เย้ๆ วันนี้คอลัมน์ Interview ของเราก็ทำอตินดีใจอีกครั้ง
เพราะว่าผู้มาสัมภาษณ์กับเราวันนี้ เราเรียกเขาว่า พี่ เย้ๆ (ถึงจะแก่กว่าปีเดียวก็เหอะนะ)
พี่อชิคของเรา นักเขียนผู้มีผลงานมามากกว่า 10 เล่ม!!! ฟังแล้วยังตกใจเลย
น้องๆ ที่อ่านแล้วทึ่งเหมือนพี่ติน ก็ตามมาอ่านเรื่องราวของเขากันดีกว่า
ออกผลงานมามากขนาดนี้ เชื่อได้เลยว่างานเขียนของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
อติน : แนะนำตัวก่อนเลยค่า พี่อชิค (ขอเน้นคำว่า พี่)
พี่อชิค : ชื่อภาคินัย กสิรักษ์ครับ ชื่อเล่นว่าแอมป์ครับ ปัจจุบันอายุ 26 ปี
ตอนนี้ก็กำลังปั่นนิยายหัวกระเจิงอีกตามเคยครับผม 55+
อติน : ที่มาของนามปากกา อชิค ทำไมชอบละคะพี่ แต่หนูว่าเท่ดีนะ อชิค - - อติน แหม เท่เหมือนกันเลย
พี่อชิค : อันที่จริงมีสามนามปากกาครับ มีภาคินัย แอมป์แล้วก็อชิค
จะแตกต่างกันไปตามประเภทของงานและสำนักพิมพ์ครับ
อติน : อืม งั้นพี่อชิคเล่าหน่อย ที่มาของนามปากกาอชิค ภาคินัย และแอมป์คือ...
พี่อชิค : อชิค - - ใช้กับที่ไฟน์บุ๊คครับ เกิดปีไก่เลยตั้งชื่อว่า a chick อ่านว่าอชิค น่ารักดีครับ
ภาคินัย - - ชื่อจริงตามบัตรประชาชน จะใช้แพทริคเหมือนตอนอยู่นิวยอร์กก็เกรงใจ 55+
แอมป์ - - ชื่อเล่นครับ แบ๊วไหมล่ะ คริๆ
อติน : แล้วพี่เรียนจบจากคณะไหนเอ่ยค้า
พี่อชิค : เรียนจบจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงครับ
อติน : แล้วตอนที่เรียน มีอะไรที่น่าประทับใจบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ
พี่อชิค : ก็ต้องพึ่งตัวเองและมีระเบียบวินัยในการอ่านหนังสือสอบสุดๆ เนื่องจากไม่มีคนมาคุมเรา
เราต้องคุมตัวเองให้ได้ (ซึ่งแอบเที่ยวตลอด55+)
อติน : พี่อชิคทำไมเลือกเรียนด้านนี้คะ
พี่อชิค : เป็นคนเฮฮา สนุกบ้าบอไปวันๆ ดูเหมือนจะไร้แก่นสารแต่บางครั้งก็แอบมีสาระบ้าง
ชอบการอ่านและการเขียนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ ก็ค่อยๆ เดินทางขวนขวายหาทางเข้ามาเป็นนักเขียน
จนมีวันนี้ครับ แหม...พูดเหมือนประกวดอะคาเดมี่ 55+
อติน : ว่ากันว่าผลงานของพี่อชิคเยอะเหลือเกิน มีอะไรบ้างคะ
พี่อชิค : เล่มแรกคือ ความรักกัดขา (วันที่หมาติดปาก)
แล้วก็ผลงานต่อๆ มาก็มี ไข้หวัดหมา (อาการดัดจริตเป็นโรคติดต่อ)
สุนัขบุรุษ...ที่สุดในโลก post love พัดโบกกับของขวัญ ณ.วันรักคืนใจ
เมื่อไหร่เธอกับฉันจะรวมกันเป็นเรา ทั้งหมดนี้กับสำนักพิมพ์อักขระบันเทิงครับ
31วันมหัศจรรย์รักรสมะนาว ถึงนายจอมซ่าส์...แบบว่ารักจัง
รักจัดกัดเจ็บสามเล่มนี้กับสำนักพิมพ์ hug publishing
ฉันอยากได้ความรักจากใครสักคนกับสำนักพิมพ์ริมทะเล
ปมรัก...รอยอดีตกับสำนักพิมพ์ sofa publishing
รักอลเวงของยายนักเลงกับนายเซ่อซ่า คลิกรักสาวพันธุ์ร็อค
รักหมดใจ...คุณนายนิวยอร์กกับสำนักพิมพ์ finebook ครับ...
เฮ่อ เหนื่อย ขอยาดมให้ลุงหน่อยอตินเอ๋ย

อติน : โอ้โห เยอะแยะมากมายขนาดนี้ เอาเวลาที่ไหนเขียนคะ เขียนจบภายในกี่วัน?
พี่อชิค : เอาเวลาที่อยากและว่างครับ ถ้าเป็นบทความก็ไวหน่อยสักสองอาทิตย์
แต่ถ้าเป็นนิยายก็ประมาณหนึ่งเดือนบวกลบเล็กน้อยแล้วแต่เทศกาล อารมณ์และบรรยากาศ
อติน : แล้วว่างๆ พี่ทำอะไรบ้างคะ
พี่อชิค : ชอบดูหนัง ดูละครและฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจเลยครับ
ผมว่ามันเป็นความบันเทิงที่มีสาระและนำมาใช้กับงานของเราได้
(นี่คือเหตุผลที่ส่งงานช้าเพราะมัวแต่เที่ยวนั่นเอง แว๊กกกกกกก บ.ก.อย่าว่าผมนะ)
อติน : ให้พี่พูดถึงผลงานของตัวเองหน่อยสิคะ เป็นไงบ้าง
พี่อชิค : งานของผมจะมีหลายแนวครับ ทั้งบทความ กลอน นิยายเด็ก นิยายผู้ใหญ่
ผมไม่ค่อยยึดติดกับแนวการเขียน ไม่ขวนขวายหาว่าตัวเองชอบแนวไหน
ผมว่าการเขียนได้หลายๆ แนวมันท้าทายดีครับ เหมือนกันใส่ปุ๋ยต้นไม้...
ใส่อยู่สูตรเดียวต้นไม้มันไม่โตหรอก ต้องลองหลายๆ สูตร นั่นไง...คมซะไม่มี
อติน : อื้อหือ? บาดมากพี่ แล้วการใส่ชีวิตจิตใจลงในงานเขียนละคะ
มีตัวตนของพี่อชิคในงานเขียนแต่ละเล่มมากน้อยเท่าไหร่
พี่อชิค : แล้วแต่ช่วงอารมณ์และอายุครับ พอโตขึ้นประสบการณ์จากสิ่งที่เราได้เรียนรู้
มันก็จะทำให้งานของเราได้ฟีลที่ต่างออกไป (หมายถึงพอแก่แล้วก็กลับไปเขียนเด็กๆ ไม่ได้อีกแล้ว -*-)
อติน : พูดอีกก็ถูกอีกค่ะ แล้วถ้าเลือกได้ พี่อชิคอยากจะย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กไหมคะ
พี่อชิค : อยากครับ จะได้เรียกอตินว่าพี่บ้าง ฮา
อติน : อืม แล้วมีผลงานที่ชอบไหมคะ ของนักเขียนคนไหนบ้าง
พี่อชิค : ชอบงานของคุณ
เป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่จุดประกายให้อยากเป็นนักเขียน เรื่องสั้นหักมุมแต่ละเรื่องช่างแนบเนียนชวนหลงใหล
อ่านทีไรไม่เคยอยากให้จบ ชอบมากๆ จนถึงปัจจุบันครับ ชอบพวกเรื่องลึกลับ ผีๆ เข้ากับหน้าตาครับ
ว่าแต่อตินชอบไหม เห็นหน้าตาก็เข้าข่าย55+ ล้อเล่นจ้าอตินคนงามของน้องๆ

อติน : ฮึ่มๆ รู้ได้ไงว่าหนูชอบหนังฆาตกรรม ว่าแต่เวลาพี่อชิคเขียนหนังสือ ได้มันมาจากไหนคะ พล็อตน่ะ
พี่อชิค : จากสิ่งรอบข้าง ประสบการณ์และเรื่องทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวันครับ
บางทีมันก็แว๊บขึ้นมาเอง ถ้าแว๊บเลขเข้ามาในหัวแล้วถูกหวย กะว่าจะเปิดสำนักพ่อหมอ
อติน : แล้วปรัชญาชีวิตของพี่อชิค คือ...
พี่อชิค : ทุกวันที่หายใจคือวันที่จะต้องมีความสุขให้ได้มากที่สุด
อติน : อนาคตพี่อยากทำอะไรคะ
พี่อชิค : คงทำสิ่งที่ตัวเองรักต่อไปครับ เพราะคงไปทำอย่างอื่นไม่ได้แล้ว ฮา
อติน : อืม พี่อชิครู้จักเว็บเด็กดีของเราได้ไงอะ
พี่อชิค : มีน้องนักเขียนสำนักพิมพ์เดียวกันแนะนำมา สมัครให้เรียบร้อย
เพราะทำไม่เป็น กดเปิดเครื่องได้ก็บุญแล้วครับ
นี่เลยครับ http://my.dek-d.com/ampprio/ ถึงผมไม่ได้ป่วยก็เข้าไปเยี่ยมได้ครับ ต้อนรับเสมอ
อติน : เวลาเข้ามาในเว็บชอบทำอะไรบ้าง
พี่อชิค : เช็คข้อความ อัพเดทข้อมูลต่างๆ ไปเยี่ยมเพื่อนๆ ครับ
อติน : คิดยังไงกับเว็บเด็กดีคะ ชอบไหม
พี่อชิค : ดีครับ เหมือนเป็นโลกอีกใบให้นักท่องเว็บได้ปลดปล่อยจินตนาการของตัวเอง
อติน : แล้วตอนนี้กำลังจะทำอะไรบ้างคะ
พี่อชิค : อืม ตอนนี้แค่งานเขียนอย่างเดียวก็แทบหายใจไม่ทันแล้วครับ
แต่ถ้าว่างๆ ก็อยากจะไปลองเรียนแต่งเพลงดู หรือถ้ามีโอกาสอาจจะกลับไปทำงานเขียนบทละครแบบที่เคยทำ
แต่ตอนนี้ขอพักไว้ก่อนครับ แก่แล้วเดียวข้อเข่าเสื่อม วิ่งรอกงานไม่ไหว555+ (ไม่อยากเป็นแบบอตินน่ะ)

อติน : ชิ จะทำเป็นไม่ได้ยิน หลายดอกแล้วนะพี่ พูดถึงเรื่องบทละคร ได้ยินว่าเคยเขียนบทละครใช่ไหมคะ
เล่าให้ฟังหน่อย ว่าทำอะไรบ้าง ยังไง
พี่อชิค : ก็เคยเขียนพล็อตละครกับรุ่นพี่เรื่อง ท่านชายร้ายเล่มเกวียนครับ
แล้วก็เคยเขียนซีรี่ส์เพื่อนแซ่บสี่คูณสี่ได้สักพักก็ออกมาเนื่องจากไม่ลงตัวเรื่องเวลาครับผม
อติน : หนูว่ามีน้องๆ หลายคนแถวนี้สนใจกันมากมาย พี่อชิคจะแนะนำว่ายังไงดีคะ ควรไปเรียนที่ไหน
พี่อชิค : อืม...อันที่จริงผมก็ไม่ได้เรียนนะ ของอย่างนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ตรงที่ประสบการณ์ในห้องเรียนไม่มี
เคยอ่านพวกหนังสือสอนเขียนบทแล้วผมงง มันใช้แทบไม่ได้กับเหตุการณ์จริงๆ ที่เราเจอ
ด้วยข้อจำกัดมากมายเช่นคิวนักแสดง โจทย์ของบริษัท โฆษณาสินค้าและอีกหลายอย่าง
บางทีเขียนบทแบบนี้ นักแสดงดันไม่มาเราก็ต้องตามไปแก้หน้ากอง
ซึ่งวุ่นวายมากแต่ท้าทาย ใจไม่รักก็แย่
อติน : แล้วระหว่างเขียนหนังสือเป็นเล่มๆ กับเขียนบทละครนี่ มันต่างกันยังไงคะ
พี่อชิค : ต่างกันมากพอดูเลยล่ะอตินเอ๋ย...นิยายเราจะจินตนาการยังไงก็ได้
อยากให้นางเอกยืนอยู่กลางหุบเขาที่มีดอกทิวลิปสีขาวบานสะพรั่ง
แต่ถ้ามาเขียนบทแบบนั้นมีหวังผู้กำกับกระโดดเตะเท้าคู่ กรูจะไปหาโลเคชั่นแบบนั้นได้ที่ไหน
ด้วยข้อจำกัดของความเป็นจริงกับจินตนาการมันต่างกัน การเขียนบทคือความเป็นจริง
แต่นิยายคือจินตนาการ ส่วนเรื่องเวลานั่นก็ด้วย นิยายเราจะเขียนกี่ชาติก็เรื่องของเรา
แต่บทละครเค้าจะมีกำหนดส่งตายตัวเนื่องจากมีคิวถ่ายรอไว้แล้ว
คิดไม่ออกก็ต้องคิด ซึ่งมันจะบีบคั้นหัวใจมากเมื่อใกล้กำหนดแต่ไม่มีงานส่ง 55+
อติน : การเขียนบทละครมีบทบาทกับงานเขียนพี่อชิคมากไหมคะ อย่างไรบ้าง
พี่อชิค : พอดูเลยล่ะ ตัวละครของพี่มักจะไม่ใช้บทสนทนาอันเพ้อเจ้อเกินที่คนจริงๆ จะพูดกัน
เช่นเดียวกับบทละคร จะไม่มีภาษากวีใช้ เช่น ผมรักคุณดุจดวงตะวันที่อยู่คู่แผ่นฟ้า
เอ่อ...ฟังแล้วคลื่นไส้พิกล ขืนเขียนแบบนี้ส่งผู้กำกับโดนกลับมาแก้แน่นอน
อันนี้มันภาษานิยาย ถ้าภาษาบทละครก็แค่ ผมรักคุณ พอแล้ว
เป็นอันว่าเข้าใจ มีแอ็คติ้งเล็กน้อยประกอบ
อติน : คำถามต่อไป ในสายตาของอชิค คำว่า งานเขียน มีความหมายว่า...
พี่อชิค : งานที่ไม่ได้ใช้แค่มือกดแป้นพิมพ์...แต่ใช้สมองด้วย
อติน : สำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน มีอะไรจะบอกบ้างไหมคะ
พี่อชิค : คงไม่ต้องบอกอะไรกันมากแล้วล่ะครับ
ขอแค่เข้าใจและแยกแยะคำว่า อยากเป็น กับแฟชั่น ให้ออกก็พอ...
งานเขียนคืองานที่ทำเพราะรัก...ไม่ใช่ทำเพราะเห็นคนอื่นทำก็ทำบ้าง
อย่างนั้นไม่มีประโยชน์หรอกครับ
อติน : ฝากอะไรถึงคนอ่านเรื่องของ อชิค
พี่อชิค : ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่อ่านครับ อาจไม่ใช่หนังสือที่ดีที่สุด แต่ผมตั้งใจที่สุดครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ
คนเรานั้น ถ้าทำอะไรด้วยใจ ลงท้าย ผลของมันมักจะออกมาดีเสมอค่ะ พี่อชิค
Dek-d : อตินเอง
20 ความคิดเห็น
ขอผลงานใหม่ไวๆ นะคะ พี่อชิค ^ ^
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
พี่อชิคสุดหล่อมาแว้ว
หะมุ่ยมายกอุ้งมือเชียวร์สุดใจเด๊อค่า จุ๊บบบบบบบบบบบ
(ปล. อตินดีใจล่ะซิมีคนให้เรียกพี่อีกคนหนึ่งอ่ะ หึหึ)
หนังสือพี่แอมป์สนุก เป็นนักเขียนฝีมือดีอีกคน
ปล. แต่ว่ารูปน่ะ สมัยไหนจ๊ะ โฮะๆๆๆๆ