5 เทคนิค พัฒนาฝีมือเขียนนิยาย
สวัสดีเช่นเคยค่ะ ชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีทุกคน หัวข้อที่แอดมินเลือกมาในวันนี้คือ “การพัฒนาฝีมือเขียนนิยาย” เหตุผลที่เลือกหัวข้อนี้ เพราะแอดมินคิดว่าการเขียนนิยายนั้น ไม่ใช่แค่การสื่อสารเพื่อบอกเล่าบางสิ่ง เทคนิคระหว่างทางจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก นักอ่านจะถูกดึงดูดผ่านวิธีการเล่าเรื่องของคุณ เพราะฉะนั้น นักเขียนทุกคนควรต้องฝึกฝนกลยุทธ์การเขียน และสร้างเรื่องอยู่เสมอ จะได้เล่าเรื่องได้น่าสนใจและน่าอ่าน
คำถามสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคนคือ จะพัฒนาฝีมือการเขียนได้อย่างไร ต้องเขียนแบบไหน ต้องทำอย่างไรถึงจะเรียกว่าดีแล้ว วันนี้เราเลยลองรวบรวมมาฝากด้วยกัน 5 ข้อค่ะ เผื่อว่าจะช่วยพัฒนาการเขียนได้ไม่มากก็น้อย
เทคนิคที่ 1 เริ่มด้วยเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องถือว่าเป็นส่วนสำคัญมาก เวลาเขียนต้องทำให้คนอ่านรู้วัตถุประสงค์ของสิ่งที่คุณต้องการสื่อให้ได้ ฉากต่างๆ ก็สำคัญมากเช่นกัน เวลาเขียน นักอ่านควรจะต้องเห็นภาพและนึกฉากที่คุณเขียนออก เพราะฉะนั้น เทคนิคที่ทำได้คือ ลองจินตนาการว่า ถ้าคุณเป็นตัวละคร ต้องอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ คุณจะทำอย่างไร ตัดสินใจอย่างไร สิ่งที่อยากให้จำคือ การเขียนฉากที่สมเหตุสมผล ยิ่งถ้าสถานการณ์ที่คุณเลือก เป็นสถานการณ์แปลกใหม่ ไม่ได้เกิดในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป ก็ยิ่งต้องใส่ใจกับการเล่า นักเขียนที่ประสบความสำเร็จ ต้องเล่าเรื่องให้คนอ่านจดจำได้ เพราะฉะนั้น รายละเอียดในแต่ละฉากสำคัญมากถึงมากที่สุด เราขอยกตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เผื่อใครสนใจใช้อีเมลเล่าเรื่องตัวละคร ฉากที่ดี ไม่ควรเล่าแค่สั้นๆ แต่ต้องบรรยายทุกสิ่งทุกอย่างลงไปเลย เช่น
“ว่ายังไง แอดมินนักเขียนเด็กดี วันก่อนฉันได้อ่านบทความของคุณ ระหว่างทางเดินไปโรงเรียน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม ช่วงนี้อากาศเย็นสบายดี ถ้าตื่นแต่เช้าบางทีก็มีหมอกด้วย ตอนกลางคืนเลยไม่ต้องเปิดแอร์นอนเลย อ้อ ฉันแอบอ่านบทความของคุณเมื่อคืนนี้นี่แหละ ตอนที่อากาศเย็นสบาย ลมพัดมาเป็นระยะ บนนอกชานบ้านของฉันเอง ก็เลยตัดสินใจอีเมลมาเพื่อจะบอกว่า บทความของคุณช่วยเรื่องการเขียนของฉันได้มากจริงๆ นิยายที่ฉันเขียนอยู่เป็นแนวแฟนตาซีย้อนยุค อยู่ในหมวดอดีต ปัจจุบัน อนาคต ชื่อเรื่องว่า ... " ฯลฯ
เทคนิคที่ 2 เริ่มด้วยคำถาม
สิ่งที่ทำให้นิยายน่าอ่านและน่าติดตามคือ “คำถาม” ถ้าสังเกต เวลาเราอ่านนิยายสักเรื่อง ถ้ามีปริศนาบางอย่างให้เราค้นหา หรือมีคำถามให้เราติดตาม นิยายเรื่องนั้นจะสนุกมากขึ้นและน่าอ่านมากขึ้น ก่อนจะเขียนนิยายสักเรื่อง เราจึงอยากแนะนำให้ตั้งคำถามไว้ก่อน และควรเป็นคำถามปลายเปิด ที่สามารถออกความเห็นต่อเนื่องได้เรื่อยๆ เช่น ตัวละครของเราตามหาอะไร ตัวตน ตัวตนแบบไหน เขาพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือไม่ เขาแสวงหาเพื่ออะไร ก่อนจะได้พบ เขาต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และเมื่อแสวงหาพบแล้ว เขาจะได้อะไรต่อ... การตั้งคำถามไปเรื่อยๆ เป็นการฝึกกระบวนการคิด และยังช่วยให้เราสร้างตัวละครที่น่าสนใจออกมาด้วย คิดง่ายๆ ว่า เวลาคนเข้ามาอ่านนิยายของเรา เขาคงไม่อยากอ่านเรื่องที่ไร้จุดหมายหรอก แต่คงอยากได้คำตอบว่า กำลังอ่านอะไรอยู่
เทคนิคที่ 3 การเล่าผ่านมุมมองต่างๆ (POV)
การจะเขียนนิยายสักเรื่อง POV (Point of View) สำคัญมาก เลือกเลยว่าจะเล่าผ่านมุมมองแบบไหน บางคนก็เลือกเล่าผ่านมุมมองบุคคลที่ 1 คือแทนตัวเองว่า “ฉัน” หรือ “ผม” สำหรับการเขียนแบบนี้ คุณจะได้สร้างความสัมพันธ์กับคนอ่านไปด้วย เหมือนคนอ่านเป็นเพื่อน เราเล่าเรื่องให้เพื่อนคนหนึ่งฟัง เพราะฉะนั้น เราก็ต้องคิดให้ดีว่าจะเล่าแบบไหนอย่างไร เพราะสารที่คนอ่านได้รับ จะมาจากความคิดของคนคนเดียว ซึ่งก็คือผู้เล่า คนอ่านจะไม่รู้เลยว่าตัวละครอื่นๆ ในเรื่องคิดอย่างไร หรือถ้ารู้ก็ผ่านการตีความของตัวผู้เล่าเรื่อง ตรงกันข้ามกับมุมมองบุคคลที่ 3 ซึ่งเหมือนเราเล่าผ่านมุมมองของทุกตัวละคร คนอ่านก็จะสัมผัสหลากหลายมุมมอง หลากหลายความคิด ต้องคิดให้ดีว่าเราจะนำเสนอเรื่องราวแบบไหน เลือกเล่าให้เหมาะสม
เทคนิคที่ 4 คิดถึงผลลัพธ์ที่จะส่งผลถึงตอนจบ
ชื่อเล่นของเทคนิคนี้คือ “การคิดถึงตอนจบก่อน” แล้วค่อยย้อนกลับไปสร้างการกระทำให้กับตัวละคร บางคนชอบบอกว่าเขียนๆ ไปก่อน เดี๋ยวก็รู้เองว่าจะไปจบลงตรงไหน แต่ถ้าอยากพัฒนาฝีมือการเขียน เราแนะนำว่า... คุณต้องคิดถึงผลลัพธ์ของการกระทำของตัวละครด้วย มันจะช่วยให้นิยายของเราน่าสนใจมากขึ้น คำแนะนำคือ
ขั้นที่หนึ่ง เขียนผลลัพธ์ออกมาก่อน จากนั้นก็ไล่ย้อนกลับไปว่า... ใครเป็นผู้ทำสิ่งนี้ และทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร เช่น สุดท้ายแล้ว ตัวละคร C ตาย จากการกระทำของตัวละคร A และ B และการกระทำนั้นคือ การรวมหัวกันทำร้าย A ใช้คำพูดทิ่มแทงใจ ส่วน B ใช้อาวุธทำร้าย ดังนี้เป็นต้น
ขั้นที่สอง ใส่ชิ้นส่วนปริศนาต่างๆ ให้ลงตัว ทั้งรายละเอียดที่ทำให้เหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้น หาเหตุผลต่างๆ ที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้น โดยพยายามตั้งคำถามไปตลอดทางว่า... สิ่งที่เราเขียนนี้ สมจริงแล้วหรือไม่ และจะถูกคัดค้านบ้างไหม ถ้าหากเกิดคำถาม ก็ให้จดเอาไว้และพยายามหาข้อแก้ต่างให้ได้
เทคนิคที่ 5 เขียนในสิ่งที่รู้
เทคนิคนี้ เราบอกมาหลายครั้งหลายหนมากแล้ว และยังจะย้ำต่อไป เพื่อตอกย้ำความสำคัญ การเขียนในสิ่งที่รู้หรือถนัดนั้น เป็นเรื่องที่เราอยากให้นักเขียนทุกคนทำ เพราะจะทำให้เนื้อหาในนิยายของเราสมจริงมากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ ในการเขียนถึงอาชีพหมอ ถ้าเราไม่ได้เป็นหมอ เราย่อมจะเขียนได้ยากกว่าเจ้าของอาชีพจริงๆ หรือถ้าหากเราเปิดร้านอาหาร เราย่อมเข้าใจวิธีการบริหาร การจัดการกับลูกค้า การดูแลอาหารได้ดีกว่าคนอื่นๆ คนแต่ละคน มีสิ่งที่รู้ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเราได้เขียนถึงเรื่องที่เรารู้หรือถนัด เราย่อมจะถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจ ละเอียด และเต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือมากกว่าคนอื่นๆ ดังนั้น ถ้าอยากพัฒนาฝีมือ อยากเขียนนิยายที่สมจริงและน่าอ่าน ลองเริ่มต้นจากการเขียนในสิ่งที่เรารู้... จะดีที่สุด
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
.jpg)



10 ความคิดเห็น
เป็นบทความที่ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณมากๆค่ะ เป็นบทความที่ดีมากๆ
เกิดไอเดียปิ๊งปั๊ง มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าต้องเขีบนนิยายไปในแนวไหน ขอบคุณมากค่ะ
เพิ่มให้ เทคนิคที่ 6 เขียนคำผิดเยอะ ต้องศึกษาภาษาไทยก่อนค่อยมาแต่งนิยาย ถ้าเขียนนิยายที่มีแต่คำผิดจะอ่านสนุกได้ไง 55555 /ข้ามเม้นนี้ไป
ขอบคุณมากค่ะ เอาไปปรับใช้ได้ดีเลย
ขอบคุณค่ะ จะเอาไปทำตาม
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่าาาา
คะน้ากำลังนั่งอยู่ในร้าน fuku matcha มือซ้ายถือแก้วชานมไข่มุกที่รสชาติไม่อร่อยเอาเสียเลยแต่ก็ซื้อไปงั้นเพื่อหาที่นั่ง มือขวากดแป้นพิมพ์ข้อความกล่าวขอบคุณบทความในเว็บไซต์เด็กดี เพราะกินน้ำเย็นในห้องแอร์ทำให้เธอรู้สึกหนาวจนคิดพล็อตในนิยายที่ลงเว็บไม่ออก ไม่สิ แค่ข้ออ้างเท่านั้น จริง ๆ แล้วเจ้าตัวคิดออกหมดแล้ว แต่ใช้คำซ้ำมากเกินไปจนต้องแก้สรรพนามและการบรรยายทั้งหมด