/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

9 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนดู Dr.Strange ฮีโร่พลังเวทย์! []

วิว
 

9 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนดู Dr.Strange ฮีโร่พลังเวทย์


สวัสดีชาวไรเตอร์ทุกคนค่ะ นาทีนี้พี่น้ำผึ้งเชื่อว่าไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนจะโด่งดังเท่ากับ Dr. Strange ดร.สเตรนจ์ ฮีโร่พลังเวทย์” หรือหมอแปลกนั่นเอง อ๊ะๆ ล้อเล่นค่ะ แม้ว่า strange จะแปลว่าแปลก แต่นายแพทย์หนุ่มคนนี้เขาไม่ใช่หมอแปลกแต่อย่างใด เพราะสเตรนจ์เป็นนามสกุลของเขาต่างหากค่ะ ><  เอ๊ะ แต่พอมาคิดๆ ดูอีกที จริงๆ ดร.สเตรนจ์ก็อาจจะเป็นหมอแปลกตามนามสกุลของเขานั่นแหละ ก็แหม... หมอที่ไหนเขามีพลังวิเศษแล้วกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่กันล่ะ!!
 

ดร.สเตรนจ์เป็นยอดมนุษย์ที่โลดแล่นอยู่บนหนังสือการ์ตูนสัญชาติอเมริกันอย่าง “มาร์เวล” เขียนโดนสตีฟ ดิตโก หนึ่งในทีมผู้สร้างของมาร์เวลและเป็นคนเขียนการ์ตูนเรื่องสไปเดอร์แมน โดยคุณหมอแปลกคนนี้เนี่ยปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนเรื่อง Steange Tales เล่มที่ 110 ตีพิมพ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 1963 นั่นเองค่ะ

ความวิเศษของตัวละครในเซ็ตการ์ตูนฮีโร่มาร์เวลตัวนี้นั้นอยู่ตรงที่ พี่แกเชี่ยวชาญมนต์คาถาทุกสาย ไม่ว่าจะเป็นสายสว่างหรือสายมืด เชี่ยวชาญเรื่องเวทอัญเชิญ สามารถถอดร่าง ย้ายวิญญาณ แถมยังมีพลังในการเปิดประตูมิติอีกด้วยค่ะ โอ้โห อะไรจะเจ๋งเบอร์นี้ เรียกได้ว่าเขาแตกต่างจากฮีโร่คนอื่นๆ อยู่มากโข เพราะเขาเป็นฮีโร่สายใช้เวทมนตร์นั่นเองค่ะ พี่ว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันดีกว่าว่า 9 ข้อที่น้องๆ ควรรู้ก่อนไปดูคุณหมอแปลกมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาเลย เย้ ^_^ 

 

การ์ตูนเรื่อง Dr.Strange เล่ม 1 ตอน "The Way of the Weird"
(ขอบคุณรูปภาพจาก : goodreeds.com)

 

เขาเป็นหมอจริงๆ นะเธอ


น้องๆ รู้ไหมคะ ก่อนที่ดร.สตีเฟ่น วินเซนต์ สเตรนจ์ หรือพี่หมอแปลกของเราจะกลายมาเป็นหมอผี เอ๊ย ฮีโร่สายพลังเวทย์เนี่ย จริงๆ แล้วเขาเป็นหมอมาก่อนค่ะ เขาคือศัลยแพทย์ผู้ปราดเปรื่องและมีความมั่นใจในตัวเองที่เกินร้อย ตอนที่เขาเป็นหมอนั้น ก็ไม่ใช่หมอที่ทำเพื่อคนทุกข์ยากสักเท่าไรหรอกค่ะ เขาทำเพื่อเงินซะมากกว่า แต่หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้เขาไม่สามารถใช้มือตัวเองในการผ่าตัดได้อีกต่อไป เขาก็ได้เจอกับนักบวชชาวทิเบตที่สอนให้เขารู้จักการใช้พลังเวทย์นั่นเองค่ะ

 

เขาเป็นพวกเสพติดการเล่นสัมผัสอักษรนะ


น้องๆ รู้จักการเล่นสัมผัสอักษร (Alliteration) ไหมคะ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้ในคำกลอนของภาษาอังกฤษค่ะ ลักษณะจะเป็นประโยคซ้ำซ้อน เช่น The silver sunset slide slowly southward. ซึ่งประโยคที่ว่านี้มีการใช้ “S” ขึ้นหน้าหลายครั้งค่ะ

ในความเป็นจริงแล้วมันคือความผิดพลาดของอีกหนึ่งนักเขียนอย่างสแตน ลี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ดร.สเตรนจ์ของเราก็ดันพูดมันได้ซะคล่องเชียว!! โดยประโยคที่พี่แกชอบพูดดังนี้ the Shadowy Shades of the Seraphim, the Seven Rings of Raggadorr และ the Hoary Hosts of Hoggoth ค่ะ

 

โปสเตอร์โปรโมทคอนเสิร์ตของวง T. Rex's
(ขอบคุณรูปภาพจาก : postertrip.com)
 

ดร.สเตรนจ์นี่เเหละต้นแบบตัวพ่อ


ในช่วงยุค 60 และต้นยุค 70 เขาเป็นต้นแบบของกลุ่มหนุ่มสาวที่สวนกระแสสังคม หรือที่เรียกว่า “วัฒนธรรมแหกคอก (Counterculture)” เห็นได้จากการที่ชื่อของเขาไปโผล่อยู่ในเนื้อเพลง Mambo Sun” ของวง T. Rex’s ซึ่งมีท่อนที่ร้องไว้ว่าOn a mountain range, I’m Doctor Strange for you.” แล้วแถมชื่อคอนเสิร์ตของวงนี้ที่จัดที่เมืองซานฟรานซิสโกในปี 1965 ยังหนีไม่พ้นคุณหมอแปลกด้วยค่ะ เพราะคอนเสิร์ตมีชื่อว่า A Tribute to Dr. Strange” โอ้โห ดร.สเตรนจ์นี่เป็นแรงบันดาลใจให้วง T.Rex’s จริงๆ เลยนะคะเนี่ย 

 


 

Merry Prankster
(ขอบคุณรูปภาพจาก : linkedin.com)

 

ดร.สเตรนจ์ก็อยู่ใน Merry Prankster ด้วยนะยูววว

หลายคนอาจจะเกิดคำถามในหัวว่าอะไรคือ Merry Prankster? ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือต้องย้อนกลับไปในช่วงวัฒนธรรมแหกคอกค่ะ นักเขียนหนุ่มชาวอเมริกันนามว่า Ken Kesey ได้รวบรวมกลุ่มคนจำนวนหนึ่งแล้วตั้งชื่อกลุ่มว่า Merry Prankster ก่อนจะพากันตระเวนไปทั่วอเมริกาด้วยรถที่มีสีสันสุดจี๊ด!!

ทอม วูลเฟอร์ นักเขียนนวนิยายชาวอเมริกันได้เขียนในเอกสาร The Electric Kool-Aid Acid Test ไว้ว่าเขาเห็น Kesey นี่แหละที่อ่านการ์ตูนอยู่ แถมไม่ใช่การ์ตูนที่ไหนด้วยนะคะนอกจากดร.สเตรนจ์ และพอคนเขียนหมอแปลกมาจ๊ะเอ๋กับเจ้าข้อความในเอกสารของทอมนี้เข้า ทอม วูลเฟอร์ก็เลยโผล่มาอยู่ในการ์ตูน Dr.Strange เล่มที่ 180 ในปี 1969 ค่ะ โอ้โห สุดยอดเลยนะคะ เป็นพี่คงฟินน่าดู >< 

 


 

Santum Sanctorum
(ขอบคุณรูปภาพจาก : marvel.wikia.com)

 

เห็นแบบนี้แล้ว ดร.สเตรนจ์มีบ้านด้วยนะจ๊ะ


แน่นอนว่าคุณหมอสตีเฟ่น สเตรนจ์นั้นก็ต้องมีบ้านค่ะ แต่บ้านของเขาเป็นแมนชั่นที่ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 177A หมู่บ้านกรีนนิช ถนนบลีกเกอร์ เมืองแมตฮันตัน นิวยอร์ก ซึ่งเราเรียกแมนชั่นของนางว่า “ซางทัมแซงทอรัม (Santum Sanctorum)พอก้าวเท้าเข้าไปแล้วมันก็ดูเหมือนแมนชั่นธรรมดาๆ นี่แหละ แต่ช้าก่อนค่ะน้องๆ อย่าลืมว่าชายผู้นี้คือใคร เขาคือหมอแปลกใช่มั้ย!? ดังนั้นแมนชั่นของเขาจะกว้างขวางกว่าปกติมาก เวลาก็ถูกบิดเบือนเพราะพลังคาถาที่พี่แกร่ายกำกับไว้ค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่คุณหมอเขาจะใช้ซางทัมทอรัมในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่นถอดจิต, นั่งสมาธิ, ร่ายคาถา เป็นต้น

ดูๆ ไปแล้วก็เหมือนร่างทรงในเมืองไทยเราเลยเนอะว่าไหม อิอิ

 


 

“Doctor Strange Omnibus” ที่รีปริ้นท์ใหม่
(ขอบคุณรูปภาพจาก : goodreads.com)

 

เขาไม่เคยปราณีต่อศัตรู!!!


จริงๆ แล้วหมอแปลกแกชอบเสกคาถาใส่วายร้าย เท่านั้นยังไม่พอ พี่แกยังจะชอบโยนสลักเกลียวที่ถูกอาบไปด้วยเวทมนตร์ลึกลับใส่อีกฝ่ายด้วย แต่ถึงอย่างนั้นการต่อสู้ทางกายภาพของเขาก็มีนะคะ สเตรนจ์รู้ศิลปะการต่อสู้ที่ดีมาก (แต่เขาก็ชอบร่ายเวทมนตร์มากกว่า) และอาวุธที่เขาเลือกใช้ในการต่อสู้ไม่ใช่อะไรที่ไหน นอกจากไมเบสบอล!!! ไม่ใช่ไม้เบสบอลธรรมดานะคะน้องๆ แต่เป็นไม้เบสบอลที่เต็มไปด้วยลวดหนามจ้า โอ้โห พี่นี่อึ้งไปเลย แบบนี้ศัตรูก็เสียโฉมแย่สิ ToT

 

จริงๆ แล้วเขาเป็นเสือผู้หญิงนะ


แม้สเตรนจ์จะเป็นฮีโร่ปกป้องโลก แต่เขาก็ยังมีนิสัยแย่ๆ อยู่อย่างหนึ่งนั่นคือ เขาเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก!! และรู้วิธีที่จะ “เอาชนะใจ” สาวๆ แต่ละแบบให้อยู่หมัด เอ๊ะ... หรือดร.สเตรนจ์จะเป็นไอดอลของเทย์เลอร์ สวิฟต์กันแน่ :P

 



ดร.สเตรนจ์และคลีอา
(ขอบคุณรูปภาพจาก : comicsbook.com)

 

ถึงจะเป็นเสือผู้หญิง แต่ก็มีโมเมนต์รักจริงอะไรจริงนะจ๊ะ


แน่นอนว่าผู้หญิงที่ทำให้คุณหมอแปลกของเราหลงรักหัวปักหัวปำจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากหลานสาวของศัตรูตัวฉกาจอย่าง “Dormammu” ที่มีนามว่า “คลีอา” เจ้าหญิงแห่ง Dark Dimension ค่ะ และภายหลังทั้งคู่ก็ตกหลุมรักก่อนจะแต่งงานกันในที่สุด เรียกได้ว่าเป็นอันปิดตำนานเสือผู้หญิงไปเรียบร้อยโรงเรียนคลีอา

แต่ถึงอย่างนั้น สตีฟ ดิตโก ผู้เขียนดร.สเตรนจ์ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “Strange and Stranger: The World of Steve Ditko” ว่า ตลอดช่วงเวลาที่เขาเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ เขามักจะไปขลุกอยู่ในสตูดิโอ่ที่ตั้งอยู่บนหัวมุมถนนที่ 8 และถนนที่ 43 ในเมืองแมตฮันตันร่วมกับศิลปินแนว fetish อย่าง อีริก สเตนตัน ซึ่งสแตนตันนั้นรู้ดีว่าตัวเขานั้นผูกพันกับการ์ตูนเรื่องนี้มากๆ เหมือนกับที่ดร.สเตรนจ์ผูกพันกับภรรยาสาวของเขานั่นเองค่ะ

 



Tilda Swinton ผู้รับบทเป็นเมนเทอร์ของคุณหมอแปลก
(ขอบคุณรูปภาพจาก : moviepilot.com)


 

เมนเทอร์ที่แท้จริงไม่ใช่ทิลด้า สวินตันนะ!!!

สำหรับเมนเทอร์ของพี่หมอแปลก (หรืออาจารย์ที่สอนวิชาให้แก่ดร.สเตรนจ์) นั้นแท้จริงแล้วไม่ใช่ผู้หญิงนะฮ้า เพราะในการ์ตูน เมนเทอร์นางเป็นผู้ชาย เป็นคนเอเชีย และดูยังไงก็เอเชี๊ย เอเชีย สไตล์นักบวชในทิเบตนั่นแหละค่ะ แต่พอมาดูในภาพยนตร์ คนที่รับบทดันเป็นนักแสดงสาวสวยมากฝีมือสัญชาติบริทิชอย่าง ทิลด้า สวินตัน (Tilda Swinton) แทนซะอย่างนั้น อื้อหืออออ... เอเชียมากเลย XD 

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 9 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปดูพี่หมอแปลกที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้ หวังว่าจะทำให้น้องๆ เข้าใจฮีโร่สายเวทมนตร์คนนี้ได้มากขึ้นนะคะ :D สำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ก็เข้าโรงหนังเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม โดยได้นักแสดงมากฝีมือจากเกาะอังกฤษอย่าง "เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์" หรือพี่เหนียงของเรามารับบทเป็นนายแพทย์สตีเฟ่น สเตรนจ์ ด้วยค่ะ (พี่เป็นติ่งเบเนดิกต์ ><) ซึ่งความจริงแล้วตอนแรกพี่แกก็กะจะไม่รับบทนี้หรอก เพราะติดงานละครเวทีเรื่องแฮมเล็ท แต่ทางด้านผู้จัดภาพยนตร์ยอมเลื่อนวันฉายมาเป็นเดือนพฤศจิกายน 2016 เบเนดิกต์ก็เลยรับบทนี้ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางมาร์เวลเห็นว่าไม่มีใครเหมาะสมกับบทดร.สเตรนจ์ได้เท่ากับเบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์อีกแล้ว เขาก็เลยยอมเลื่อนวันเพื่อรอพี่เหนียงรับบทเลยจ้า พอรู้อย่างนี้แล้วยิ่งเพิ่มดีกรีความน่าดูไปอีก >//< 

ใครที่เข้าไปดูแล้วเป็นยังไง อย่าลืมมาบอกเล่าให้พี่น่้ำผึ้งฟังด้วยนะคะ รอฟังความเห็นจากน้องๆ อยู่จ้า อิอิ

พี่น้ำผึ้ง :)

ขอขอบคุณ
New York Times
Marvel.com
Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Writer #นิยาย #มาร์เวล #Marvel #dr.strange #strange #สเตรนจ์ #ดร.สเตรนจ์ #การ์ตูน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป