แอบแรง! 4 นักเขียนที่ไม่ปลื้มงานของเชคสเปียร์

แอบแรง
4 นักเขียนที่ไม่ปลื้มงานของเชคสเปียร์
 

สวัสดีชาวนักเขียนเด็กดีทุกคนค่ะ แอดมินมาพบกับทุกคนเช่นเคย สำหรับบทความนี้ ขอจั่วหัว “แอบแรง” นิดนึง เพราะเราเล่นกับหัวข้อเรื่อง “ไม่ปลื้มผลงาน”
 
พูดถึง “เชคสเปียร์” แอดมินเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักนักเขียนคนนี้แน่ๆ เขียนนิยายดังไปทั่วโลกขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็น โรเมโอ จูเลียต, แฮมเลท, แม็คเบธ ฯลฯ พูดถึงปุ๊บ ทุกคนรู้เนื้อเรื่องย่อๆ โดยไม่ต้องเล่าด้วยซ้ำ แต่... ดูเหมือนคำกล่าวที่ว่า “มีคนรักก็ย่อมมีคนชัง” ท่าจะจริง เพราะนักเขียนบางคน ก็ประกาศตัวชัดเจนว่า ไม่ชอบงานของเชคสเปียร์นักหรอก
 
จะเป็นใครบ้างและพวกเขาให้เหตุผลกันว่ายังไง แอดมินจะเฉลยให้รู้เดี๋ยวนี้ค่ะ   
 

ลีโอ ตอลสตอย

อีกหนึ่งนักเขียนยิ่งใหญ่ระดับโลก เจ้าของผลงาน War and Peace คนนี้ ถึงขั้นเขียนวิจารณ์งานของเชคสเปียร์ยาวถึง 100 หน้า! ในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารที่ชื่อว่า On Shakespeare and Drama เมื่อปี ค.ศ. 1906 ตอลสตอยสรุปบทละครของเชคสเปียร์ไว้ว่า “น่าเบื่อและซ้ำซาก” เขายังพูดถึงตัวเชคสเปียร์ว่า “เป็นนักเขียนที่ผลงานไม่โดดเด่นและไม่สร้างสรรค์” ทั้งยัง “ขาดศีลธรรม” ตอลสตอยบอกว่า ได้อ่านผลงานอย่าง โรเมโอจูเลียต, แฮมเลต และ แมคเบ็ธ ตั้งแต่ยังเด็ก และ “จำอะไรไม่ได้เลย” ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป เขากลับมาอ่านมันซ้ำอีกครั้ง เพื่อจะดูว่าตัวเองคิดผิดหรือไม่ แต่ก็พบว่า... ความคิดของเขายังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ... นิยายทั้งสามเรื่อง ไม่โดนใจเขาเลย

“กลับมาอ่านอีกครั้ง ผมก็ยังคงรู้สึกเหมือนเดิม คราวนี้ ผมไม่สับสนอีกแล้ว แต่แน่ใจเลยว่าตัวเองไม่ชอบงานเขียนของเขา แม้จะมีนักเขียนมากมายพยายามเลียนแบบเชคสเปียร์ และนักอ่านหลายคนคลั่งผลงานของเขา แต่สำหรับผม มันเป็นงานเขียนที่ไม่สมจริง และไม่ใช่ทางอย่างแรง”
 

จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์

ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1890 จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ ได้วิจารณ์บทละครให้กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในลอนดอน ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่นั่น (ระยะเวลาทั้งหมด 3 ปี) เขาได้วิจารณ์ผลงานของเชคสเปียร์ทั้งหมด 19 เรื่อง และสรุปเอาไว้ว่า “ไม่เห็นความโดดเด่นในตัวนักเขียนผู้นี้” แม้ว่าปกติแล้ว ผลงานวิจารณ์ของชอว์จะน่าอ่าน และใช้คำที่สร้างสรรค์ แต่กับงานของเชคสเปียร์แล้ว ดูเหมือนเขาจะไม่ชอบเอาเสียเลย เขาสรุปว่าเรื่อง Othello “น้ำเน่า” ส่วนเรื่อง Twelfth Night และ Much Ado About Nothing ก็เป็น “ผลงานที่เขียนอย่างลวกๆ” ในบทความชื่อ a letter written by Shaw เขาได้เขียนถึงเชคสเปียร์ไว้ว่า
 
“ผมต้องพยายามอย่างหนักเพื่อขุดหาปรัชญาจากนิยายของเชคสเปียร์ นิยายของเขามีแต่ความไม่สมจริงและไร้ศีลธรรม เป็นงานเขียนไม่ได้ใช้ความคิด เต็มไปด้วยอคติ และแสดงถึงความละเลยไม่ใส่ใจของนักเขียน” 
 
นอกจากนี้เจ้าตัวยังเขียนหนังสือชื่อ Shakes versus Shav อีกต่างหาก แรงไม่ธรรมดาจริงๆ
 

วอลแตร์

อีกหนึ่งนักเขียนและนักปรัชญาคนดังชาวฝรั่งเศส วอลแตร์คือหนึ่งในตัวตั้งตัวตี ที่วิจารณ์เชคสเปียร์อย่างหนัก ช่วงแรกๆ เขาชอบงานเขียนของเชคสเปียร์มาก แต่เมื่ออายุมากขึ้น ได้อ่านอย่างละเอียดขึ้น เจ้าตัวก็บอกว่า เริ่มจะมองเห็นบางอย่างที่ตอนยังอายุน้อยไม่เห็น และในที่สุด เขาก็สรุปงานเขียนของอดีตนักเขียนคนโปรดว่า “ไร้ซึ่งความเป็นปรัชญา” และ “ขาดความเป็นศิลปิน”
 
เหตุผลที่วอลแตร์มีโอกาสได้พิจารณางานเขียนของเชคสเปียร์อย่างใกล้ชิดก็เพราะเขาคือคนที่นำบทละครของเชคสเปียร์มาแก้ไขเป็นฉบับฝรั่งเศส ยิ่งเชคสเปียร์ได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ วอลแตร์ก็ยิ่งไม่เห็นด้วย เขาเขียนจดหมายถึงเพื่อนคนหนึ่ง บอกไว้ว่า “งานเขียนของเชคสเปียร์เหมาะกับชาวลอนดอนและแคนาดา แต่เมื่อพูดถึงระดับโลกแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งในฝรั่งเศส เราไม่ต้องการงานเขียนลวงโลก ที่แย่ที่สุดคือ ผมเป็นผู้เผยแพร่งานของเขาให้คนอื่นๆ รู้จัก แต่น่าเสียดาย... สิ่งที่ผมนำเสนอ ก็แค่ไข่มุกจำนวนไม่กี่เม็ดจากกองขยะ”
 

เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน

เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เป็นหนึ่งในนักเขียนที่ไม่ปลื้มเชคสเปียร์เอาเสียเลย เขาบอกว่าผลงานของเชคสเปียร์ “ไม่มีคุณภาพ” “สภาพแวดล้อมไม่สมจริง” และ “ตัวละครก็แย่” เป็นงานที่เต็มไปด้วย “ความเขลา” ประเด็นที่ทำให้โทลคีนเครียดและไม่พอใจงานของเชคสเปียร์หนักขนาดนี้ คงเพราะเขาเป็นอาจารย์สอนทั้งภาษาอังโกลแซ็กซอน และภาษาอังกฤษ เจ้าตัวถึงกับบอกว่า อ่านนิยายของเชคสเปียร์แล้วสับสน เพราะเขียนวกวนเหมือน “ใยแมงมุม” โทลคีนไม่เคยปิดบังความไม่ชอบในตัวนักเขียนผู้นี้ เขาบอกว่าทุกครั้งที่สอนวิชาวรรณคดี ก็จะรู้สึกปวดหัวกับการต้องใช้หนังสือของเชคสเปียร์ และรู้อะไรไหม เหตุผลที่โทลคีน ตัดสินใจเขียนนิยายเรื่องลอร์ดออฟเดอะริง ก็เพราะอ่านนิยายของเชคสเปียร์แล้วไม่ถูกใจนี่เอง... - - ความไม่ชอบนิยายเรื่องหนึ่ง นำมาซึ่งนิยายอีกเรื่องซึ่งดีไม่แพ้กันสินะ งืมๆ
 
ก็อย่างที่แอดมินบอกไปข้างต้นนั่นแหละค่ะ “มีคนรักก็ย่อมมีคนชัง” ความชอบของคนเราก็ไม่เหมือนกัน... นิยายบางเรื่องเราชอบมาก นักเขียนบางคนเรากรี๊ดมาก แต่อาจจะมีคนอื่นๆ ที่คิดแตกต่างจากเราก็ได้เหมือนกันค่ะ  
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลบทความ
ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Tatakai Kiyoshi Member 20 เม.ย. 59 17:37 น. 5

เห็นด้วยกับหลายท่าน อย่างโรเมโอกับจูเลียส โรเมโอฆ่าตัวตายเพราะคิดว่าจูเลียสตายเลยคิดจะตามไปอยู่ด้วย  เหมือนกับพระเอกไม่มีความยั้งคิดเลยแม้แต่น้อยว่านางเอกตายจริงหรือเป็นเพียงการจัดฉากของครอบครัวนางเอก เรื่องแฮมเลตก็วนอยู่กับการแก้แค้น แต่อีกประการหนึ่งผลงานของเช็คสเปียร์ก็เป็นผลงานอมตะที่ดีเยี่ยมขึ้นหนึ่งจริงๆครับ

0
กำลังโหลด
Ak_pcy Member 20 เม.ย. 59 02:30 น. 3

เคยอ่านผลงานเชคสเปียร์เรื่องเดียว คือ ฝัน ณ คืนกลางฤดูร้อน

เคยได้ยินชื่อ ฟังคำวิจารณ์นักเขียนคนนี้มามากมาย แต่ไม่ได้รู้สึกแบบที่นักเขียนระดับโลกทั้งหลายบอกเลย

คนเรามันชอบต่างกันนี่นะ เอาอะไรมาวัดถึงความเป็นศิลปินว่าใครมีไม่มี แค่เขียนงานต่างแนวกันเฉยๆ บางครั้งคนเราก็ต้องการอยู่ในโลกแห่งความไม่เป็นจริงบ้าง ผลงานที่น่าเบื่อและไม่สร้างสรรค์ แต่ทำไมยังมีคนจำนวนมาที่เสพมันอยู่

ไร้ศีลธรรม ศีลธรรมจากนิยายหลายๆเรื่องก็เป็นไปได้ยาก มีอยู่แค่ในนิยาย ส่วยตัวเราว่าเรื่องไร้ศีลธรรมมันเป็นการสะท้อนสังคมอย่างหนึ่งนะ โลกเรามันไม่ได้มีคุณธรรมเปี่ยมด้วยอุดมดารณ์อันดีไปซะทุกคนหรอก

อยากให้เชคสเปียร์ตื่นมาวิจารณ์บ้างจังมันจะเป็นยังไง

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด

9 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ak_pcy Member 20 เม.ย. 59 02:30 น. 3

เคยอ่านผลงานเชคสเปียร์เรื่องเดียว คือ ฝัน ณ คืนกลางฤดูร้อน

เคยได้ยินชื่อ ฟังคำวิจารณ์นักเขียนคนนี้มามากมาย แต่ไม่ได้รู้สึกแบบที่นักเขียนระดับโลกทั้งหลายบอกเลย

คนเรามันชอบต่างกันนี่นะ เอาอะไรมาวัดถึงความเป็นศิลปินว่าใครมีไม่มี แค่เขียนงานต่างแนวกันเฉยๆ บางครั้งคนเราก็ต้องการอยู่ในโลกแห่งความไม่เป็นจริงบ้าง ผลงานที่น่าเบื่อและไม่สร้างสรรค์ แต่ทำไมยังมีคนจำนวนมาที่เสพมันอยู่

ไร้ศีลธรรม ศีลธรรมจากนิยายหลายๆเรื่องก็เป็นไปได้ยาก มีอยู่แค่ในนิยาย ส่วยตัวเราว่าเรื่องไร้ศีลธรรมมันเป็นการสะท้อนสังคมอย่างหนึ่งนะ โลกเรามันไม่ได้มีคุณธรรมเปี่ยมด้วยอุดมดารณ์อันดีไปซะทุกคนหรอก

อยากให้เชคสเปียร์ตื่นมาวิจารณ์บ้างจังมันจะเป็นยังไง

1
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Tatakai Kiyoshi Member 20 เม.ย. 59 17:37 น. 5

เห็นด้วยกับหลายท่าน อย่างโรเมโอกับจูเลียส โรเมโอฆ่าตัวตายเพราะคิดว่าจูเลียสตายเลยคิดจะตามไปอยู่ด้วย  เหมือนกับพระเอกไม่มีความยั้งคิดเลยแม้แต่น้อยว่านางเอกตายจริงหรือเป็นเพียงการจัดฉากของครอบครัวนางเอก เรื่องแฮมเลตก็วนอยู่กับการแก้แค้น แต่อีกประการหนึ่งผลงานของเช็คสเปียร์ก็เป็นผลงานอมตะที่ดีเยี่ยมขึ้นหนึ่งจริงๆครับ

0
กำลังโหลด
น้องทูน่า 21 เม.ย. 59 21:58 น. 6
อย่างโรมิโอจูเลียตก็ไม่ได้แย่อะไรนะ แค่เป็นแนวดราม่าเฉยๆ เชคสเปียรยังแต่งเวนิสแล้วเรามาแปลเลยเยี่ยม
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
naphatpreaw Member 22 เม.ย. 59 19:29 น. 8

นักอ่านไม่ใช่นักเขียน  บางทีความต้องการของนักเขียนกับความต้องการของนักอ่านหรือตลาดมันก็ต่างกันนะ  บางครั้งนักอ่านเพียงอ่านเพื่อจรรโลงใจ  ไม่ได้ต้องการความปรัชญาหรือความเป็นศิลปินรวมไปถึงศีลธรรมอะไรมากมายหรอก และก็มีนักอ่านประเภทนี้จำนวนมากด้วยนะในความคิดของเรา  

    ไม่เคยอ่านต้นฉบับของเชคสเปียร์ ไม่กล้าพูดถึงเลย (. .)

0
กำลังโหลด
แมวจร~ Member 6 ม.ค. 60 16:05 น. 9

ผมเคยอ่านเชคสเปียร์หลายเรื่องอยู่เหมือนกัน ผมว่างานเขียนของเขาไม่ได้เน้น

ในแง่คิดเท่าไหร่มั้ง เหมือนเน้นบันเทิง สุข-โศกนาฏกรรม กับเรื่องรักๆใคร่ๆ แต่-ที่ให้แง่คิดก็พอมีบ้าง ยกตัวอย่างนะครับ เช่น ' และบ่อยครั้งการชักจูงเราสู่บ่วงภัย กาฬทูตอาจบอกเรื่องจริงแก่เรา โน้มน้าวให้เชื่อในเรื่องเล็กที่เป็นจริง เพื่อจะหักหลังในเรื่องใหญ่นั้นบั้นปลาย '

อันนี้มากจากเรื่อง แม็คเบ็ธ (เป็นเรื่องที่ผมชอบที่สุดของเชคสเปียร์) ซึ่งในมุมมองของผม มันก็ให้ในแง่ของคติสอนใจคล้ายๆกับ ' อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน ' แต่ก็อีกนะครับถ้าเอามาเทียบกับงานเขียนของตอลสตอย (แง่ปรัชญา) มันก็คงห่างกันลิบลับ ....

ส่วนงานของวอลแตร์ผมยังไม่เคยอ่าน (แต่มีเรื่องซาดิกดองอยู่ในตู้ ซื้อมานานละไม่ได้อ่านสักที่...)

ส่วนของ JRR นี่ คนละสไตล์กันเลยนะ ... ผมไม่รู้เลยว่าจะเอามาเทียบกันได้ยังไง 555

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด