ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
343


ชวนคุยกับคนทำหนังสือเด็ก
พี่ข้าวตู’ บ.ก. สนพ. แพรวเพื่อนเด็ก
 

สวัสดีชาวนักเขียนและนักอ่านเด็กดีทุกคนจ้า ไม่ได้เจอกันนานเลยน้า พี่อตินกลับมาพบกับน้องๆ ในคอลัมน์ พบปะพูดคุย’ ของเรา และเช่นเคย ตามคอนเซ็ปท์ของคอลัมน์นี้ เราต้องหานักเขียนหรือบุคคลในวงการหนังสือที่น่าสนใจมานั่งคุยกัน ทักทาย บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาหรือเธอ
 
สำหรับวันนี้ อาจจะแตกต่างไปจากเดิมนิดนึง ปกติ เรามักจะมีแขกรับเชิญเป็นนักเขียนนิยายประจำเว็บเด็กดีเป็นหลัก แต่ว่าวันนี้ พิเศษมากๆ เพราะพี่ตินได้ชวน พี่ข้าวตู’ หรือ ชัชนันท์ ประสพวงศ์’ บรรณาธิการสนพ. แพรวเพื่อนเด็ก มาพูดคุยทักทายกันค่ะ
 
พูดถึง แพรวเพื่อนเด็ก’ เชื่อว่าชาวเด็กดีหลายคนแอบพยักหน้ารับเบาๆ มาถูกทางแล้วค่ะ สนพ. นี้ อยู่ในเครืออมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) เป็นสนพ. ที่ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับ เด็ก’ เป็นหลัก (ชื่อเขาก็บอกอยู่เนอะ เพื่อนเด็ก’ ไง) และในบทสัมภาษณ์ของเราครั้งนี้ ‘พี่ข้าวตู’ จะมาเปิดเผย ชวนคุย บอกเล่า และตอบทุกคำถามเกี่ยวกับงานที่พี่เขาทำ ให้พวกเราได้รู้จักและเข้าใจอาชีพนี้มากขึ้นค่ะ
 
พร้อมแล้ว ตามพี่ตินมาคุยกับพี่ข้าวตูกันเลยนะ เชื่อว่าน่าจะได้อะไรดีๆ เยอะเลย

 
ชวนคุยกับคนทำหนังสือเด็ก ‘พี่ข้าวตู’ บ.ก. สนพ. แพรวเพื่อนเด็กพี่ข้าวตู และหนังสือจากแพรวเพื่อนเด็ก ผลงานในความดูแลของเธอ
เครดิตภาพ : จักรพงษ์ นุตาลัย

 
พี่ติน : แนะนำตัวกันหน่อยค่ะ
พี่ข้าวตู : พี่ข้าวตู ชัชนันท์ ประสพวงศ์ จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) สาขาวรรณกรรมสำหรับเด็ก งานอดิเรก วาดรูป ทำอาหาร เลี้ยงหมา เลี้ยงแมว ณ ตอนนี้ ก็เป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็กมา 3 ปีแล้วค่ะ หน้าที่หลักคือคัดเลือกต้นฉบับทั้งไทยทั้งต่างประเทศ ซึ่งต้องดูทั้งเนื้อเรื่อง ภาพ และทุกกระบวนการในการผลิตหนังสือค่ะ
 
พี่ติน : มาทำงานสายนี้ได้อย่างไร มีแรงบันดาลใจเป็นพิเศษไหม
พี่ข้าวตู : น่าจะเริ่มจากที่แม่พี่ชอบอ่านหนังสือให้ฟังนะทั้งนิทาน วรรณกรรมต่างๆ อีกอย่างคือพี่ชอบวาดรูป งานประดิษฐ์ตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งแม่ก็สนับสนุนมาตลอดแม้จะไม่ได้มีผลกับการเรียนเท่าไหร่หรอกนะ 55 จนกระทั่งสอบติดโควต้าวรรณกรรมสำหรับเด็ก จริงๆ พี่ก็เหมือนน้องๆ บางคนที่ตอนเรียนมัธยมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากทำอะไร และจะไปทางไหนต่อ รู้แค่ว่าชอบวาดรูป (แต่ก็ไม่ได้เก่งมากหรอกนะ) ที่เอกนี้เราได้เรียนรู้วิธีการสื่อสารกับเด็กในรูปแบบต่างๆ ทั้งเล่านิทาน ผลิตสื่อ โดยเฉพาะการทำหนังสือภาพสำหรับเด็ก และได้เห็นหนังสือเด็กๆ ทั่วโลกที่เราไม่เคยเห็นเยอะแยะ ที่สำคัญคือคุณครูในสาขาทุกท่านคือแรงบันดาลใจ และกำลังใจเสมอ นับแต่นั้นใจก็อยู่กับหนังสือเด็กไม่ไปไหนแล้วละ
 
ชวนคุยกับคนทำหนังสือเด็ก ‘พี่ข้าวตู’ บ.ก. สนพ. แพรวเพื่อนเด็กพี่ติน : ขอถามเพิ่มเติมนิดนึง ตอนเรียน เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้างเอ่ย
พี่ข้าวตู : เรียนทุกอย่างเกี่ยวกับการสร้างสื่อสำหรับเด็กในรูปแบบต่างๆ เริ่มตั้งแต่รู้จักพัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย การวิเคราะห์วรรณกรรม การวาดภาพประกอบสำหรับเด็ก วารสาร สารคดี บันเทิงคดี การเล่านิทาน ฯลฯ ทุกๆ อย่างที่ทำเพื่อเด็กๆ ค่ะ
 
พี่ติน : สำหรับน้องๆ ที่สนใจทำหนังสือเด็ก อยากแนะนำว่าอะไรดี
พี่ข้าวตู : ครูเกริกหรือ รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ อาจารย์ที่รักของเด็กๆ สาขาวรรณกรรมฯ เคยพูดว่า ”อ่านให้เยอะ แล้วลงมือทำให้เยอะยิ่งกว่า” ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ดีจริงๆ และพี่คิดว่าสามารถใช้กับคนที่รักจะทำงานวรรณกรรมทุกๆ ด้านได้เลยนะ นอกจากนั้นลองหาหนังสือเด็ก หรือจะเป็นหนังสือด้านอื่นด้วยก็ได้ อ่านดูว่าเขามีวิธีคิดอย่างไร มีกลวิธีนำเสนอเรื่อง ใช้คำแบบไหน เพราะยิ่งหนังสือภาพสำหรับเด็ก เราเล่าเรื่องด้วยภาพเป็นหลัก เพราะเด็กเขายังอ่านหนังสือไม่คล่องจริงมั้ย ดังนั้นเด็กๆ จะอ่านเรื่องด้วยภาพ การนำเสนอด้วยภาพจึงสำคัญ คำต่างๆ ที่ใช้จึงยิ่งต้องมีความหมาย ตรงใจ เหมาะกับวัยเด็กให้มากที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องสะสมจากประสบการณ์การอ่าน การลงมือทำบ่อยๆ และความเอาใจใส่
 
พี่ติน : แล้วถ้าวาดรูปไม่เก่ง แต่อยากทำหนังสือภาพสำหรับเด็ก จะเป็นไปได้ไหม
พี่ข้าวตู : คำถามนี้เจอบ่อยมาก ข้อดีของคนวาดรูปเก่ง คือสามารถนำเเสนอความคิดของตัวเองให้คนอื่นเห็นภาพชัดเจนได้ง่ายขึ้น ซึ่งดีกับการทำหนังสือภาพสำหรับเด็กมาก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าวาดรูปไม่ได้จะเรียนเอกนี้ไม่ได้ เพราะคำว่าวรรณกรรมสำหรับเด็กนั้นเราครอบคลุมหลายศาสตร์ที่เป็นงานสำหรับเด็กค่ะ น้องอาจจะชอบเขียนเรื่องอย่างเดียวแบบวรรณกรรมเยาวชนก็ได้ หรือน้องจะชอบแนวขยับเคลื่อนไหวได้แสดงออก ได้อยู่ใกล้ชิดเด็กๆ แบบการเล่านิทาน และจัดกิจกรรมสำหรับเด็กก็ได้ หรือแม้แต่จะชอบแต่งนิทาน เราก็หาคนวาดให้ก็ย่อมได้  ซึ่งทุกความถนัด ความชอบของแต่ละคน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ นำมาสร้างสรรค์งานสำหรับเด็กได้ทั้งนั้น
 
ชวนคุยกับคนทำหนังสือเด็ก ‘พี่ข้าวตู’ บ.ก. สนพ. แพรวเพื่อนเด็กพี่ติน : เล่าเรื่องหนังสือภาพสำหรับเด็กให้ฟังนิดนึงได้ไหม 
พี่ข้าวตู : ถ้าพูดถึงหนังสือภาพเฉพาะ หลักๆ คือนิทานภาพสำหรับเด็ก สารคดีสำหรับเด็ก ทั้งสองต่างกันตรงที่นิทานภาพจะมีการเรียงร้อยเรื่องราว ใช้ถ้อยคำสละสลวย อาจจะมีทั้งบทกลอน ร้อยกรอง เรื่องราวมีทั้งเหนือจริง หรือเรื่องในชีวิตประจำวันของเด็กๆ ส่วนสารคดีภาพสำหรับเด็กนั้น ยกตัวอย่างง่ายๆ คือหนังสือภาพสัตว์ชนิดต่างๆ อาจจะใช้ทั้งภาพจริง ภาพวาดเป็นต้น สิ่งสำคัญของหนังสือทั้งสองอย่างนี้คือภาพเป็นหลัก ส่วนความยากของคำที่ใช้นั้นเพิ่มลำดับไปตามลำดับอายุของเด็กๆ ค่ะ
 
หลักๆ เวลาทำงาน ก็ต้องดูกลุ่มอายุของเด็กที่เราต้องการทำหนังสือให้เขาก่อนอันดับแรก เด็กแต่ละวัยมีความสนใจ และพัฒนาการที่แตกต่างกัน อย่างเด็กเล็ก 0 -1 ขวบ วัยนี่ยังเอาของเข้าปาก อาจขว้างปาบ้าง หนังสืออาจจะเป็นเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องการให้เขาทำความรู้จักว่านี่คือหนังสือนะจ๊ะ  หนังสือที่เหมาะกับวัยนี้ จึงไม่จำเป็นต้องมีคำมากมาย เน้นภาพชัดเจน และวัสดุที่ทนทานไม่มีมุมแหลมคมอย่างหนังสือฟองน้ำ หนังสือผ้า บอร์ดบุ๊ก เป็นต้น  
 
ดังนั้นต้องความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กทั้งวัย และพัฒนาการของเขาเป็นอันดับต้นๆ ก่อนเลยเพราะจะส่งต่อถึงเรื่องการทำภาพประกอบแบบไหน ใช้คำแบบใดค่ะ
 
พี่ติน : ขั้นตอนการทำงานหนังสือภาพสำหรับเด็ก เป็นอย่างไรบ้าง
พี่ข้าวตู : บางคนอาจมองว่าหนังสือเด็กภาพก็เท่านี้ คำก็น้อยอีกต่างหาก แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่ากว่าจะได้หนังสือให้เด็กๆ หนึ่งเล่มนั้น ผ่านหลายกระบวนการโดยผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน เล่ากระบวนอย่างย่อๆ ก็ เริ่มตั้งแต่นักเขียนคิดเรื่อง ออกแบบขนาดเล่ม รูปแบบ การใช้กระดาษ วางดัมมี่ (คือวางภาพและคำของทั้งเล่ม เพื่อให้ภาพและคำร้อยเรียงกันทั้งเล่ม) วาดภาพประกอบ เข้าสู่กระบวนการผลิต จัดหน้า เลือกแบบอักษรและการวาง ตรวจคำ การเคาะวรรค การใช้รูปประโยคที่ถูกต้อง ก่อนเข้าโรงพิมพ์และออกมาเป็นพลอตเตอร์เพื่อตรวจสอบก่อนพิมพ์จริง นอกจากนั้นคือดูปรู๊ฟสี อย่างที่บอกหนังสือเด็กต้องพิถีพิถันเรื่องของภาพ เสร็จแล้วจึงสั่งพิมพ์ จนออกมาเป็นหนังสือหนึ่งเล่มในมือเด็กๆ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน บวกความใส่ใจจากหลายๆ ฝ่าย ตั้งแต่นักเขียน นักวาดภาพประกอบ ศิลปกรรม พิสูจน์อักษร ซัปอิดิเตอร์ โรงพิมพ์ การตลาด และอีกหลายๆ ฝ่าย โดยมีบรรณาธิการเป็นตัวกลางค่ะ
 
พี่ติน : มีหนังสือเล่มไหนบ้างที่อยากแนะนำเป็นตัวอย่าง เผื่อน้องๆ คนไหนสนใจอยากศึกษาสาขานี้
พี่ข้าวตู : อยากแนะนำทั้งสำนักพิมพ์เลยได้มั้ย 555 ล้อเล่นค่ะ เลือกให้สองเล่มแล้วกันนะ  
งานแรกของมี้จังค่ะ เรื่องและภาพโดย แปลโดย พรอนงค์ นิยมค้า เรื่องนี้เล่าเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ต้องไปซื้อนมให้คุณแม่ครั้งแรก ผู้ใหญ่บางคนอาจมองว่าเรื่องแค่นี้เอง แต่นั่นคือภาระกิจอันยิ่งใหญ่ที่แสนอบอุ่นของหนูน้อยเชียวนะ
 
แล้วก็ ร้านตัดเสื้อของคุณกระต่าย เรื่องโดยซากุระ โทโมโกะ  ภาพโดย โมริโอะ ชิโอตะ แปลโดย มารินาโคบายาชิ และพรอนงค์ นิยมค้า  เรื่องของเหล่าลูกอ๊อดอยากมีชุดสวยเหมือนอย่างสัตว์ตัวอื่นๆบ้าง พวกมันจึงไปขอร้อง คุณกระต่าย การตัดชุดสวยของลูกอ๊อดที่โตขึ้นทุกวันไม่ใช่เรื่องง่าย คิดดูแล้วกันว่าคุณกระต่ายวุ่นวายสักแค่ไหน^ ^
 
ชวนคุยกับคนทำหนังสือเด็ก ‘พี่ข้าวตู’ บ.ก. สนพ. แพรวเพื่อนเด็ก
นิทานเด็กในเครือสนพ. แพรวเพื่อนเด็ก
เล่มขวาล่าง "งานแรกของมี้จัง" เป็นหนังสือที่พี่ข้าวตูแนะนำ
ให้น้องๆ ที่สนใจลองดูเป็นตัวอย่าง

 
พี่ติน : ประโยชน์หลักๆ ของหนังสือภาพสำหรับเด็กคือ
พี่ข้าวตู : อย่างแรกคือสนุก พอสนุกเด็กๆ จะเปิดใจรับสิ่งที่หนังสือบอกพวกเขา หนังสือแต่ละเล่มผู้เขียนได้แทรกการสอนเด็กๆในเรื่องราวที่ต่างกันไว้มากมายเด็กๆ จะได้ซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว และอีกสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือทุกเล่มคือเรื่องของภาษา ถ้าบ้านไหนมีน้องมีหลาน จะเห็นว่าเด็กบางคนยังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำ แต่ทำไมแค่แม่เปิดหนังสือแล้วเขาจำและท่องออกมาได้ เด็กที่ได้อ่านนิทานบ่อยๆ จะมีคลังคำที่มากกว่าเด็กที่ไม่ได้อ่าน ยิ่งมีคำเยอะยิ่งพูดได้เร็ว ยิ่งมีคำเยอะยิ่งอยากขีดเขียนทำให้เรียนรู้ได้เร็วกว่า ยังไม่นับควาอบอุ่นใจที่เด็กๆ จะได้รับจากการอ่านหนังสือกับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วยนะ
 
พี่ติน : คิดว่า นิทานเด็กกับนิยาย มีความเชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง
พี่ข้าวตู : สำหรับน้องๆ ที่รักการเขียน ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนในด้านใด ทั้งหนังสือภาพสำหรับเด็ก วรรณกรรมเยาวชน สารคดี การท่องเที่ยว นวนิยาย หรืองานเขียนประเภทอื่นๆ ในทุกๆ งานย่อมมีรายละเอียดที่เราต้องศึกษาให้ลึกซึ้งเฉพาะตัว แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำให้งานของน้องๆ โดดเด่นได้ในยุคที่ทุกคนสามารถเขียนได้อย่างเปิดกว้าง คือเอกลักษณ์ในงาน เราต้องหาจุดนั้นให้เจอ และเราจะเจอเอกลักษณ์ได้ มีเคล็ดลับอยู่ว่า "อ่านให้มาก  เปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ มีความรักให้สิ่งที่ทำ มีความอดทน และลงมือทำ" พูดแล้วเหมือนง่าย แต่เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก และมีตัวเราเท่านั้นที่ต้องลงมือทำเองถึงจะรู้นะ
 
พี่ติน : ปิดท้ายก่อนจากกันไป อยากแนะนำอะไรน้องที่สนใจสาขานี้บ้าง  
พี่ข้าวตู : ถ้าสนใจต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้เลย เพราะถ้าไม่ลงมือเราจะยังไม่รู้ว่าเรายังขาดอะไร ต้องไปทางไหนต่อ ในประเทศเราตอนนี้ไม่ใช่แค่สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็กอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายสำนักพิมพ์ที่รองานที่มีแนวคิดใหม่ๆ จากน้องๆ อยู่ค่ะ
 
น้องๆ ที่สนใจงานด้านหนังสือเด็ก แวะไปดูข้อมูลได้ที่เพจ Tu illustration and craft ซึ่งเป็นเพจส่วนตัวของพี่ข้าวตูนั่นเองค่ะ มีภาพสวยๆ ให้ดูเยอะแยะเลยนะ หรือจะเข้าไปดูที่เพจของ แพรวเพื่อนเด็ก ก็ได้เช่นกันค่ะ 
 
น้องๆ คงได้เห็นแล้วว่า งานสายวรรณกรรมนั้นมีหลายอย่าง ไม่เฉพาะ ‘นิยาย’ อย่างเดียวเท่านั้น และวงการหนังสือ ก็มีหลากหลายอาชีพ หลากหลายสาขาที่น่าสนใจ เรียกว่าสมัยนี้ เรามีทางเลือกหลายทาง แล้วแต่ว่าจะชอบทางไหน ก็อย่างที่พี่ข้าวตูบอก ต้องรู้จัก อ่านให้มากและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แล้วในที่สุด เราก็จะค้นหาตัวตนของเราได้พบค่ะ
 
ยังไง พี่ตินจะคอยหาพี่ๆ ในวงการหนังสือมาสัมภาษณ์ลงคอลัมน์พบปะพูดคุยเรื่อยๆ นะคะ น้องๆ จะได้รู้จักพวกเขามากขึ้นด้วย ^ ^   
 
อตินเอง
 
ชวนคุยกับคนทำหนังสือเด็ก ‘พี่ข้าวตู’ บ.ก. สนพ. แพรวเพื่อนเด็ก
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Writer > พบปะพูดคุย
ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
343

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

0 ความคิดเห็น

ลำดับความเห็น
  1. มาเป็นเม้นต์แรกกันเถอะ~

    อยากคอมเมนต์เป็นคนแรกไหมครับ?
    ข้างล่างนี้เลย! ;)

ลำดับความเห็น

แสดงความคิดเห็น

อยู่ในปาร์ตี้ร้อนอย่างกะไฟร์เออร์, ช่วยด้วย ไฟไหม้! เอาอะไรดับไฟดี? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .