17 นักเขียนที่รวยระดับมหาเศรษฐี #นักเขียนรวยบอกด้วย
ใครว่านักเขียนไส้แห้ง...? นักเขียนรวยๆ ก็มีนะ เยอะด้วย
 
สวัสดีน้องๆ ชาวไรเตอร์ทุกคนคับผม วันนี้ เรามากันที่หัวข้อนักเขียนรวย! ใช่แล้ว ฟังไม่ผิด เนื่องจากพี่ตินได้ยินคำว่า “นักเขียนไส้แห้ง” บ่อยมากๆ ก็เลยมานั่งคิดดูว่า... นี่อาชีพนักเขียนมันไส้แห้งจริงๆ เหรอ หลังจากคิดแล้วก็ไม่รอช้า นั่งค้นข้อมูลตามล่าหานักเขียนรวยทันที ผลคือ โอ้โห มีนักเขียนเยอะเหมือนกันนะที่ร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐี ซึ่งเรารวบรวบมาได้ทั้งหมด 20 คน ขอแบ่งปันต่อให้น้องๆ ชาวไรเตอร์ได้รู้จักกัน จะได้รู้ว่าอาชีพนักเขียนก็รวยได้ไม่ธรรมดานะ
 
คิดว่าบางชื่อ หลายคนก็คงคุ้นหู และผลงานก็น่าจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง เพราะแต่ละคนดังระดับโลกทั้งนั้น ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีนักเขียนในดวงใจของเราติดอันดับมาบ้างไหม ^ ^
 
อันดับ 1 เจ. เค. โรวลิ่ง
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

โด่งดังจากผลงานแนว แฟนตาซี
เครดิตภาพ picaros.persiangig.com
 
เจ. เค. โรวลิ่ง นักเขียนชาวอังกฤษ ที่โด่งดังจากผลงานเรื่อง แฮรี่ พ็อตเตอร์ ซึ่งถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นภาพยนตร์ หนังสือชุดนี้ ตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่แปลกอะไรที่เจ. เค. จะกลายเป็นนักเขียนที่รวยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกไปเสียแล้ว และหนังสือของเธอ ไม่ว่าจะอ่านหรือไม่อ่าน แต่ทุกคนก็ต้องซื้อติดบ้านไว้อยู่ดี 
 
รายชื่อหนังสือ
ผลงานชุดแฮรี่ พ็อตเตอร์ : Harry Potter and the Philosopher's Stone (1997), Harry Potter and the Chamber of Secrets (1998), Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (1999), Harry Potter and the Goblet of Fire (2000), Harry Potter and the Order of the Phoenix (2003), Harry Potter and the Half-Blood Prince (2005), Harry Potter and the Deathly Hallows (2007)
ผลงานอื่นๆ : The Casual Vacancy (2012), The Cuckoo's Calling (2013), The Silkworm (2014)
 
อันดับ 2 จิม เดวิส
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 
โด่งดังจากผลงานแนวการ์ตูน
 
พูดชื่อจิม เดวิส อาจจะยังไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่าเป็นคนวาดการ์ตูนการ์ฟิลด์ ทุกคนคงร้องอ๋อยาวๆ การ์ฟิลด์ถูกนำไปสร้างเป็นการ์ตูน ภาพยนตร์ ดีวีดี ฯลฯ สร้างรายได้ให้กับเดวิสมากมาย
 
รายชื่อหนังสือ :
Garfield at Large: His First Book (1980), Pet Force (เรื่องแยกจากการ์ฟิลด์ แบ่งเป็นห้าเล่ม คือ 1: The Outrageous origin, 2: Pie-Rat's Revenge, 3: K-Niner: Dog of Doom, 4: Menace of the Mutanator, 5: Attack of the Lethal Lizards)
 
อันดับ 3 แคนดี้ สเปลลิ่ง
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
คนนี้พี่ตินเองก็ไม่คุ้นชื่อเหมือนกัน ข้อมูลบอกว่าเป็นนักเขียนชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จมาจากหนังสือชื่อ “เรื่องเล่าจากแดนลูกกวาด” (Stories from Candyland)
 
รายชื่อหนังสือ :
Stories From Candyland (2009) และ Candy at Last (2014)
 
อันดับ 4 สตีเฟ่น คิง
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวสืบสวน สยองขวัญ วิทยาศาสตร์ ไซไฟ และแฟนตาซี

เขียนแนวสยองขวัญ แต่มีมุมร่าเริงนะ
เครดิตภาพ : famousauthors.org

 
เอ่ยชื่อมา คิดว่าน่าจะคุ้นหูกันดีอยู่แล้วนะ สตีเฟ่น คิง นักเขียนชาวอเมริกันที่มีผลงานเยอะมากๆๆๆ จุดขายของเขาก็คือ ผลงานที่หลากหลาย และประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง นิยายของเขาขายดิบขายดี และมักถูกซื้อไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และเพราะเหตุนี้ นักเขียนถึงได้รวยเอาๆ เงินไหลมาเทมายังไงหละ
รายชื่อหนังสือ (เยอะมากกกกกกกกกกกก เอาแค่หลังปี 2000 ก็พอแล้ว) :  
Riding the Bullet (2000), On Writing (2000), Secret Windows (2000), The Plant (2000), Dreamcatcher (2001), Black House (2001), Everything's Eventual (2002), From a Buick 8 (2002), The Dark Tower V: Wolves of the Calla (2003), The Dark Tower VI: Song of Susannah (2004), The Dark Tower VII: The Dark Tower (2004), Faithful (2004), The Colorado Kid (2005), Cell (2006), Lisey's Story (2006), Blaze (2007), Duma Key (2008), Just After Sunset (2008), Ur (2009), Throttle (2009), Under the Dome (2009), American Vampire (2010), Blockade Billy (2010), Full Dark, No Stars (2010), Mile 81 (2011), 11/22/63 (2011), The Dark Tower: The Wind Through the Keyhole (2012), A Face in the Crowd (2012), In the Tall Grass (2012), Guns (2013), Joyland (2013), Doctor Sleep (2013), Mr. Mercedes (2014), Revival (2014), Finders Keepers (2015)
 
อันดับ 5 แดเนียล สตีล
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 375 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เครดิตภาพ daniellesteel.com
 
นักเขียนหญิงชาวอเมริกันวัย 65 ปีที่เขียนหนังสือติดอันดับขายดีหลายต่อหลายเล่ม ออกผลงานมาแล้ว 128 เล่ม หรือเฉลี่ยปีละ 3 เล่ม ส่วนใหญ่เป็นนวนิยายโรแมนติกและวรรณกรรมสำหรับเยาวชน ผลงานของเธอได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว 25 เรื่อง ไม่แปลกอะไรที่จะร่ำรวยขนาดนี้  
 
รายชื่อหนังสือ (เยอะอีกแล้ว ขอเอาตั้งแต่ปี 2000 แล้วกันนะ) :
The Wedding (2000), The House On Hope Street (2000), Journey (2000), Lone Eagle (2001), Leap of Faith (2001), The Kiss (2001), The Cottage (2002), Sunset in St. Tropez (2002), Answered Prayers (2002), Dating Game (2003), Johnny Angel (2003), Safe Harbour (2003), Ransom (2004), Second Chance (2004), Echoes (2004), Impossible (2005), Miracle (2005), Toxic Bachelors (2005), The House (2006), Coming Out (2006), H.R.H (2006), Sisters (2007), Bungalow 2 (2007), Amazing Grace (2007), Honor Thyself (2008), Rogue (2008), A Good Woman (2008), One Day at a Time (2009), Matters of the Heart (2009), Southern Lights (2009), Big Girl (2010), Family Ties (2010), Legacy (2010), 44 Charles Street (2011), Happy Birthday (2011), Hotel Vendome (2011), Betrayal (2012), Friends Forever (2012), The Sins of the Mother (2012), A Gift of Hope (2012), Until the End of Time (2013), First Sight (2013), Winners (2013), Power Play (2014), A Perfect Life (2014)
 
อันดับ 6 เจมส์ แพทเทอร์สัน
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 310 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวสยองขวัญ
 
นักเขียนชาวอเมริกันผู้เข้าวงการตั้งแต่อายุ 27 ปี ปัจจุบันย่าง 67 แล้ว เจ้าของผลงานอันโด่งดังชุด ‘Alex Cross’ ปี 2014 ที่ผ่านมา เขาออกผลงานมากถึง 12 เล่ม ล้วนแต่เป็นผลงานน่าสนใจ นักเขียนผู้นี้สร้างผลงานหลากหลายแนวตั้งแต่นิยายเด็ก นิยายรัก นิยายแฟนตาซี แต่ผลงานที่ทำให้ชื่อของเขาติดหู คืองานเขียนแนวสยองขวัญ ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัล Thriller Master Award จากสมาคม The International Thriller Writers (นักเขียนนิยายระทึกขวัญนานาชาติ) นักวิจารณ์บอกว่า เขาเป็นนักวางโครงเรื่องที่เปี่ยมด้วยทักษะน่าติดตาม และทันสมัยอยู่เสมอ
 
รายชื่อหนังสือ (ขอเอาตั้งแต่ปี 2010 แล้วกัน งานเขียนเยอะมากกก) :
Worst Case (2010), Fang: A Maximum Ride Novel (2010), Med Head (2010), The 9th Judgement (2010), Private (2010), Daniel X: Demons and Druids (2010), The Postcard Killers (2010), Don't Blink (2010), Cross Fire (2010), Witch and Wizard: The Gift (2010), Tick Tock (2011), Angel: A Maximum Ride Novel (2011), Bloody Valentine (2011), Toys (2011), 10th Anniversary (2011), Private London (2011), Now You See Her (2011), Middle School: The Worst Years of My Life (2011), Boys Will Be Boys (2011), Daniel X: Game Over (2011), Kill Me If You Can (2011), Kill Alex Cross (2011), The Christmas Wedding (2011), Witch and Wizard: The Fire (2011), Private: #1 Suspect (2012), Private Games (2012), Guilty Wives (2012), 11th Hour (2012), Middle School: Get Me Out of Here (2012), I, Michael Bennett (2012), Nevermore: The Final Maximum Ride Adventure (2012), Zoo (2012), Confessions of a Murder Suspect (2012), NYPD Red (2012), Daniel X: Armageddon (2012), Merry Christmas, Alex Cross (2012), I Funny (2012), Private Berlin (2013), Witch and Wizard: The Kiss (2013), Alex Cross, Run (2013), Middle School: My Brother is a Big, Fat Liar (2013), 12th of Never (2013), Second Honeymoon (2013), Middle School: How I Survived Bullies, Broccoli, and Snake Hill (2013), Mistress (2013), Treasure Hunters (2013), Gone (2013), Confessions: The Private School Murders (2013), Cross My Heart (2013), I Even Funnier (2013), First Love (2014), Private L.A. (2014), Middle School: How I Got Lost in London (2014), NYPD Red 2 (2014), Middle School: Ultimate Showdown (2014), Unlucky 13 (2014), Invisible (2014), Middle School: Safe Rafe (2014), Homeroom Diaries (2014), Private Down Under (2014), Treasure Hunters: Danger Down The Nile (2014), Burn (2014), Confessions: The Paris Mysteries (2014), Hope to Die (2014), House of Robots (2014), Witch and Wizard: The Lost (2014), Private Vegas (2015), I, Totally Funniest (2015)
 
อันดับ 7 ทอม แคลนซี่
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนววิทยาศาสตร์ทหาร  
 
ทอม แคลนซี่ นักเขียนคนดังที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2013 มีจุดขายคือการเขียนเนื่องแนวทหาร และประวัติศาสตร์ ผลงานของเขาถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างภาพยนตร์หลายเรื่องมาก ทุกวันนี้ แม้เสียชีวิตไปแล้ว งานเขียนของเขาก็ยังทำรายได้มหาศาล และมันก็ตกเป็นของการกุศล
 
รายชื่อหนังสือ :   
The Hunt for Red October (1984), Red Storm Rising (1986), Patriot Games (1987), The Cardinal of the Kremlin (1988), Clear and present Danger (1989), The Sum of All Fears (1991), Without Remorse (1993), Debt of Honor (1994), Executive Orders (1996), SSN: Strategies for Submarine Warfare (1996), Rainbox Six (1998), The Bear and the Dragon (2000), Red Rabbit (2002), The Teeth of the Tiger (2003), Dead or Alive (2010), Against All Enemies (2011), Locked On (2011), Search and Destroy (2012), Threat Vector (2012), Command Authority (2013)
 
อันดับ 8 โอลิเวีย แฮร์ริสัน
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 275 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
นักเขียนสัญชาติอังกฤษเม็กซิกัน ที่พ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์ด้วย จุดเด่นของเธอคือ ไม่เคยเขียนหนังสือออกวางขายเลยสักเรื่อง อาชีพหลักของเธอคือเขียนบทหนัง แต่ก็ทำรายได้ให้ถล่มทลาย ร่ำรวยแบบสุดๆ ไปเลย
 
ผลงานของเธอ (มีเรื่องเดียวแต่รายได้หนักมาก) :
George Harrison: Living in the Material World (2011)
 
อันดับ 9 จอห์น กริสซั่ม   
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวสยองขวัญ

เครดิตภาพนักเขียน : amybickers.blogspot.com
 
คนนี้พี่ตินรู้จักดีเลย เพราะอ่านผลงานของเขาตั้งแต่ยังเด็กๆ นอกจากเป็นนักเขียน จอห์นเป็นทนายและนักการเมืองด้วย ผลงานของเขาจึงอัดแน่นด้วยเนื้อหาการเมือง และประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ หลายเรื่องถูกนำไปสร้างภาพยนตร์ขายดี งานดีนะ เนื้อหาแน่นมาก อ่านแล้วได้ความรู้ดี
 
รายชื่อหนังสือ :  
A Time to Kill (1989), The Firm (1991), The Pelican Brief (1992), The Client (1993), The Chamber (1994), The Rainmaker (1995), The Runaway Jury (1996), The Partner (1997), The Street Lawyer (1998), The Testament (1999), The Brethren (2000), A Painted House (2001), Skipping Christmas (2001), The Summons (2002), The King of Torts (2003), Bleachers (2003), The Last Juror (2004), The Broker (2005), Playing for Pizza (2007), The Appeal (2008), The Associate (2009), The Confession (2010), The Litigators (2011), Calico Joe (2012), The Racketeer (2012), Sycamore Row (2013), Gray Mountain (2014)
 
อันดับ 10 แจ๊คกี้ คอลลินส์
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 180 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวโรแมนติก
 
นักเขียนชาวอังกฤษที่ขายนิยายได้มากกว่า 500 ล้านเล่มแล้ว ผลงานของเธอติดอันดับขายดีของนิวยอร์ก ไทมส์ เกือบทุกเล่ม เรียกว่าเป็นนักเขียนขายดีคนหนึ่งของโลกเลยหละ
 
ผลงานหนังสือ :
ซีรี่ส์ :
Hollywood series: Hollywood Wives (1983), Hollywood Husbands (1986), Hollywood Kids (1994), Hollywood Wives: The New Generation (2001), Hollywood Divorces (2003)
The Lucky Santangelo Novels: Chances (1981), Lucky (1985), Lady Boss (1990), Vendetta: Lucky's Revenge (1996), Dangerous Kiss (1999), Drop Dead Beautiful (2007), Poor Little Bi**h Girl (2010), Goddess of Vengeance (2011), Confessions of a Wild Child (2013)
Madison Castelli Series: L.A. Connections (serialised novel): Power (1998), Obsession (1998), Murder (1998), Revenge (1998), Lethal Seduction (2000), Deadly Embrace (2002)
ผลงานอื่นๆ The World is Full of Married Men (1968), The Stud (1969), Sinners (1971), The Love Killers (1974), The World is Full of Divorced Women (1975), Lovers and Gamblers (1977), The Bi**h (1979), Rock Star (1988), American Star (1993), Thrill! (1998), Lovers and Players (2006), Married Lovers (2008), The Power Trip (2012), The Lucky Santangelo Cookbook (2014)
 
อันดับ 11 ไมเคิล ไครช์ตัน
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 175 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวไซไฟ การแพทย์ และสยองขวัญ  
 
คนนี้พี่ตินก็รู้จัก แอบอ่านงานเขามาหลายเล่มเหมือนกัน ไมเคิล ไครช์ตัน นักเขียนคนเก่ง ที่พ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์ ไดเร็คเตอร์ นักจิตวิทยา และสกรีนไรเตอร์ด้วย หนังสือของเขาขายได้มากกว่า 200 ล้านเล่ม ผลงานเด็ดคือ จูราสสิกพาร์ค เดอะลอสต์เวิลด์ และไรซิ่งซัน ซึ่งถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ขายดี
 
ผลงานหนังสือ :
Odds On (1966), Scratch One (1967), Easy Go (1968), A Case of Need (1968), Zero Cool (1969), The Andromeda Strain (1969), The Venom Business (1969), Drug of Choice (1970), Dealing (1970), Grave Descend (1970), Binary (1972), The Terminal Man (1972), The Great Train Robbery (1975), Eaters of the Dead (1976), Congo (1980), Sphere (1987), Jurassic Park (1990), Rising Sun (1992), Disclosure (1994), The Lost World (1995), Airframe (1996), Timeline (1999), Prey (2002), State of Fear (2004), Next (2006), Pirate Latitudes (2009), Micro (2011)
 
อันดับ 12 นอร่า โรเบิร์ตส์
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวรักโรแมนติก
เครดิตภาพ : booksaremyheroine.blogspot.com
 
สำหรับคอนิยายแปล เชื่อว่าชื่อของ นอร่า โรเบิร์ตส์ น่าจะติดหูมากๆ พี่ตินเองก็อ่านงานของเธอมาหลายเล่มอยู่นะนับรวมหนังสือของเธอแล้วนี่ได้มากถึง 210 เล่ม และเกือบทุกเล่มขึ้นติดอันดับขายดีของนิวยอร์กไทม์สด้วย คนไหนสนใจ ลองหาผลงานเธอมาอ่านได้นะ แนวรักโรแมนติก อ่านสนุกๆ ดี มีแปลไทยแล้วหลายเล่ม กับสนพ. แก้วกานต์และอมรินทร์
 
ผลงานดังๆ ได้แก่ :    
2010: Fantasy in Death, In Death 30, Savor the Moment, The Bride Quartet (3 of 4), The Search, Indulgence in Death, In Death 31, Possession in Death, In Death 31.5, Happy Ever After, The Bride Quartet (4 of 4)
2011: Treachery in Death, In Death 32, Chasing Fire, New York to Dallas, In Death 33, Chaos in Death, In Death 33.5, The Next Always, Inn Boonsboro Trilogy (1 of 3)
2012: Celebrity in Death, In Death 34, The Witness, The Last Boyfriend, Inn Boonsboro Trilogy (2 of 3), Delusion in Death, In Death 35, The Perfect Hope, Inn Boonsboro Trilogy (3 of 3)
2013: Calculated in Death, In Death 36, Whiskey Beach, Thankless in Death, In Death 37, Taken in Death, In Death 37.5, Dark Witch, Cousins O'Dwyer Trilogy (1 of 3)
2014: Concealed in Death, In Death 38, Shadow Spell, Cousins O'Dwyer Trilogy (2 of 3), The Collector, Blood Magick, Cousins O'Dwyer Trilogy (3 of 3), Festive in Death, In Death 39
 
อันดับ 13 เดวิด โอเยเดโป
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวให้แรงบันดาลใจ กระตุ้นให้คนคิด เรื่องศาสนา
 
นักเขียนชาวไนจีเรียที่พ่วงตำแหน่งนักเทศน์ด้วย หนังสือของเขาขายดีและได้รับความนิยมมาก เป็นพวกหนังสือแนวข้อคิด และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังทุกข์
 
รายชื่อหนังสือ :
Pillars of Destiny, Exploits in Ministry, Walking in Dominion, Possessing your Possession, Exploits of Faith, Anointing for Exploits, Walking in the Newness of Life, Maximise Destiny, Commanding the Supernatural, Winning Invisible Battles, Success Strategies, Success Systems, Towards Excellency in Life and Ministry, Excellency of Wisdom, Breaking Financial Hardship, The Release of Power, Excellency of Wisdom, Born to Win, The Miracle Meal, The Healing Balm, The Blood Triumph, Keys to Divine Health, Fulfilling Your Days, Breaking the Curses of life, All You Need to Have All Your Needs Met, Emergence Of The Glorious Church, Manifestation of the Spirits of God, The Unlimited Power of Faith, Ruling your World, The Idea of a University
 
อันดับ 14 ดีน คูนซ์
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 145 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวสืบสวนสยองขวัญ
 
สำหรับนักเขียนคนนี้ คิดว่าใครเป็นคอแนวสืบสวน น่าจะคุ้นหูมากๆ เพราะผลงานของเขาก็แปลออกมาหลายเล่มอยู่นะ พี่ตินก็อ่านอยู่บ้างเป็นบางเรื่อง ว่ากันว่าผลงานของเขาขายได้มากกว่า 450 ล้านเล่ม และติดอันดับขายดีของนิวยอร์กไทม์สเยอะมากๆ ในไทยก็ไปหาอ่านได้ สนพ. อมรินทร์เอามาหลายเล่มอยู่
 
รายชื่อหนังสือ (ขอยกมาให้ดูแต่ยุคหลังๆ แล้วกัน แต่คอนเฟิร์มนะว่าเยอะมากๆ) :
From the Corner of His Eye (2000), One Door Away from Heaven (2001), By the Light of the Moon (2002), The Face (2003), The Taking (2004), Life Expectancy (2004), Velocity (2005), The Husband (2006), The Good Guy (2007), The Darkest Evening of the Year (2007), Your Heart Belongs to Me (2008), Relentless (2009), Breathless (2009), Darkness Under the Sun (2010), What the Night Knows (2010), The Moonlit Mind (2011), 77 Shadow Street (2011), Wilderness (2013), Innocence (2013), The Neighbour (2014), The City (2014)
 
อันดับ 15 สเตฟานี่ เมเยอร์
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 125 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวรักโรแมนติกแฟนตาซี จัดอยู่ในหมวด YA
 
นักเขียนยังสาวสวยอยู่เลย 
เครดิตภาพ : geekynews.com
 
พูดชื่อนักเขียนมาแล้ว หลานคนอาจจะยังไม่คุ้น แต่ถ้าพูดว่าคนเขียนทไวไลท์ไง เชื่อว่าร้องอ๋อกันไปตามๆ กัน แค่ทไวไลท์เรื่องเดียวก็ขายได้มากกว่า 100 ล้านเล่มแล้ว แถมยังเอาไปสร้างเป็นหนังดังสุดๆ ทำให้นักเขียนคนนี้กลายเป็นเศรษฐีในทันที สนใจไปจัดมาอ่านได้เลย ในไทยมีขายแล้ว
 
รายชื่อหนังสือ :
ผลงานชุดทไวไลท์ : Twilight (2005), New Moon (2006), Eclipse (2007), Breaking Dawn (2008), The Short Second Life of Bree Tanner (2010), The Twilight Saga: The Official Illustrated Guide (2011)
 
อันดับ 16 แดน บราวน์
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวสืบสวนไขรหัส
เครดิตภาพ : en.wikipedia.org
 
พูดชื่อแดน บราวน์ บอกยี่ห้อแล้ว พี่ตินคงไม่ต้องขยายต่อมาก นักเขียนเจ้าของผลงานดังระดับโลก เดอะ ดาวินชี โค้ด ที่ไขรหัสกันจนปวดหัวเลยทีเดียว หนังสือของแดน บราวน์ ขายได้มากกว่า 200 ล้านเล่ม มีสองเล่มที่สร้างเป็นภาพยนตร์แล้วคือ ดาวินชี โค้ด และเทวากับซาตาน เชื่อว่านักเขียนผู้นี้จะดังกว่านี้อีกแน่นอน และคงจะก้าวขยับอันดับขึ้นไปอีก เพราะงานรุ่นหลังๆ ของเขาก็มาแรง เขียนได้สนุกทุกเล่ม อยากลองอ่าน ก็ซื้อได้เลย สนพ. อมรินทร์เขาเอามาแปลหลายเล่มเชียว
 
รายชื่อหนังสือ :
ชุดโรเบิร์ต แลงดอน : Angels and Demons (2000), The Da Vinci Code (2003), The Lost Symbol (2009), Inferno (2013)
ผลงานอื่นๆ : Digital Fortress (1998), Deception Point (2001)
 
อันดับ 17 แมรี่ ฮิกกินส์ คลากส์
มูลค่าผลงานทั้งหมดอยู่ที่ 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
โด่งดังจากผลงานแนวโรแมนติกผสมสืบสวนสอบสวน
 
หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อนักเขียนคนนี้ แต่พี่ตินเป็นแฟนคลับของเธอนะ แมรี่ ฮิกกินส์ คลากส์ เขียนหนังสือสายดราม่าผสมด้วยการสืบสวน ตัวละครน่าสนใจมาก ปูพื้นหลังได้ดี ทุกวันนี้ อายุ 87 แล้ว แต่คุณนักเขียนคนนี้ก็ยังไม่หยุดสร้างสรรค์ผลงาน ยังคงเขียนต่อเนื่องเรื่อยๆ นับว่าเกิดมาเพื่อเป็นนักเขียนอย่างแท้จริง หนังสือเรื่อง Where are the Children? ของเธอ รีปรินท์ไปทั้งหมด 75 รอบกันเลยทีเดียว คิดดูสิว่าดังแค่ไหน
 
รายชื่อหนังสือ :
Aspire to the Heavens (1968), Where Are the Children? (1975) A Stranger is Watching (1977), The Cradle Will Fall (1980), A Cry in the Night (1982), Stilwatch (1984), Weep No More, My Lady (1987), While My Pretty One Sleeps (1989), The Anastasia Syndrome and Other Stories (1989), Voices in the Coal Bin (1990), Loves Music, Loves to Dance (1991), All Around the Town (1992), I'll Be Seeing You (1993), Death on the Cape and Other Stories (1993), Milk Run and Stowaway (1993), Remember Me (1994), The Lottery Winner and Other Stories (1994), Let Me Call You Sweetheart (1995), Silent Night (1995), Moonlight Becomes You (1996), My Gal Sunday: Henry and Sunday Stories (1996), Pretend You Don't See Her (1997), You Belong to Me (1998), All Through the Night (1998), We'll Meet Again (1999), Before I Say Good-Bye (2000), Deck the Halls (2000), On the Street Where You Live (2001), He See's You When You're Sleeping (2001), Daddy's Little Girl (2002), The Second Time Around (2003), Nighttime Is My Time (2004), The Christmas Thief (2004), No Place Like Home (2005), Two Little Girls in Blue (2006), Santa Cruise (2006), Ghost Ship: A Cape Cod Story (2007), I Heard That Song Before (2007), Where Are You Now? (2008), Dashing Through the Snow (2008), Just Take My Heart (2009), The Shadow of Your Smile (2010), I'll Walk Alone (2011), The Magical Christmas Horse (2011), The Lost Years (2012), Daddy's Gone A Hunting (2013), I've Got You Under My Skin (2014)
 
จบกันไปแล้วกับรายชื่อนักเขียนรวยระดับโลก พอทำเสร็จ พี่ตินก็เกิดไอเดียทันที อยากจะลองทำของนักเขียนไทยดูบ้าง ดูซิมีนักเขียนคนไหนรวยหรือไม่รวย รายได้เท่าไหร่กันบ้าง ยังไงขอเวลาไปเก็บข้อมูลก่อนนะ คิดว่าน่าจะได้อ่านกันแน่ๆ ไม่ช้าก็เร็ว ^ ^ ตอนนี้ดูของต่างประเทศไปก่อนแล้วกัน อิอิ
 
อตินเอง
 
ขอบคุณข้อมูลจากบทความ
พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Yasashiiegao Murasaki Member 14 ต.ค. 58 12:37 น. 2

พวกเขาเก่งมากค่ะ

แต่เราคิดว่า "ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนั้นได้"

การเลี้ยงตัวด้วยอาชีพนักเขียนก็ถือเป็นการพาณิชย์อย่างหนึ่ง ต้องสนองความต้องการของตลาดได้จึงจะมีรายรับ มันคงไม่สบายหรือเป็นอิสระเท่ากับเขียนนิยายเป็นงานอดิเรก หรืออาชีพเสริมแล้ว ไหนจะรอพิจารณาจากสำนักพิมพ์ ถูกบ.ก.สั่งแก้ไขเนื้อหา ถ้าเจอสำนักพิมพ์ทุจริตก็จะไม่ให้ความเป็นธรรมอีก คือไม่ได้อยากมองโลกในแง่ร้ายนะ แต่อดคิดไม่ได้จริง ๆ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เกริด้า(๐-*-๐)v Member 14 ต.ค. 58 13:12 น. 3

คุ้นชื่อหลายคนเลยค่ะ จากการอ่านผลงานของพวกเขาหลายเรื่อง (เยอะ!)  555+ 

แต่ก็มีบางคนที่รู้จักผลงาน แต่ไม่คุ้นชื่อนักเขียนก็มีค่ะ 555+

0
กำลังโหลด
Rebel. Member 14 ต.ค. 58 21:46 น. 7

กรี๊ดดดด ไม่ได้มาอวยนักเขียน แต่มาอวยภาพยนต์สารคดี

George Harrison: Living in the Material World

อร่อก ///นอนตาย แค่เห็นชื่อจอร์จก็คลั่งแล้ว

1
กำลังโหลด

13 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Yasashiiegao Murasaki Member 14 ต.ค. 58 12:37 น. 2

พวกเขาเก่งมากค่ะ

แต่เราคิดว่า "ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนั้นได้"

การเลี้ยงตัวด้วยอาชีพนักเขียนก็ถือเป็นการพาณิชย์อย่างหนึ่ง ต้องสนองความต้องการของตลาดได้จึงจะมีรายรับ มันคงไม่สบายหรือเป็นอิสระเท่ากับเขียนนิยายเป็นงานอดิเรก หรืออาชีพเสริมแล้ว ไหนจะรอพิจารณาจากสำนักพิมพ์ ถูกบ.ก.สั่งแก้ไขเนื้อหา ถ้าเจอสำนักพิมพ์ทุจริตก็จะไม่ให้ความเป็นธรรมอีก คือไม่ได้อยากมองโลกในแง่ร้ายนะ แต่อดคิดไม่ได้จริง ๆ

0
กำลังโหลด
เกริด้า(๐-*-๐)v Member 14 ต.ค. 58 13:12 น. 3

คุ้นชื่อหลายคนเลยค่ะ จากการอ่านผลงานของพวกเขาหลายเรื่อง (เยอะ!)  555+ 

แต่ก็มีบางคนที่รู้จักผลงาน แต่ไม่คุ้นชื่อนักเขียนก็มีค่ะ 555+

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
♛รักหมอ♛ Member 14 ต.ค. 58 19:27 น. 5
สะดุดกับนามสกุลของคนเขียนทไวไลท์ค่ะ นามสกุลดันคล้ายกับไมเคิล ไมเยอร์ส (Michael Myers) จาก Halloween ก็แอบนึก คนนี้ใช่คนเขียนไมเคิลรึเปล่า แต่คิดไปคิดมา ไมเคิลไม่มีเป็นหนังสือนี่ ? 55555 (หรือมีนะ)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Rebel. Member 14 ต.ค. 58 21:46 น. 7

กรี๊ดดดด ไม่ได้มาอวยนักเขียน แต่มาอวยภาพยนต์สารคดี

George Harrison: Living in the Material World

อร่อก ///นอนตาย แค่เห็นชื่อจอร์จก็คลั่งแล้ว

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด