วิจารณ์หนังสือ : การผจญภัยของอลิซในแดนมหัศจรรย์, อลิซผจญภัยในโลกกระจก และครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ

วิจารณ์หนังสือ :
การผจญภัยของอลิซในแดนมหัศจรรย์
อลิซผจญภัยในโลกกระจก
และครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ   

ผลงานทรงคุณค่า ที่ทำให้เราสงสัยและตั้งคำถามกับตัวเองว่า...
แท้จริงแล้ว ตัวตนของเราคืออะไร  


 ปกหนังสืออลิซเวอร์ชั่นต่างๆ ล้วนแต่สวยและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
 

ก่อนจะเริ่มต้นวิจารณ์หรือแสดงความเห็นอะไร ก็ขอทักทายทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่านวิจารณ์หนังสือกับเราก่อนเลย สวัสดีคับทุกคน พี่อตินแห่งคอลัมน์วิจารณ์หนังสือกลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้ เราเลือกหยิบวรรณกรรมเยาวชนระดับโลก อลิซในแดนมหัศจรรย์ มาวิจารณ์
 
หลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะวิจารณ์ อลิซในแดนมหัศจรรย์ พี่ตินก็รีบไปรื้อหนังสือปกฟ้าเล่มเก่าจากตู้หนังสือทันที และผลก็คือ พี่ตินได้พบหนังสือเล่มสีฟ้าสามเล่ม วางเรียงอยู่ด้วยกัน และทั้งสามเล่ม ล้วนเกี่ยวข้องกับอลิซในแดนมหัศจรรย์ทั้งสิ้น!
 
คิดว่าน้องๆ หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่า อลิซในแดนมหัศจรรย์ แบ่งออกเป็นสองภาค ภาคแรกคือ การผจญภัยของอลิซในแดนมหัศจรรย์ ในภาคนี้ อลิซตกลงไปในโพรงกระต่าย ลึกลงไปๆ และได้พบกระต่ายขาว ได้พบแมตแฮทเทอร์ ได้พบหนอนผีเสื้อ ได้พบเจ้าแมวเชไชร์ ได้พบพระราชินี ได้พบพระราชา... การผจญภัยของเธอจบลงด้วยการที่เธอลืมตาตื่นขึ้นและพบว่าตัวเองหลับฝันไป และทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ ผลก็คือ... งานจบ แต่คนเขียนไม่จบ ท่าทาง ลูอิส แครอลล์ นักเขียนจะหลงรักงานเขียนเล่มนี้มาก เขาจึงได้เขียนภาคสอง อลิซผจญภัยในโลกกระจก ต่อมาให้ผู้อ่านได้ตื่นเต้นกับจินตนาการแปลกใหม่ไม่เหมือนใครของเขากันต่อ อลิซในแดนมหัศจรรย์ และ อลิซผจญภัยในโลกกระจก เขียนขึ้นเมื่อ 150 ปีที่แล้ว จุดเด่นของผลงานเรื่องนี้คือ “การเล่นคำ” ที่นักเขียน “ลูอิส แครอลล์” ได้สร้างสรรค์เอาไว้ เมื่ออ่านต่อกัน จะพบความคล้องจองแบบแปลกๆ และเมื่อเพ่งเล็งที่ความหมาย ก็จะยิ่งพบว่า มันสามารถตีความได้หลายแบบ ทั้งลึกซึ้ง ทั้งแปลกประหลาด และเต็มไปด้วยความหมายแห่งชีวิต
 
ต้นกำเนิดของอลิซในแดนมหัศจรรย์ เริ่มขึ้นระหว่างที่ แครอลล์ ใช้เวลาอยู่กับเด็กหญิงสามพี่น้องตระกูลริดเดลล์ ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เขาเริ่มต้นเล่านิทานให้เด็กทั้งสามฟัง ขณะนั้น เด็กหญิงอลิซ ริดเดลล์ ซึ่งเป็นคนกลาง อยู่ในวัยสิบขวบ และแน่นอนว่า “อลิซ” ในเรื่อง ก็คือเธอนั่นเอง เมื่ออลิซเริ่มร่วงหล่นในโพรงกระต่าย... การเดินทางของเธอก็เริ่มต้นขึ้น
 

หนังสือที่พูดเรื่องการค้นหาตัวตน

นักวิจารณ์ต่างประเทศเชื่อว่า... อลิซในแดนมหัศจรรย์ คือการถ่ายทอดความทรงจำสมัยเด็กของตัวแครอลล์เอง ผสมผสานกับลักษณะนิสัยของเด็กหญิงอลิซ ที่เป็นคนกล้าพูดกล้าคิด และชอบลองอะไรใหม่ๆ และบทสนทนาที่ปรากฎในเรื่อง ก็เปรียบเหมือนสภาพจิตใจของเด็ก ที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เต็มไปด้วยความสับสน ไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเดินไปทางไหน นับตั้งแต่แรกเริ่ม เมื่ออลิซได้พบกับเจ้าแมวเชไชร์ (แมวสีชมพูที่มักฉีกยิ้มตลอดเวลา) และถามมันว่า “ฉันควรจะไปทางไหน” เจ้าแมวกลับย้อนถามเธอว่า... แล้วเธอคิดว่าจะไปทางไหนล่ะ อลิซที่สับสนหนักตอบไปว่า ฉันก็ไม่รู้ เจ้าแมวจึงตอบกลับว่า “ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่สำคัญ” - - ถามว่าบทสนทนาชุดนี้บอกอะไรได้บ้าง... ถ้าหากให้ตีความแล้ว มันเตือนใจให้เรานึกถึงสมัยที่เรายังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าควรจะเลือกอะไร สมัยที่อยู่ประถมหก เมื่อถามว่าชอบวิชาอะไร อยากเป็นอะไร เราสับสน เราไม่แน่ใจ อลิซก็คงคล้ายๆ กับเรานี่แหละ ยังอยู่ในจุดที่หาตัวตนไม่พบ ไม่รู้ว่าควรจะทำแบบไหนอย่างไร
 
คำคมของหนังสือเรื่องนี้ เมื่อหนอนผีเสื้อถามอลิซว่า "เธอเป็นใคร" 
และเธอตอบอย่างสับสนว่า... ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นใครเมื่อเช้า แต่ตอนนี้ไม่รู้แล้ว 
เครดิตภาพ : quotesgram.com 

 
นอกจากบทสนทนาปริศนากับเจ้าแมวเชไชร์แล้ว ยังมีบทสนทนากับหนอนผีเสื้อ ที่เหมือนเป็นการตีแผ่ความรู้สึกในใจของเด็กน้อยที่กำลังจะย่างเข้าช่วงวัยรุ่นอย่างอลิซ เมื่อเจ้าหนอนผีเสื้อถามว่า... เธอเป็นใคร และอลิซตอบว่า เมื่อเช้าฉันรู้ว่าตัวเองคือใคร แต่ ณ ตอนนี้ ฉันรู้แค่ว่า ฉันเปลี่ยนแปลงไปมากจากตอนนั้น บทสนทนานี้ ทำให้เรานึกถึงตัวเองสมัยยังเด็ก ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพบว่า... เราอยู่ในช่วงหาตัวเองให้พบ หาความต้องการของตัวเอง หาสิ่งที่ตัวเองสนใจ ทว่า... มันก็ยากเหลือเกิน เราต้องเจอสิ่งที่ใช่และไม่ใช่หลายต่อหลายครั้ง กว่าจะสามารถสรุปได้ว่า... แท้จริงแล้ว สิ่งที่เราสนใจมันคืออะไรกันแน่  
 
แครอลล์ เลือกวิธีส่งอลิซลงในโพรงกระต่าย ให้เธอได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตแปลกๆ มากมาย และสิ่งเหล่านั้น “พูดได้” พวกมันโต้ตอบเธอ บทสนทนาที่เกิดขึ้น เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด แต่นักวิจารณ์และผู้อ่านหลายๆ คน สามารถสรุปได้ว่า... บางที ดินแดนมหัศจรรย์ที่แครอลล์หมายถึง อาจอยู่ใกล้กว่าที่เราคิด... นั่นก็คือ “ภายในใจของเราเอง” หนังสือเล่มนี้ เล่นกับจิตใจของเรา ทำให้เราเกิดข้อสงสัย และตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่เราแสวงหาคืออะไรกันแน่ และมันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับเด็กวัยรุ่นเท่านั้น กับผู้ใหญ่... ก็ได้ผลไม่แตกต่างกัน เคยสงสัยในตัวเองบ้างไหมว่า... สิ่งที่เราเป็นหรือทำอยู่นั้นเหมาะสมกับเราแล้วหรือ ตรงใจเราแล้วใช่ไหม มีอย่างอื่นที่เราอยากทำอีกหรือไม่ และถ้าเราเจอคำถามแบบที่อลิซเจอ เราจะตอบอะไรได้บ้าง “เราเป็นใคร” “เรารู้ตัวหรือยังว่าจะเดินไปทางไหน” “เราได้ใช้เวลาในชีวิตคุ้มค่าแล้วหรือไม่”
 

หนังสือที่สร้างคำถามเรื่องความสัมพันธ์ของแครอลล์และเด็กหญิงอลิซ   

ใช่แล้ว เราพูดไม่ผิด นอกจากจะถูกมองว่า... เป็นหนังสือที่พูดเรื่องการค้นหาตัวตนของวัยรุ่น หนังสือเล่มนี้ ยังก่อให้เกิดคำวิจารณ์มากมายในเรื่องความสัมพันธ์ของตัวแครอลล์ กับเด็กหญิงอลิซตัวน้อย ถ้าใครเคยอ่านหนังสือเรื่อง “ครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ” (Alice, I have been) โดย เมลานี เบนจามิน น่าจะพอนึกออกว่าเรากำลังจะพูดถึงอะไร แต่ถ้ายังไม่เคยอ่าน ขอเล่าคร่าวๆ ว่า หนังสือเล่มดังกล่าว เกิดจากจินตนาการผสมผสานกับข้อมูลจริงทางประวัติศาสตร์ที่นักเขียนค้นคว้ามา เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มใหญ่วัย 30 เศษ และเด็กหญิงตัวน้อยวัย 7 ขวบ เด็กหญิงที่มีแววตาซุกซน และเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ขณะเดียวกัน ก็แฝงด้วยเสน่ห์ทางเพศ (นักเขียนบรรยายไว้ในหนังสือ) เบนจามิน ได้อ่านข้อมูลดังกล่าว พร้อมกับบังเอิญพบเห็นรูปภาพของอลิซ ที่ถ่ายโดยแครอลล์ และมันทำให้เธอเกิดจินตนาการ จนสร้างสรรค์เป็นผลงานเรื่องนี้ขึ้น
 
ภาพของเด็กหญิงอลิซในตำนาน ถ่ายโดยแครอลล์
เครดิตภาพ : hubpages.com

 
การดำเนินเรื่อง ใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เล่าผ่านสายตาของเด็กหญิงอลิซ ระหว่างที่อ่าน... เราได้สัมผัสความรู้สึกของตัวละคร และแม้ว่านักเขียนจะไม่ได้ชี้นำอย่างโจ่งแจ้ง หรือสรุปความสัมพันธ์ออกมาเป็นถ้อยคำที่ชัดเจน แต่ผู้อ่านอย่างเรา... ก็สามารถคาดเดาได้ถึงความสัมพันธ์ของเด็กน้อยกับหนุ่มใหญ่ ที่อายุแตกต่างกันมาก ทว่า... ความรัก อาจไม่ใช่เรื่องของวัย ยิ่งสำหรับเด็กหญิงผู้เฉลียวฉลาด หัวไว ช่างพูดช่างคิด และช่างสงสัยอย่างอลิซ... ยิ่งตอกย้ำให้คนอ่านอย่างเราเชื่อว่า... จินตนาการทั้งหมดนี้ มีความเป็นไปได้ แต่ มันก็คงไม่ได้สำคัญอะไร เพราะท้ายที่สุด คนทั้งสองไม่ได้อยู่เคียงข้างกัน แครอลล์ อาจจะรักอลิซ แต่เขามีเธอได้แค่ “โลกในหนังสือ” โลกแห่งความเป็นจริง อลิซแต่งงานไปกับคนอื่น และเขาเป็นโสด... ไม่มีโอกาสได้รับความรัก (หรือความจริง หนังสือเรื่องนี้เป็นเรื่องเศร้า...?)  
 
ระหว่างที่อ่าน เราแปลกใจ พิศวง และอยากรู้ว่าชะตากรรมของอลิซตัวน้อยๆ คนนั้นจะเป็นอย่างไร “ครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ” สร้างความประหลาดใจให้เราได้ไม่แพ้ “อลิซในแดนมหัศจรรย์” และ “อลิซผจญภัยในโลกกระจก” ทำให้เราสับสน คิดวุ่นวาย หาคำตอบ อยากรู้อยากเห็น ไม่เข้าใจบ้าง เข้าใจบ้าง แต่ก็ยังอยากที่จะอ่านต่อไปให้จบ หนังสือทั้งสามเล่ม ต่างเล่าถึง “การเดินทาง” ของอลิซทั้งสิ้น เล่มแรก อลิซในแดนมหัศจรรย์ เราเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น เธอสับสน และสงสัยในตัวเอง เธออยากที่จะรู้จักตัวเองให้มากกว่านี้ ส่วนเล่ม อลิซผจญภัยในโลกกระจก เราพบเด็กหญิงที่เติบโตขึ้น ฉลาดมากขึ้น ชัดเจนกับตัวเองมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ และยังคงแสวงหา ยังคงอยากรู้คำตอบของชีวิต และเล่มสุดท้าย ครั้งหนึ่งนั้น ฉันคืออลิซ เราได้พบอลิซในภาพของผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่า... เธอก็ยังเต็มไปด้วยความสับสน และยังต้องค้นหาตัวเอง... ราวกับว่า... เธอต้องทำสิ่งนี้ตลอดไป ไม่มีวันสิ้นสุด  
 
อ่านจบแล้ว เราจึงอยากสรุปว่า... อลิซทั้งสามเล่ม สื่อถึง “การค้นหาตัวตน” ของคนทุกเพศทุกวัย การอ่านหนังสือทั้งสามเล่มนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า... ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน ท้ายที่สุดแล้ว คนเราไม่มีทางหยุดเติบโตหรือหยุดนิ่งได้ ทุกคนต้องเผชิญกับความสับสน ความไม่แน่ใจ และต้องสงสัยในตัวเองอยู่เสมอ เพียงแต่มันขึ้นอยู่กับว่า... เรามีวิธีรับมืออย่างไร นั่นต่างหากที่สำคัญ
 

 

รายชื่อหนังสือที่เกี่ยวข้อง

การผจญภัยของอลิซในแดนมหัศจรรย์
ลูอิส แครอลล์ เขียน แก้วคำทิพย์ ไชย แปลและเรียบเรียง
คลาสสิกสำนักพิมพ์ ราคา 110 บาท
 
อลิซผจญภัยในโลกกระจก
ลูอิส แครอลล์ เขียน รัชยา เรืองศรี แปลและเรียบเรียง
สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์บุ๊คส์ ราคา 90 บาท
 
ครั้งหนึ่งนั้นฉันคืออลิซ (Alice I have been)
เมลานี เบนจามิน เขียน ขีดขิน จินดาอนันต์ แปล
แพรวสำนักพิมพ์ ราคา 255 บาท
 
อตินเอง
 
พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Honey.T Columnist 29 ธ.ค. 58 15:49 น. 1

อลิซถือว่าเป็นหนังสือโปรดของน้ำผึ้งเลยนะคะ ชอบมากๆ เลย อ่านแล้วรู้สึกมีอะไร แต่ว่า... เล่มสุดท้ายยังไม่เคยอ่านเลย สงสัยต้องไปหาอ่านแล้ววว เย้

0
กำลังโหลด

6 ความคิดเห็น

Honey.T Columnist 29 ธ.ค. 58 15:49 น. 1

อลิซถือว่าเป็นหนังสือโปรดของน้ำผึ้งเลยนะคะ ชอบมากๆ เลย อ่านแล้วรู้สึกมีอะไร แต่ว่า... เล่มสุดท้ายยังไม่เคยอ่านเลย สงสัยต้องไปหาอ่านแล้ววว เย้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เดี๋ยวนะ... ขอนึกก่อน Member 7 ม.ค. 59 09:34 น. 3

//เสริมสั้น ๆ จากพี่อติน

ลูอิส แครอลเป็นนักคณิตศาสตร์

และคงมีโอกาสไม่มากนักที่เราจะได้อ่านนิยายจากปลายปากกาของนักคณิตศาสตร์ ว่าไหม? เยี่ยม

//อ่านฉบับดั้งเดิมทั้งสองเล่มแล้ว แนะนำให้อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตที่ท้าทาย


 

0
กำลังโหลด
วุ้นนม || WoonNom Member 22 ก.พ. 60 17:09 น. 4

กำลังอ่าน Thought the looking glass อยู่ค่ะ แต่เล่มครั้งหนึ่งฉันคืออลิซนี่เพิ่งเคยได้ยิน สงสัยต้องไปหาอ่านแล้ว

1
กำลังโหลด
peckpalit7o2 Member 7 ก.ย. 60 14:40 น. 5

ชอบมาก จำได้ว่าเคยอ่านตอนเด็กๆ รู้สึกถึงความลึกลับน่าค้นหา ตื่นเต้นทั้งเนื้อหา ภาพก็ชวนดูมากๆ ตอนเด็กยืมหนังสือจากโรงเรียน แล้วไม่อยากเอาคืน 5555 จนปัจจุบันอายุยี่สิบต้นๆแล้ว ยังบอกให้น้อง ไปดูสิว่าหนังสือเรื่อง อลิซ ยังอยู่ที่โรงเรียน เอามาให้อ่านหน่อย แต่น้องบอกหาไม่เจอหนังสือเก่าๆ ครูโละทิ้งไปหมดแล้ว เสียใจ

0
กำลังโหลด
Ashadow 22 เม.ย. 62 21:49 น. 6

มีความมเพิ่งได้มาเป็นแบบแปลไทยค่ะ มีทั้งสองเรื่องอยู่ในเล่มเดียวกัน พออ่านแล้วมาอ่านอันนี้ จำบทสนทนาได้เลยทีเดียวค่ะ แอบมีความงงแต่รุ้สึกดีที่ได้ครอบครองเล่มนี้มากกกก

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด