นักเขียนรุ่นใหม่จงอ่าน!
5 ข้อดี ของการเขียนผ่านออนไลน์
สวัสดีค่ะชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดี ดูเหมือนว่าระยะหลังโซเชี่ยลมีเดียและสื่อออนไลน์จะมีบทบาทสำคัญกับชีวิตของเรามากๆ ไม่เฉพาะแต่ในชีวิตประจำวัน แต่ยังรวมไปถึงงานเขียนของเราเองด้วย หลายคนก็ชอบ เพราะคิดว่ามันสะดวกสบายดี แต่หลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า... มันจะเข้ามาทำลายวัฒนธรรมด้านภาษาหรือการเขียนหรือเปล่า ทุกวันนี้ ก็มีการรณรงค์การเขียนผิด (โดยเฉพาะคำว่า นะคะ นะค่ะ” เยอะมาก หรือบางคนก็มองว่าการใช้โซเชี่ยลมีเดีย อาจจะทำให้ขายหนังสือได้น้อยลง เพราะคนหันมาอ่านข้อมูลทางออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราอยากให้ทุกคนใจเย็นๆ และมองสิ่งที่เกิดขึ้นในเชิงบวก เพราะในเมื่อโซเชี่ยลมีเดียต้องอยู่ในชีวิตของเราอยู่แล้ว เราก็ควรหาข้อดีจากมันให้ได้ จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขยังไงล่ะ
และนี่คือข้อดีของการเขียนผ่านออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดียที่เราหยิบยกมาพูดคุยกัน
ช่วยให้เรารู้ข้อผิดพลาดในการเขียนได้เร็วขึ้น
อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้นว่า ทุกวันนี้ มีการรณรงค์เรื่องการใช้คำว่า นะคะ นะค่ะ เยอะมาก สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นผลจากการเขียน (พิมพ์) ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย มันทำให้เราค้นพบข้อผิดพลาดได้เร็วขึ้น คำบางคำ เราเองก็ไม่รู้ว่าสะกดอย่างไร บางที เผลอตั้งสเตตัสผิดๆ ก็อาจจะมีเพื่อนของเรานั่นแหละมาคอมเมนต์ท้วงติง หรือเวลาเราลงนิยายออนไลน์ ถ้าเราสะกดผิด หรือใช้ไวยากรณ์ผิดพลาด ก็จะมีนักอ่านมาแนะนำให้กับเรา ในอดีต กว่านักเขียนจะได้รับคำวิจารณ์หรือความเห็นจากนักอ่าน ก็ต้องใช้เวลานานมาก เพราะการสื่อสารไม่สะดวกอย่างทุกวันนี้ แต่ในทุกวันนี้ นักอ่านสามารถสื่อสารกับนักเขียนได้โดยตรง และทำให้เราได้รู้ผลของการเขียนในทันที รู้ว่าถ้าผิดพลาดตรงไหน เราต้องแก้ไขอย่างไร
ปรับตัวและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
ข้อนี้ก็จะเชื่อมโยงกับข้อแรก เมื่อนักเขียนอย่างเราได้รับคำวิจารณ์หรือคำท้วงติงจากนักอ่าน เราสามารถแยกแยะความเห็นเหล่านั้น และนำมาปรับใช้ได้อย่างรวดเร็ว คงเพราะสื่อออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดียนั้นรวดเร็วมาก แค่คลิกเดียว เราก็สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองได้แล้ว บางคน ลงนิยายเป็นตอนๆ ตอนแรกๆ ได้รับคำวิจารณ์ ก็สามารถนำไปแก้ไข ปรับพล็อต ทำให้ผลงานน่าสนใจโดนใจคนอ่านได้มากขึ้นด้วย
ฝึกให้เราเขียนอะไรสั้นๆ ได้ใจความได้ดี
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า เวลาเขียนอะไรบนโซเชี่ยลมีเดีย เราควรจะเขียนให้กระชับ อ่านเข้าใจง่าย มีนักเขียนหลายคนที่เริ่มต้นจากการเขียนสเตตัสเฟซบุ๊ก หรือเขียนสเตตัสในเพจ แล้วกลายเป็นนักเขียนนิยายหรือได้รับการติดต่อจากสนพ. ให้นำข้อความที่เขียนไปรวมเล่ม กลายเป็นคนมีชื่อเสียงได้ เบื้องต้นที่เราพูดถึงคือข้อเขียนสำหรับช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย ก็จะต้องเขียนสั้นๆ และดึงดูดคนอ่านได้ตั้งแต่บรรทัดแรก แต่สำหรับนิยายออนไลน์ อาจจะมีข้อแตกต่างอยู่บ้าง เพราะสื่อเป็นคนละรูปแบบ จึงมีพื้นที่ให้เขียนเรื่องยาวๆ ได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม การฝึกเขียนสั้นๆ ได้ใจความบนสื่อโซเชี่ยลทั้งหลาย ก็จะส่งผลต่อการเขียนนิยายของเรา ทำให้สำนวนกระชับ ไม่ย้วย และน่าอ่าน
ทำให้เรารู้ว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ
การปรากฎตัวของโซเชี่ยลมีเดียและสื่อออนไลน์ ทำให้เราเรียนรู้ว่า... โลกของเราต้องเปลี่ยนแปลงเสมอ และไม่มีอะไรหยุดอยู่กับที่ และเราต้องมีสื่อใหม่ๆ อยู่เสมอ ในอดีต โสเครตีส นักปรัชญาชาวกรีก เคยแสดงความกังวลไว้ว่า ถ้าเราไม่เขียน คนก็จะลืม เขาเป็นหนึ่งในผู้รณรงค์การเขียนและพยายามหาทางสร้างมันเป็นบันทึก เพื่อให้คนรุ่นหลังได้อ่านและได้เรียนรู้ ถ้าหากโสเครตีสอยู่ถึงปัจจุบัน เขาคงประหลาดใจไม่น้อย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากๆ ตามความเป็นจริงแล้ว โลกเรามีวิวัฒนาการมาตลอด จากการเล่าปากต่อปาก ไปสู่การบันทึกบนแผ่นหิน บันทึกลงในกระดาษ และปัจจุบัน คือการเขียนลงสื่อออนไลน์ หรือโซเชี่ยลมีเดีย มันคือวัฒนธรรมและคือสิ่งที่ต้องเป็นไป
ถูกพูดถึงได้เร็ว สร้างกระแสได้ไว
ทุกวันนี้ มีคำใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ล้วนแต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าถ้อยคำที่เราเขียนโดนใจพอ ก็จะทำให้กลายเป็นที่พูดถึงกันได้ปากต่อปาก และทำให้เรากลายเป็นนักเขียนเกิดใหม่ที่ใครต่อใครก็พูดถึง แม้หลายคนอาจมองว่ามันเกิดขึ้นชั่วคราวประเดี๋ยวประด๋าว แต่เมื่อมองอีกแง่มันก็เป็นการช่วยเหลือนักเขียนได้ระดับนึง และทำให้เราสามารถขายผลงานได้ แอดมินนึกถึงตอนที่มีคนเขียนประโยคที่ว่า “อย่าสงสารคนตายเลยแฮร์รี่...” ลงในทวิตเตอร์ หลังจากนั้นทุกคนก็รู้จักฉากนี้ในนิยายแฮร์รี่ พอตเตอร์ทันที นับว่าเป็นเรื่องที่ดีและช่วยให้เราเผยแพร่นิยายได้อย่างรวดเร็วค่ะ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี


2 ความคิดเห็น
การเขียนนิยายออนไลน์มีข้อดีมากมายจริงๆครับ ขอบคุณเว็บไซต์เด็กดีที่เปิดพื้นที่ให้นักเขียนได้นำเสนอผลงานขอตนเองออกสู่สายตานักอ่านทุกคนนะครับ^^
ฝึกฝนตนเองเพื่อความฝันของเรานะ