าไปแล้วมันไม่ใช่อารมณ์แบบเด็กๆ มันเป็นอารมณ์แบบผู้ใหญ่ คิดว่าอยากมีสักที่หนึ่งที่เป็นเพื่อนกัน ได้เข้ามาเจอได้มาคุยกัน การเล่นไอซีคิวเป็นจุดเริ่มต้นไอเดีย ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าทำเวบต้องทำยังไง มันยากไหม เวบอย่างไหนน่าเข้า ไม่รู้เลย แค่อยากทำขึ้นมาเท่านั้นเอง คือทำเล่นสนุกเหมือนเป็นงานอดิเรก หลังจากเรียนจบมาทุกคนกล้าลงมาทำเป็นงานประจำเพราะมองเห็นว่าเวบของเราเป็นที่ต้องการของวัยรุ่นและมีเด็กเข้ามาเยอะขึ้นๆ คือแนวโน้มเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าเป็นสิ่งที่พวกเราชอบและอยากทำ เลยลงมาทำกันเลยดีกว่า คิดไม่ผิดครับ..เพราะตลอดที่ผ่านมายังไปในทิศทางดีขึ้นเรื่อยๆ" ปกรณ์ สันติสุนทรกุล (Product Development Manager) กล่าวถึงความเป็นมา
ด้าน วโรรส โรจนะ (Marketing Manager) เล่าถึงการเปิดพื้นที่สำหรับนักเขียนวัยกระเตาะตั้งแต่ยุคแรกเริ่มเลยว่า "ตอนแรกเขียนประกาศไว้ว่าใครอยากจะลงให้ส่งเป็นเมลมา และรับมาอยู่ประมาณสองปีก็เริ่มทำไม่ไหว เพราะเรื่องส่งเข้ามาเยอะมาก กองเป็นร้อยกว่าเรื่อง หลังจากสองปีทำเป็นระบบส่งบทความคือนักเขียนเข้ามาส่งบทความที่เรื่องหนึ่งมีตอนเดียวหรือหลายๆ ตอนได้ และไม่ได้เป็นแค่ระบบส่งอย่างเดียว แต่จะเป็นคอมมูนิตี้ของคนส่งด้วย นิยายดังๆ อย่าง 'เดอะไวท์ โรด' และ 'หัวขโมยแห่งบารามอส' เกิดขึ้นช่วงนี้ บางทีนักเขียนก็เขียนไว้ นักอ่านก็เข้าไปอ่านแล้วแก้คำผิดหรือบางทีนักอ่านแนะนำว่าเรื่องน่าจะเป็นอย่างนี้ๆ หลังจากนั้นนักเขียนก็จะไปแก้ใหม่ และจะบอกว่ารีไรท์ตอนนี้แล้ว ทุกคนเกิดเป็นเพื่อนกันขึ้น เกิดเป็นสังคมที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ตอนนี้เริ่มเป็นบล็อกแล้วคือนักเขียนจะมีห้องส่วนตัว เขาจะแบ่งเป็นไดอารี่อย่างเช่นว่ามีข่าวอะไรบ้าง หรือว่าชีวิตของเขาเป็นยังไง หรือว่าไปออกบูธขายหนังสือเป็นยังไง ทำเป็นไดอารี่รูปภาพหรือส่งแมสเสจไปหากันให้เข้าไปดูบล็อกกันแล้วก็ติชม เรื่องแต่งจากที่เคยแยกกันเป็นเรื่องๆ ก็มารวมกันเป็นก้อนหนึ่ง กลายเป็นสังคมหนึ่งจนถึงปัจจุบัน" เวบมาสเตอร์หนุ่มบอกอีกว่า "เกณฑ์คัดเลือกเรื่องคือว่าถ้าเกิดเป็นเรื่องที่ไม่หยาบคายก็ลงหมดทุกเรื่อง เพราะว่าแต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน บางคนอาจชอบหรูหรา สวยงาม แต่เด็กบางคนอาจจะชอบแบบหวานแหววง่ายๆ คิดว่าให้เป็นรสนิยมของอ่านดีกว่าว่าชอบเรื่องไหน ไม่ชอบเรื่องไหน ให้เขาได้เลือก จะลงไว้ทุกเรื่อง ยกเว้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ปัจจุบันเราใช้ระบบให้เขาลงเรื่องของเขาเอง แต่จะมีสแกนทุกวัน อันดับแรกพอลงไปมันจะมีด่านสแกนคำหยาบก่อน และจะมีทีมงานของเราเข้าไปสแกนดูอยู่ทุกวันว่ามีเรื่องไหนไม่เหมาะสมหรือเปล่า จะมีปุ่มกดให้แจ้งลบทันที ทีมงานก็จะเข้าไปตรวจ จะเห็นว่าเด็กเขามีเรื่องหลากหลายมาก บางคนเขาคิดว่าเรื่องนี้มันโอเคสำหรับเขาคืออายุ 19-20 ปี แต่ว่าอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุน้อยลงมาหน่อย ต้องให้คำแนะนำเขาไป นิยายจะส่งเข้ามาเยอะจริงๆ เป็นช่วงหลังจาก 'เดอะ ไวท์โรด' เพราะเหมือนเป็นแรงบันดาลใจ พอเรื่องได้ตีพิมพ์และขายดีก็จะมีเรื่องใหม่เข้ามาเรื่อยๆ จะเห็นว่าช่วงสองสามปีมานี้มีสำนักพิมพ์เกิดใหม่เยอะ บางสำนักพิมพ์ดูงานจากเวบของเราเป็นหลัก ผลงานของเขาเราไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไร งานเขียนให้เป็นสิทธิของนักเขียน ส่วนใหญ่สำนักพิมพ์จะเข้ามาสกรีนหาเรื่องที่น่าสนใจเป็นประจำอยู่แล้วและติดต่อกับนักเขียนเอง แต่ว่าบางทีสำนักพิมพ์ติดต่อไม่ได้ เราก็จะช่วยติดต่อให้ได้ เพราะเราจะมีข้อมูลติดต่อนักเขียนอยู่ ถ้านิยายของเขาผ่านได้ตีพิมพ์รวมเป็นเล่ม เขาก็จะส่งหนังสือมาให้เราช่วยลงข่าวแนะนำ" พี่โน้ตของเด็กๆ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงานเขียนส่วนใหญ่ที่ลงในเวบไซต์ด้วยว่า "นิยายประเภทรักหวานแหววยังคงมาแรงเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสองเป็นแนวแฟนตาซี เพราะถ้าดูจากหนังสือที่พิมพ์ออกมาก็มีสองแนวนี้เป็นหลัก แต่ช่วงหลังเริ่มมีนิยายสยองขวัญประมาณ 5-6 เล่ม คนอ่านคนเขียนก็จะรวมตัวกัน นัดพบกัน อย่างในงานสัปดาห์หนังสือแต่ละปี เขาก็จะนัดมาเจอกัน แลกลายเซ็นกัน เด็กต่างจังหวัดก็มาจากทุกภาค ตรงนี้มันทำให้ตลาดหนังสือวัยรุ่นโตขึ้นมาก อย่างช่วงงานสัปดาห์หนังสือจะขายได้เยอะทุกปี ตามบูธหนังสือแทบเดินไม่ได้เลย" เมื่อถามถึงแผนตั้งสำนักพิมพ์เองเขาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า "ธุรกิจหลักของเรายังเป็นเวบอยู่ และเราอยากจะเป็นคนกลางให้เด็กที่เข้ามาสบายใจมากกว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งเราไปกีดกันว่าถ้าเกิดลงแล้วต้องพิมพ์กับเรานะ หรือว่าต้องเสียค่าไลเซ่นให้เรานะ เด็กก็จะเริ่มไม่อยากเข้ามาลงกับเรา คืออยากให้เป็นอิสระที่สุด และเราให้คุณค่ากับผลงานทางปัญญากับทุกคนมาก แม้แต่เด็กเองก็คิดว่าสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมาก็ใช้เวลานานเหมือนกัน เหมือนตอนเราทำเวบขึ้นมาตอนแรกก็ช่วยกันทำเต็มที่ อยู่แค่ ม.5 เองก็ทำออกมาได้ เด็กก็เหมือนกัน อยากให้ผลงานเป็นของเขาจริงๆ เขาจะลงเท่าไร หรือจะไม่ลงแล้ว หรือจะขายให้ใครเราให้เกียรติเขาเต็มที่ เราเหมือนเป็นรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำมากกว่า ยังไม่มีความคิดตั้งสำนักพิมพ์เองเพราะแต่ละสำนักพิมพ์ก็มีจุดเด่นต่างกัน อย่างสำนักพิมพ์แจ่มใสก็จะเป็นเรื่องรักอย่างเดียวหรือสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์อาจจะมีรักด้วยแฟนตาซีด้วยหรือที่อื่นจะเป็นเรื่องสยองขวัญ แต่เวบเราเปิดกว้างหมด ได้ทุกแนวไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัก แฟนตาซี สยองขวัญ สืบสวนสอบสวน อยากให้เป็นพื้นที่ตรงกลางที่เป็นอิสระจริงๆ"
หลายคนสงสัยว่าทำไมนิยายที่เคยลงเวบนี้มาก่อนถึงขายดี เขาบอกว่า "นิยายที่ลงในเวบเรามันได้เปรียบ ถ้าเทียบกับหนังสือที่เราไม่รู้จักบนแผง ต้องไปแอบยืนอ่านก่อน แต่นี่เหมือนกับได้อ่านในเวบมาบ้างหลายตอนแล้ว หรือติดตามอ่านมาตลอด พอจบแล้วพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือก็ซื้อต่อ มันเป็นเหมือนช่องทางการโปรโมทให้กับสำนักพิมพ์ไปในตัว ไม่ต้องไปทำอะไรมาก บางทีนักเขียนเขาคิดปกคิดอะไรไว้หมด พิมพ์ออกไปก็มีคนรู้จักอยู่แล้ว เราก็ช่วยโปรโมทด้วย เนื่องจากเรามีสมาชิกมากกว่าสามแสนคน ทั้งๆ ที่การสมัครสมาชิกยาก มีขั้นตอนการตรวจสอบ ถ้าทำตัวไม่เหมาะสมเราก็จะแบนออกไป เราค่อนข้างเคร่งครัดกว่าที่อื่นเพราะว่ามันเป็นเวบที่เด็กเข้ามาจำนวนมาก ตอนนี้มีงานเขียนแนวใหม่ขึ้นมาคือเป็นแนวแฟนตาซีผสมกำลังภายในชื่อเรื่อง 'ศาสราคู่กู้แผ่นดิน' ได้ยินว่ากำลังตีพิมพ์ อยากฝากว่าสำหรับเด็กที่เข้าเวบถ้าเกิดเล่มไหนพิมพ์ออกมาก็อยากให้ไปช่วยกันสนับสนุน นักเขียนจะได้มีกำลังใจ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาไปงานสัปดาห์หนังสือ บูธสำนักพิมพ์แจ่มใสหรือสถาพรบุ๊คส์จะจัดคิวนักเขียนมาเป็นตารางเลยว่าวันนี้นักเขียนคนไหนมาบูธบ้าง เด็กๆ ก็จะมาเข้าแถวรอเซ็นชื่อกันเยอะมาก ประทับใจที่เด็กเขารู้จักกันและมีเพื่อนมากขึ้น ใครที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนลองมาเริ่มต้นที่เด็กดีได้ ตอนแรกอาจจะมาโพสต์ว่าชอบนักเขียนคนนั้นคนนี้ ชอบเรื่องโน้นเรื่องนี้ พอมาวันหนึ่งได้ลองเขียนดู ยังไม่ค่อยดี ก็จะมีคนเข้ามาอ่านแล้วติติง อะไรควรแก้ไข พอตอนนี้กลายเป็นนักเขียนดังไปแล้ว" ส่วนการอัพเดทเนื้อหาเวบไซต์ให้เข้ากับเทรนด์วัยรุ่นนั้น ปกรณ์ สันติสุนทรกุล อธิบายว่า "ช่วงปีที่ผ่านมาเราพยายามเจาะไลฟ์สไตล์ของเด็กให้ชัดเจนขึ้นในสิ่งที่เขาชอบ เด็กเขาชอบหลายอย่าง พยายามมีสื่อ interactive เช่น การ์ตูน รวมไปถึงด้านสาระหน่อย เช่น เรื่องการศึกษา การให้คำแนะนำเกี่ยวกับกวดวิชา หรือว่าการเล่าประสบการณ์ว่าเพื่อนวัยเดียวกันไปเรียนกวดวิชามาเจออะไรบ้าง ประสบการณ์ด้านการสอบแอดมิชชั่น พยายามเจาะเรื่องพวกนี้มากขึ้น คิดว่าคงเป็นประโยชน์กับเด็กที่เข้ามา นอกจากนี้ยังมีรวมลิงค์วัยรุ่นที่คิดว่าน่าสนใจและรวมไว้ในเวบของเราให้เด็กได้กดเข้าไปดูต่อได้ เริ่มต้นจริงๆ คือว่าเด็กคงไม่ได้เข้าเฉพาะเวบเด็กดีเวบเดียว เรื่องที่เขาสนใจเป็นพิเศษมีเยอะแยะ สมมติว่าเด็กไปเสิร์ชหาในกูเกิลรายชื่อมันจะออกมาเยอะมาก บางเวบก็อาจจะเป็นของผู้ใหญ่ บางเวบก็อาจจะดีบ้างไม่ดีบ้าง ทีนี้เราเลือกเฉพาะเวบที่เหมาะกับวัยรุ่นจริงๆ เข้ามาแล้วได้อะไรออกไปและรู้สึกดี เราก็ต้องมานั่งเลือกให้ รวบรวมมาว่าเวบไหนเหมาะสมแล้วค่อยเอามาลงไว้ในฐานข้อมูลของเรา ครอบคลุมและคัดสรรอย่างดีมาให้เด็ก คิดว่าเทรนด์ไลฟ์สไตล์เป็นคำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าคนเรามีความสนใจอหลายอย่าง ต้องดูว่าวัยรุ่นเขาสนใจอะไรบ้างก็รวบรวมมาให้หมด ถามเด็กมาหรือว่าดูจากเวบบอร์ด เด็กเขาคุยเรื่องอะไรกันอยู่ เราก็จะรวบรวมมาให้ เรื่องสนุก เรื่องเที่ยว อาหาร แนะแนว กวดวิชา ภาพยนตร์ ครบทุกอย่างของวัยรุ่นอย่างแท้จริง สิ่งที่วัยรุ่นสนใจอยากให้มีทุกอย่าง เวลาให้กรอกแบบสอบถามเด็กก็บอกว่าอยากให้มีทุกอย่างโดยไม่ต้องไปค้นหาที่อื่นเลย" สิ่งที่เป็นปัญหาหรือความหนักใจเมื่อต้องทำงานกับเด็กๆ โน้ต-วโรรส บอกว่า "ต้องใช้ความใจเย็นเป็นพิเศษ เพราะเด็กเขาใจร้อน บางทีเขาอาจจะไม่เข้าใจ เพราะเด็กเขาเป็นอิสระทำได้ทุกอย่าง แต่เราก็ต้องดูว่าความคิดของวัยรุ่นคงไม่ได้เหมือนกับรุ่นเรา เพราะเราก็โตขึ้นมาแล้ว อันนี้อาจจะยากนิดนึง เราต้องดูว่าพฤติกรรมการใช้งานของเขาเป็นยังไง เขาคุยกันเรื่องอะไร ต้องคอยติดตามตลอด ไม่อย่างนั้นก็กลายเป็นว่าผู้ใหญ่หยิบยื่นในสิ่งที่เขาไม่อยากได้ให้กับเด็ก เหมือนอาจารย์สอนหนังสือนักเรียน ไม่ตรงกับความสนใจของเด็ก นี่คือจุดสำคัญ" ปรากฏการณ์ 'บล็อก' จะเข้ามาเบียดสิ่งที่มีอยู่เดิมๆ อย่างเวบบอร์ดหรือไม่นั้น สรวงศ์ ดาราราช (System Manager) มองว่า "บล็อกคงไม่ได้เบียดเวบบอร์ด แต่คงเบียดๆ พวกคอลัมนิสต์ เนื่องจากว่าเวบเรามีคอลัมนิสต์สิบคนก็เขียนกันอยู่แค่นี้ ตอนนี้เหมือนกับว่ามันเชื่อมโยงกันไปหมด คนหนึ่งเข้ามาอยากเขียน อีกคนหนึ่งมาอ่านแล้วติชมแล้วก็กลับไปเขียนบ้าง คนนี้ก็ไปคอมเมนท์คนนี้ต่อ กลายเป็นว่าโตเร็วมาก ง่ายๆ เฉพาะนิยายที่ลงอยู่ตอนนี้ประมาณ 210,000 เรื่อง มีตั้งแต่สิบตอนจนถึงร้อยตอน บล็อกเป็นช่องทางติดต่อได้ ชอบไม่ชอบก็มาอ่านกันได้ อย่างเรื่องที่ตีพิมพ์ไปเขาก็จะโพสต์บล็อกไว้ในหนังสือเขาเลย จะได้ติดต่อกันได้ ตอบโต้กันได้ คือแนวโน้มคนไทยเริ่มตื่นตัวกับเวบมากขึ้นและต่างประเทศเข้ามาตลาดบ้านเรามากขึ้น เวบไทยต้องพยายามปรับตัวเรื่อยๆ บล็อกเป็นอะไรที่ใหม่ เด็กรู้จักว่าบล็อกคืออะไร ทุกวันนี้เขาทำการบ้านยังคุยกันทางเอ็มเอสเอ็นเลย" เวลานี้สามารถประกาศได้เลยว่าเวบไซต์เด็กดีดอทคอมเป็นพื้นที่แจ้งเกิดของนักเขียนนิยายรุ่นใหม่มากที่สุดในยุคอินเทอร์เน็ต พรชัย จันทโสก : รายงาน jantasok@yahoo.com พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ |



32 ความคิดเห็น
ต้องยกนิ้วให้กับทีมเว็บมาสเตอร์ ^^b สุดยอดจริงๆค่ะ
วันนี้กำลังสงสัยอยู่พอดี ว่าจะถามที่มาที่ไป แล้วก็ได้คำตอบ
เข้ามาแสดงความยินดีอีกครั้ง และขอบคุณทีมเว็บมาสเตอร์ที่เปิดโอกาสให้ผมได้สานฝันของตัวเองครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ (^/\^) => ( _/\_ )
ปล.ผมเอาหนังสือพิมพ์มาอวดเพื่อนที่ทำงานตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะแหละ *-*
ด้วยจิตคารวะอย่างสูง
Regain : Chen
แต่บางครั้ง สำนักพิมพ์ก็ไม่ค่อยจะสานฝันชีวิตของนักเขียนหลายคนสักหน่อย
ทั้ง ๆ ที่แนวเรื่องของเขาดีสุดยอด
^^
อ่าหะ!
ยอดเยี่ยมจริงๆเลย...
ดีใจด้วยค่า ที่นี่เหมือนบ้านหลังที่ 2 เลย
โอ้..โห สุดยอดเลยค่ะ ยาวมากเลยแต่อ่านๆดูแล้วแปปเดียวเอง
เข้าใจความรู้สึกดีจัง เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา เหอะๆ
ภูมิใจอย่างแรงงงง
เด้กดีจงเจริญๆๆๆ
ขอให้อยู่ตลอดไปนะคะ ^_^ รักเด็กดีที่สุดเลย~♥