เคยไหมที่แอบคิด!
7 เรื่องไม่จริง ที่นักเขียนอย่างเราหลงเชื่อหัวปักหัวปำ
7 เรื่องไม่จริง ที่นักเขียนอย่างเราหลงเชื่อหัวปักหัวปำ
สวัสดีค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคน แอดมินเจ้าเก่ากลับมาอีกแล้ว สำหรับวันนี้ ขอเปลี่ยนแนวจากบทความวรรณกรรม มาชวนนักเขียนคุยกันดีกว่า... ขึ้นชื่อว่านักเขียน แน่นอนว่าความ “ขี้มโน” นี่ต้องมี แอดมินเองก็คนหนึ่งเลยจ้า มโนเก่ง คิดมาก คิดเยอะ ขี้จิ้นไปเรื่อย และมันมีหลายๆ เรื่อง ที่แอดมินก็แอบคิดๆ เพื่อหลอกตัวเองไปวันๆ ทั้งๆ รู้ว่าไม่จริงแต่ก็ทำเป็นคิด ทำเป็นเชื่อตลอดเวลา... วันนี้ แอดมินตัดสินใจแตกประเด็นพวกนี้ออกมาเป็นข้อย่อยๆ แล้วเอามาชวนนักเขียนคนอื่นๆ เม้าท์กันดู อยากรู้ว่า... เคยบ้างไหมที่คิดเหมือนกัน
1 ต้องมีพรสวรรค์ถึงจะเป็นนักเขียนได้
อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่นักเขียนส่วนใหญ่อินกันมาก แต่ความจริงแล้ว มีนักเขียนมากมายที่ประสบความสำเร็จได้แม้จะไม่มีพรสวรรค์ (แอดมินคิดว่าแอดมินก็เป็นคนหนึ่งนะ) สำหรับแอดมิน การเป็นนักเขียน แค่พรสวรรค์มันไม่พอ ต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย พรสวรรค์ก็แค่ช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ถ้าขาดซึ่งวินัยหรือการวางแผนที่ดี คุณก็ไม่อาจเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จได้ เพราะงั้น ถ้าใครเป็นนักเขียนที่ไม่มีพรสวรรค์ ก็ไม่ต้องเสียใจไป การฝึกฝนช่วยคุณได้ หรือถ้าใครมีพรสวรรค์ ก็อย่าเหลิง จนลืมฝึกฝน
2 ไม่ต้องรีบหรอก เดี๋ยวก็เขียนจบแล้ว
ฉึกกกกก แทงใจแอดมินดังมาก มีหลายครั้งที่เราเขียนพล็อตจบแล้วก็ทิ้งๆ วางๆ นิยายของตัวเอง ไปทำอย่างอื่น เพราะคิดว่ามีพล็อตอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยเริ่มเขียนก็ได้ ไม่น่าจะใช้เวลานานหรอก เดี๋ยวก็คงเขียนจบ แต่คำว่า “เดี๋ยว” ก็คือคำว่า “เดี๋ยว” มันสะกดแตกต่างจากคำว่า “จบ” มาก และถ้าเรามัวแต่ทำตัวเฉยๆ เมยๆ เรื่อยๆ เปื่อยๆ ไปวันๆ เผลอๆ เราอาจไม่มีโอกาสพิมพ์คำว่า “จบ” ในหน้านิยายก็ได้นะ
3 เขียนไม่ออกนี่ จะทำไงได้
ข้ออ้าง! เราเชื่อนะว่าทุกคนต้องเคยทำ ก็มันเขียนไม่ออก ใช่ไหมล่ะ... บอกแค่นี้แล้วสบายใจละ ไม่เขียนแล้ว หยุดดดด นี่เป็นคำโกหกหลอกลวงตัวเองที่เลวร้ายมากๆ ถ้าเขียนไม่ออก ควรจะหาทางแก้ไขปัญหานี้ซะ ไม่ใช่ปล่อยไป ลองพิจารณาดูว่าสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานั้นคืออะไร เมื่อค้นหาจนเจอก็จัดการกับมันให้ได้ อย่าปล่อยให้มันมาบั่นทอนหรือรบกวนจิตใจจนกลายเป็นปัญหาระยะยาวได้ เช่น ถ้าไม่มีเวลา ก็แบ่งเวลาชีวิตเสียใหม่ จัดระบบใหม่ ถ้าคิดพล็อตไม่ออก ก็ลงมือเขียนพล็อตจริงๆ จังๆ ถ้าไม่แน่ใจคาแร็คเตอร์ตัวละครก็ศึกษา ทำทุกทางเพื่อหาทางแก้ไขให้ได้ อย่าปล่อยไว้จนสายเกินไป หรือนั่งรอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันเขียนออก เพราะวันนั้นอาจไม่มาถึงเลยก็ได้
4 เขียนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเซฟ ไม่ต้องเก็บไฟล์ไว้หรอก หายก็ไม่เป็นไร จำได้
คำเดียวนะ... “เซฟให้หมดทุกที่ ไม่งั้นอาจได้เข้ารพ. บ้า โอเค จบนะ”
5 ความฝันสูงสุดคือการได้ตีพิมพ์
ในฐานะผู้ผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว แอดมินยอมรับว่า การได้ตีพิมพ์เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ ค่ะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันอาจไม่ใช่ความฝันสูงสุดของนักเขียนขนาดนั้นก็ได้ เพราะแม้ผลงานของเราจะไม่เตะตาสนพ. แต่ถ้ามันมีจุดเด่น มีความเป็นตัวของตัวเอง และได้รับการยอมรับในระดับหนึ่ง แค่นั้นมันก็ทำให้เรามีความสุขมากพอแล้ว นี่แอดมินจินตนาการว่า ถ้าลงนิยายแล้วมีคนเมนต์ มีคนมาชวนคุย แค่นี้ก็น่าจะทำให้รู้สึกดีได้มากแล้ว และเดี๋ยวนี้ นักเขียนหลายคนก็มีเป้าหมายอื่นๆ นอกจากได้ตีพิมพ์ค่ะ เช่น การทำมือเอง การขึ้นอันดับท็อปเด็กดี เป็นต้น จริงไหม
6 ลงนิยายออนไลน์ ไม่มีคนอ่านหรอก (และคงไม่มีคนซื้อด้วย)
ในฐานะคนที่รู้จักคนลงนิยายออนไลน์เยอะมาก แอดมินบอกเลยคำกล่าวนี้ไม่จริง แน่นอน การลงนิยายออนไลน์มีทั้งแบบที่คนอ่านเยอะและคนไม่อ่าน ซึ่งถ้าเราเป็นอย่างหลัง เราสามารถพัฒนาฝีมือ เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นอย่างแรกได้ แอดมินได้รับคำปรึกษาจากนักเขียนในเว็บบ่อยมาก ว่าทำยังไงถึงจะมีคนอ่าน จึงอยากตอบในฐานะผู้สังเกตการณ์ไว้ตรงนี้เลยว่า นักเขียนที่นิยายฮอต มีคนเข้าอ่านเยอะนั้น มีจุดเด่นคือ ลงนิยายสม่ำเสมอ และเขียนเนื้อหาแต่ละตอนได้ดึงดูด รวมถึงรู้จักวิธีการทิ้งท้าย ให้คนอ่านอยากอ่านต่อ ดังนั้น ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียน อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณเข้าสู่เส้นทางสายนี้ได้ ก็คือการลงนิยายออนไลน์
7 ลงนิยายออนไลน์ ดังแน่ๆ แฟนคลับตรึม
อันนี้จะลิงก์กับข้อ 6 แอดมินบอกได้ว่าการลงนิยายออนไลน์นั้นมีทั้งข้อดีข้อเสีย แม้แต่นักเขียนดังๆ บางคนมาลงนิยายออนไลน์ก็จอด ไม่มีคนอ่านเหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น การลงนิยายออนไลน์นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งสำคัญคือ... เนื้อเรื่องเลยค่ะ เขียนให้สนุก มีความน่าสนใจในทุกๆ ตอน และลงนิยายให้สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ไม่ใช่ลงๆ หยุดๆ ลงวันหนึ่งหายไปสิบวัน แบบนี้คนอ่านไม่ทนแน่นอน ถ้าหากทำแบบที่แอดมินบอกได้ ก็มีโอกาสที่นิยายของเราจะมีคนอ่าน
ทีมงานนักเขียนเด็กดี


12 ความคิดเห็น
จริงที่สุดเลยค่ะ 7 ข้อนี้เป็นอะไรที่หลอกนักเขียนอย่างเรามานานมาก แต่จริงๆเรื่องแบบนี้ก็ต้องแล้วแต่คนด้วยแหละค่ะ ถ้าใครเชื่อยังไงแล้วมีความสุขกับการเขียน มีความสุขในผลงาน มีความสุขที่จะเชื่อและคอยสร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาเรื่อยๆ ก็ปล่อยเขาเชื่อไปเถอะค่ะ
เป๊ะค่ะ เราเคยเป็นข้อ 3 แต่ไม่ใช่กับตอนนี้ ถ้าเราเขียนไม่ออกเราก็ไปเปิดหูเปิดตา ทำอย่างอื่นบ้าง ดูอนิเมะ อ่านนิยาย รัก แฟนตาซี ดูซีรี่ เดี๋ยวไอเดียมันก็มาเอง แต่นี้เราพยายามมากไอเดียเต็มหัวจนเขียนไม่ทัน เลยลงช้า ปัญหาเรา55555555
ขอบคุณนะคะ พึ่งรู้เหมือนกันว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย 0-0! เราไม่เคยแต่งนิยายเลยถือเป็นคำเตือนเลยหล่ะค่ะ! 0w0)b
เรื่องหนึ่งลง จ พ ศ
อีกเรื่องลง อา จ
หวังว่ามันจะไม่นานเกินไปไหม? แต่พยายามลงให้ได้ตามที่ฟิกไว้(แอบงอแงบ้างบางที)
ของเราคงเป็นข้อ5ค่ะ
แต่เป็นทำหนังทำละครซ้ำๆ เหมือนคู่กรรม บ้านทรายทอง เกมส์ล่าบัลลังก์ เดอะ วอกกิ้งเดด ถ้าเป็นหนังลงโรงก็ต้องแบบแฮร์รี่ สตาร์วอร์กันไปเลย 5555++ ตื่นๆๆ
มีความสุขกับงานเขียนนิยายค่ะ มีแอบมโนบ้างที่คิดว่านิยายเราจะดัง
แต่เอาจริงๆแล้วนะ แค่มีคนมาคอมเม้นมาพูดคุยด้วยนี่มันเป็นความสุขที่สุด ไม่จำเป็นต้องตีพิมพ์ก็ได้แค่หาเวลาลงให้ได้ทุกวันนี้ยังเหนื่อยเลย
ข้อ 1 อันนี้เราไม่เชื่อค่ะ เพราะตอนที่เขียนตอนแรกๆนั้นมันแย่มาก แต่เพราะพัฒนากับดูคอมเม้นติชมไปด้วยทำให้เรานั้นพัฒนายิ่งขึ้น พรสวรรค์เกิดขึ้นมาจากที่เราเขียนมากๆและยิ่งพัฒนามากๆ
ข้อ 2 ข้อนี้มันแทงหัวใจของเขาอย่างสุดซึ้' เพราะเรานั้นใช้ทำตัวสบายๆและเพ้อฝันไปวันๆ แต่ยังไงเราก็ต้องลบทิ้งเพราะไม่มีคนอ่าน
ข้อ 3 ใช้ค่ะข้อนี้เราทำบ่อย เพราะเขียนไม่ออกขอดองพักหนึ่ง มันเป็นข้ออ้างที่...ตรงกับนักเขียนหลายๆคนเลยค่ะ
ข้อ 4 อันนี้เราไม่เคยไม่เซฟเพราะมันสมองของหนูมันชอบเลอะเลือนง่าย อย่างกับคนแก่แหนะ เรานั้นเซฟทุกครั้งแต่บางทีก็เป็นเพราะแม่ เพราะแม่เขาเอาชักเอาท์ลง
ข้อ 5 ข้อนี้จริงค่ะ เพราะเคยฝันไว้ว่าอย่างตีพิมพ์สักเล่ม แต่พอคิดมาดูอีกที...เรานั้นยังตีพิมพ์ถ้ายังไม่เลิกนิสัยชอบดอง...
ข้อ 6 อันนี้เราจะพยายาม เพราะเราอยากลงแบบสมํ่าเสมอน่ะ แต่...เพราะความขี้เกียจมันชอบเข้ามากวนตลอด แต่เราจะพยายาม
ข้อ 7 ข้อนี้บอกเลยคือ ถึงแม้เราจะแต่งนิยายน่าสนุกสักแค่ไหน แต่มันก็ไม่เคยมีคนอ่าน เพราะบางทีนักอ่านบางท่านอาจสนใจหรือไม่สนใจ
บทความนี้เป็นประโยชน์อย่างมากเลยฮะ เพราะนักเขียนบางคนอาจเชื่อหัวปักหัวปำเลยก็ได้ ถ้าแอดไม่ทำบทความนี้ขึ้นมาน่ะครับ รักพี่ๆทีมงานเด็กดีที่ทำบทความที่มีประโยชน์ขึ้นมาน่ะครับ
เราหลอกตัวเองมานานเเค่ไหนแล้วน้าาา? เพราะเรามีความมโนนี่เนอะ~~(?) เราจบมโนศาสตร์5555+ (อีนี่บ้าอย่าสนใจ)
ข้อ 4.มันเจ็บทั้งๆทีคิดว่าเปิดเซฟอัตโนมัติไว้แล้ว พอกำลังปิดต่างแล้วพบว่าไม่ได้เปิดแล้วมองงานหายไปต่อหน้าต่อตา
สำหรับเราก็เป็นข้อ 5 ค่ะ เอาจริงๆแล้วจุดมุ่งหมายสูงสุดในเส้นทางนี้คือการตีพิมพ์ค่ะ แต่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์หรือตีพิมพ์นั่นก็อีกเรื่องนะคะ ^^
ข้อ 5 6 7 เป็นหมดเลยค่ะ
ข้อ 5 ยังคงอยู่ในจิตใจ แต่อยากลองแบบทำมือมากกว่าตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์อ่ะ อิอิ
บทความนี้นานแล้วเนอะ แต่รีรันใหม่ใช่มั้ย 555
1 ต้องมีพรสวรรค์ถึงจะเป็นนักเขียนได้ --- ตัวเองไม่คิดว่ามีพรสวรรค์หรือไม่มี (อ้าว) รู้แต่อยากถ่ายทอดวิทยาศาสตร์ในรูปแบบนิยาย อยากให้คนอ่านได้ประโยชน์ แล้วปกติเป็นคนฮาๆ เลยคิดว่าจะใส่ความฮาในนิยายได้ (หรือเปล่า?) รู้แต่ เขียนแล้วมีความสุข แค่นั้นเลย
2 ไม่ต้องรีบหรอก เดี๋ยวก็เขียนจบแล้ว --- ข้อนี้จริงค่ะ มีเรื่องที่วางพล็อตเป็นร้อยเรื่องแล้วมั้ง แต่ไม่เริ่มลง ก็ไม่ได้ไปต่อจนจบสักที เรื่องที่ลงตอนนี้ วางพล็อตจบ ลง(เกือบ)สดเลย มันก้าวหน้ากว่าเรื่องอื่นมากๆ
3 เขียนไม่ออกนี่ จะทำไงได้ --- เห็นด้วยค่ะ ถ้าค้างนี่ค้างนานนะ ต้องรีบแก้
4 เขียนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเซฟ ไม่ต้องเก็บไฟล์ไว้หรอก หายก็ไม่เป็นไร จำได้ --- Nooooooo เป็นคนเซฟตลอด เซฟเป็นระยะ เซฟแบบแบ่งด้วย คือมี ฉ.1 2 3 เป็นระยะ อย่างน้อยหายหรือพังอันหลังยังเหลืออันแรกๆ อยู่ มีอีกวิธีคือ พิมพ์ใน Google เอกสาร มันเซฟอัตโนมัติ (word ก็เซฟนะ) แต่ Google เอกสารนี่เราส่งไปเก็บหลายที่ได้ด้วย
5 ความฝันสูงสุดคือการได้ตีพิมพ์ --- ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วค่ะ e-book มี เด็กดีก็มีระบบ Coin ช่วย แน่นอน ยอดโหลดสำหรับนักเขียนน้อยๆ คงไม่หรู ตอนนี้เอาให้จบก่อนนะ
6 ลงนิยายออนไลน์ ไม่มีคนอ่านหรอก (และคงไม่มีคนซื้อด้วย) & 7 ลงนิยายออนไลน์ ดังแน่ๆ แฟนคลับตรึม --- 555 ส่วนตัว ไม่กล้าคาดหวัง ขอแค่คนอ่านสักคนบอกว่าสนุกก็ดีใจมากแล้ว ((เป็นคนมักน้อยนะ))
ขอบคุณที่ลงบทความนี้มาค่ะ ก็ช่วยเตือนตัวเองได้บางเรื่องเหมือนกันนะ ^__^