คัดมาแล้ว! นี่แหละ 6 เมนูที่นักเขียนขาดไม่ได้
สวัสดีชาวนักเขียนเด็กดีทุกคนจ้า ขึ้นหัวข้อมาแบบนี้ ใช่เลยชัดเจนแน่นอน แอดมินมาเล่นประเด็น “ของกิน” นั่นเอง ส่วนตัวจากที่เห็นเพื่อนๆ นักเขียนในเฟซบุ๊กหรือแชทกันทางข้อความเนี่ย รู้เลยว่านักเขียนส่วนใหญ่ ล้วนแต่จริงจังเรื่อง “ของกิน” ทั้งนั้น ยิ่งดึกๆ ช่วงเวลาปั่นต้นฉบับเนี่ย เมนูอาหารมากันรัวๆ บางทีก็แกล้งโพสต์ แล้วก็เมนต์ขำกันไปขำกันมา นี่เลยรู้ว่าสำหรับนักเขียนแล้ว “เรื่องกินเรื่องใหญ่” จริงๆ (นักเขียนแถวนี้คิดว่าจริงมะ ถ้าจริงพยักหน้าเร็วเข้า)
และในบทความนี้ เราขอมาจัดอันดับเมนูอาหารท็อปฮิตที่นักเขียนส่วนใหญ่ควรรับประทาน โดยข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจาก Writerpractice ใครเป็นนักเขียนก็มาดูนะว่าเผื่อจะได้เมนูไปเพิ่มพลัง ส่วนตัวแอดมินนั้นสารภาพว่าเป็นสาวกชาค่ะ เวลาเขียนนิยายถ้าได้ชามะนาวเย็นๆ สักแก้ว รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ นี่ โอ้โห ชื่นใจ ไม่เขียนต้นฉบับเลย #ผิด สรุปก็คือ ถ้าได้เครื่องดื่มดีๆ และสภาพแวดล้อมดีๆ ต้นฉบับมารัวๆ ถึงไหนถึงกันค่ะ (เหรอ...?)
อันดับ 1 กาแฟ
นี่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ แอดมินเห็นนักเขียนจำนวนมาก ซดกาแฟกันเป็นว่าเล่นในช่วงปั่นต้นฉบับ เพราะกาแฟมีฤทธิ์ทำให้ประสาทตื่นตัวและไม่ง่วงนั่นเอง นอกจากนี้ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์มาแล้วว่า การดื่มกาแฟจะช่วยเพิ่มปริมาณการปั่นต้นฉบับได้ เพราะคาเฟอีนจะทำให้เราตื่นตัว และช่วยลดการหลั่งของสารที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าด้วย คงเพราะเหตุนี้แหละ นักเขียนส่วนใหญ่เลยชอบดื่มกาแฟกัน อ้อ นักวิทยาศาสตร์ยังสรุปด้วยว่า แค่ได้กลิ่นกาแฟก็ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นได้แล้ว เพราะฉะนั้น เวลาเขียนต้นฉบับ เอาถ้วยกาแฟร้อนๆ มาวางไว้ข้างๆ ก็จะทำให้ผ่อนคลายได้ดีมากๆ
อันดับ 2 ชา
สำหรับนักเขียนคนไหนที่ไม่ชอบกาแฟ งานวิจัยแนะนำมาว่าให้ดื่มชาแทนก็ได้ ได้ผลเท่าๆ กัน แต่กาแฟจะมีปริมาณคาเฟอีนที่มากกว่า ดังนั้น นักเขียนสามารถดื่มชาได้มากกว่ากาแฟ แต่ข้อดีคือ ชาจะทำให้คุณทำงานได้นานกว่ากาแฟ กาแฟจะทำให้ตื่นตัวในช่วงแรกๆ แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้น ในขณะที่ชาจะส่งผลระยะยาว คำแนะนำสำหรับนักเขียนคือถ้าวันไหนอยากเขียนนานๆ ต้องดื่มชา แต่ถ้าวันไหนเวลาน้อยหน่อย อยากเขียนเร็วๆ ไวๆ ก็เลือกกาแฟแทน
อันดับ 3 บลูเบอร์รี่
สำหรับชาวไทยบลูเบอร์รี่อาจไม่แพร่หลายเท่าไหร่ แต่สำหรับนักเขียนต่างชาติ ถึงกับเรียกบลูเบอร์รี่ว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” มีการศึกษาจำนวนมากที่เปิดเผยว่าบลูเบอร์รี่มีแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่เยอะมาก และมีคุณสมบัติช่วยเรื่องการกักเก็บออกซิเจน ทำให้เลือดไหลเวียนดี และสามารถเดินทางไปเลี้ยงสมองได้สม่ำเสมอ ทำให้คุณตื่นตัว สามารถผลิตผลงานได้อย่างต่อเนื่อง เอาละรู้แล้ว วันไหนเขียนไม่ออก ก็ต้องกินบลูเบอร์รี่แล้วละ นอกจากนี้ บลูเบอร์รี่ยังมีสารช่วยคลายเครียดด้วย ถ้าใครเครียดๆ กินบลูเบอร์รี่สิ จะระงับอารมณ์โมโหได้
อันดับ 4 น้ำเปล่า
รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำเปล่านี่แหละของดีที่สุด มีบางวันที่เรารู้สึกเหนื่อยๆ หรืออ่อนล้า นั่นก็เพราะภาวะขาดน้ำนั่นเอง ถ้าหากเขียนนิยายไปแล้วรู้สึกไม่ดี หรืออ่อนล้า แนะนำให้ดื่มน้ำ แค่นี้ก็ช่วยได้เยอะแล้ว การดื่มน้ำจะช่วยให้คุณสามารถโฟกัสได้มากขึ้น มีสติมากขึ้น ถ้าหากเริ่มรู้สึกว่าเขียนไม่ออก ปวดตุบๆ บริเวณศีรษะ ให้ลุกจากโต๊ะ เดินไปรินน้ำมาดื่มสักแก้ว มีงานวิจัยบอกมาว่า... แค่ดื่มน้ำ 1 แก้ว สมองจะทำงานได้เร็วขึ้นถึง 14%
อันดับ 5 ดาร์คช็อกโกแลต
สำหรับนักเขียน นี่เป็นข้ออ้างที่ดีมากในการกินช็อกโกแลต เพราะงานวิจัยบอกว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ตัวช็อกโกแลตเป็นส่วนผสมของคาเฟอีนและสารบางอย่างที่ช่วยให้ความคิดแล่น คาเฟอีนช่วยกระตุ้นสมอง และสารที่เป็นส่วนประกอบของช็อกโกแลต จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช็อกโกแลตยังมีส่วนผสมของเซโรโทนินและเอนดอร์ฟิน (เป็นสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุข) เพราะงั้นถ้าเขียนไม่ออกแล้วคิดมาก คิดหนัก กินช็อกโกแลตสักแท่งช่วยได้
อันดับ 6 ไอศกรีม
แม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าไอศกรีมช่วยเรื่องความคิด แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ ไอศกรีมช่วยเรื่องการคิดบวก เมื่อใดที่ทุกข์ใจ หรือรู้สึกไม่ดี การกินไอศกรีมจะช่วยให้ร่างกายหายเครียด สบายใจ อารมณ์ดีได้มากขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้ารู้สึกหดหู่ เขียนไม่ออก หรือไม่พอใจต้นฉบับของตัวเอง ต้องเปิดตู้เย็นเอาไอศกรีมออกมากินแล้วละ
เป็นยังไงบ้างคะ ทั้ง 6 อันดับของเรา มีใครเคยกินอะไรบ้าง และรู้สึกแบบที่บทความเขาว่าไหม สำหรับแอดมิน อย่างที่บอกไปตอนแรกว่า ต้องเป็นชามะนาวเท่านั้น และมันจริงอย่างที่เขาบอกนะ แอดมินกินแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้นตลอด เวลารู้สึกเหนื่อยๆ เขียนๆ ไปแล้วจะหลับ นี่ต้องเปิดตู้เย็นหยิบชามะนาวมากินเป็นการเพิ่มพลัง หลายคนอาจไม่สบายใจ รู้สึกว่า โห กินแบบนี้จะอ้วนหรือเปล่าเนี่ย ขอบอกเลยว่าสำหรับนักเขียนแล้ว เราต้องการพลังและกองทัพเดินด้วยท้อง เพราะฉะนั้น จงหาอาหารหรือเครื่องดื่มดีๆ ที่ดีต่อใจ แล้วกินเข้าไปเลยค่ะ เพื่อให้ต้นฉบับของเราไปต่อได้...
ว่าแล้วเดี๋ยวแอดมินกินชามะนาวก่อนนะ แล้วค่อยเขียนนิยาย อิอิ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี




14 ความคิดเห็น
ใช่ค่ะนํ้าทุกเมนูนี้นักเขียนทุกคนขาดไม่ได้ ชอบกินไอศกรีมกับนํ้าเปล่าที่สุด กาแฟกินไม่ได้เพราะยังเด็กอยู่ ชากินได้แต่ซื้อที่ไหนล่ะ บลูเบอร์รี่กินได้แต่ไม่ค่อยชอบ ดาร์คช็อกโคแลตชอบซื้อมากินแต่แม่บอกว่าอย่าซื้อเลยซื้อไปก็กินไม่หมด =_= จากนั้นไม่ซื่อมาอีกเลย บางครั้งอ่ะนะ =_= แล้วไอศกรีมชอบกินรสมะนาวที่ซู้ดดดด!!!! เพราะอร่อยและเปรี้ยว ส่วนนํ้าเปล่าเพราะชอบดื่มตอนไม่มีอะไรทาน =_=
เค้าชอบกินบลูเบอรี่ชีสเค้ก บางทีก็ไอศกรีม แต่ไม่ใช่กาแฟอ่ะเป็นนมสดนี่ล่ะ555
แล้วมาม่าล่ะครับ?
มันฝรั่งทอด เค็มๆ ดี ความคิดแล่น
นักเขียนสายดองกินส้มตำปูปลาร้าได้เหรอเปล่าคะ
ปลาร้าที่บ้านเต็มไหเลย
มาม่า ช็อกโกแลต บลูเบอรี่ น้ำเปล่า ไอศครีม นั่นคือเรา
ประเด็นอยู่ที่ กินอะไรที่ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยและสบายใจเราสินะ... ของหวานๆยามดึกคือสวรรคปากแต่นรกน้ำหนักมาก.... เรื่องกลิ่นกาแฟนี่ยอม ของเขาหอมจริง แต่ไม่ชอบกิน(ฮา) ชานี่ชาเขียวได้ไหมคะะะะ น้ำเปล่าคือทางเลือกที่ดีที่สุด(สำหรับคนไม่มีอะไรจะกิน5555) เราว่าลูกอมรสเปรี้ยวๆหวานๆก็ดีนะ พอกินอะไรเปรี้ยวๆหวานๆแล้วรู้สึกสดชื่น
ของโปรดทั้งน้าน อ้วนช่างม้าาน 555
ทุกเมนูเว้นกาแฟค่ะ
ไอศรีมและน้ำเปล่ารวมถึงช็อคโกแลตค่ะ
โอรีโอ+นม (แม่บอก)
ช็อคโกแลตค่ะ หรือไม่ก็ซุบไก่สกัด กินแล้วสมองปรอดโปร่ง
ปกติจะกินชอกโกแลตไม่ก็คาราเมลน่ะค่ะ ของหวานๆมันทำให้เราตื่นตัวได้ดี เคยกินเค้กตอนเขียนนิยายนะ แต่สุดท้ายอิ่มค่ะ ต้องนอนตีพุงแปปนึงก่อนแล้วค่อยลุกมาเขียนต่อ 555
สำหรับเครื่องดื่มเราจะดื่มโกโก้เย็นที่ขายเป็นแก้วในเซเว่นอ่ะค่ะ แก้วเดียวตาสว่างเลย (นี่แหละ ยาโด๊ปที่ใช้ตอนช่วงสอบ เหอๆ) ไม่งั้นก็ชารสข้าวญี่ปุ่นค่ะ หวานดี >.,<
ผัดกะเพราหมูกับเอสค่ะ... กินแล้วจะผ่อนคลายจนหลับไป...