คลินิกนักเขียน
ตอน ปองวุฒิ
กับบทนำที่อ่านแล้วอยากอ่านต่อ
สวัสดี ชาวไรเตอร์ทุกคนจ้า คิดว่าคงรอ คลินิกนักเขียน กันอยู่ใช่ไหม ^ ^
หลายคนคงแบบ ต้นเดือนแล้ว ทำไมไม่มา พี่อตินหายไปไหน...?????
ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ ครั้งนี้ มาช้าไปนิดนึง
เพราะว่าติดภารกิจสัปดาห์หนังสือ ก็เลยแอบขลุกขลักเบาๆ จ้า
แต่ตอนนี้ เราก็กลับมาแล้ว พร้อมกับข้อมูลแน่นปึ้กเช่นเคย
นักเขียนของเราคนนี้ ปล่อยของเต็มที่ ชนิดไม่มีกั๊กกันเลย
คิดว่านัก (อยาก) เขียนทุกคนต้องได้ประโยชน์กันแบบเต็มที่อย่างแน่นอน
พร้อมแล้วไม่รอช้า เราก็ขอยกพื้นที่คลินิกให้กับ พี่ปองวุฒิ ควบคุม ^ ^
ส่วนพี่ติน ก็จะไปเม้าท์กับคุณหมอคนใหม่ที่กำลังจะมาประจำคลินิกของเราในเดือนธันวาคม
หลายคนคงอยากรู้ว่าใครกันนะ...?? ก็แอบกระซิบเบาๆ แล้วกันว่า...
นักเขียนคนต่อไป เป็นหนึ่งในสมาชิกรุ่นเดอะของเด็กดี
และเธอจะมาพร้อมหัวข้อสำคัญอีกหัวข้อหนึ่งในการเขียนนิยาย
นั่นก็คือ "บทสนทนา" นั่นเอง
ใครสนใจก็เตรียมต้นฉบับไว้เลยนะ กติกาง่ายๆ เช่นเคย
แล้วพบกัน เร็วๆ นี้จ้า
อ้อ และขอให้อ่านตรงนี้ด้วยน้า
สำหรับผู้ได้รับคัดเลือก 3 คนพิเศษ
ก็จะได้รับหนังสือของพี่ปองวุฒิเป็นของตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ จ้ะ
นามปากกา Demon, M.S.Rocker และลายทราย
ติดต่อส่งที่อยู่มาที่ atin@dek-d.com
ภายในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2558 นี้นะจ๊ะ ^ ^
ปองวุฒิ
นักเขียนมือทองอีกคนหนึ่งของยุคนี้ จุดขายของเขาคือ เขียนงานได้เร็ว ไว และให้รายละเอียดคมชัดจัดเจน ผลงานของเขามีหลากหลาย ทั้งแนวรัก แฟนตาซี สืบสวน ฆาตกรรม ท่องเที่ยว เรื่องสั้น เรื่องยาว เรียกว่าเขียนได้ทุกรูปแบบจริงๆ

บทนำที่อ่านแล้วอยากอ่านต่อ ปองวุฒิ
ขอสวัสดีทักทายนักเขียนเด็กดีทุกคนนะครับ ผมปองวุฒิรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาทำหน้าที่ในคลีนิกนักเขียนประจำเดือนนี้ สำหรับข้อแนะนำที่ให้กับแต่ละคนที่ส่งผลงานมา ผมงัดมาจากประสบการณ์ในฐานะนักเขียนคนหนึ่งที่เขียนงานมาเยอะและหลากหลายแบบ อาจจะไม่มีการอ้างอิงหลักการหลักสูตรใดๆ อย่างชัดเจน ตามประสางานศิลปะที่สามารถเรียนรู้และพลิกแพลงไปตามยุคสมัยและกาลเวลานะครับ
ในความเห็นของผม บทนำจะดีหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบว่ามันทำหน้าที่สองอย่างต่อไปนี้ได้เข้าเป้าหรือเปล่า
1.นำเสนอองค์ประกอบที่นักอ่านจะได้พบในเรื่อง
ถ้าให้เปรียบเทียบแบบเห็นภาพชัดเจนก็เช่นว่าบทนำทำหน้าที่คล้ายกับตอน Pilot ในซีรีส์ฝรั่ง ตอนแรกที่นำร่องให้เห็นว่าเรื่องที่นักอ่านกำลังเปิดดูอยู่ตอนนี้เป็นอย่างไร บทนำที่ดี สามารถทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนเต็มประสิทธิภาพนั้น จะสามารถแสดงให้เห็นถึงลักษณะเด่นของตัวละคร ฉาก น้ำเสียงรูปแบบการเล่าเรื่อง ปริศนาและอุปสรรคที่จะมี หรือกระทั่งจุดเด่นเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเรื่องอื่น ทั้งหมดจะอัดแน่นอยู่ในเนื้อหาสั้นๆ เพียงไม่กี่หน้าได้
2.ทำให้นักอ่านอยากติดตามต่อไป
อันนี้ถือเป็นหน้าที่สำคัญสุด ต่อให้บทนำไม่มีองค์ประกอบในด้านต่างๆ สมบูรณ์ครบถ้วนก็ตาม แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่ต้องทำให้ได้คือการทำให้คนอ่านเปิดดูแล้วรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจ น่าสนุก น่าติดตาม จนกระทั่งทำให้อยากอ่านต่อ ดังนั้นบทนำจึงควรมีเนื้อหาที่น่าสนใจ รวมทั้งการทิ้งท้ายบทที่เร้าใจทำให้อยากอ่านต่อถ้าเป็นไปได้
ทีนี้มาถึงงานจำนวน 10 ชิ้นที่ทางเด็กดีส่งมาเข้าคลีนิกครับ เพื่อความยุติธรรมและเข้ากับคอนเซปต์การวิจารณ์บทนำ ผมอ่านเฉพาะตัวบทที่ส่งมาเท่านั้นนะครับ และไม่ไปสืบหาต่อด้วยว่านักเขียนแต่ละคนเป็นใครหรือเนื้อหานิยายในบทอื่นจะดำเนินต่อไปอย่างไร เพื่อเป็นการพิจารณาบทนำอย่างเดียวว่าทำได้ดีแค่ไหน มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรครับ

ตัวอย่างอาการ :
“แน่ใจจริงๆ นะว่าจะเข้าไป” เสียงหวานใสแต่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของ จี๊ด หญิงสาวม.ปลายหน้าตาสะสวยเอ่ยถามเพื่อนวัยเดียวกันในกลุ่มอีกสี่คน เมื่อพวกเขาหยุดอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน เปรมฤดี
ทุกคนไม่ได้ตอบคำถามเธอ เพราะสายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่สิ่งก่อสร้างเบื้องหน้า ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ ทีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และความรักใคร่ปรองดองของคนในหมู่บ้าน หากแต่ตอนนี้เหลือไว้เพียงซากบ้านที่พัง และโครงเหล็กเท่านั้น
จี๊ดรู้สึกขนลุกซู่เมื่อคิดถึงอดีตของที่นี่จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่ว ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อน หมู่บ้านเปรมฤดีซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดกลางอยู่รอบนอกของอำเภอ ได้เกิดเหตุสลดสะเทือนขวัญคนในจังหวัดและหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เมื่อสารโพแทสเซียมคลอเรต หรือสารที่เร่งผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะลำไย ได้เกิดระเบิดขึ้นกลางดึกคืนหนึ่งในโกดังขนาดย่อมที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสารเกิดทำปฏิกิริยาท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ส่งผลให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ ได้รับแรงระเบิดจนลามไปทั่ว ทำให้มีผู้ตายจำนวนมาก ด้วยความที่หมู่บ้านเปรมฤดีอยู่ห่างจากหมู่บ้านใกล้เคียงพอสมควรจึงทำให้มีผู้ตายแค่เพียงหมู่บ้านนี้เท่านั้น
(อ่านเนื้อเรื่องต่อได้ที่ลิงก์ด้านบน)
วินัจฉัย :
เป็นผลงานแนวระทึกขวัญ ขั้นแรกต้องชมว่าเลือกเปิดฉาก เล่าเรื่องได้เข้าทาง ตรงตามสูตรดีทีเดียว อย่างการใช้ตัวละครเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นไปบุกสถานที่น่ากลัว ให้อารมณ์แนวลองของกัน แล้วเจอกับสิ่งเหนือธรรมชาติจนกระทั่งวายป่วงกันหมดกลุ่ รอให้ตัวละครหลักเปิดตัวในบทถัดๆมา เรียกว่าในภาพรวมประมาณ 80 % ถือว่าผ่านนะครับสำหรับการเป็นบทนำอันนี้
ถ้าจะให้แนะนำ มีบางจุดเหมือนที่ปรับแล้วอาจจะดีขึ้น อย่างเช่นช่วงแรกที่เล่าถึงเหตุร้ายในอดีตที่เคยเกิดในหมู่บ้าน เราอาจไม่จำเป็นต้องเล่าเปิดเผยทุกอย่างที่ดูเหมือนรายงานข่าวขนาดนั้น น่าจะปรับองค์ประกอบให้มันดูลึกลับหรือชวนสงสัยอยู่เช่นมีความเป็นไปได้หลายทางว่าเกิดอะไรกันแน่ แบบนี้ก็น่าจะทำให้เรื่องน่าสนใจมากขึ้น
อีกอย่างคือตอนตัวละครผีโผล่มา เจ้าตัวแรกที่เกาะหลังคานั่นแหละ ในส่วนการบรรยายรายละเอียดต่อเนื่องทั้งรูปลักษณ์ของมันและให้มันฆ่าคนในย่อหน้าเดียวกันหมด ออกจะเป็นการบรรยายฉากแอ็คชั่นที่เร็วเกินไปนิด เพราะหนึ่งในเทคนิคการเล่าเรื่องที่สำคัญของแนวระทึกขวัญคือการเล่นกับอารมณ์คนดู ดังนั้นในส่วนตัวละครน่ากลัวแบบนี้ออกมา เราน่าจะค่อยๆ บ่มทีละนิดเช่นได้ยินเสียงก่อน – มองเห็นการเคลื่อนไหวจากหางตา- เจอตัวเห็นสภาพรูปลักษณ์แปลกประหลาดของมัน – ให้ตัวละครได้ตื่นตะหนกตื่นตะลึง สะท้อนความรู้สึกที่มีต่อการเจอสิ่งนี้เป็นครั้งแรกเพื่อเป็นตัวแทนคนดู – จากนั้นค่อยเข้าสู่การจู่โจมตัวละคร แบบนี้เป็นต้นนะครับ น่าจะทำให้ซีนอารมณ์สมบูรณ์ขึ้น
ตัวอย่างอาการ :
“ฉันไม่เคยคิดว่าโลกนั้นมีความยุติธรรมเลย การมีชีวิตที่แสนสงบสุขมีพ่อ แม่ และมีน้องชายสุดที่รัก เป็นสิ่งที่ฉันปรารถนามันมากที่สุด พ่อและแม่ของฉันตายอย่างสยดสยองตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุได้แค่ 13 ปี น้องชายที่พึ่งจะ 5 ขวบ ของฉันก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ขณะเดียวกัน ตำรวจก็ไม่สามารถหาตัวฆาตกรมาลงโทษได้ พวกเขาพูดแต่เพียงว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แม่หึงพ่อ ที่ไปมีคนอื่น แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่ พ่อรักแม่มาก ฉันพยายามที่จะเป็นตำรวจแนวหน้าเป็นอย่างมากเพื่อสืบคดีนี้และตามหาตัวน้องชายของฉัน แต่ก็น่าสมเพช ฉันเป็นได้แค่เจ้าหน้าที่ธุรการตำแหน่งเล็กๆ ในกรมเท่านั้น”
มิ้นท์สาววัยกลางคนอายุ 24 ปี ถอนหายใจพลางปิดสมุดบันทึกของตัวเองลง ก่อนจะหันหลังไปดูนาฬิกาติดผนังที่อยู่ด้านหลัง
วินัจฉัย :
อันนี้เป็นแนวระทึกขวัญบวกกับแฟนตาซี ไม่แน่ใจว่าเนื้อหาอาจตั้งใจเล่นเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาหรือตำนานอะไรหรือเปล่าในบทต่อๆ ไป ถ้ามองภาพรวมด้านการนำเสนอก็ถือว่าผ่านนะครับใช้ได้ อ่านแล้วก็น่าติดตามดี
ส่วนที่แนะนำว่าน่าจะปรับปรุงได้คือการสร้างความตื่นเต้นและแปลกใหม่ให้กับฉากเสียหน่อยก็น่าจะดี คือสำหรับเรื่องทำนองนี้การมีตัวละครเดินกลับบ้านผ่านที่เปลี่ยว จากนั้นเจอกับวิญญาณตัวแรกไล่ล่า วิ่งหนีแล้วไปจนมุมเจอกลุ่มผีร้ายกลุ่มใหญ่ยิ่งซวยหนักกว่าเดิม ถ้าเราหาทางพลิกมุมการนำเสนอหรือปรับรายละเอียดบางอย่างให้มันแปลกใหม่เพิ่มขึ้นก็จะดีมากครับ ส่วนเรื่องการบรรยายและภาษาก็ถือว่าอยู่ในขั้นดีแล้ว
ตัวอย่างอาการ :
ร่างบางของหญิงสาวกำลังดิ้นรนไปมาอยู่บนเตียงใหญ่ เธอพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีกระเถิบถอยหนีร่างใหญ่ที่ขึ้นคร่อมร่างของเธออยู่ มือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเนคไทจนแน่นพร้อมถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ โดยที่เขาใช้มือข้างหนึ่งกดมันไว้
“คุณต้น ปล่อยฉันนะคะฮึก...” เธอพยายามร้องขอเขาอย่างน่าสงสาร ใบหน้าสวยหวานตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
“ผมรักปลายนะครับ” เขาบอกพร้อมซุกไซร้ใบหน้าลงที่ซอกคอขาวอย่างจาบจ้วง มือใหญ่ข้างที่ว่างลูบไล้ไปตามร่างกายสาวอย่างหลงใหล เขาสอดมือเข้าไปใต้กระโปรงของเธอด้วยความต้องการที่ท่วมท้น
“ไม่นะ!! ปล่อยๆ ปล่อยฉัน ได้โปรดฮือๆๆ อย่า” หญิงสาวยังคงดิ้นรนและอ้อนวอนเขาด้วยเสียงสะอึกสะอื้น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย สัมผัสของเขาช่างน่ารังเกียจจนเกินจะทนไหว ขาสวยพยายามอย่างยิ่งที่จะหนีบมันไว้ไม่ให้เขาได้ล่วงเกินได้ง่ายๆ แต่แรงของผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายได้ ยิ่งเขาปลุกเร้าเธอด้วยแล้วถึงจิตใจจะต่อต้านมากแค่ไหน แต่ร่างกายกับไม่ยอมเชื่อฟังเธอเลยสักนิด
“เป็นของผมนะครับปลาย ผมยกปลายให้ใครไม่ได้จริงๆ” เขาบอกเธอเสียงพร่า ก่อนจะครอบครองตัวเธอด้วยความเสน่หาโดยไม่สนใจว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าเขารักเธอและอยากจะให้เธอรักเขาก็เท่านั้น
“ไม่นะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด” หญิงสาวกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เมื่อรู้ว่าเธอคงไม่รอดจากการข่มเหงของผู้ชายคนนี้
วินัจฉัย :
มาแบบซีนเน้นอารมณ์ดราม่าไม่ยาวนัก แต่ก็ครบถ้วนชัดเจนในเนื้อหาตัวเองดี ข้อดีที่ต้องชมคือในขณะที่มีความยาวไม่มากแต่ก็สามารถเล่าข้อมูลได้ครบถ้วน ทำให้คนอ่านพอจะเห็นเลยว่าเนื้อหาที่ต้องเจอมีอะไรอยู่บ้าง ทั้งสภาพจิตตัวละคร ปมปัญหาที่นำเสนอคืออะไร ถ้าชอบก็อ่านต่อ แต่ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบก็ปิดได้เลยทันทีเช่นกัน (ฮา) การใช้ภาษาการบรรยายจัดว่าสวยงามลื่นไหลดีครับ ความจริงสำหรับงานชิ้นนี้คงไม่มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมนักเพราะถือว่าสมบูรณ์ดีในแนวทางตัวเองอยู่แล้ว นอกจากการปรับปรุงส่วนบรรยายแค่บางจุดเช่นช่วงตัวละครผลักลูกล้ม อาจจะต้องหาทางทำถ่ายทอดอารมณ์เศร้าสะเทือนใจให้มากกว่าก็จะดียิ่งขึ้น
คำแนะนำ :
อันนี้แนวเรื่องแฟนตาซี เห็นจากชื่อเรื่องเดาว่าคงน่าจะมีส่วนผสมของแนวรักอยู่ด้วย สำหรับการเปิดเรื่องมาตอนต้นให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับโลกได้ชัดเจนระดับหนึ่งว่าเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มังกรที่ใช้ชีวิตไม่ต่างจากมนุษย์ ส่วนที่ควรปรับปรุงคือขาดความต่อเนื่องทางอารมณ์จากการบรรยายหลายจุด ส่วนใหญ่เป็นแค่เพียงการบอกเล่าข้อมูลออกมาแบบทื่อตรงเกินไปนิดครับ นอกจากนี้ยังค่อนข้างสั้นเกินไปด้วยและจบทิ้งท้ายยังถือว่าเบา ไม่เร้าอารมณ์ให้ติดตามเพียงพอ
สิ่งที่น่าจะต้องปรับมีดังนี้ หาทางเล่าเรื่องให้น่าสนใจมากขึ้น + ผสมการดำเนินเรื่องให้ตัวละครแสดงให้เห็นถึงความคิดนิสัยใจคออย่างชัดเจนกว่านี้ + หาจุดปิดท้ายที่ลงตัวเร้าใจ ตัวอย่างเช่นให้ตัวเจ้าหญิงมังกรโผล่มาวิ่งหนีจากเหล่าคนรับใช้ พร้อมกับมีฉากแสดงถึงการใช้พลังพิเศษของเธอที่เหนือกว่าคนอื่นไปด้วยว่ามันดีหรือโดดเด่นอย่างไร ในจุดนี้ก็บอกเล่าความคิดความเป็นมาไปด้วยพร้อมกัน และอาจจะทิ้งท้ายให้เร้าใจเสียหน่อยเช่นเป็นฉากตอนตัดสินใจหนีออกไปจากวังได้อย่างเฉียดฉิวอะไรทำนองนี้ครับ น่าจะทำให้บทนำดีขึ้น
คำแนะนำ :
เป็นอีกคนที่เขียนงานแนวระทึกขวัญมา สำหรับผลงานชิ้นนี้ในภาพรวมถือว่าทำได้ดีในส่วนหน้าที่ของบทนำในการบอกเล่าโทนเรื่องนะครับ ไม่สั้นไม่ยาวเกินไป ถ้าจะมีแนะนำเพิ่มเติมให้ปรับอาจจะเป็นเรื่องของบุคลิกตัวละครตอนแรกที่เป็นแม่ลูก น่าจะเพิ่มพื้นหลังความเป็นมาโดยถ่ายทอดผ่านทางความคิดความรู้สึกว่าเป็นคนอย่างไร พยายามเสริมบุคลิกให้น่าสนใจขึ้นอีกนิดก็จะดีมากโดยเฉพาะถ้าสมมุติเราจะใช้เป็นตัวละครหลักต่อไป เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้ยังมีระดับเหมือนตัวละครทั่วไปไม่มีความโดดเด่นนัก คือไม่แย่หรอกครับ แต่ถ้าเราทำให้มันปัง! จัดจ้านกว่านี้ก็จะยิ่งดีใช่ไหมล่ะ
ส่วนการใช้ถุงใส่เศษซากศพมามาอยู่ในเรื่องตรงจุดนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวและจังหวะการสร้างอารมณ์ก็ทำได้ดี เพราะมีการดึงความสนใจปูพื้นไต่ระดับได้ดี เช่นตัวละครได้กลิ่นก่อน จนกระทั่งเดินไปเห็นด้วยตาตัวเอง ตรงจุดนี้เหลือแค่ปรับการบรรยายเล็กน้อยให้มันยิ่งน่ากลัวกว่านี้ก็จะดีมากครับ ขออวยพรให้เขียนจบเรื่องแล้วออกมาเจ๋งๆ นะครับ
คำแนะนำ :
เรื่องนี้น่าจะเป็นการผสมผสานแนวแฟนตาซีบวกนิยายรัก จุดที่ถือว่าดีเข้าเป้า คือส่วนทิ้งท้ายว่าจดหมายที่ส่งมาหาตัวละครมีอะไรน่าสนใจ เรียกได้ว่าตรงตามหลักสูตรที่ควรเป็นครับ (ฮา) อย่างไรก็ตามจุดด้อยและถือเป็นเคสตัวอย่างที่นักเขียนหลายคนก็อาจจะผิดพลาดแบบนี้เหมือนกัน นั่นคือการนำเสนอข้อมูลตัวละครหลายตัวมากเกินไปในพื้นที่จำกัด
สิ่งที่เกิดขึ้นคือนักเขียนรู้ว่าตัวเองมีตัวละครเด่นอะไรในเรื่องบ้าง จากนั้นก็เริ่มให้แต่ละคนโผล่หน้ามาพูดโชว์ชื่อโชว์หน้าทีละคน เรียงไปอย่างเป็นระเบียบราวกับเช็คชื่อคนมาเรียนในห้อง ซึ่งนักเขียนหลายคนจะผิดพลาดตรงนี้เผลอทำราวกับเป็นรูปแบบบังคับ เช่นเรื่องนี้แม้จะมีตัวละครถึง 4-5 ตัว แต่ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องใส่ให้โผล่หน้ามาพร้อมกันทีเดียวในบทนำที่มีความสั้นแค่นี้ก็ได้ครับ ควรจะเปลี่ยนวิธีการนำเสนอโดยเริ่มแค่มีตัวละครออกมา 2-3 ตัวก็พอและเน้นไปที่บุคลิก นิสัย อารมณ์โดยเฉพาะตัวละครหลักที่สำคัญที่สุดเพื่อดึงความสนใจจากคนอ่านก่อน จากนั้นค่อยทยอยปล่อยตัวละครอื่นมาตอนเข้าสู่บทอื่นก็ได้ เรียกได้ว่าควรจะปรับเปลี่ยนโดยใส่ใจในเรื่องราวและอารมณ์การนำเสนอมากกว่าการตั้งใจให้ข้อมูลให้ครบเพียงอย่างเดียวครับ
คำแนะนำ :
เรื่องนี้โดดเด่นด้านไอเดีย การหนีการไล่ล่าระหว่างตัวละครมนุษย์และวิญญาณที่ใช้มุกแบบการเล่นซ่อนหาซึ่งโดยรวมให้อารมณ์ที่น่าสนใจกว่าเรื่องแนวน่ากลัวแบบเดียวกันโดยส่วนใหญ่ ซ้ำซากน้อยกว่า อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งชะล่าใจเกินไปครับ เพราะว่าในยุคปัจจุบันทั้งการ์ตูนหรือนิยายที่มีพล็อตแปลกใหม่แบบนี้ในระดับมืออาชีพตีพิมพ์อยู่แล้วก็เคยเห็นผ่านตาไม่น้อย ดังนั้นอยากให้คนเขียนมองว่าตรงนี้เป็นจุดเด่นตัวเองและพยายามคิดให้สร้างสรรค์ขึ้นไปอีกครับ
ส่วนปัญหาหลักที่ต้องแก้ไขหลักเลยคือการใช้ภาษาการบรรยายในหลายจุดตลอดเรื่องที่ยังทำได้ไม่ดีพอ นักเขียนเลือกใช้บทพูดและเสียงประกอบประเภท ซ่า...ซ่า...ฉัวะ! อะไรทำนองนี้แทนการบรรยายว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งสำหรับเรื่องเน้นอารมณ์น่ากลัวแบบนี้การทำให้คนอ่านเห็นภาพถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญ เพราะต้องสื่อสารให้เข้าเป้าถึงจะเล่นกับความกลัวความตื่นเต้นของคนอ่านได้ ถ้าเราใช้การบรรยายแบบเป็นเสียง Effect อย่างเดียวแบบนี้ในมุมคนอ่านส่วนใหญ่จะรู้สึกว่างเปล่า ไม่ได้เนื้อหาอย่างเต็มที่ แนะนำว่าควรฝึกบรรยายให้มากขึ้นอาจจะเริ่มจากการอ่านหนังสือที่มีฉากการบรรยายที่ดี เห็นภาพชัดเจนจากนักเขียนอื่นนะครับ
คำแนะนำ :
งานแนวแฟนตาซีที่บทนำไม่ค่อยยาวเท่าไหร่ เปิดฉากด้วยการพูดคุยระหว่างสองตัวละครที่เผยให้เห็นว่าในตอนจบบทว่านำไปสู่แผนการสังหารบุคคลสำคัญในอาณาจักร ถ้ามองในส่วนปัจจัยแรกอย่างการสร้างความเร้าใจ ดึงคนอ่านก็ถือว่าน่าสนใจพอสมควรทีเดียว ทำให้อยากติดตามต่อไป สิ่งที่น่าจะเพิ่มอาจจะเป็นรายละเอียดตัวละครและบทสนทนาให้ยาวกว่านี้อีกนิด รวมทั้งให้รายละเอียดตัวละครเพิ่มเติม เติม เสริมความเด่นให้กับเรื่องมากขึ้น คือเท่าที่เห็นตอนนี้มันก็จัดว่าดีและเข้าเป้าอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนก็น่าจะเป็นการเพิ่มขยายในทุกจุดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นครับ
คำแนะนำ :
เรื่องนี้จัดว่าแปลกอยู่ เพราะมีการผสมกันระหว่างสองส่วนที่ไปคนละทิศละทาง เหมือนมาจากคนละเรื่อง ตอนแรกที่อ่านส่วนแรกที่เป็นดราม่าพี่เขยแอบรักน้องสะใภ้ตัวเองก็เพลินอยู่นะครับ แต่พอตัดเข้าส่วนสองเรื่องสาวน้อยพยายามหนีจากมาเฟียแล้วก็ทำเอางงอยู่ เพราะไม่เห็นการเชื่อมโยง ความต่อเนื่องระหว่างกันเท่าไหร่
อันนี้ไม่แน่ใจว่าส่งมาผิดหรือว่าจงใจให้เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว แต่เอาเป็นว่าขอแนะนำในกรณีถ้าจงใจให้เป็นแบบนี้ ว่าขั้นแรกสิ่งสำคัญที่ควรปรับเลยคือน่าจะหาทางผสานเรื่องสองส่วนให้กลมกลืนกันกว่านี้ว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร อีกอย่างคือถ้าพูดเจาะจงเฉพาะส่วนหลังที่เป็นแนวมาเฟียก็อยากแนะนำเพิ่มเติมว่าด้วยมันเป็นแนวยอดนิยมที่เห็นคนเขียนกันบ่อยตลอดสิบปีที่ผ่านมา เราอาจจะต้องหาเหลี่ยมมุมการนำเสนอหรือกระทั่งรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้เรื่องเรามีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไปจากเรื่องอื่นบ้างครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกกลืนจมไปในตลาดที่มีเรื่องทำนองนี้มากมาย
คำแนะนำ :
อย่างแรกที่รู้สึกหลังอ่านจบคือเห็นว่ามีส่วนที่ต้องปรับอยู่มากเหมือนกัน เพราะเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ยังแทบไม่ได้บอกอะไรเลย การเล่าเรื่องที่ออกจะเรียบเกินไป ไม่มีเนื้อหาน่าตื่นเต้นเหมือนประโยคบอกเล่าธรรมดา ควรจะต้องปรับปรุงหาเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาเล่าให้มากกว่านี้ ทั้งต้องพยายามสื่อสารให้คนอ่านรู้และคาดหวังด้วยว่าสิ่งทีเขากำลังได้เจอต่อไปสำหรับเรื่องนี้คืออะไรกัน อย่างที่เห็นและเป็นไปตอนนี้กระทั่งส่วนทิ้งท้ายก็ยังเรียบไปไม่ตื่นเต้นครับ แนะนำว่าควรไปเปิดนิยายที่มีบทนำดีๆ และศึกษาดูเลย น่าจะทำให้เรียนรู้อะไรมากขึ้นนะครับและเขียนเข้าเป้ากว่านี้
10 ความคิดเห็น
ขอบคุณมากๆ นะครับ ได้ประโยชน์มากเลย จะนำไปปรับกับผลงานดูนะครับ
ติดตามพี่ปองวุฒิอยู่นะครับ <3 ไอดอลลลล
ขอบคุณมากๆค่ะพี่ปองวุฒิ (Desnight)
จงใจให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วค่ะ อย่างที่พี่ปองวุฒิบอก ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆเลยค่ะ จะนำไปปรับใช้นะคะ เย้ ดีใจมากๆเลยค่า ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
#รอตอนนี้ตลอดเลยค่ะพี่ติน 55 เปิดมาดูบ่อยมากๆค่ะ ติดตามคลินิกนักเขียนอยู่นะคะ ได้สาระไปปรับใช้ ได้คำแนะนำดีๆมากมายเลย ขอบคุณพี่นักเขียนนะคะ
น้อมรับคำวิจารณ์และจะนำไปปรับปรุงในงานเขียนค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ พี่อติน พี่ปองวุฒิ ที่นำเสนอกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ เพราะมันช่วยให้นักเขียนสามารถพัฒนางานเขียนของตัวเองได้ และเป็นประโยชน์สำหรับนักเขียนท่านอื่นที่ต้องการเข้ามาในหมวดนี้เพื่อหาข้อมูลสำหรับพัฒนางานเขียนต่อไป
และสุดท้ายก็ขอขอบคุณสำหรับของขวัญนะคะ ดีใจมากๆ เลยล่ะค่ะ
ส่งไปแล้ว แต่ไม่ถูกเลือกค่ะ...
ขอบคุณมากๆเลยนะคะพี่ปองวุฒิ >< คำแนะนำของพี่ช่วยหนูได้มาก ตอนกดเข้ามาดูงี้กรี๊๊ดลั่นบ้านเลยค่ะ ขอบคุณมากจริงๆนะคะ หนูจะพยายามแก้ไขผลงานไปเรื่อยๆเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้ ขอบคุณพี่ปองวุฒิและทีมงานทุกคนจากใจจริงเลยค่ะ ^______^
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากค่ะ มีประโยชน์จริงๆ
ขอบคุณมากเลยคะ จำนำเอาคำวิจารณ์นี้นำไปปรับปรุงใหม่ให้ออกมาดีกว่าเดิมแน่นอนคะ ไม่คิดว่าจะติดกับเค้าด้วย ยอมรับเลยคะว่าเป็นนักเขียนที่ประสบการณ์น้อยจริง แต่การที่ได้รับคำวิจารณ์แล้วจะเอาไปปรับปรุงตัวเองและจะมั่นหาประสบการณ์ให้มากขึ้น ขอบคุณจริงๆคะ
ไม่ได้ส่งไป แต่อ่านแล้วก็ได้เรียนรู้ไปด้วย แนะนำได้ดีมากๆ เลยค่ะ
อ่านงานของพี่เรื่องแรก คือ mystery spot หลังจากนั้นก็ชอบมาก #ติ่ง
สุดยอดเลยครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะครับ^^