ขอทักทายชาว Writer ทุกคนจ้ะ คอลัมน์ กลเม็ดเคล็ดลับฉบับ Exclusive ของเรากลับมาแล้วเช่นเคย สำหรับครั้งนี้ พี่ตินเลือกหยิบหัวข้อการเขียนฉากตลกมาฝากกัน 
 
ส่วนตัวแล้ว พี่ตินมองว่าฉากตลก "เขียนยาก" พอๆ กับ "ฉากดราม่า" เลยทีเดียว นักเขียนยิ่งเขียนได้ตลกเท่าไหร่ ถือว่าฝีมือแก่กล้ามากเท่านั้น และงานเขียนตลก ก็เหมือนกับศิลปะนั่นแหละ ต้องใช้จังหวะเวลาที่เหมาะสมและอารมณ์ที่ใช่ มันถึงจะออกมาดี 

วันนี้ พี่ตินได้ชักชวน 4 นักเขียนมาแลกเปลี่ยนให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเขียนตลก โดยนักเขียนทั้ง 4 ได้แก่ ดวงมาลย์ เจ้าของผลงาน "นางร้ายที่รัก" ที่กำลังเป็นละครในขณะนี้ Merlin และ เจ้าหญิงผู้เลอโฉม สองสาวนักเขียนจากสนพ. แจ่มใส ที่นิสัยร่าเริงและคุยเก่งมากๆ และสุดท้าย ไม่พลาดกับเจ้าแม่คอมเมดี้ "รัมย์" นั่นเอง เขียนกี่เรื่องก็ฮาแตก สนุกทุกเรื่อง พี่ตินคอนเฟิร์ม
 
เอาหละ ถ้าพร้อมแล้ว ไปสูบเคล็ดลับการเขียนฉากตลกจากบรรดานักเขียนรุ่นพี่ของเรากันดีกว่า วาร์ปด่วน!!!!!!!!!!!!!!!!! 
 
ดวงมาลย์
การเขียนฉากตลก เรียกรอยยิ้ม สร้างอารมณ์ขันนั้นไม่ง่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยเป็นคนตลกโปกฮา หรือคลุกคลีกับเพื่อนฝูงคอเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไปนัก ลองถ้าได้โจทย์ว่าต้องเขียนแนวคอมเมดี้แล้ว ความฮาต้องมา ลูกบ้าต้องมี ซึ่งอาจแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
 
ดวงมาลย์และละคร "นางร้ายที่รัก" ที่กำลังออนแอร์ขณะนี้
 
  1. ตลกด้วยคำพูดของตัวละคร เราอาจกำหนดคาแรกเตอร์ตัวละครใดตัวหนึ่งให้มีอุปนิสัยตลกชวนหัว คำพูดของเขาจะสร้างรอยยิ้มเสมอ คนอ่านจะรอนะ ออกมาเมื่อไหร่เป็นได้ขำ แต่บางครั้ง ตัวละครที่ไม่คาดหวังว่าจะให้ขำ ลองใส่คำพูดตลกให้เขาอย่างถูกจังหวะ อาจทำให้ขำยิ่งกว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรตายตัว สิ่งที่เราจะเขียนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในชีวิตที่สะสมมา ทั้งจากการอ่าน ดู ฟัง ทุกอย่างรอบตัว เห็นแล้วอย่าปล่อยผ่าน ต้องคิดตาม คิดต่อยอด และต้องจด สมองเรามีเรื่องให้คิดมากมาย ถ้าสิ่งนั้นผ่านไปแล้วสักสิบนาที เชื่อเถอะว่าเราจะจดจำมันไม่ได้อีก เราสามารถเก็บเกี่ยววัตถุดิบในการเขียนได้เสมอ จากเรื่องสนุกในครอบครัว มุกสดในวงสนทนากับเพื่อน แม้แต่เรื่องราวที่คู่รักคุยกันในรถไฟฟ้า บางทีก็ฮาสุดๆ แต่เราต้องกลั้นใจไว้ ทำหน้าแบ๊วสวยๆ แต่มือนี่รีบควักสมุดโน้ตเล่มจิ๋วขึ้นมาจดทันที นี่แหละคือวัตถุดิบชั้นดีที่เราสามารถนำมาปรับเขียนในเรื่องของเราได้ อย่าปล่อยให้มันผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์สิ ถือคติที่ว่า “ฉันจะไม่ทนรู้เรื่องนี้คนเดียว ดวงมาลย์รู้ โลกต้องรู้”
     
  2. ตลกจากสถานการณ์ เรียกว่าเหตุการณ์และบริบทพาไป บางทีบทตลกอาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีผลต่อสิ่งใด แค่ให้คนอ่านอมยิ้ม แต่บางคราวมันมีค่ามากกว่านั้น มันสามารถใช้เพื่อเบรกอารมณ์ เช่นฉากเครียดๆ ถ้าอยากให้ผ่อนคลาย เราก็สามารถแทรกลงไปได้ แต่ถ้าเป็นพวกซาดิสต์ อยากดราม่าให้สุดก็จัดเต็มที่ไปเลยค่ะ มันดีคนละแบบนะ แล้วแต่เราจะเลือก ที่สำคัญ บทตลกที่เจ๋ง คือสามารถพาให้เรื่องราวดำเนินไปข้างหน้า นำไปสู่สถานการณ์อื่นๆ ที่ชวนติดตาม ฟังดูนามธรรม ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่จินตนาการของคุณช่วยได้นะ ตัวเองยังไม่เก่งอะไรมากมายค่ะ ต้องฝึกฝน ต้องฝึกคิด แต่บางคราว นั่งเขียนอยู่ดีๆ มุกมันก็ผุดขึ้นมาเอง ถือว่ามีบุญค่ะ
     
ทั้งนี้ทั้งนั้น การเขียนตลกไม่ใช่การยัดเยียด อย่าฝืน อย่าใส่คำพูดที่ไม่เข้าปากให้ตัวละคร ควรให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ลองเขียนแล้วเล่าให้คนข้างตัวฟังสิคะ ถ้าเขายังทำหน้าตึงเหมือนเมาโบท็อกซ์อยู่ละก็ คุณควรเปลี่ยนมุกซะ!
 
ปิดท้ายได้สุดยอดมาก ตบมือ 555 แค่อ่านสำนวนของ ดวงมาลย์ ก็รู้แล้วว่าพี่เขาจะเขียนนิยายตลกได้น่ารักแค่ไหน น้องๆ ก็ลองลอกมุกของพี่จุ๊บเขาไปเขียนได้นะ 

ต่อจากดวงมาลย์ พี่ตินพาไปคุยกับ Merlin นักเขียนคนสวยของแจ่มใสดีกว่า (คนซ้ายรูปนะจ๊ะ คนขวา MAY112) คนนี้บอกเลยคุยแล้วฮามาก เชื่อว่าเขียนตลกได้น่าสนุกแน่นอน (แม้เจ้าตัวจะออกตัวว่าเขียนไม่เก่ง แต่เราไม่เชื่อค่ะ 555) 
 
Merlin
การเขียนฉากเรียกอารมณ์ขัน เขียนยังไงให้คนอ่านยิ้มได้…อืมมม (คิดหนัก -_-;;)
 
ถ้าจะบอกว่ามีเคล็ดลับอะไรยังไง ทุกวันนี้มีน้องๆ นักอ่านถามเกี่ยวกับเคล็ดลับ Merlin มักจะบอกเสมอว่า =>ไม่มี ซึ่งมันไม่มีจริงๆ น้า (ทำหน้างงใส่คนถาม แล้วคนถามก็งงตาม -_-;;;) เคล็ดลับไม่มี มีแต่เคล็ดขัดยอก นั่งพิมพ์นิยายแล้วก็บ่นปวดหลังไปวันๆ TOT (ตบมุกภาษาชาวบ้านเรียกมุกแป้ก 55+)
 
เกริ่นมายาว สาระไม่ได้ มาแต่น้ำและความไร้สาระล้วนๆ T^T โอเคๆ คือจะเข้าเรื่องแล้วก็ได้ ถ้าพูดถึงฉากฮา กะว่าเขียนใส่นิยายแล้วคนอ่านต้องอินไปด้วยได้ บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับคนอ่านด้วยมั้ยว่าเส้นตื้นแค่ไหนถึงจะรู้สึกว่าฉากนี้มันสนุก ฉากนี้มันฮา ฉากนี้มันชวนให้ยิ้มฟินจนแก้มจะแตก (พิมพ์ไปก็นั่งถามตัวเองอยู่นะว่าตกลงจะเขียนอะไรกันแน่ 555)
 
ดังนั้น วิธีที่เขียนใส่งานสำหรับ Merlin แล้ว คงจัดลำดับได้ประมาณ
 
-บุคลิกนักเขียน สังเกตว่างานเขียนของนักเขียนที่เขียนแนวตลกได้ดี ตัวจริงหรือนิสัยบางอย่างของนักเขียนคนนั้นจะมีมุมบ้าบอคอแตกแฝงอยู่ (อ้างอิงจากสถิติตัวเองและคนใกล้ชิด) ปล. อย่าเชื่อถือมาก เพราะมันอาจจะไม่จริงก็ได้ 5555
-บุคลิกตัวละครในเรื่อง ซึ่งการคิดตัวละครมาแต่ละตัว มักจะต้องคำนึงถึงนิสัยที่ตั้งต้นไว้ ดังนั้นการจะทำให้เกิดฟีลขำ อ่านแล้วตลกได้ อาจจะมีการคิดคาแรคเตอร์พิเศษของตัวละครขึ้นมา ซึ่งเป็นบุคลิกนิสัยที่สุดโต่ง หาตามนิยายทั่วไปไม่ค่อยมี อย่างล่าสุดที่เขียนไว้ คือ เรื่อง My Honey Girl หนุ่มข้างใจคิดว่าใช่เธอ นางเอกคือ ‘ฮันนี่’ จะเป็นคุณหนูนิสัยเสียขั้นสุด อารมณ์สวยใส ไร้สมอง และความคิดไม่ค่อยปกติเหมือนคนทั่วไป ซึ่งนิสัยแบบนางจะเป็นคนที่ทำให้เกิดเรื่องราวขำได้ตลอด นางเอกเรื่องนี้มักทำในสิ่งที่คนปกติเขาไม่ทำกัน ตอนเขียนก็คิดฉากยากเหมือนกัน เพราะต้องคิดนำคนอ่าน เพื่อให้คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกแบบว่า ทำไปได้นะ น่ารักดีนะ อ่านแล้วจะรู้สึกอมยิ้มตามกับท่าทางแบบนั้นของตัวละคร
 
หรือถ้าตัวละครในเรื่องทำอะไรหลุดกรอบไม่ได้เพราะเดี๋ยวมันจะไม่ตรงนิสัยที่เราตั้งไว้ เราจะนำเสนอไปในข้อถัดไป
 
-สถานการณ์พาไป ต่อมาจากข้อที่แล้ว หากตัวละครในเรื่องทำนิสัยชวนขำไม่ได้ Merlin มักชอบคิดฉากที่จะพาซวยแก่ตัวละครที่ว่า ซึ่งมันจะสนุกมากนะเวลาเขียน (อารมณ์เหมือนได้แกล้งตัวละคร) ยกตัวอย่าง ในเรื่อง Sweet Gossip ซุบซิบหัวใจนายน่าจุ๊บ พระเอกคือ ‘นีเวีย’ จะเป็นดาราหนุ่มเจ้าสำอาง เป็นคนเดียวในเรื่องที่ถูกสถานการณ์พาเตลิดแบบกู่ไม่กลับ โดยเริ่มต้นจากมีเหตุให้ต้องไปถ่ายทำรายการที่บ้านนอก มาฉากแรกก็จัดให้ถูกควายขวิดเละ สรุป เรื่องนี้แกล้งนีเวียสนุกมาก เพราะพาพระเอกไปลำบากลำบนยันจบเรื่อง การกลั่นแกล้งตัวละคร ถือซะว่าเป็นการปลดปล่อยความซาดิสม์ของตัวเอง (ขำเป็นเลขห้ารัวๆ)
 
สุดท้ายแล้วการจะเขียนนิยายให้คนอ่านอมยิ้มตามได้
จะว่าง่ายก็ไม่ จะว่ายากก็อาจจะ (แล้วจะบอกเพื่อ?)

 
จริงๆ แล้วถ้าอ่านที่ Merlin เขียนมาได้จนถึงย่อหน้าสุดท้ายนี่ก็คงจะได้ฟีลบ้างว่า นักเขียนคนนี้เป็นสไตล์ไหน (ที่จริงอยากจะเขียนให้ดูวิชาการกว่านี้แต่กลัวว่าจะพางงจบไม่ลง ที่เขียนไปนั่นก็เกือบจบไม่ลงละล่ะค่ะ 555555555555)
 
บก. ที่มาขอให้เขียนเคล็ดลับคงแบบ
คิดถูกคิดผิดที่ให้แม่คนนี้มาเขียนคอลัมน์นี้ T^T ฮือๆ

 
คิดถูกหรือผิดพี่ตินไม่รู้หละ เอาเป็นว่าผ่านๆ ไปก่อนแล้วกัน ถือว่าอ่านบทสัมภาษณ์ตลก นักเขียนก็น่าจะเขียนตลก เนียนๆ ไป 5555555555555555 ต่อจากน้อง Merlin เราจะไปต่อกันที่นักเขียนคนที่สาม หรือก็คือ เจ๊รัมย์คนเก่ง ที่เขียนนิยายได้ฮาและน่ารักมาก ไปดูกันว่าเจ๊รัมย์จะมีคำแนะนำดีๆ อะไรมาฝากบ้างนะ 
 
รัมย์
ขอสรุปให้สั้นๆ นะ กลเม็ดเคล็ดลับ การเขียนฉากเรียกอารมณ์ขันของรัมย์ ง่ายๆ เลยคือ
 
  • เอาเรื่องที่จะเขียนมาจากประสบการณ์จริง การพบเจอเรื่องชวนขบขัน เห็นสถานการณ์ที่เรารู้สึกอยากหัวเราะ ลองเล่าให้เพื่อนหลายๆ คนฟัง ถ้าเพื่อนรู้สึกขำไปกับเรา เอามาบรรจุเป็นฉากในนิยายได้เลย
  • เป็นคนไม่ค่อยชอบเขียนเรื่องเครียด เมื่อในนิยายของตัวเองมีฉากเครียดหากมีจุดแทรกมุกตลกได้ก็ไม่ลืมจะหยอดเข้าไป นอกจากจะทำให้สถานการณ์ผ่อนคลาย คนเขียนก็พอหายเครียดได้บ้าง
  • ฟังเรื่องขำจากประสบการณ์คนอื่น เรื่องขำขันบางมุกอาจไม่ขำสำหรับบางคน เป็นหน้าที่ของนักเขียนที่จะสร้างมุกตลกให้มันอ่านแล้วขำได้แบบสากล
  • พยายามคิดมุกที่เป็นของตัวเอง แสดงความเป็นตัวตน
  • จะเขียนเรื่องตลกได้ก็ต้องรู้สึกสนุกสิ สนุกตอนคิด สนุกตอนเขียน เชื่อมั่นว่าหากตอนเราเขียนแล้วเราสนุกความรู้สึกเหล่านั้นมันจะอบอวลในตัวอักษรจนคนอ่านสัมผัสได้เชียวล่ะ
  • อย่ายัดเยียดความตลกลงในฉากที่ไม่ควรตลก ถึงเป็นนิยายแนวตลก ก็ไม่ควรตลกโดยตลอด
  • จะตลกก็ดูที่ตัวละครด้วย วางคาแรคเตอร์ไว้อย่างไรก็อย่าให้หลุด ตอนเขียนอาจจะเกิดมันส์ในอารมณ์ ลองอ่านทวนดูจะพบว่าตัวละครดูแปลกเปลี่ยนไปหรือไม่
  • จดมุกตลกที่พบในสมุด เอาเฉพาะประเด็นหลักที่ก่อให้เกิดความรู้สึกตลก สนุก ขำ วิธีนี้ใช้ได้กับฉากอื่นด้วย
  • มุกตลกไม่ควรหยาบคายหรือลามก

    ก็บอกเลยค่ะว่าพี่ตินประทับใจเจ๊รัมย์มากๆ ตอบได้ชัดเจนแม่นยำจนเข้าใจนิยายตลกได้อย่างดี เรียกว่าสรุปออกมาเป็นทฤษฎีให้นำไปปรับใช้ต่อได้อย่างง่ายและสะดวกที่สุด และต่อจากเจ๊รัมย์ของเรา เราก็ขอไปต่อกันที่ เจ้าหญิงผู้เลอโฉม คนสวยคนเก่งของ สนพ. แจ่มใส มาดูกันซิว่า สาวสุดฮาน่ารักน่าหยิกคนนี้ จะมีเคล็ดลับการเขียนฉากตลกอย่างไรบ้าง 
     
เจ้าหญิงผู้เลอโฉม
โจทย์นี้ยากมากค่ะ เพราะนิยายเจ้าหญิงผู้เลอโฉมแต่ละเล่มก็ไม่ค่อยจะตลกสักเท่าไหร่ ทั้งที่ตัวผู้เขียนเป็นคนตลกมาก ตลกแบบเพื่อนขำน้ำหูน้ำตาไหล แต่พอมาเขียนนิยายทีไรไม่รู้ทำไมดราม่าทุกที Y_Y เอาเป็นว่า...เค้าไม่สามารถเขียนนิยายตลก ฮา ขำกลิ้งได้ แต่จะเน้นแนวฉากขำๆ มุกน่ารักๆ ที่พอให้ยิ้มได้มากกว่าค่ะ ^-^ สำหรับเทคนิคที่ใช้บ่อยที่สุดเลยคือ...
 
  1. กลุ่มเพื่อนเถียงกัน : อันนี้น่าจะเป็นเทคนิคที่เบสิคที่สุดแล้วค่ะ เพราะปกติเวลาเราอยู่กับเพื่อน ก็จะมีโมเม้นต์คุยกัน เถียงกัน ด่ากัน แกล้งกัน ฮาๆ ขำๆ อยู่แล้วใช่มั้ยคะ ลองนึกภาพว่าตัวละครในเรื่องไม่ว่าจะเป็นฝั่งสาวๆ หรือหนุ่มๆ เวลาสนิทกันมากๆ มาเจอกันจะคุยกันยังไง บางทีก็เอาเรื่องที่เคยเถียงกับเพื่อนมาเขียนก็มีค่ะ เพื่อความสมจริงและเป็นธรรมชาติ ยิ่งตัวละครสนิทกันก็ยิ่งมีมุกให้เล่นได้เยอะแยะ บางทีเค้าก็จับพระเอกไปเข้าฉากกับกลุ่มเพื่อนสนิทเพื่อใส่มุกฮาๆ ไปเบรกอารมณ์ดราม่าของเรื่องก็มีค่ะ~ ตอนเขียนฉากแบบนี้จะรู้สึกสนุกมากเป็นพิเศษเลยค่ะ (เพราะตัวละครชายเยอะ #ผิด)
  2. จังหวะนั้นสำคัญไฉน : อันนี้สำคัญเลยสำหรับมือใหม่หัดเขียนฉากขำขัน เพราะถ้าอัดมุกตลกเข้าไปมากเกินไปเพราะอยากให้ตลก อันนี้จะกลายเป็นไม่ตลกไปเลยนะคะ ถ้าจะใส่ต้องใส่พอเหมาะพอประมาณ โยนไปให้ถูกจังหวะ ลองนึกดูว่าถ้าคนข้างๆ เราเล่นมุก เล่าเรื่องตลกตลอดเวลาเราก็คงจะเบื่อและไม่ขำใช่มั้ยคะ แต่ถ้าอยู่ดีๆ นางโยนมุกเด็ดๆ มาปัง! ถูกจังหวะถูกกาลเทศะและเข้ากับบริบทเนื้อเรื่อง รวมถึงบุคลิกนิสัยของตัวละครด้วย มันก็จะฮาขึ้นมาได้ด้วยตัวของมันเองค่ะ >_<
  3. ไม่เหมือนใคร : คาแรกเตอร์ที่แตกต่างจากมนุษย์ปกติในระดับหนึ่ง คือมีความเป็นตัวของตัวเองสูง จะทำให้มีเอกลักษณ์และสามารถสร้างมุกขึ้นมาใหม่ได้เอง อาจจะทำให้เรื่องที่ไม่ตลกกลายเป็นตลกได้ เช่น เรื่อง Foxy Pilot (ชุด U-PRINCE) ที่กัปตันฮอว์คนางขี้เบื่อขั้นพีค ง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา ถามคำตอบครึ่งคำ แถมยังชอบช็อกโกแลต เป็นคาแรกเตอร์ที่ขัดกับภาพลักษณ์ภายนอก บางทีนางทำอะไรที่คาดไม่ถึงก็จะกลายเป็นมุกน่ารักๆ เฉพาะตัวของนางให้คนอ่านอ่านไปยิ้มไป อะไรแบบนี้ค่ะ ^-^ ยิ่งถ้าทำให้นักอ่านรู้สึกชอบตัวละครของเรา สนิทสนมกับพวกนางได้แล้วจะยิ่งอินกับมุกเบาๆ น่ารักๆ ของพวกนางได้มากขึ้นอีกค่ะ~
     
จะเรียกว่าเป็นเทคนิคพิเศษอะไรก็ไม่น่าจะใช่ แต่ก็เป็นเคล็ดลับที่ใช้มาตลอดค่ะ เพราะไม่มีปัญญาคิดมุกฮาป่าได้แถมยังชอบเขียนเรื่องดราม่าอีก TOT พอเป็นเรื่องดราม่าก็ไม่สามารถใส่มุกที่ฮาเกินไปจนโดดจากพลอตเรื่องใช่มั้ยคะ ซึ่งถ้าอาศัยฉากน่ารักขำๆ อมยิ้มๆ แบบนี้ก็ช่วยให้เรื่องไม่หนักไปได้ด้วยค่ะ ใช้บ่อยมากๆ ได้ผลดีมากๆ สำหรับคนไม่ถนัดคิดมุกตลกนะคะ >O<  
 
ขอให้สนุกกับการเขียนนิยายแบบเขียนไปยิ้มไปกันเลยนะคะ! ฝากนิยายด้วยค่ะ! Dare To Kiss รักแรงร้าย ผู้ชายอันตราย! (ชุด DAREDEVIL) วางแผงในงานหนังสือเดือนตุลา 2558 ค่า! ถึงตัวจะอยู่โอซาก้าแต่ใจอยู่กับนักอ่านทุกคนเสมอนะคะ รัก!
 
ผลงานของเมอร์ลินและเจ้าหญิงผู้เลอโฉม อยู่ในชุด My Love High School ด้วย
 
ปิดท้ายได้ฟินมากๆ จ้ะ 555 มีเนียนๆ ขายนิยายด้วยอ่ะ น้องอาย เจ้าหญิงผู้เลอโฉมของเรา ก็เอาเป็นว่าอยากขาย พี่ตินก็ช่วยขายอะนะ แอบโฆษณานิดนึงว่านิยายชุด My Love High Shool ของเขากำลังจะเป็นซีรี่ส์แล้ว คิดว่าน่าจะฮอตไม่แพ้เป็ดโง่เลยทีเดียว ยังไงก็รอดูกันนะทุกคน 

ก็ขอปิดท้ายอีกนิดนึงว่า สำหรับเรื่องการเขียนนิยายตลกนี้ พี่ตินคิดว่ามันเป็นอะไรที่ต้องใช้พรสวรรค์สูงมาก และอาจจะต้องใช้ความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก น่าจะเหมือนกับที่ พี่จุ๊บ ดวงมาลย์ ว่าไว้ อย่าฝืนเป็นอันขาด ให้เขียนอะไรที่เราอ่านแล้วชอบและขำจริงๆ ก็แล้วกันนะ

วันนี้พี่ตินก็ขอลาไปก่อน บอกเลยว่ามีฉากตลกแล้ว เราต้องมีฉากดราม่าต่อแน่นอน คอดราม่าก็เตรียมตัวไว้นะ เดี๋ยวมาแน่คับผม 
อตินเอง 
 
พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

pinno_tea Member 4 ก.ย. 58 16:41 น. 1
เคยแต่งฉากตลกๆแล้วให้เพื่อนอ่าน เพื่อนบอกว่าที่ขำเพราะมุกมันไม่ขำนี่แหละ (พูดง่ายๆว่าแป้กสนิท)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

7 ความคิดเห็น

pinno_tea Member 4 ก.ย. 58 16:41 น. 1
เคยแต่งฉากตลกๆแล้วให้เพื่อนอ่าน เพื่อนบอกว่าที่ขำเพราะมุกมันไม่ขำนี่แหละ (พูดง่ายๆว่าแป้กสนิท)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
REGENZ_ii Member 5 ต.ค. 58 15:07 น. 7

โดยส่วนตัวเราคิดว่าการเขียนฉากตลกนะคะ มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเรื่องมากเลย แล้วก็มันขึ้นอยู่กับตัวคนเขียนด้วยจริงๆค่ะ5555 สังเกตว่าอ่านเรื่องไหนแล้วฮาจิตหลุดนี่คนเขียนมักจะเป็นคนอารมณ์ดี มันเป็นอะไรที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเรื่องแล้วก็บุคคลิกตัวละครเลยแหละ แต่เอาจริงๆนะคะ วิธีทำให้เขียนฉากตลกแล้วคนอ่านยิ้มนี่มันหาอะไรมาอธิบายได้ยากอะ55555555 อาศัยนึกตอนอยู่กับเพื่อนเลยค่ะ ได้อรรถรสอย่างแรง เท่าที่เคยอ่านมานะคะ ฉากตลกที่ทำให้ฮาได้มากที่สุดคือฉากที่พระเอกหรือนางเอกอยู่กับเพื่อนค่ะ ฮามาก เย้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด