/>

คลินิกนักเขียน ตอน ปราปต์ กับ ฉากโดนใจของนิยายระทึกขวัญ []

วิว

คลินิกนักเขียน

ตอน ปราปต์
กับ ฉากระทึกขวัญที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก

สวัสดีน้องๆ ที่มาเข้าอ่านบทความคลินิกนักเขียนของเราทุกคน
สำหรับเดือนนี้ เรามากันที่หัวข้อ
"ฉากระทึกขวัญ" ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก 

หลายคนคงสงสัย ไม่เข้าใจ
อยากรู้ว่า ทำไมเดือนกุมภาพันธ์ แต่เราเลือกฉากระทึกขวัญ 
ก็เพราะเราอยากสร้างอะไรแปลกใหม่ 
และที่สำคัญ เพราะนักเขียนประจำคลินิกนักเขียนของเราคนนี้ 
เป็นนักเขียนที่มีความสามารถในเรื่องการสร้างฉากที่ระทึกขวัญ
สำนวนการเขียนของเรา อ่านแล้ว
"ระทึก" ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นนิยายเรื่องไหนก็ตาม 

เราหวังว่า น้องๆ ทุกคนที่เข้าร่วมคลินิกของเราครั้งนี้
จะได้ประโยชน์จาก
"ปราปต์" นักเขียนคนเก่งของเราไม่มากก็น้อย
สำหรับเดือนหน้า เราเปิดคลินิกนักเขียนเวิร์กช็อปครั้งที่ 2 
ก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวไรเตอร์เช่นเคยนะคะ 

ขอบคุณมากที่สนับสนุนบทความของเราค่ะ 
ทางทีมงานจะพยายามหานักเขียนที่น่าสนใจมาเข้าร่วมคลินิกของเราสม่ำเสมอ 
น้องๆ นักเขียนรุ่นใหม่จะได้ประโยชน์จากนักเขียนรุ่นพี่ด้วย ^ ^ 
 

 

 

ปราปต์

หนึ่งในนักเขียนที่อยู่กับเว็บเด็กดีมานานมาก แม้จะมีผลงานเพียงไม่กี่เล่ม แต่ทุกเล่มล้วนแต่มีคุณภาพ โดยเฉพาะสองเล่มหลังสุดอย่าง "กาหลมหรทึก" และ "นิราศมหรรณพ" ได้รับการยกย่องจากนักอ่านและนักวิจารณ์จำนวนมาก ว่าเป็นนิยายระทึกขวัญรุ่นใหม่ที่น่าตื่นเต้น แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ 

การเขียนฉากระทึกขวัญ ให้น่าติดตาม  
โดย ปราปต์ 

 

หลักการเขียนฉากระทึกขวัญหรือฉากตื่นเต้นที่ดีก็เหมือนกับการเขียนฉากอื่นๆ ครับ คือ “ถ้าเรารู้สึก คนอ่านก็จะรู้สึก” เหมือนฉากหวาน ถ้าเราเขียนแล้วยิ้ม คนอ่านจะยิ้ม ฉากเศร้า เราเขียนแล้วร้องไห้ คนอ่านก็น้ำตาไหลตาม ฉากระทึกเราต้องเป็นคนแรกที่เขียนแล้วรู้สึกใจเต้น ตัวสั่น ขนลุกเสียก่อน คนอ่านอ่านตามแล้วถึงจะวางไม่ลง
 
ฉากระทึกมีแทรกอยู่ในนิยายทุกประเภท การเสริมซีนระทึกเข้าไปทำให้เรื่องเอื่อยๆ ดูน่าติดตามขึ้นมาทันที อย่างเช่น แทนที่เราจะเล่าเรียบๆ แค่ว่า
 
“ซินเดอเรลล่าวิ่งหนีเจ้าชายแล้วเผลอทำรองเท้าแก้วหลุดก่อนจะไปถึงรถฟักทอง
 
เราสามารถทำให้น่าตื่นใจขึ้นโดย
 
“ซินเดอเรลล่าผละจากวงแขนของเจ้าชาย เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด ทุกครั้งที่เสียงนาฬิกาดังก็เป็นทุกครั้งที่ขนอ่อนของเธอลุกกระเพื่อม มนต์กำลังจะสลาย เจ้าชายกำลังจะพบตัวจริงของฉัน! หญิงสาวพุ่งไปยังบันได ทำไมมันสูงชันนักนะ! สุ่มแทบทำสะดุดขาแต่ว่าเธอยังต้องไป โอ๊ะ! ไม่! รองเท้าหลุด!
 
“เธอ! เดี๋ยวก่อน!”
 
เสียงทุ้มห้าวและเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนลั่นตามมาสะท้อนเบื้องโถงหน้าวัง เจ้าชายใกล้เข้ามาทุกขณะ! และซินเดอเรลล่าไม่มีเวลาเหลืออีกต่อไป
 
ร่างงามโผนขึ้นรถฟักทอง “ออกรถ!” เธอตะโกนก้อง”
 
เราจะได้ฉากที่ทำให้คนอ่านหายใจตามไม่ทันเพิ่มมาอีกหนึ่งฉาก!
 
ทริกง่ายๆ ของการสร้างฉากระทึกคือ เริ่มร่างซีนเอาไว้ก่อน (ในหัวหรือในกระดาษก็ได้) ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครบ้าง ลำดับให้ดี อะไร 1 อะไร 2 มีสิ่งของอะไรจำเป็นสำหรับฉากนั้น (หรือสำคัญกับเรื่อง กับฉากถัดๆ ไป) ค่อยใส่มา ซีนระทึกขวัญเน้นแอ๊คชั่นที่เวิร์กส่วนใหญ่มักไม่เสียเวลาบรรยายอะไรยาวๆ เน้นคำกระชับ เลี่ยงคำเชื่อม
 
อย่างไรก็ตาม ฉากระทึกใจอาจไม่จำเป็นต้องมีการกระทำ (แอ๊คชั่น) ของตัวละครนำเรื่อง อาจไม่มีแอ๊คชั่นชัดเจน แต่เน้นที่บรรยากาศของเรื่อง หรือการคิดไตร่ตรองก็ได้เหมือนกัน เพราะถ้าเราเล่าด้วยปลายปากกาที่ระทึกสั่น ตอนอ่านคนอ่านก็จะขนลุกตามแน่นอนครับ

 
  


 

1

Kentas      

Novel : ราตรีสยองขวัญ 
Link (สำหรับอ่านผลงาน) :  http://writer.dek-d.com/popstar/writer/view.php?id=14151

ตัวอย่างอาการ :

วันนี้เธอมาถึงในช่วงเช้าของวัน จึงพอมีเวลาสำรวจพื้นที่อยู่พอสมควรก่อนเริ่มงานจริงในคืนนี้เธอเดินมุ่งหน้าไปยังท้ายสุดของซอยเป็นอันดับรกจึงได้รู้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้ แบ่งเป็นซอยย่อยหลายๆซอยเมื่อคาดการจากสายตาแล้ว มีประมาณฝั่งละ 4 ซอยเธอจึงตัดสินใจไปสำรวจฝั่งซ้ายก่อน เดินไปจนถึงซอยแรกแล้วค่อยๆสำรวจมาถึงบ้านพักของเธอ เดียวโดยเดินจากท้ายซอยมาหน้าซอย และเดินไปซอยถัดไปลักษณะรูป M สิ่งที่เธอพบเห็น แต่ละซอยนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง มีเสาไฟฟ้า และมีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกซอย
 

ในซอยแรก บ้านทุกหลังเป็นบ้านแฝด หลังคาสีเขียว ทาสีออกน้ำตาลตลอดทั้งซอย มีคนอยู่ในซอยเพียงไม่กี่หลัง เนื่องจากเป็นสุดซอยบ้านจึงมีแค่ฝั่งซ้ายของเธอเพียงฝั่งเดียว
 

ซอยที่สอง เป็นบ้านหันหน้าชนกัน ลักษณะไม่แตกต่างจากซอยแรกมากนัก ต่างกันแค่สีหลังคาเป็นสีส้ม แต่มีรถเก่า รวมถึงโครงรถ จอดอยู่หน้าบ้านแทบทุกหลัง ทางกลางซอยมีเจ้าของบ้านคนหนึ่งมีลูกเป็นเด็กดาวซินโดรม เมื่อเธอเดินผ่านเด็กคนนั่นตะโกนทักเธอลั่นว่า “ออกไปให้พ้น”  กิ่งยังไม่วายที่จะลั่นชัตเตอร์ไปที่เด็กคนนั้นก่อนจะเดินต่อไป
 

ซอยสามลักษณะบ้านเป็นรั้วไม้และหญ้ารกร้าง ไม่ค่อยมีอะไรน่าดึกดูดใจและไม่มีคนอยู่ภายในบ้านเลยซักหลัง
 

ซอยสี่ซอยนี้หลังคาบ้านสีแดงทั้งแถบแต่ละคนที่เดินผ่านลักษณะซูบผอมจนติดกระดูก ซอยโล่งไม่มีรถสักคัน ลักษณะรั้วเป็นไม้โบราณพุพัง
 

เธอเดินวนมาเรื่อยๆจนถึงซอยบ้านพักของตัวเอง ใกล้ถึงเวลา ทำงานจริงแล้ว เธอเช็คสภาพกล้องอีกครั้งนั่งพักดื่มน้ำให้หายเหนื่อยก่อน อีก10นาทีจะถึงเวลาทุ่มตรง มีข้อความเข้ามาในโทรศัพท์ของจ้าว เป็นข้อความว่าให้ไปถ่ายภาพบริเวณบ้านแฝดให้ได้มากที่สุดก่อนผมให้เวลาคุณถ่ายภาพโซนนี้ 3 วัน โดยครั้งนี้จ้าวเลือกที่จะเดินจากซอยใกล้ที่พัก และห่างออกไปเรื่อยๆ
 

คืนที่หนาวเย็นและเงียบสงัด แสงไฟสองข้างทางสาดแสงไปทั่วท้องถนนส่องให้เห็นทางข้างปากซอยอันห่างไกล เธอหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพถนนอันว่างเปล่าที่ขนาดข้างด้วยบ้านหลังคาสีแดงเป็นสิ่งแรก ภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเงียบสงบของหมู่บ้าน เธอเดินมาเรื่อยๆ ลั่นชัตเตอร์อยู่เป็นระยะ
 

(อ่านเนื้อเรื่องต่อได้ที่ลิงก์ด้านบน) 
 

วินัจฉัย :

ความรู้สึกแรกที่เริ่มอ่านคืออยากให้ระวังการสะกดผิด และใช้คำซ้ำเยอะ
 
ความรู้สึกต่อมาคือ ตกลงซอยที่ “เธอ” เดินอยู่หน้าตาเป็นยังไง?
 
ความรู้สึกต่อจากนั้น  “เธอ” “จ้าว” และ “สาวห้าวถือกล้อง” คือคนเดียวกัน?
 
ความรู้สึกต่อไปและต่อๆๆๆ ไป สรุปว่าสิ่งที่เรากำลังอ่านอยู่นี่มีความสำคัญอย่างไรกับเนื้อเรื่อง และเราจำเป็นต้องอ่านจริงๆ หรือ?
 
ประเด็นที่ 2-4 นั้นดูเหมือนแยกกัน แต่จริงๆ มีรากร่วมกัน คือ คนเขียนอาจยังไม่เข้าใจดีพอว่ากำลังจะสื่ออะไรถึงคนอ่าน กรณีนี้ ควรร่างเรื่องย่อไว้แต่แรกก่อน จะทำให้เห็นว่าเรื่องของเราเกี่ยวกับอะไร มีจุดเริ่มต้นยังไง จบยังไง ระหว่างนั้นต้องเดินไปทางทิศไหน จากนั้น (ถ้าจะให้ดี) ในแต่ละตอนก็ควรโน้ตหรือทำ Treatment ไว้ด้วยเพื่อรักษาแกนเรื่องครับ (Treatment คือเรื่องย่อในแต่ละซีน การใช้ Treatment ช่วยชีวิตผมไว้มากในงานเขียน) เวลาเขียนแต่ละซีน เราต้องแม่นในใจความของซีนนั้นๆ ว่ากำลังจะบอกอะไร กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละคร และซีนนั้นมี “ความสำคัญ” หรือ “ผลกระทบ” อย่างไรต่อเนื้อเรื่องหลัก แล้วจึงเขียนไปบนเส้นทางที่เราวางไว้ครับ
 
การแม่นในใจความนั้นจะช่วยให้เราไม่เดินเป๋ ไม่เสียเวลาทั้งของตัวเองและคนอ่าน อย่างฉากนี้มีการเล่าถึงคืนแต่ละคืน ซอยแต่ละซอยอย่างละเอียด (มาก) จนก่อให้เกิดคำถามข้างต้นว่ามันจำเป็นที่จะต้องละเอียดขนาดนี้มั้ย ข้ามไปบางซอยและบางคืนไม่ได้เหรอ และจำเป็นจริงๆ หรือไม่ที่คนอ่านจะต้องรู้
 
กรณีคนเขียนยืนยันว่าจำเป็น นั่นแสดงว่าวิธีการให้สารอาจกำลังมีปัญหา เพราะคนอ่านไม่รับรู้ว่า “จำเป็น” เลย แบบนี้นับว่าเสี่ยงมากที่จะถูกอ่านข้ามไป (นึกถึงการอ่านหนังสือเพื่อหาข้อมูลไปทำรายงานแล้วเราลากสายตาข้ามช่วงที่รู้สึกไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เราอยากรู้ไปน่ะครับ)
 
ถามว่าแล้วจะทำยังไงให้ข้อมูลก้อนนี้ไม่ถูกอ่านข้าม คำตอบคือ แยกมันออกเป็นซีนใหม่ แบ่งตามซอยแต่ละซอยก็ได้ หรือคืนแต่ละคืนก็ได้ จากนั้นใส่แอ๊คชั่นของตัวละครลงไปให้แอ๊คชั่นเป็นตัวอธิบายคนอ่านแทนคำบรรยายยาวๆ ของเราครับ เราอยากจะบอกว่าซอยนี้มีหมา ก็ใส่แอ๊คชั่นว่า “เธอ” ทำอะไรอยู่แล้วถึงเจอหมา หมาโผล่มายังไง กลิ่นของมันเหม็นมั้ย น้ำลายไหลยืดรึเปล่า แต่ทั้งนี้โน้ตว่า “หมา” ต้องเป็นใจควาสมำคัญกับเรื่องที่ดำเนินอยู่นะ
 
ในส่วนของการบรรยายภาพ (ทั้งฉากและตัวละคร) ก็เช่นกัน บางทีเราอาจนึกไม่ออกว่าจะใส่มากหรือน้อยยังไงดี น้อยไปก็กลัวคนอ่านไม่เก็ท หรือพอเรารู้สึกว่าเขาต้องไม่เก็ทแน่เลย ก็เลยใส่ข้อมูลขยายลงไปอีก ลงไปอีก ลงไปอีก ซึ่ง (สำหรับผม) ถือว่าค่อนข้างเป็นความเชื่อที่ผิดนะครับ เพราะยิ่งใส่คนจะยิ่งไม่เข้าใจ ภาพที่มัวๆ อยู่แล้วจะยิ่งงงจนเหลือแค่ตัวอักษรที่เราเขียนเท่านั้น เคล็ดลับง่ายๆ ของการบรรยายที่ได้ผลคือ นึกภาพในหัวก่อน จากนั้นจินตนาการถึงอารมณ์ของฉากนั้น พออารมณ์มามันจะเกิดการเก็ทโดยอัตโนมัติทันทีว่าเราควรจะบรรยายอะไรบ้าง ในกรณีที่ยังงง ให้เลือกบรรยายคร่าวๆ แล้วใส่รายละเอียดที่เป็นจุดสำคัญกับเนื้อเรื่องหรืออารมณ์เรื่องของเราก็พอ เว้นที่ว่างให้คนอ่านถมเต็มด้วยจินตนาการของเขาต่อ
 
ประเด็นสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือการอธิบายข้อมูล ไม่ควรยกจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมาทั้งกระบิ แม้จะใส่เป็นเชิงอรรถก็ต้องอ่าน (จากกี่ที่ก็ตามแต่ – ถ้าจะให้ดีก็ควรหลายที่) แล้วนำมาเขียนใหม่ด้วยภาษาของตัวเองครับ

2

กุหลาบพเนจร

Novel : มิวนิค...ปลายทางฝันนี้ที่รอคอย (The Day I’m Waiting For) 
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://my.dek-d.com/rheinfall/writer/viewlongc.php?id=528898&chapter=4

ตัวอย่างอาการ :

ไอยลดาสังเกตุรอบ ๆ บริเวณนั้นเป็นเนินเขาที่มองแล้วไม่น่าจะสูงมากแต่มีจุดสโลปของการเดินสกี ทำให้หลายคนชอบมาที่นี่ ทางเดินลงเหมือนถนนลงมาจากเนินเขาปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวหนาแน่นซึ่งสองข้างเป็นป้ายเตือนเป็นจุดและแนวกันเพื่อป้องกันไม่ให้คน ตกลงไปด้านข้างซึ่งไม่ใช่ส่วนของถนนนั่นเอง ขณะที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นก็มีหิมะโปรยปรายลงมาแล้ว สองข้างทางและบริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นสนที่ถูกหิมะปกคลุมจนเป็นสีขาว สลับเชียวในจุดไม่มีถูกปกคลุม เธอคิดในใจว่าถ้าเป็นหน้าร้อนคงจะได้เห็นอีกทัศนียภาพอันสวยงามจากตรงนี้อีกเป็นแน่
 
"เด็ก ๆ คะ เรารอคุณพ่อกันที่ตรงนี้นะคะ อย่าออกห่างคุณแม่และคุณน้าไอย เพราะถ้าหากันไม่เจอคุณพ่อต้องเล่นงานคุณแม่แน่เลย สัญญานะคะ"
 
"งั้นเราเล่นปาหิมะรอคุณพ่อกันได้ใช่มั้ยค่ะคุณแม่" สิรีย์ถาม
 
"ได้ค่ะ แต่ระวังพวกเล่นสกีบอร์ด หนูหลบให้ทางเขา ด้วยนะคะ"

ทั้งสองพยักหน้าแล้วออกวิ่งไปข้างหน้าทันที โดยมีน้าสาววิ่งตามไปติด ๆ ส่วนตัวเธอก็มีหน้าที่นำของไปเก็บยังจุดที่ทางเทศบาลเมืองจัดไว้ให้ จากนั้นก็เดินตามไปสมทบพร้อมกับลากสกีทั้งเซ็ตของเธอและลูกออกไปด้วย
 
 ส่วนสองหนุ่มก็กำลังจะไปยังจุดที่ต้องเดินสกี แต่ทั้งสองยังไม่ได้ใส่สกีลงไป เพียงแต่ลากมาด้วยเท่านั้น แมคมาใจชุดสีแดงสลับกับเทาสะท้อนแสง ส่วนคิมนั้นมาในชุดสีดำสลับเทาสะท้อนแสง ทั้งสองหนุ่มสองบุคลิกจึงดูหล่อและเทห์แบบกินกันไม่ลงเลยทีเดียว

(อ่านเนื้อเรื่องต่อได้ที่ลิงก์ด้านบน) 
 

วินัจฉัย :

เรื่องนี้อ่านแล้วงงๆ เพราะการเว้นวรรคครับ อยากให้ตรวจวรรคและคำผิดก่อน การบรรยายและให้อารมณ์หลายส่วนโอเคแต่มาสะดุดเพราะสองจุดนี้อย่างน่าเสียดาย ปัญหาใหญ่อีกส่วนที่ทำให้อ่านไม่รื่นนักคือการใช้คำเยอะ คำซ้ำ และการเล่าความซ้ำไปซ้ำมา อาทิ
 
ย่อหน้าแรก “ทางเดินลงเหมือนถนนลงมาจากเนินเขาปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวหนาแน่นซึ่งสองข้างเป็นป้ายเตือนเป็นจุด”
 
สามารถตัดคำซ้ำ คำเยิ่นเย้อ และรวบความได้ว่า “ทางเดินเหมือนถนนลงเขาซึ่งปกคลุมด้วยหิมะขาว สองข้างมีป้ายเตือนเป็นระยะ” ผมตัดคำว่า “หนาแน่น” เพราะคำว่า “ปกคลุม” ที่ใช้ไปก่อนก็ค่อนข้างสื่อภาพได้ดีอยู่แล้ว และใช้คำว่า “เป็นระยะ” แทนคำว่า “เป็นจุด” เพราะคำว่าเป็นจุดให้ภาพเหมือน dot มากกว่าครับ
 
หรือ “สองข้างทางและบริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นสนที่ถูกหิมะปกคลุมจนเป็นสีขาว สลับเขียวในจุดไม่มีถูกปกคลุม” สามารถตัดเหลือเพียง “สองข้างทางและบริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยต้นสนที่ถูกหิมะปกคลุมจนเป็นสีขาวสลับเขียว” ก็พอ
 
หรือ “ส่วนสองหนุ่มก็กำลังจะไปยังจุดที่ต้องเดินสกี แต่ทั้งสองยังไม่ได้ใส่สกีลงไป เพียงแต่ลากมาด้วยเท่านั้น” ตรงนี้อ่านแล้วคนไม่เคยเล่นสกีก็แอบงงๆ อยู่นะครับ
 
การบรรยายเสื้อผ้าตัวละคร สามารถทำให้เด่นและมีน้ำหนักขึ้นได้ด้วยการผูกโยงเข้ากับฉากหรือพื้นเพของตัวละคร เช่น เสียเวลารีเสิร์ชต่ออีกหน่อยว่าเสื้อพวกนี้ตัดเย็บจากผ้าอะไร สมมติว่าผ้าเรยอน ผ้าแบบนี้ช่วยกันความหนาวเย็นได้ดีแค่ไหน เมื่อมีข้อมูลมาเสริมเราก็จะได้การบรรยายเสื้อผ้าเก๋ๆ ว่า “แมคสวมเสื้อกันหนาวสีแดงสลับเทา เนื้อผ้าเรยอนช่วยเก็บกักไออุ่นไว้ได้แม้ในสถานลมโกรกและอุณหภูมิแตะจุดลบองศาเซลเซียส” หรือถ้าโยงกับพื้นเพตัวละครก็เช่น “คิมมาในชุดดำที่ช่วยพรางร่างล่ำใหญ่ของเขาให้ดูเพรียวยิ่งขึ้น แถบสะท้อนแสงสีเทาดูเป็นประกายจนชายหนุ่มหล่อเด่นมาตั้งแต่สันเขา” เป็นต้น
 
ในส่วนของอารมณ์ระทึก ฉากช่วงสกีจะลงมาทับเด็กยังดูงงๆ และยืดเยื้อเพราะการตัดมุมมองไปทางฝ่ายผู้หญิงทีและฝ่ายฝรั่งที หากเจาะไปที่ฝั่งผู้หญิง สร้างเหตุการณ์ที่คนเล่นสกีแล่นมาใกล้ถึงแล้วจึงค่อยบรรยายว่าฝรั่งแทรกเข้ามาช่วยไว้ทัน จะสร้างอารมณ์ลุ้นได้ดีกว่า ขณะที่ฉากโจรราวกระเป๋าให้อารมณ์ได้โอเคแล้วครับ
 
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรคำนึงว่าฉากระทึกขวัญไม่ควรใช้การบรรยายยาวๆ เน้นคำสั้น ให้ความรู้สึก และเห็นภาพ ถ้ามีเสียงก็เอาเสียงช่วย จะทำให้เกิดการเร้าได้ดีครับ ตัวอย่างง่ายๆ เช่นคำอุทาน "คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถิด !" นั้น ตัดเหลือแค่ “คุณพระ!” ก็พอ เพราะในความจริง ท่ามกลางสถานการณ์ฉับพลันคงไม่มีใครอุทานได้ยาวขนาดนั้นครับ 

3

Desnight

Novel : Vampire hunt กระหายรักนายนักฆ่า
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://my.dek-d.com/torikita/writer/viewlongc.php?id=1215095&chapter=2

ตัวอย่างอาการ :

ภายใต้หมอกหนา ฉันยืนอยู่ท่ามกลางความมืดเพียงคนเดียว...ความหวาดกลัวเข้าถาโถมจิตใจจนขาทั้งสองข้างไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ ฉันมองความมืดรอบตัวอย่างระแวดระวัง หัวใจเต้นกระหน่ำอย่างตื่นตระหนก ฉันอยู่ที่ไหนกัน...ทำไมมันถึงได้มืดขนาดนี้
 
…วีน่า...           
 
เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดรอบตัว ฉันสะดุ้งอย่างตกใจและตะโกนถามกลับไปแทบจะทันทีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
 
...ใครน่ะ...
 
...วีน่า จงตื่นเถอะ...

เสียงนั้นดังซ้ำอีกครั้ง ฉันมองหาที่มาของเสียงด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว หมอกหนามืดค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหาฉันช้าๆ ฉันหลับตาลงและเผลอกลั้นหายใจ ฉันรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ลอยผ่านตัวไป ขนแขนในกายลุกชัน เพราะสัมผัสแปลกประหลาดบางอย่าง
 
ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้งพบว่าทิวทัศน์รอบตัวไม่ใช่ความมืดมิดอีกต่อไป ตรงหน้าฉัน..เป็นกรงขังสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ดวงตากลมเบิกตาโพลงมองสิ่งที่อยู่ในนั้น ก่อนที่ฉันจะยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้องของตัวเอง

ฉันเห็นศพของคนนอนประปรายจมกองเลือดอยู่ในกรงขัง...และเก้าอี้บุนวมสีแดงขนาดใหญ่ที่สลักไม้ทองสวยงาม มีรอยเลือดบางๆเปรอะเปื้อนตั้งอยู่กลางห้องและยังมีร่างบอบบางที่นั่งก้มหน้าอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น ผมสีดำสลวยปล่อยยาวระพื้น จึงมีบางส่วนที่เปื้อนเลือด ดูน่าขยาดในสายตาของฉัน  

ฉันมองไม่เห็นหน้าของเธอคนนั้น เพราะมีผมสีดำบังอยู่ เธอสวมชุดเกาะอกสีแดงสดมีระบายน้อยๆ แต่ชุดเดรสที่เธอสวมอยู่นั้น ถูกบดทับด้วยโซ่ตรวนขนาดใหญ่รัดร่างทั้งร่างให้ตรึงอยู่กับเก้าอี้ ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆห้องขังทีละก้าวอย่างเผลอตัวตามเสียงเรียกหวานใสที่ดังก้องกังวาน
 
...วีน่า....
 
...วีน่า....
 
พรึ่บ!

(อ่านเนื้อเรื่องต่อได้ที่ลิงก์ด้านบน) 

 

วินัจฉัย :

บรรยายได้เห็นภาพและให้ความรู้สีก มีการตัดจังหวะย่อหน้าได้ดี เลือกใช้คำได้ดีด้วยครับ เห็นความพยายามในการเลี่ยงคำซ้ำ จะมีตรงย่อหน้า “ทันทีที่มือของฉันแตะเหล็กห้องขัง” ที่พบคำซ้ำเยอะหน่อย อาจตัดบางคำออกไปได้ครับ เช่น
 
“ทันทีที่มือของฉันแตะเหล็กห้องขัง ร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็เงยหน้าขึ้นจ้องฉัน ดวงตาสีแดงฉานราวกับหยาดโลหิตตรึงให้ขาของฉันอยู่กับที่...ใบหน้าหวานของคนตรงหน้าซับรอยเลือดจางๆ ริมฝีปากเหยียดยิ้มอย่างน่ากลัว ทำให้ฉันมองเห็นเขี้ยวเล็กๆที่มุมปากรวมถึงเลือดสดๆที่ไหลลงมาจากริมฝีปากบางสีแดงสดช้าๆ ก่อนที่ใบหน้าหวานนั้นจะบิดเบี้ยวแล้วแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ร่างบางเจ้าตัวขยับตัวทำท่าจะลุกมาหาฉัน แต่ติดโซ่ตรวนใหญ่ที่รั้งร่างนั้นเอาไว้ ดวงตาสีแดงฉานจ้องฉันไม่คลาด เพียงแวบเดียวเท่านั้นที่โซ่นั้นก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างบางที่จ้องฉันอยู่ก่อนแล้วแสยะยิ้ม (วลีท่อนหน้านี้อธิบายละเอียดไปหมดแล้วแต่แรกไม่ต้องพูดซ้ำก็ได้ครับ) พลางคนตรงหน้าพุ่งตัวออกจากห้องขังทันทีและตรงเข้ามาหาฉัน...ด้วยความตกใจ” (แอบงงนิดนึงว่า “ด้วยความตกใจ” ข้างหลังนี่อธิบายฉันหรือคนหน้าหวานกันแน่ครับ)
 
จำไว้ว่าฉากระทึก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฉับไวเราไม่ควรใช้คำยาวๆ ตัดได้ตัดครับ

4

Archy

Novel : Dark Sight ในความมืด

Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=118176

คำแนะนำ : 
อ่านรื่นมาก นี่ไม่ใช่ฝีมือของนักเขียนใหม่แล้วล่ะ ^^ การบรรยายเห็นภาพชัดโดยไม่ต้องใช้คำมากมาย ให้ความรู้สึก และไม่กระโดดข้าม POV ของตัวละครไปมา นอกจากนั้นยังมีการทิ้งจังหวะตัดฉากและใช้ย่อหน้าแบบหยุดลมหายใจเป็นการเร้าให้คนอ่านอยากตามต่อ ไม่มีตรงไหนสะดุดให้รู้สึกเลยว่า ‘จะบอกตูมาทำไม’ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการเขียนนะครับ เวลาของเรามีค่า เวลาของคนอ่านก็มีค่า ไม่ควรทำให้ใครเสียเวลาไปโดยไร้ประโยชน์
 
สิ่งที่อาจต้องระวังคือการสะกดคำผิด ลองเข้าไปด้อมๆ มองๆ ในเว็บแล้วเห็นมีผลงานรวมเล่มแล้วด้วย ขอแสดงความยินดีและขอให้ขายดีๆ นะครับ ^^

5

Macaros 

Novel : Merifa เงามรณะ
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://my.dek-d.com/nimamoko/writer/viewlongc.php?id=1374220&chapter=1

คำแนะนำ :

ใช้คำเยอะ เช่น แล้วถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม (อย่างไรก็ตาม)
 
และส่วนใหญ่เลือกคำยาวๆ เช่น กระทำ (ทำ) ทั้งหมดทั้งมวล (ทั้งหมด) ก้าวเดิน (ก้าว/เดิน)
 
แต่ก็ไม่ทำให้เสียอารมณ์ในการอ่านเพราะทั้งหมดปรุงรสเป็นอีกอารมณ์ เนิบช้า แต่ว่าชัดเจน และไม่เปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะการบรรยายสภาพศพและแอ๊คชั่น (การกระทำของตัวละคร) ทำให้เกิดอารมณ์เสียวดีครับ
 
ตอนนี้ภาษาพูดและการกระทำของตัวละครยังดูเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นมากๆ แต่เข้าใจว่าธีมของเรื่องเป็นแบบนี้ กรณีถ้าเขียนเรื่องแนวอื่นต้องระวังจะติดไปใช้นะครับ
   

6

พลอยนิล-อะเมะยูคิ

Novel : Middonaito 2 ผม เธอ เขา และเหล่าภูตผี
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://my.dek-d.com/ameyuki2011/writer/view.php?id=729117

คำแนะนำ :

มีการปูเรื่องพร้อมใส่ปริศนาต่างๆ มาดึงความสนใจไว้ได้ทำให้น่าติดตามตลอด บรรยายแอ๊คชั่นของตัวละครได้เห็นภาพดี ฉับไว และมีการตัดจังหวะคำพูดที่ไม่ทำให้รู้สึกสะดุด เป็นสิ่งที่เหมาะมากกับฉากระทึกขวัญ การใช้สองส่วนนี้สลับกันไปมาอย่างราบรื่นถือเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งนะครับ แต่ต้องระวังไม่ควรใช้วิธีนี้เรื่อยไปแต่ต้นจนจบเรื่อง ควรแทรกด้วยการบรรยาย การคิด ฯลฯ เพื่อเพิ่มจังหวะต่างๆ ให้สมบูรณ์
 
ช่วง “ทั้งผมและมามิอุทานชื่อ / นามสกุลของแขกผู้มาเยือนคนล่าสุด”
 
อาจใช้เป็น “ทั้งผมและมามิอุทานเรียกแขกผู้มาเยือนคนล่าสุด” เพื่อให้อ่านรื่นขึ้นครับ

การใช้เครื่องหมายคำพูดและอัศเจรีย์ไม่จำเป็นต้องเว้นวรรค เพื่อความสะดวกของบรรณาธิการในกรณีให้สนพ.พิจารณาเนาะ

7

กันดาล

Novel : น้ำตาพยัคฆ์
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://my.dek-d.com/plezen/writer/view.php?id=1336315

คำแนะนำ :

มีการใช้ความเปรียบระหว่างฉากได้น่าสนใจ (หนังบู๊/ฉากต่อสู้จริง) แล้วนำไปสู่การดึงอารมณ์ของฝ่ายรตี ในส่วนของฉากบู๊บรรยายได้เห็นภาพดี ถ้าลองตัดคำเชื่อมต่างๆ อาจทำให้ได้การเคลื่อนไหวที่ไวและระทึกใจมากขึ้นครับ แต่ฉากที่เชนถูกนำตัวเข้ามา ให้อารมณ์เหมือนละครส่วนใหญ่ที่ดูแล้วแค่ ‘รับรู้’ มากกว่าจะรู้สึกตาม ไม่เชิงว่าไม่ดี แต่ถ้าอยากเพิ่มความรู้สึกในฉากอาจต้องกำหนดให้ชัดว่าจะให้คนอ่านแล้วรู้สึกยังไง สงสารเชน เศร้าและกดดันตามรตี หรืออะไร มีท้ายฉากที่พอเอามีดจ่อคอแล้วจึงเรียกความรู้สึกหวาดเสียวและชวนลุ้นเพิ่มมากขึ้น ถ้ารักษาระดับอารมณ์แบบนี้ได้มาแต่ต้นจะทำให้คนอ่านอ่านแบบวางไม่ลงเลยครับ
 
ในส่วนอื่นๆ คำพูดยังดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติและดูเป็นละครมากไป อย่าลืมว่าละครสมัยนี้ก็พยายามพัฒนาภาษาให้เข้าปากคนมากขึ้นแล้วนะครับ

8

ZhIRo4th

Novel : มีคนตามผมมา
มายไอดี : 
http://my.dek-d.com/zhiro/writer/view.php?id=1360105
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://www.dek-d.com/activities/39898/

คำแนะนำ :

สร้างบรรยากาศเสียวสันหลังและชวนสงสัยดีครับ มีการตัดสลับ POV ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคนิคการเล่าแบบนี้จะทำให้เนื้อเรื่องดูเงียบเหมือนถูกดึงไปอยู่ในจิตสำนึกของตัวละครหลักเท่านั้น เทียบเป็นหนังก็เหมือนฉากที่ตัวละครลุกลนแล้วใส่เทคนิคให้ภาพรอบด้านเบลอๆ มัวๆ ฉากแบบนี้ในหนัง ถ้ามีแค่ช่วงสั้นๆ จะเร้าจังหวะอารมณ์คนดูได้ แต่ถ้านานไปหรือเป็นทั้งเรื่องย่อมไม่ดี คนดูจะมึนและปวดหัว กรณีของงานเขียน ถ้าใช้ทั้งเรื่องอาจเหมาะกับงานเรื่องสั้น ซึ่งตัวอย่างที่ทำมาก็เป็นเรื่องสั้นที่โอเค มีจุดหักมุมในตอนท้ายด้วยครับ 

9

รฉัตร พิกุลกรอง

Novel :  ฤามนตร์กามเทพ
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1356862&chapter=21

คำแนะนำ :

ภาษาไพเราะเหมาะกับเรื่องพีเรียดดี (ยังมีหลุดพวกการสะกดผิดเข้ามาทำให้สะดุด) การให้ภาพและอารมณ์ก็ทำได้ดี ตัวละครไม่ต้องทำอะไรมากแต่ก็ชวนให้ยิ้มตามความน่ารักได้
 
ในส่วนของฉากแอ๊คชั่นยังไม่ค่อยรู้สึกระทึกนัก จริงๆ ถ้าว่ากันตามเนื้องานลักษณะนี้ก็มักจะบรรยายประมาณนี้เนาะ แต่กรณีที่อยากเพิ่มความตื่นตาตื่นใจ อ่านไปขนลุกไปด้วย ก็ต้องลงลึกไปที่แอ๊คชั่นของตัวละครเยอะกว่านี้ครับ สร้างสถานการณ์คับขันเข้าได้เข้าเข็ม ดาบจะแทงลงมา ม้าขาเจ็บอยู่และเขาเองก้มหลบไม่ได้ ดาบใกล้เข้ามาแล้ว เขาพลิกตกม้าปรากฏว่ามีทวนแทงสวนขึ้นมาอีก ทันใดนั้นคนข้างหลังฟาดกระบองใส่คนถือทวนจนทวนหักถึงพื้นมาพร้อมๆ กับตัวเขาที่มีคนรับไว้ได้พอดี อะไรแบบนี้เป็นต้น 

10

ติญญา                                                                   

Novel : พันธะสีเพลิง
Link (สำหรับอ่านผลงาน) : http://writer.dek-d.com/heejin/writer/viewlongc.php?id=1337120&chapter=1

คำแนะนำ :

ภาษาดี มีการใช้คำหลากหลายและวาดภาพให้คนอ่านเห็นตามชัดเจน เป็นตัวอย่างที่ดีของการบรรยายภาพเพื่อให้อารมณ์ แม้จะยาวแต่ไม่รู้สึกน่าเบื่อ เหมือนเราค่อยๆ ลากสายตาตามไปเรื่อยๆ ก่อนจะตัดจบฉากเปิดด้วยความระทึกใจอย่างได้ผล
 
ถ้าถามว่ามีตรงไหนเพิ่มเติมได้บ้าง ก็อาจเป็นการวางคอนฟลิกที่หนักแน่นกว่านี้ ทั้งนี้ ถ้าอ่านจากเท่าที่ยกมาอาจรู้สึกว่าอ้าว ในเมื่อรู้ว่าเป็นการขโมยแล้วทำไมถึงยังจะหยิบมณีปรารถนาไปล่ะ (ของที่ฉากเร้าว่าน่าจะอันตราย) ตรงนี้อาจปูเรื่องเพิ่มถึงแบ๊กกราวด์และความจำเป็นของตัวละคร การสร้างความเก็บกด กดดัน แล้วเอามาผสานกับบรรยากาศในเรื่อง เช่นใส่ฟ้าผ่า ฟ้าแลบ หยากไย่ แมงมุมตัวใหญ่ หนูขี้เรื้อน หนอนในฉาก บลาๆ พวกนี้จะทำให้แตะใจคนอ่านจนมีอารมณ์ร่วมมากขึ้นครับ

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=atin

พี่อติน - ผู้เขียน

ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ปราปต์ #คลินิกนักเขียน #นิยายระทึกขวัญ #นักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป