เปิดโลกกว้าง พาไปชมบรรยากาศงานหนังสือประจำปีที่เกาหลี : Seoul International Book Fair 2017



เปิดโลกกว้าง พาไปชมบรรยากาศงานหนังสือประจำปีที่เกาหลี : Seoul International Book Fair 2017
 


สวัสดีค่ะนักอ่านเด็กดีทุกคน^^ พี่หวานคนเดิมเพิ่มเติมคือมีข่าวอัพเดทเกี่ยวกับวงการหนังสือของประเทศเกาหลีใต้มาฝาก เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพี่หวานมีโอกาสได้ไปดูงานที่ประเทศเกาหลีอีกแล้ว พอได้ยินข่าวว่าในเดือนนั้นจะมีการจัดงานหนังสือประจำปี ในชื่องานว่า Seoul International Book Fair 2017 (서울국제도서전) ทำให้พี่หวานรีบเคลียร์คิวเพื่อไปเก็บภาพมาฝากน้องๆ เลยค่ะ เพราะโดยส่วนตัวก็แอบสงสัยเหมือนกันว่างานหนังสือที่เกาหลีจะเหมือนงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติที่จัดขึ้นบ่อยๆ ในไทยรึเปล่า 
 



(บรรยากาศหน้างาน Seoul International Book Fair 2017)


จากการได้ลองหาข้อมูลเบื้องต้น ทำให้พบว่างานหนังสือในโซลเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1954 ค่ะ เเต่สำหรับชื่องาน Seoul International Book Fair ได้กำหนดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1995 โดยเริ่มจัดงานโดยมีกลุ่มสำนักพิมพ์ในเกาหลีรวมตัวเป็นคนควบคุมดูแล มีจุดประสงค์การจัดงานเพื่อประชาสัมพันธ์ให้หนังสือเกาหลีเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ และมีการนำหนังสือจากต่างประเทศเข้ามาเผยเเพร่เพื่อให้เป็นที่น่าสนใจในสังคมเกาหลีด้วยค่ะ พี่หวานคิดว่าสาเหตุหลักของการจัดงานน่าจะเพราะว่าอยากทำให้วงการสื่อสิ่งพิมพ์มีความน่าสนใจมากขึ้น จึงมีการโปรโมทและจัดงานหนังสือ Seoul International Book Fair ขึ้นมาเป็นประจำทุกปี จะได้เปิดโอกาสให้ผู้คนที่สนใจได้เข้ามาสัมผัสหนังสือมากมาย ถือว่าเป็นการกระตุ้นวงการสื่อสิ่งพิมพ์ให้ขับเคลื่อนไปได้เรื่อยๆ นั่นเองค่ะ นอกจากจะได้เดินชมหนังสือจากนานาประเทศ กิจกรรมพิเศษในงานยังมีการร่วมเสวนาเรื่องอนาคตของวงการสื่อสิ่งพิมพ์ในเกาหลีใต้อีกด้วย เรียกว่ามางานเดียวครบเครื่องกันไปเลย 


ส่วนตัวพี่หวานตื่นเต้นกับการไปชมบรรยากาศครั้งนี้มากเลยค่ะ พอจะรู้มาว่าวงการสื่อสิ่งพิมพ์ของประเทศเกาหลีใต้ยังหมุนเวียนคล่องตัวอยู่ หลักฐานที่บ่งชี้อย่างเห็นได้ชัดว่า 'หนังสือ' ยังมีบทบาทอย่างมากในสังคมเกาหลีก็คือบรรยากาศในรถไฟใต้ดินที่ถือเป็นขนส่งสาธารณะที่คนนิยมใช้ที่สุด น้องๆ จะสามารถพบคนเกาหลีที่ถือหนังสือพิมพ์หรือหนังสือแบบเป็นเล่มติดตัวกันมาอ่านเพื่อฆ่าเวลาบนรถไฟใต้ดินด้วย แม้ว่าจะเป็นประเทศแห่งอินเทอร์เน็ตและขึ้นชื่อเรื่องความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นอันดับต้นๆ แล้วก็ตาม 



(บรรยากาศหน้างาน Seoul International Book Fair 2017)


กลับมาที่บรรยากาศของงานหนังสือกันดีกว่า เริ่มจากตอนที่ไปถึงจะต้องมีการลงทะเบียน กรอกข้อมูลสำหรับติดต่อ เเละเสียค่าเข้าชม 5,000 วอน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 150 บาท) ตรงนี้เป็นจุดต่างแรกที่งานหนังสือที่โซลแตกต่างจากงานที่ไทยที่จะให้คนมาชมงานเข้าฟรีได้เลย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เเต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เงิน 5,000 วอนที่เราจ่ายเป็นค่าเข้างาน จะถูกเปลี่ยนไปเป็นคูปองแทนเงินสด สามารถใช้ซื้อหนังสือภายในงานได้เลยค่ะ เมื่อมีเงื่อนไขต้องจ่ายค่าเข้าแบบนี้น้องๆ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่อยากเสียเงินเข้าเเล้วสิ แต่พี่หวานบอกเลยว่าเงื่อนไขนี้จะทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการเดินเลือกซื้อหนังสือในงาน เพราะภารกิจงานวันนี้คือต้องใช้คูปองเหล่านั้นซื้อหนังสือนั่นเองค่ะ รับรองได้หนังสือติดมือกลับไปคนละเล่มสองเล่มแน่นอน ><  

เมื่อทำการกรอกข้อมูลลงทะเบียนเเละได้รับคูปองที่หน้างานเรียบร้อยเเล้วก็ไปเดินชมงานกันเลย แต่ใครที่เป็นห่วงเรื่องข้อมูลส่วนตัวไม่ต้องกังวลเลยค่ะเพราะทุกอย่างที่กรอกเป็นข้อมูลทั่วไปที่สามารถกรอกได้ จากที่พี่หวานถามกับสต๊าฟท์ได้ความว่าทางโครงการอยากเก็บสถิติผู้คนและกลุ่มวัยที่มาใช้บริการค่ะ หรือถ้าหากกำหนดการปีหน้าออกมาเรียบร้อยเเล้ว เราก็อาจจะได้รับข่าวสารเร็วกว่าคนอื่นๆ นั่นเอง 
 


(ตั๋วเข้างานมีลักษณะคล้ายบอร์ดดิ้งพาสที่จะมีคนคอยฉีกหางตั๋วก่อนหน้างาน
และคูปองเเทนเงินสดจำนวน 5,000 วอน ทุกอย่างถูกออกแบบได้หรูหราน่าเก็บเป็นที่ระลึกมากเลยค่ะ ><)


เมื่อเดินมาตรงทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่ยืนตรวจตั๋วเข้างาน เดินพ้นประตูเข้าไปก็จะพบบรรยากาศคล้ายๆ งานหนังสือที่จัดขึ้นในไทย เเต่ว่างานหนังสือที่โซลจะจัดในฮอลที่ขนาดพอดีแบบที่สามารถเดินได้ครบทุกบูธโดยไม่เหนื่อย มีแสงสว่างเพียงพอเหมาะแก่การถ่ายรูปแล้วออกมาสวยงาม>< ผู้คนในงานก็ไม่ค่อยแออัดแต่ว่ามีเดินเข้าออกงานไม่ขาดสายเลยค่ะ สำหรับพี่หวานผู้ไปงานนี้แบบไม่มีลิสต์หนังสืออะไรที่ต้องการดูเป็นพิเศษก็เลยเดินเล่นเรื่อยๆ ด้วยความที่คนไม่เยอะจนเบียดเสียดไม่มีที่เดิน ทำให้วันนั้นพี่หวานสามารถเข้าออกบูธหนังสือ และยืนเลือกดูได้อย่างสบายใจ

หนังสือหลายบูธที่มาจัดในงานก็จะมีความแตกต่างกันไปหลายประเภท พี่หวานรู้สึกว่าแผนผังงานที่นี่ดูแล้วเข้าใจง่ายค่ะ เเต่ละโซนจะมีธงห้อยลงมาบอกเป็นระยะๆ ว่าตอนนี้บูธละแวกนั้นมีหนังสือประเภทอะไรบ้าง คงด้วยสเกลพื้นที่ไม่ได้ใหญ่เหมือนหอประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ทำให้เราสามารถเดินชมได้เรื่อยๆ ส่วนมากที่พี่หวานเห็นคนเกาหลียืนมุงดูกันจะเป็นหนังสือประเภทให้กำลังใจ หรือฝึกฝนตนเองค่ะ อาจเป็นเพราะประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่ต้องแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ความกดดันจึงมีสูงมาก หนังสือประเภทดังกล่าวจึงเป็นทางออกที่จะพัฒนาศักยภาพและให้กำลังใจตนเองได้



(บรรยากาศในงาน Seoul International Book Fair 2017)

 
หนังสือตามบูธประเภทต่อมาที่พบมากคือเรื่องประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ค่ะ สำหรับประเภทหนังสือนิยายที่ขายดีมักจะเป็นนิยายแปล โดยเฉพาะนิยายที่แปลจากภาพยนตร์ เช่นเรื่อง Your name จะพบขึ้นตำแหน่ง Best seller หลายบูธเลยค่ะ โปรโมชั่นในงานหนังสือที่โซลจะค่อนข้างเหมือนกันคือเป็นราคาลด 10% ส่วนที่แตกต่างน่าจะเป็นของเเถมค่ะ 
 


(ตัวอย่างปกหนังสือนิยายเกาหลี ที่ดูเรียบๆ สีสันไม่ฉูดฉาด เเละเน้นที่ชื่อเรื่องให้เด่น
จุดสังเกตอีกอย่างของหนังสือเกาหลีคือจะมีหน้าปกแข็งคลุมหนังสือก่อนจะเป็นหน้าปกจริงด้วยค่ะ)


หลังจากเดินชมบรรยากาศในงานจนพอใจพี่หวานก็เลยสุ่มซื้อหนังสือนิยายเกาหลีติดมือกลับมาด้วย(ถ้ามีโอกาสจะลองมารีวิวนิยายแบบเกาหลีให้ฟังว่าเป็นยังไงนะคะ แต่คงต้องใช้เวลาอ่านสักพัก >__<) จังหวะที่พี่หวานจ่ายเงินซื้อหนังสือเล่มนี้มาสิ่งที่ได้ตามมาด้วยคือของเเถมมากมาย ทั้งโปสการ์ด ที่คั่นหนังสือ ดินสอไม้พร้อมกระบอกใส่สวยงาม รวมไปถึงกระจกที่เป็นลายการ์ตูนของนิยายเรื่องนี้ด้วย เเต่ความโชคร้ายคือตอนจ่ายเงินลืมใช้คูปองเเทนเงินสดค่ะเมื่อออกมานอกงานเเละนึกขึ้นได้ก็สายไปเสียเเล้ว ก่อนกลับพี่หวานจึงไปถามว่าคูปองสามารถเก็บไว้ใช้งานวันอื่นได้มั้ยทางสต๊าฟท์บอกว่าไม่ได้ค่ะ เป็นคูปองวันต่อวัน ถ้าวันพรุ่งนี้อยากมาเข้างานอีกก็ต้องเสียค่าเข้าชมและกรอกข้อมูลลงทะเบียนอีกรอบ พี่หวานจึงตัดสินใจเก็บคูปองกลับมาเป็นที่ระลึกแทน เพราะฉะนั้นถ้าใครที่จะไปงานหนังสือต้องย้ำตัวเองว่าอย่าลืมใช้คูปองแทนเงินสดด้วยนะคะ เดี๋ยวจะเสียโอกาสไป



(บรรยากาศในงาน Seoul International Book Fair 2017)


งาน Seoul International Book Fair จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมิถุนายน สถานที่จัดงานคือห้างสรรพสินค้า COEX Hall A ชั้น B1 

การเดินทางสามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีเขียว) ลงที่สถานี Samseong (삼성) ทางออก 5 หรือ 6 ค่ะ ถ้าเหล่าหนอนหนังสือคนไหนที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีในช่วงเดือนมิถุนายน อย่าลืมติดตามข่าวสารให้ดี แล้วลองไปชมบรรยากาศงานหนังสือด้วยตนเองสักครั้งนะคะ พี่หวานคิดว่าคนชอบหนังสือจะต้องสนุกกับการเดินชมบรรยากาศเหมือนพี่หวานแน่นอนค่ะ


พอได้มีโอกาสไปดูงานหนังสือของประเทศเกาหลีอย่างนี้พี่หวานก็นึกอยากรู้ต่อไปอีกนะคะว่าบรรยากาศงานหนังสือของประเทศอื่นๆ ทางฝั่งตะวันตกจะมีจัดขึ้นเหมือนฝั่งเอเชียบ้านเรามั้ยนะ? เดี๋ยวพี่หวานจะลองไปนั่งหาข้อมูลมาฝาก และถ้าน้องๆ คนไหนเคยไปชมบรรยากาศงานหนังสือที่ไหนบ้างก็มาเเชร์ให้พี่หวานและเพื่อนนักอ่านคนอื่นในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ เเล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^___^



พี่หวาน

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น