6 ประโยคฮิตติดปาก จากอลิซในแดนมหัศจรรย์

 

6 ประโยคฮิตติดปาก จากอลิซในแดนมหัศจรรย์

สวัสดีชาวนักเขียนเด็กดีทุกคนค่ะ เราจั่วหัวมาด้วยชื่อของวรรณกรรมที่ใครๆ ก็รักอย่าง “อลิซในแดนมหัศจรรย์” (ภาพยนตร์ภาคสองกำลังจะเข้าโรงในเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว!) แอดมินเชื่อว่า ทุกคนที่คลิกเข้ามา ต้องเป็นแฟนคลับหนังสือเรื่องนี้แน่ๆ จริงไหมคะ แอดมินเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ชอบอ่านมาตั้งแต่เด็ก จนโตแล้วก็ยังย้อนกลับไปอ่านทวนซ้ำๆ ได้อีก ไม่มีเบื่อ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลินดีจริงๆ
 
สำหรับวันนี้ แอดมินเลือกหยิบยกหัวข้อ “ประโยคฮิตติดปาก” จากหนังสือเรื่องนี้ มาพูดถึงกัน แอดมินอ่านเป็นภาษาไทยก็จริง แต่ก็พอจะเห็นผ่านๆ ตา ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือฟังจากภาพยนตร์ที่ไปดูมา ก็เลยคุ้นเคยกับประโยคในเรื่องเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ 6 ประโยคหลักที่เลือกมานี่แหละค่ะ ได้ยินบ่อยจนติดหู
 
น้องๆ ไปฟังกันดีกว่า อยากรู้ว่าจะคุ้นๆ เหมือนแอดมินไหม
 

 

DOWN THE RABBIT HOLE

ลึกลงไปในโพรงกระต่าย

เครดิตภาพ : pinterest.com
 
สำหรับแฟนคลับหนังสือเรื่องนี้ ต้องรู้ทันทีว่าแอดมินพูดถึงอะไร ใช่แล้ว อลิซตัวน้อยของเราตกลงไปในโพรงกระต่าย โดยประโยคที่ลูอิส แครอลล์ นักเขียนเลือกใช้ ก็แค่ง่ายๆ อย่าง down the rabbit hole ประโยคนี้เหมือนประโยคเปิดเรื่องทั้งหมด คล้ายๆ กับ “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” นั่นแหละ เมื่อเริ่มต้นแล้ว เรื่องราวต่อๆ ไปก็ค่อยๆ ตามมาในที่สุด
 

 

MAD AS A HATTER

บ้าเหมือนแฮตเตอร์ (คนทำหมวก)

เครดิตภาพ : batman.wikia.com
 
ถ้าใครเคยไปดูหนัง คงจำบทบาทของ จอห์นนี่ เด็ปป์ ที่เล่นเป็นตัวละคร แมดแฮตเตอร์ หรือคนทำหมวกได้ดี และถ้าใครเคยอ่านหนังสือ ก็คงจำบุคลิกเกรียนๆ และความไม่เต็ม (จนเกือบบ้า) ของแฮตเตอร์ได้เช่นกัน จุดเด่นในงานเขียนของลูอิส แครอลล์ ก็คือ การสร้างตัวละครที่มีพลัง ไม่เหมือนใคร และแปลกประหลาด ทำให้ผู้อ่านเกิดความฉงน ไม่เข้าใจ แต่ขณะเดียวกันก็ทึ่งไปด้วยว่า เอ้ย นักเขียนคิดได้ไงเนี่ย ทุกวันนี้ แฮตเตอร์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความบ้า” ไปเสียแล้ว บ่อยครั้งที่เวลาเจอคนแปลกๆ ทำตัวบ้าๆ เราจะนึกถึงแฮตเตอร์ และเผลอเปรียบเทียบออกมา
 

 

CHESHIRE CAT GRIN

ยิ้มปากฉีกแบบเจ้าแมวเชไชร์

เครดิตภาพ : cheshirekit.wordpress.com
 
อีกหนึ่งตัวละครยอดนิยม ไม่แพ้แมดแฮตเตอร์ คงต้องยกให้ “เจ้าแมวเชไชร์” แมวที่ชอบยิ้มปากกว้าง เห็นฟันแทบจะทั้งปาก แมวเชไชร์ คืออีกหนึ่งตัวละครที่แสดงความอัจฉริยะของนักเขียนได้สุดยอดมากๆ แค่เห็นครั้งเดียว เราก็จดจำบุคลิกประหลาด และรอยยิ้มสุดหลอนของมันได้แม่นยำ ไหนจะคำพูดแปลกๆ ผสมผสานด้วยปรัชญาอีก คราวหน้าเจอเพื่อนคนไหนยิ้มกว้างๆ ลองล้อดูสิว่า ยิ้มปากฉีกเหมือนแมวเชไชร์เลยนะเธอ!
 

 

OFF WITH THEIR HEADS!

เอามันไปตัดหัวซะ!

เครดิตภาพ : folkpernoken.webuda.com
 
เชคสเปียร์เป็นผู้บัญญัติคำนี้เป็นคนแรก แต่ว่าลูอิส แครอลล์ จับคำคำนี้มายัดใส่ปากของราชินีโพแดงตัวอ้วน ขี้อาละวาด แล้วทำให้คนจดจำได้อย่างแม่นยำ (กว่าต้นฉบับเสียอีก) นี่ขนาดพิมพ์ๆ ข้อความอยู่ แอดมินยังได้ยินเสียง ออฟ วิธ แดร์ เฮดดดดด ของราชินีตัวร้ายดังลั่นเลยนะเนี่ย
 

 

I'M LATE, I'M LATE,
FOR A VERY IMPORTANT DATE

ฉันสายแล้ว ฉันสายแล้ว นัดสำคัญเสียด้วย

เครดิตภาพ : zazzle.com
 
คำพูดยอดฮิตของเจ้ากระต่ายขาว (ไวท์แรบบิท) ที่ตื่นตูมอยู่ตลอดเวลา แค่อ่านประโยค ก็นึกภาพของกระต่ายหน้าตาแตกตื่น ตาจ้องนาฬิกา แล้วรีบวิ่งแบบรีบร้อนสุดๆ ได้เลย
 

 

WHAT A STRANGE WORLD WE LIVE IN

โลกที่เราอยู่นี้ ช่างแปลกจริงๆ

เครดิตภาพ : etsy.com
 
อลิซพูดประโยคนี้กับราชินีโพแดง ด้วยความรู้สึก “แปลกใจ” จริงๆ ภายหลัง ประโยคนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คนเอาไปพูดต่อๆ กัน... มันก็จริงอย่างที่อลิซว่าอะเนอะ “โลกนี้มันช่างแปลกจริงๆ” จะว่าไปแล้ว แอดมินคิดว่า คำนี้สั้น กะทัดรัด แต่ความหมายกลับยิ่งใหญ่มากเลยละ
 
เป็นไงคะ 6 ประโยคแซ่บแค็ปให้ด้วยของเรา คุ้นๆ ประโยคไหนกันบ้างไหม ส่วนแอดมินน่ะ คุ้นทุกประโยคค่ะ เพราะว่าโตมากับวรรณกรรมเรื่องนี้เลย ใครชอบอลิซเหมือนกัน มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้นะคะ หรือจะยกตัวอย่างประโยคเพิ่มเติมอีกก็ได้ แอดมินรออ่านค่ะ 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณบทความ
ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Yeah, I'm a DreaMer !!! Member 17 เม.ย. 59 15:33 น. 9
ถ้าเป็นในหนังนี่เราก็ชอบอีกประโยคนึงนะคะ "ใช่! เธออาจจะบ้า แต่รู้อะไรไหม? คนฉลาดเป็นกันทุกคนล่ะ!" ปล.ในหนังนี่เราสงสารราชินีโพแดงนะคะ เพราะความจริงสั่งฆ่าคนไปก็เพราะเป็นการให้คนอื่นกลัว แบบคนอื่นจะได้ไม่คิดหนี(เพราะถ้าเจอตัวจะโดนจับไปตัดหัว) เพราะความจริงไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว เพราะเท่าที่เห็นราชินีขาวนี่จะเป็นที่รักจนไม่ค่อยมีใครสนใจราชินีแดงเลย สุดท้ายราชินีแดงก็ถูกทิ้ง(และด้วยที่รูปทรงอัปลักษณ์ด้วย) เลยไม่อยากอยู่คนเดียวจริงได้ทำตัวยังนั้นไป และมีฉากนึงดเวย ที่ราชินีแดงคิดว่า"เป็นที่หวาดกลัวดีกว่าเป็นที่รักหรือป่าว?" แน่นอนว่าเธอสับสนกับสิ่งที่ทำอยู่ ถ้าหากตอนนั้นจะมีคนดีๆสักคนที่ยอมเปิดใจให้เธอและบอกคำตอบที่ถูกต้องว่า"เป็นที่รักดีกว่าสิ!" และคอยบอกและนำทางสิ่งที่ถูกต้องให้เธอตลอดรอดฝั่ง หนูเชื่อว่าราชินีแดงคงเลิกทำตัวอย่างนี้และเป็นมิตรกับคนอื่นแล้วละ(หนูว่าราชินีเป็นคนเปิดใจง่ายนะ เห็นจากตอนที่จะถูกเนรเทศแล้วต้องไปกับผช. เธอก็เชื่อสนิทใจว่าอย่างน้อยก็ดีที่ได้อยู่กับคยที่ตัวเอกรัก แต่เพราะทำนิสัยแย่ๆไปแลเว จรึงทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้าหาและแสดงท้าทางหวาดกลัว เธอเลยไม่ยอมเปิดใจให้ใครและเป็นแต่สั่งให้ไปตัดหัวเพื่อขู่ไม่ให้คนอื่นคิดทรยศด้วย) แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นผช.คนนั้นคิดจะหักหลังเธออยู่แล้ว จริงตอนคำตอบที่ผิดไป และเห็นได้ชัดว่าฉากที่เธอเห็นว่าทุกคนหักหลังเธอ(ตอนที่ช่างทำหมวก(ถึงจะเป็นแมวปลอมตัวมาก็เถอะ)จะโดนตัดคอ) เธอจึงคิดว่าไม่มีใครอยู่ข้างเธอจริง จึงระเยิดพลัง(?)ตั้งใจจะฆ่าทุกคนทิ้ง เพราะคิดแล้วว่า"เป็นที่หวาดกลัวดีกว่าเป็นที่รัก" แถมฉากก่อนต่อสู้ที่เธอจะสู้กับราชินีขาว ที่เธอบอกว่า"ไม่! บังลังนี่ควรเป็นของข้า! ข้าเป็นพี่นะ!!!" เห็นได้ชัดว่าตอนแรกคงไม่มีใครยอมให้เธอเป็นราชินีแน่ มีแต่จะให้น้องเป็น และแน่นอนคนเป็นพีาก็ต้องไม่ชอบใจสิ ทั้งๆที่บัลลังควรจะเป็นของตัวเองแท้ๆ หนูว่าตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องก็คงเป็นราชินีแดงนี่แหลาะ เพราะเธอไม่มีใครอยู่เคียวข้าง ต้องอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งต่างจากคนอื่นที่มีเพื่อนมีคนที่ไว้วางใจได้อยู่ ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Primnara [Lady pink] Member 13 เม.ย. 59 17:45 น. 2

คิดถึงเรื่องนี้แล้ว พริมยังงงกับที่เฮทเทอร์เคยถามอลิซว่า

" ทำไมอิกาถึงเหมือนโต๊ะเขียนหนังสือ"

ทุกวันนี้ยังงงอยู่เลยค่ะงงจัง

1
Hawk-owl Member 14 เม.ย. 59 13:23 น. 2-1
เพราะมันมีปากกาเหมือนกันรึเปล่าคะ 555 ล้อเล่นค่ะ เราไปเจอมาจากลิงค์ในกระทู้พันทิปอีกทีนึงค่ะ ความว่า "เราเคยเห็นมีคนตีความไว้นะ ได้ 2 อย่างค่ะ อย่างแรกคือ อีกากับโต๊ะเขียนหนังสือเกี่ยวกับสติปัญญาเหมือนกัน สมัยก่อนชาวยุโรปโบราณเค้าเคยใช้อีกาแทนสติปัญญา ความรู้ อะไรพวกนี้ ส่วนโต๊ะหนังสือก็เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพของอาชีพที่ต้องใช้สติปัญญาความรู้ อย่างที่สองคือ ทั้งสองอย่างนี้ทำให้มองผู้หญิงในแง่ลบได้ คือในเรื่องอลิซต้องการจะสื่อเกี่ยวกับสมัยก่อนผู้ชายกับผู้หญิงไม่เท่าเทียมกัน อะไรประมาณนี้ จะตีแบบนี้ก็ได้ คือ ในยุคกลางซึ่งเป็นยุคมืดเนี่ย ก็มีเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์มืดเยอะ พวกแม่มดอะไรแบบนี้อะค่ะ แล้วทีนี้เค้ามองว่าอีกาก็เหมือนจะเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของ แม่มด ถ้าผู้หญิงคนไหนเลี้ยงอีกาไว้เยอะๆ ก็จะถูกมองว่าเป็นแม่มด ส่วนโต๊ะหนังสือ สมัยก่อนคนที่สามารถเรียนหนังสือได้มีแต่ผู้ชายเท่านั้น ถ้าูผู้หญิงคนไหนที่มาทำงานที่ใช้ความรู้(ใช้โต๊ะหนังสือ) ก็จะถูกมองในแง่ลบเหมือนกัน " มาจากกระทู้นี้ค่ะ http://pantip.com/topic/34861584 ตอนเเรกเราก็งงเหมือนกันค่ะ
0
กำลังโหลด

10 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Primnara [Lady pink] Member 13 เม.ย. 59 17:45 น. 2

คิดถึงเรื่องนี้แล้ว พริมยังงงกับที่เฮทเทอร์เคยถามอลิซว่า

" ทำไมอิกาถึงเหมือนโต๊ะเขียนหนังสือ"

ทุกวันนี้ยังงงอยู่เลยค่ะงงจัง

1
Hawk-owl Member 14 เม.ย. 59 13:23 น. 2-1
เพราะมันมีปากกาเหมือนกันรึเปล่าคะ 555 ล้อเล่นค่ะ เราไปเจอมาจากลิงค์ในกระทู้พันทิปอีกทีนึงค่ะ ความว่า "เราเคยเห็นมีคนตีความไว้นะ ได้ 2 อย่างค่ะ อย่างแรกคือ อีกากับโต๊ะเขียนหนังสือเกี่ยวกับสติปัญญาเหมือนกัน สมัยก่อนชาวยุโรปโบราณเค้าเคยใช้อีกาแทนสติปัญญา ความรู้ อะไรพวกนี้ ส่วนโต๊ะหนังสือก็เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพของอาชีพที่ต้องใช้สติปัญญาความรู้ อย่างที่สองคือ ทั้งสองอย่างนี้ทำให้มองผู้หญิงในแง่ลบได้ คือในเรื่องอลิซต้องการจะสื่อเกี่ยวกับสมัยก่อนผู้ชายกับผู้หญิงไม่เท่าเทียมกัน อะไรประมาณนี้ จะตีแบบนี้ก็ได้ คือ ในยุคกลางซึ่งเป็นยุคมืดเนี่ย ก็มีเรื่องเกี่ยวกับศาสตร์มืดเยอะ พวกแม่มดอะไรแบบนี้อะค่ะ แล้วทีนี้เค้ามองว่าอีกาก็เหมือนจะเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของ แม่มด ถ้าผู้หญิงคนไหนเลี้ยงอีกาไว้เยอะๆ ก็จะถูกมองว่าเป็นแม่มด ส่วนโต๊ะหนังสือ สมัยก่อนคนที่สามารถเรียนหนังสือได้มีแต่ผู้ชายเท่านั้น ถ้าูผู้หญิงคนไหนที่มาทำงานที่ใช้ความรู้(ใช้โต๊ะหนังสือ) ก็จะถูกมองในแง่ลบเหมือนกัน " มาจากกระทู้นี้ค่ะ http://pantip.com/topic/34861584 ตอนเเรกเราก็งงเหมือนกันค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Yeah, I'm a DreaMer !!! Member 17 เม.ย. 59 15:33 น. 9
ถ้าเป็นในหนังนี่เราก็ชอบอีกประโยคนึงนะคะ "ใช่! เธออาจจะบ้า แต่รู้อะไรไหม? คนฉลาดเป็นกันทุกคนล่ะ!" ปล.ในหนังนี่เราสงสารราชินีโพแดงนะคะ เพราะความจริงสั่งฆ่าคนไปก็เพราะเป็นการให้คนอื่นกลัว แบบคนอื่นจะได้ไม่คิดหนี(เพราะถ้าเจอตัวจะโดนจับไปตัดหัว) เพราะความจริงไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว เพราะเท่าที่เห็นราชินีขาวนี่จะเป็นที่รักจนไม่ค่อยมีใครสนใจราชินีแดงเลย สุดท้ายราชินีแดงก็ถูกทิ้ง(และด้วยที่รูปทรงอัปลักษณ์ด้วย) เลยไม่อยากอยู่คนเดียวจริงได้ทำตัวยังนั้นไป และมีฉากนึงดเวย ที่ราชินีแดงคิดว่า"เป็นที่หวาดกลัวดีกว่าเป็นที่รักหรือป่าว?" แน่นอนว่าเธอสับสนกับสิ่งที่ทำอยู่ ถ้าหากตอนนั้นจะมีคนดีๆสักคนที่ยอมเปิดใจให้เธอและบอกคำตอบที่ถูกต้องว่า"เป็นที่รักดีกว่าสิ!" และคอยบอกและนำทางสิ่งที่ถูกต้องให้เธอตลอดรอดฝั่ง หนูเชื่อว่าราชินีแดงคงเลิกทำตัวอย่างนี้และเป็นมิตรกับคนอื่นแล้วละ(หนูว่าราชินีเป็นคนเปิดใจง่ายนะ เห็นจากตอนที่จะถูกเนรเทศแล้วต้องไปกับผช. เธอก็เชื่อสนิทใจว่าอย่างน้อยก็ดีที่ได้อยู่กับคยที่ตัวเอกรัก แต่เพราะทำนิสัยแย่ๆไปแลเว จรึงทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้าหาและแสดงท้าทางหวาดกลัว เธอเลยไม่ยอมเปิดใจให้ใครและเป็นแต่สั่งให้ไปตัดหัวเพื่อขู่ไม่ให้คนอื่นคิดทรยศด้วย) แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นผช.คนนั้นคิดจะหักหลังเธออยู่แล้ว จริงตอนคำตอบที่ผิดไป และเห็นได้ชัดว่าฉากที่เธอเห็นว่าทุกคนหักหลังเธอ(ตอนที่ช่างทำหมวก(ถึงจะเป็นแมวปลอมตัวมาก็เถอะ)จะโดนตัดคอ) เธอจึงคิดว่าไม่มีใครอยู่ข้างเธอจริง จึงระเยิดพลัง(?)ตั้งใจจะฆ่าทุกคนทิ้ง เพราะคิดแล้วว่า"เป็นที่หวาดกลัวดีกว่าเป็นที่รัก" แถมฉากก่อนต่อสู้ที่เธอจะสู้กับราชินีขาว ที่เธอบอกว่า"ไม่! บังลังนี่ควรเป็นของข้า! ข้าเป็นพี่นะ!!!" เห็นได้ชัดว่าตอนแรกคงไม่มีใครยอมให้เธอเป็นราชินีแน่ มีแต่จะให้น้องเป็น และแน่นอนคนเป็นพีาก็ต้องไม่ชอบใจสิ ทั้งๆที่บัลลังควรจะเป็นของตัวเองแท้ๆ หนูว่าตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องก็คงเป็นราชินีแดงนี่แหลาะ เพราะเธอไม่มีใครอยู่เคียวข้าง ต้องอยู่ตัวคนเดียว ซึ่งต่างจากคนอื่นที่มีเพื่อนมีคนที่ไว้วางใจได้อยู่ ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด