5 วิธีเสริมสไตล์การเขียนของเราให้คมชัดยิ่งขึ้น
บนโลกนี้มีนักเขียนอยู่มากมาย แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้นักเขียนคนนั้นแจ้งเกิดและสามารถสร้างผลงานให้กลายเป็นที่รู้จักได้ ก็คือ "สไตล์การเขียน"
ใช่แล้ว หน้าที่ของคนอยากเป็นนักเขียนทุกคนคือ หาสไตล์ของตัวเองให้พบ และเมื่อพบแล้วก็ต้องขัดเกลาให้มันคมมากขึ้น เป็นประกายมากขึ้น น่าสนใจมากขึ้น เรามี 5 วิธีน่าสนใจมาฝาก เพื่อว่าทุกคนจะเอาไปปรับใช้กับสไตล์การเขียน นิยายจะได้น่าอ่านและมีเสน่ห์มากขึ้น
วิธีที่ 1 สไตล์การเขียนต้องเหมาะกับแนวและหัวข้อนิยายที่เลือกเขียน
ถ้าหากคุณเลือกเขียนนิยายแนวสยองขวัญสุดโหด เราคงไม่ได้เห็นสำนวนหยดย้อยหวานชื่นแบบที่ควรจะเห็นในนิยายรักโรแมนติกหรอก จริงไหม หรือในนิยายรักโรแมนติก ก็ไม่ควรจะมาเขียนแบบห้วนๆ โหดๆ สำนวนตัดๆ ถ้าเขียนแบบนั้นมันก็ไม่เข้ากัน แถมจะทำให้ดูแปลกด้วย หนึ่งในเรื่องสำคัญคือ นักเขียนต้องเลือกสไตล์การเขียนที่เหมาะกับแนวนิยายของตัวเอง เมื่อแน่ใจว่าเหมาะสมแล้ว ก็ต้องหาทางไปเพิ่มจุดเด่นกันที่สำนวนการเขียนต่อไป... วิธีนี้ เราเห็นได้ในกลุ่มนักเขียนรุ่นใหญ่อย่าง อาจารย์ทมยันตี หรืออาจารย์ว. วินิจฉัยกุล แม้จะปิดชื่อเรื่องไว้ เราก็สามารถตอบได้ว่าเป็นสำนวนของพวกท่าน
วิธีที่ 2 รู้จักเลือกใช้คำในแง่บวกและแง่ลบ
นอกจากจะมีสไตล์เป็นของตัวเองแล้ว นักเขียนควรจะมีความรู้ในแง่ของ "คำ" ต่างๆ อย่างละเอียด นักเขียนที่ดีจะรู้ว่าคำคำไหนให้ความรู้สึกแง่บวก คำคำไหนให้ความรู้สึกแง่ลบ เช่น คำว่า เถียง กับ ทะเลาะ จะเห็นว่า คำว่าเถียงดูเบากว่ามาก เราต้องดูว่ารูปประโยคของเราในตอนนั้น อารมณ์เป็นแบบไหน ถ้าหากอารมณ์ลบ ก็ควรใช้คำว่าทะเลาะ เพราะมันลบ แต่ถ้าหากตัวละครแต่หารือกัน ก็เลี่ยงไปใช้คำว่า ถกเถียง หรือหารือ จะเบาลงและดูเป็นบวกมากกว่า การควบคุมคำให้เหมาะกับสถานการณ์ต่างๆ ในเรื่อง จะทำให้นิยายของเรามีสไตล์ชัดเจนขึ้น
วิธีที่ 3 เลือกสไตล์การเขียนให้เหมาะกับคนอ่าน
อันนี้ขอใช้คำง่ายๆ ว่า "โทนเรื่อง" ลองถามตัวเองดูว่า... คนอ่านของเราอายุเท่าไหร่ และเป็นคนกลุ่มไหน ผู้ชายหรือผู้หญิง แล้วคนกลุ่มนี้ชอบหรือไม่ชอบอะไร ถ้าหากเราค้นพบคำตอบแล้ว ก็จะสามารถปรับวิธีการเขียนให้เข้ากับกลุ่มคนนั้นๆ ได้ เช่น ถ้าหากเป็นคนอายุน้อย เราอาจจะต้องเลือกเขียนเรื่องเกี่ยวกับการเรียน หรือเรื่องสถานการณ์ใกล้ตัว เช่นแอบรักเพื่อน การไปเรียนพิเศษตามสถานที่ต่างๆ รวมกลุ่มไปค่าย เป็นต้น แต่ถ้าคนอ่านของเราอายุมากหน่อย ก็อาจเล่าเรื่องในที่ทำงาน คนหนุ่มสาวที่มีฝัน การเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดเพื่อหาแรงบันดาลใจ อย่างไรก็ตาม การเลือกแบบนี้ ก็ต้องตรงกับสไตล์ของเราด้วย ไม่ใช่เขียนอะไรที่ไกลตัวจนเกินไป
วิธีที่ 4 อ่านงานของนักเขียนคนละสไตล์กับเราบ้างก็ดี
นักเขียนหลายคนไม่ชอบอ่านงานเขียนของคนอื่นเพราะมองว่า... อาจจะติดสไตล์หรือสำนวนมา แต่คำแนะนำของเราคือ อ่านงานของคนอื่นๆ ให้มากๆ และควรอ่านงานของคนที่เขียนแตกต่างจากเราด้วย เพราะมันจะทำให้เราได้ศึกษาความแตกต่างและพัฒนาสไตล์ของเราให้ดียิ่งขึ้นไปอีก จะเชื่อหรือไม่ก็ได้ แต่การอ่านงานของคนที่เขียนอะไรแตกต่าง อาจทำให้เราได้ไอเดียใหม่ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับงานเขียนของเราได้ก็ได้ นอกจากนี้ ยิ่งอ่านมาก ก็ยิ่งเป็นการสะสมคลังคำ วิธีการเขียน เทคนิคต่างๆ จะได้ทำให้เราเก่งกาจมากขึ้น
วิธีที่ 5 เขียนบ่อยๆ ฝึกฝนสไตล์ให้ยิ่งชัดเจนและแหลมคม
สไตล์การเขียนสำคัญมากก็จริง แต่ถ้าเขียนน้อย ไม่ค่อยได้เขียน สำนวนก็จะไม่คม และไม่ชัดเจน แนะนำให้เขียนบ่อยๆ ฝึกบ่อยๆ ก็จะช่วยให้สไตล์ของคุณนิ่งมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น นักเขียนไม่ว่าจะโด่งดังระดับไหน ก็ยืนยันว่า ถ้าไม่ไดเขียนบ่อยๆ จะเกิดอารมณ์ฝืด และเขียนไม่ออกกันทั้งนั้น ดังนั้น ถ้าอยากเป็นนักเขียนที่มีสไตล์ชัดเจน มีผลงานที่น่าสนใจ แนะนำให้เขียนให้มากที่สุด


8 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะ เราสำนวนห่วยมากค่ะ
จะได้เอาไปปรับปรุง+พัฒนา
ขอบคุณค่ะ เราจะไม่ได้ก็ตรงบรรยายกับสำนวนค่ะ แต่ก็จะพยายามค่ะ
จะเอาไปประยุกต์ใช้ครับ
เป็นประโยชน์มากค่าาา
ขอบคุณครับ เห็นจุดบกพร่องของตัวเองเยอะเลย ต้องนำไปปรับปรุงซะเเล้ว
ขอบคุณฮ้าบบบบ ^^
ขอบคุณมากค่า
ขอบคุณที่บอกวิธีมาให้นะค่ะ
มีประโยชมากเลยค่ะ