วิจารณ์หนังสือ : พลิกศพ ตอน นักสะสมกระดูก เรื่องเล่าจากคนตายที่ต้องการทวงความยุติธรรม!



วิจารณ์นิยาย
พลิกศพ ตอน นักสะสมกระดูก
เรื่องเล่าจากคนตายที่ต้องการทวงความยุติธรรม!

 

ถ้าพูดถึงศพคนตาย สำหรับคนทั่วไปคงเป็นอะไรที่ไม่น่าพิสมัยนัก ยิ่งถ้าต้องเห็นหรือเจอศพที่ถูกฆาตกรรมด้วยวิธีการไม่ปกติด้วยแล้ว หลายๆ คนคงยิ่งอยากหลีกหนีไปไกลๆ เพราะกลัวว่าถ้าเห็นแล้วจะฝันร้าย แต่สำหรับนางเอกของนิยายเรื่อง “พลิกศพ” เธอคงไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เพราะมันคือหน้าที่ของเธอ ที่จะต้องหาเบาะแสที่ฆาตกรเหลือไว้บนศพนั่นเอง...!!


ใช่แล้วค่ะ นางเอกของนิยายเรื่องนี้มีอาชีพเป็นนักนิติเวช ซึ่งพี่หญิงว่านี่เป็นจุดที่น่าสนใจมากๆ ของนิยายเรื่องนี้ เพราะน้อยมากจริงๆ ที่เราจะเห็นตัวเอกนิยายสืบสวนประกอบอาชีพนี้กันอย่างจริงจัง ไม่เห็นเป็นตำรวจ นักสืบ ก็จะเป็นผู้เสียหายที่อยู่ห่างๆ หรือคนที่โดนกล่าวหาแล้วต้องแก้ตัวไปต่างๆ นานา เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ดึงดูดให้พี่หญิงเลือกเปิดหนังสือเล่มนี้...




ผู้แต่ง : Daisy (戴西)
ผู้แปล : ภารวิณี ยังเจริญยืนยง
สำนักพิมพ์: The Mist Publishing
ราคา : 350 บาท


คำโปรยปกหลัง 


จางถง นิติเวชหญิงมือฉกาจหนึ่งเดียวแห่งกรมตำรวจเทียนฉาง ต้องเจอกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องจากฆาตกรผู้ปราดเปรื่อง หล่อนและหวังย่าหนานเพื่อนรัก ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยอาชญากรรมพิเศษ ต้องพึ่งนิติวิทยาศาสตร์ในการไขคดีที่ชวนขนลุกและซับซ้อนนี้ เพื่อทวงความเป็นธรรมให้แก่คนตายที่ไม่สามารถเปิดปากได้อีก ทำได้เพียงใช้ร่างกายของพวกเขาบอกเล่าเรื่องราว


นอกจากต้องหาหลักฐานจากศพเพื่อไขคดีและจับฆาตกรแล้ว จางถง ยังต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันโหดร้ายของตัวเองเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ที่ยังตามหลอกหลอนอีกด้วย เธอจะผ่านมันไปได้หรือไม่ ฆาตกรที่ก่อเหตุจะถูกจับกุมหรือลอยนวลต่อไป... 


ความรู้สึกหลังอ่าน

หลังอ่านจบ พี่หญิงพบว่านิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนวสืบสวนที่น่าทึ่งทีเดียว ผู้เขียนเปิดเรื่องมาน่าสนใจมาก คดีแรกที่นางเอกต้องจัดการก็จัดมาอย่างพีคเลย เพราะเป็นคดีฆ่าหั่นศพ ที่ไม่เพียงแต่ศพถูกหั่นเท่านั้น ฆาตกรยังแล่เนื้อเป็นชิ้นๆ และเอาไปต้มด้วย เรียกว่าพออ่านถึงฉากที่ต้องบรรยายถึงสภาพศพแล้ว... พี่หญิงอดสยองตามไม่ได้เลยจริงๆ นอกจากนี้ การดำเนินเรื่องในส่วนของปมย่อยคดีความต่างๆ ตรงจุดนี้ผู้เขียนผูกปมและคลายปมได้อย่างกระชับมากๆ และถึงแม้บางคดีพี่หญิงจะแอบรู้สึกว่าจบง่ายไปหน่อย แต่ระหว่างการสืบสวน การทิ้งปริศนาต้องยอมรับเลยว่าผู้เขียนทำได้ดี และการดำเนินเรื่องราวนี้ก็ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องการสืบค้นคดีของนางเอกเท่านั้น ผู้เขียนยังสอดแทรกปริศนาที่จะนำไปสู่ปมหลักอย่างคดีฆาตกรรมที่เคยเกิดขึ้นกับนางเอกในอดีตได้อย่างแนบเนียนอีกด้วย (นึกถึงโคนันไปด้วย มีคดีย่อย แต่ระหว่างที่อ่าน ก็จะมีชายชุดดำออกมา เพื่อนำไปสู่การค้นหาคำตอบว่า ทำไมโคนันถึงกลายร่างเป็นเด็กชายตัวจิ๋ว) 


เป็นนิยายสืบสวนที่เน้นการใช้หลักฐานทางนักนิติเวชวิทยาเป็นหลัก 

ก่อนอ่านนิยายเรื่องนี้ พี่หญิงแอบคิดว่าผู้เขียนไม่น่าจะเน้นเรื่องราวทางนิติเวชเท่าไหร่ แต่น่าจะไปพูดถึงเรื่องการสืบสวนสอบสวนและการตามหาความจริงของนางเอกมากกว่า ทว่าในความจริงแล้ว ทั้งหมดที่กล่าวมา เหมือนเป็นแค่น้ำจิ้ม สิ่งที่จริงจังกว่าคือ การสืบสวนคดีทางนิติเวชค่ะ ผู้เขียนเล่าตั้งแต่นางเอกไปเก็บตัวอย่างหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุ ตรวจพิสูจน์ศพ เขียนรายงาน ส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อ เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งข้อมูลด้านนิติเวช และขั้นตอนการชันสูตรเลย คงเพราะนักเขียนเรื่องนี้ทำงานเป็นนักนิติเวชวิทยามาหลายปี ความรู้จากประสบการณ์ตรงจึงแน่นมาก ขอสรุปเลยว่า...ใครที่สงสัยว่าอาชีพนิติเวชต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง มาอ่านเรื่องนี้เลยค่ะ ละเอียดสุดๆ


ตัวอย่างคดีฆาตกรรมที่เกิดในเรื่อง

ฆ่าหั่นศพ พร้อมแล่เนื้อ ประหนึ่งเนื้อสไลด์ แล้วเอาไปต้ม 

คดีแรกที่เปิดเรื่องออกมาแล้วพีคมากๆ เริ่มตั้งแต่นางเอกของเราไปรับศพจากที่เกิดเหตุ พิสูจน์ศพ หาข้อมูลจากชิ้นเนื้อที่ได้มา (พี่หญิงเพิ่งรู้จากตรงนี้เลย ว่าการเอาเนื้อไปต้มในความร้อนสูงจะเป็นการทำลายหลักฐานในส่วน DNA ของศพได้ แถมยังกำจัดหลักฐานเกี่ยวกับฆาตกรที่อาจติดอยู่กับศพได้อีกด้วย) สร้างข้อสันนิษฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ตาย สร้างภาพจำลองจากกะโหลกศีรษะที่ได้มาที่หลัง แล้วส่งต่อหลักฐานทั้งหมดให้กับหน่วยสืบสวน และตอนจบของเรื่องนี่ก็พีคค่ะ คนร้ายในคดีนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่คาดไม่ถึงสุดๆ 

- ฆ่าแล่เนื้อหนังออก แล้วเอากระดูกไปสะสม

หลังจากอ่านไปสักพักพี่หญิงก็เริ่มสงสัยอย่างจริงจังว่าชื่อตอน "นักสะสมศพ" จะโผล่มาเกี่ยวข้องกับเนื้อหาตอนไหนกันล่ะเนี่ย แต่พออ่านมาถึงคดีนี้ก็เข้าใจ เพราะคดีนี้เป็นคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจากชายหนุ่มผู้หลงใหลในการสะสมกระดูก เขาเชื่อว่า "กระดูกคือสิ่งที่สวยงามที่สุดของมนุษย์" และเริ่มค้นหามนุษย์ที่มีโครงสร้างกระดูกที่สวยงามจากการคำนวณส่วนสูงน้ำหนักอายุรวมกัน จนได้ค่าที่พอใจ แล้วลงมือฆาตกรรม โดยการวางยา แล่เนื้อเลาะเอากระดูกออกมา แล้วเอาเนื้อคนที่เหลืออยู่ไปทิ้ง! ซึ่งตอนผู้เขียนบรรยายถึงฉากที่นางเอกต้องไปสำรวจศพ ขอบอกเลยว่าพี่หญิงแอบสยองสุดๆ เลย ในคดีนี้นางเอกของเรามีหน้าที่ต้องหาถึงสาเหตุการตาย ศพตายด้วยวิธีไหน เป็นใคร และมีอะไรหลงเหลือไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบหาตัวคนร้ายได้บ้าง แอบเป็นอีกหนึ่งคดีที่เดาจบจบไม่ถูกเลยจริงๆ

- ลักพาตัวเด็ก ฆ่าควักลูกตา ฝังลืมกลางป่าใหญ่

คดีนี้เป็นเรื่องราวการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ จางถง นางเอกของเรื่องโดยตรง ใช่แล้วค่ะ เธอเองก็เป็นผู้เสียหายจากคดีด้วยเช่นกัน ตัวคดีเกิดจากชายหนุ่มที่รักลูกตัวเองมาก จนไม่สามารถยอมรับความจริงที่ว่า ลูกสาวเป็นโรคร้าย และกำลังจะตาบอด เวลาเขาเจอเด็กหญิงคนอื่นๆ ที่มีดวงตาสดใส หรือเจอเด็กที่มาล้อเลียนลูกสาว เจ้าตัวก็จะหลอกล่อไปฆ่า ควักลูกตาออก แล้วฝังไว้กลางป่าลึก ทำให้ไม่มีใครหาศพเด็กๆ เจอ คดีนี้ จางถงต้องลงพื้นที่ เพื่อค้นหากระดูกที่ฝังอยู่ใต้ดิน และนำมาตรวจสอบในห้องแล็บ เพื่อตามหาเจ้าของศพให้พบ และมันได้เตือนใจให้เธอนึกถึงคนใกล้ชิดในชีวิต คนคนนั้นคือพ่อของเธอเอง...!  


เสริมความสมบูรณ์ของเนื้อหา ด้วยบทบาทของตัวละครรอง

อีกหนึ่งประเด็นที่อยากหยิบยกมาพูดถึงก็คือการสร้างตัวละครรองของผู้เขียน ที่ส่งให้เนื้อหามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะตัวเอกของเรื่องเป็นนักนิติเวชวิทยา การดำเนินเรื่องในส่วนของนางเอกส่วนใหญ่จึงวนอยู่ระหว่างการเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ รับศพ และชันสูตรศพเพียงอย่างเดียว เรื่องอื่นๆ เธอมีโอกาสจะมีส่วนร่วมน้อยมากๆ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในหน้าที่รับผิดชอบ ผู้เขียนจึงได้สร้างตัวละครรองที่รับหน้าที่นั้นอย่าง หวังย่าหนาน หัวหน้าหน่วยอาชญากรรมพิเศษขึ้นมา และเวลาเขียนก็สลับบทบาทสองคนนี้ไปมา ไม่ได้เน้นไปที่ตัวละครไหนเพียงตัวละครเดียว ในสายตาคนอ่านอย่างพี่หญิง บอกเลยว่า ผู้เขียนสอบผ่านค่ะ เขียนได้น่าสนใจมาก (ประมาณว่าหลังจางถงชันสูตรศพจนได้ข้อมูล ก็ส่งให้หวังย่าหนานรับหน้าที่สืบหาคนร้ายต่อ แล้วก็คุยกัน ช่วยกันคลี่คลายปริศนาที่เกิดในคดี)


นิยายที่แฝงด้วยเรื่องราวการ "หลีกหนีความจริง" ของมนุษย์

คำพูดที่ว่า “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย” เป็นคำพูดที่ทุกคนต่างคุ้นเคยและรู้จักดี แต่ความจริงแล้ว คนที่สามารถยอมรับความจริงของชีวิตได้นั้น มีน้อยมากๆๆๆ คนส่วนใหญ่เลือกที่จะมองข้ามสิ่งที่เป็นอยู่ และหลอกตัวเองด้วยความสบายใจที่ไม่มีจริง แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ที่เรารู้ความหมายของคำๆ นี้ แต่ไม่ยอมรับและปฏิบัติตามมัน แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวก็เหมือนเป็นคีย์หลักสำคัญของเรื่อง ผู้เขียนได้สร้างสถานการณ์ให้ตัวละครสืบหาความจริง แต่ตัวนางเอกในเรื่องอย่าง "จางถง" นี่แหละ เป็นตัวละครที่พยายามหลีกหนีความจริงอย่างที่สุด  

ปัญหาหลักของจางถงคือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ และปริศนาน้องสาวที่หายไป ทั้งสองอย่างนี้ล้วนแต่มีเงื่อนงำ และน่าที่จะสืบหาความจริง ทว่า จางถง กลับเลือกที่จะละเลยและมองข้ามมันไป (จริงๆ แล้วพี่หญิงแอบคิดว่า คาแร็คเตอร์ของ "จางถง" มีความสับสนในตัวเองสูงอยู่พอสมควรเลย เพราะทั้งๆ ที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวตัวเอง แต่ก็กลับกลัวที่จะรู้อยู่ตลอดเวลา) แถมครอบครัวของเธอก็เต็มไปด้วยดราม่า ตัวพ่อก็ไม่ยอมรับความจริงที่ลูกสาวจากไป เลยฆ่าตัวตาย ส่วนแม่ก็ป่วยเป็นโรคทางจิต จมอยู่แต่ในโลกของตัวเอง เพื่อปฏิเสธความจริงว่าคนที่รักจากไปแล้ว ผู้เขียนเล่นประเด็นนี้ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งกับตัวจางถง ซึ่งเป็นตัวละครเอกของเรื่อง แล้วยังลามมาถึงบรรดาฆาตกรในคดีต่างๆ ที่มีพฤติกรรมหลีกหนีความจริงไม่แตกต่างกัน 
 
ขอสรุปปิดท้ายเลยก็แล้วกันค่ะว่า นอกจากนิยายเล่มนี้จะเป็นแนวสืบสวนน่าอ่านและชูประเด็นให้เราได้เห็นถึงระบบการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านนิติเวชอย่างชัดเจนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นปัญหาสังคมอันหลากหลายที่เกิดขึ้นเป็นประจำจนถูกมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นคดีการฆ่าข่มขืน คดีเด็กหาย หรือคดีฆ่าคนตาย (ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันเยอะมากๆ เห็นได้จากฟี้ดในเฟซบุ๊กเกือบจะทุกวันเลยค่ะ) ซึ่งไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใดก็ตาม สำหรับตัวพี่หญิงเอง มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญ และควรที่จะต้องมีการแก้ไข รวมไปถึงดูแลอย่างจริงจัง หนังสือเล่มนี้ เหมือนกระจกเงาสะท้อนสังคม และทำให้เราในฐานะคนอ่านได้มองเห็นปัญหาส่วนรวมได้มากขึ้นค่ะ   



พี่หญิง

 

พี่หญิง
พี่หญิง - Columnist มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น