ชวนมาฟัง งานเสวนาสร้างแรงบันดาลใจ 'อ่านก่อนซีไรต์ 17 รวมเรื่องสั้นสัญชาติไทย ทำไมต้องรอแค่เล่มเดียว'



ชวนมาฟัง ร่วมเสวนา
“อ่านก่อนซีไรต์ 17 รวมเรื่องสั้นสัญชาติไทย ทำไมต้องรอแค่เล่มเดียว”
 


 

สวัสดีค่ะนักอ่านในเว็บเด็กดี วันนี้พี่หวานขออัพเดทวงการหนังสือกันหน่อยนะคะ เมื่อไม่นานนี้พี่หวานได้ไปงานสุดพิเศษ “อ่านก่อนซีไรต์ 17 รวมเรื่องสั้นสัญชาติไทย ทำไมต้องรอแค่เล่มเดียว” เคยได้ยินชื่อกันบ้างมั้ยเอ่ย งานนี้เป็นงานเสวนาที่จับเอานักเขียนที่มีผลงานหนังสือรวมเรื่องสั้นผ่านรอบ Long List S.E.A มาพูดคุยกันค่ะ เเละงานนี้พี่หวานรับรองว่าน่าสนใจตรงที่เราไม่ได้คุยเเต่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่มีนักเขียนมากฝีมือเป็นตัวเเทนมานั่งคุยกันถึงแปดคนเลยทีเดียว! งานนี้ร่วมด้วย แพรวสำนักพิมพ์ จับมือกับ สำนักพิมพ์มติชน สำนักพิมพ์ ArtyHouse เเละสถานที่สุดพิเศษอย่าง Warehouse30 จัดงาน “อ่านก่อนซีไรต์ 17 รวมเรื่องสั้นสัญชาติไทย ทำไมต้องรอแค่เล่มเดียว” ขึ้นมาได้
 

เล่าเรื่องที่มาของผลงาน



ภายในงานนั้นนักเขียนเเต่ละคนก็ได้พูดถึงที่มาของงานชิ้นนี้ที่ผ่านมาถึงรอบ Long list ซึ่งพี่หวานไม่พลาดจดมาครบถ้วน บอกเลยว่าเเนวคิดของเเต่ละคนนั้นมีความเป็นตัวตนของตัวเองชัดเจนมากๆ เลยค่ะ

 
1. ความโดดเดี่ยวของนักวิ่งระยะไกล : วิกรานต์ ปอแก้ว


ในตอนต้นนั้นเขายังไม่ได้วางรูปแบบของหนังสือเล่มนี้ ชื่อหนังสือก็มาตั้งขึ้นทีหลัง โดยเริ่มต้นจากเมื่อ 3-4 ปีก่อนในตอนที่การวิ่งมาราธอนยังไม่เป็นที่นิยมมากขนาดนี้ วิกรานต์ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองในช่วงเวลานั้นจนการวิ่งมาราธอนเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเกือบเข้าใกล้การทำสมาธิ จึงเกิดความคิดมากมายที่อยากจะเขียนในชั่วโมงแห่งความโดดเดี่ยวที่ต้องเผชิญหน้าตามลำพังระหว่างที่วิ่งมาราธอน สำหรับเนื้อหายังคงความเป็นวิกรานต์อย่างสมบูรณ์ เขากล่าวต่อไปถึงมุมมองส่วนตัวว่า ความตายเป็นศิลปะเป็นสิ่งสวยงามอย่างหนึ่ง ความตายไม่ใช่เรื่องของความเจ็บปวดเเต่เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้เเค่เสี้ยวในวันที่อาม่าหลับตาเเละจากไป เขาจึงรู้สึกว่าการเล่าเรื่องความตายนั้นเป็นจุดสิ้นสุดเเละเป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่น่าค้นหา ซึ่งทั้งหมดล้วนสัมพันธ์ไปกับชื่อเรื่องเเละมุมมองอันโดดเดี่ยวระหว่างวิ่งมาราธอนที่เขาใช้มองสังคมในช่วงเวลานั้น 

 
2. กลางฝูงแพะหลังหัก : อุมมีสาลาม อุมาร


สำหรับผลงานเรื่อง กลางฝูงแพะหลังหัก เป็นการถ่ายทอดความบาดเจ็บของสิ่งมีชีวิต โดยเล่าผ่านตัวเเพะที่อยู่ผิดที่ผิดทางในสังคม เมื่อถูกกระทำให้เกิดบาดแผลก็ไม่สามารถตอบโต้ได้ เหมือนอย่างคนอีกหลายๆ กลุ่มที่ไม่ได้มีความผิด เเต่เพราะเขาถูกจัดแบ่งให้อยู่ในสถานที่ที่ไม่ใช่พื้นที่ของเขา จึงถูกอำนาจบางอย่างเข้ามาจัดการ อุมมีคิดว่าผลงานของเธออาจจะไม่ถึงขั้นเป็นกระบอกเสียงหลักแทนความคิดผู้หญิงมุสลิมทางภาคใต้ทั้งหมด เเต่เธอก็คิดว่างานเขียนของเธอจะเป็นสิ่งบอกเล่าความจริงบางอย่างในสังคมได้ หลายคนมองว่างานของเธอเป็นงานที่เข้าใจมุมของผู้หญิง อาจเพราะมีจุดเริ่มต้นมาจากตัวเธอเองที่เป็นผู้หญิง ส่วนเหตุผลอื่นๆ คือตัว อุมมีใกล้ชิดเเละสนิทกับแม่มาก เวลามองเเม่นั้นเธอรู้สึกว่าเเม่เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง เเต่บางอย่างทำให้เธอรู้สึกว่าในตัวเเม่กำลังเล่าเรื่องมากมายตลอดเวลา โดยเฉพาะมุมมองที่คนส่วนใหญ่คิดว่าผู้หญิงมุสลิมจะถูกกดขี่แต่ที่เธอเห็นในตัวเเม่นั้นตรงกันข้ามสิ้นเชิง จากการแสดงออกของเเม่ทำให้เธอติดภาพหลายอย่างทั้งความคิด การกระทำ คำพูด จึงส่งผลให้งานเขียนมีเรื่องราวของผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอนั่นเอง

 
3. ดั่งเรือนร่างไร้องคาพยพ : ภู กระดาษ


เขากล่าวยกความดีความชอบให้แก่บรรณาธิการที่ช่วยคัดกรองให้เกิดผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาได้ เพราะตัวเขานั้นมองว่า ดั่งเรือนร่างไร้องคาพยพ เป็นหนังสือบรรยายถึงสิ่งไม่มีรูปร่าง เป็นสิ่งที่เลื่อนไหลไปได้เรื่อยๆ จากชื่อเรื่องที่สื่อให้เห็นถึงความเป็น อนิจลักษณ์ คือการไร้ตัวตนมากกว่าจะเป็นอัตลักษณ์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้แทรกทัศนคติจิกกัดสังคมอย่างตรงไปตรงมาตามสไตล์ของเขาเอง โดยในชิ้นงานแทบทั้งหมดมักแฝงกลิ่นอายของท้องถิ่นอีสานโดยเฉพาะเรื่องภาษา จนมีคำถามในงานเกิดขึ้นว่าถ้าหากผลงานของเขาถูกนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ เขาจะมีวิธีจัดการอย่างไรในส่วนของข้อความที่ไม่ใช่ภาษาไทย เรื่องภาษาลาวหรือภาษาอีสานที่ปรากฏจึงถือเป็นตัวตนที่ชัดเจนที่สุดของ ภู กระดาษ ซึ่งแทรกอยู่ในทุกอณูของผลงานทุกๆ เรื่อง

 
4. นักแสดงสด : สาคร พูลสุข


ผลงานรวมเรื่องสั้นเล่มนี้มี 9 เรื่อง โดย 8 เรื่องเป็นเรื่องที่ไม่เคยเผยเพร่ที่ไหนมาก่อนเลยด้วยค่ะ ที่มาของชื่อหนังสือ นักเเสดงสด ที่อาจารย์สาครได้เล่าให้ฟังในงานมาจากการที่เขาถูกเพื่อนทิ้งให้เดินกลับที่พักริมชายทะเลตามลำพัง ต้องเผชิญหน้ากับฝูงสุนัขสิบกว่าตัว จึงเกิดความคิดปลอบตัวเองว่านี่เป็นเพียงการแสดงฉากหนึ่ง เราต้องเเสดงว่าไม่กลัวสุนัขฝูงนั้น ส่วนพวกสุนัขเองที่เข้ามาเดินตามเราก็เป็นนักแสดงร่วมประกอบฉากไปด้วย ช่วงเวลานั้นคือเวลาที่อาจารย์สาครฉุกคิดได้ว่า ถึงเราจะกลัวเเต่เราก็ควรมีความไว้เนื้อเชื่อใจสุนัขเหล่านั้นบ้างว่ามันจะไม่กัด ไม่ทำร้ายเรา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องหาทางหนีทีไล่ไว้ด้วย ก็เหมือนความสัมพันธ์ของคนเรา ตามธรรมชาติของมนุษย์ที่เรามีความเชื่อใจให้แก่กัน เเต่ก็ควรมีการเผื่อใจเอาไว้ด้วย จึงเป็นที่มาของผลงานชุดนักแสดงสดเล่มนี้เพราะทุกสิ่งที่มีอยู่ คือการเเสดงฉากใหญ่เเละเราทุกคนล้วนเป็นนักแสดงด้วยกันทั้งนั้น

 
5. เสน่หานุสรณ์ : เงาจันทร์


นักเขียนมากฝีมืออย่างเงาจันทร์กล่าวว่า ผลงานที่ไม่กรีดอารมณ์คงจะไม่ใช่ผลงานของเงาจันทร์ พี่หวานฟังเเล้วก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างมากเลยค่ะ เพราะผลงานของคุณเงาจันทร์เป็นผลงานที่ทำให้คนอ่านเศร้าแบบที่น้ำตาไหลอยู่ข้างในใจ สัญลักษณ์มากมายที่เธอใช้นำเสนอล้วนโดดเด่นเป็นตัวตนของเงาจันทร์ที่ทุกคนสัมผัสได้ อย่างเรื่องสั้นในชุดนี้ก็เช่นกันซึ่งเรื่องที่โดดเด่นที่สุดคือการเลือกใช้หัวโขนสวมให้ตัวละคร เมื่อถอดหัวโขนก็จะกลายเป็นคนธรรมดา โดยตัวละครในเรื่องเเทนชีวิตของผู้คนที่รู้ว่าตอนจบจะจบไม่สวย เเต่ก็ยังอยากจะไปต่อ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงอายุ 45 ปี กับเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีอาจจะดูเกินจริงในความเป็นจริง เเต่ไม่เกินไปเมื่อเป็นผลงานของเงาจันทร์ เธอเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้เช่นกัน จึงเป็นที่มาของหนังสือ เสน่หานุสรณ์ ที่บรรณาธิการได้คัดเลือกผลงานสุดแสนจะบีบคั้นอารมณ์มารวมเล่มในครั้งนี้นั่นเอง

 
6. กลับสู่โลกสมมติ : รัชศักดิ์ จิรวัฒน์


รัชศักดิ์กล่าวว่านักเขียนคือผู้สร้างโลก เรื่องทั้งหมดที่เขียนขึ้นเป็นเรื่องเเต่งที่อุปโลกขึ้นมา แต่ในขณะที่เราสมมติมันขึ้นมา สิ่งสมมตินั้นก็บอกความจริงอะไรบางอย่างให้แก่เรา บางอย่างถ้าเราพูดความจริงตรงไปตรงมาอาจจะไม่น่าสนใจ เขาจึงเลือกใช้ความสมมติเป็นตัวเล่าเรื่องเหล่านั้น ถ่ายทอดชีวิต สังคม ความรัก ความคิด การเมือง การเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการแฝงมุมมองของผู้คนที่เเสดงออกมาอย่างกว้างขวางไม่ได้ ผลงานรวมเรื่องสั้นกลับสู่โลกสมมติไม่ใช่ผลงานที่เล่าความจริงบริสุทธิ์ เเต่ก็อาจจะมีความจริงแฝงอยู่ครึ่งหนึ่งผสมกับความไม่จริง เพราะเขาเชื่อว่า 'ทุกคนมีความจริงของตัวเอง' ความจริงของอีกคนอาจจะเป็นความไม่จริงสำหรับอีกคนก็เป็นได้ ผลงานในเล่มจะค่อยๆ ไล่ไต่ระดับความความดีงามไปสู่ความดำมืดของมนุษย์ที่ถูกท้าทายให้ต้องสู้กับศีลธรรมในใจ รวมเรื่องสั้นนี้จึงจะเน้นไปที่เรื่องทิ้งไว้ให้ได้ขบคิดตาม

 
7. อันเป็นที่รัก : นทธี ศศิวิมล


ที่มาของชื่อหนังสือ อันเป็นที่รัก เป็นชื่อที่คิดง่ายมากค่ะ เพราะหนังสือเรื่องนี้เป็นหนังสือที่นทธีเขียนขึ้นจากความรักในสิ่งอันเป็นที่รักของเธอ เหตุการณ์น่ารักที่ชวนให้เธอได้ชื่อนี้มาเริ่มมาจากลูกชายสุดที่รักนั่นเองค่ะ นทธีทำอาหารอย่างเดิมให้ลูกทานเป็นประจำทุกเช้าซึ่งก็คือ 'ไข่กวน' เเต่วันหนึ่งเมื่อเธอลองเปลี่ยนแปลงสูตรเล็กน้อย ส่งผลให้คนทานรับรู้ได้ถึงรสชาติที่เปลี่ยนไปเเละได้รับคำชมว่าอาหารจานนั้นอร่อยมาก ลูกถามเธอว่าเเม่ใส่อะไรลงไปรึเปล่า นทธีจึงแกล้งตอบว่าเเม่ใส่ความรักลงไปในนั้น ด้วยความไร้เดียงสาลูกจึงขอให้เธอใส่ความรักลงไปในอาหารทุกๆ มื้อได้ไหม นั่นจึงเป็นจุดฉุกคิดที่ทำให้นทธีรู้สึกว่า อาหารที่ใส่ความรักยังอร่อยขนาดนี้แล้วถ้าใส่ความรักลงไปในงานเขียนล่ะ จะอร่อย(สนุก)ขนาดไหนกัน พี่หวานนั่งฟังเเล้วคิดว่านี่เป็นความคิดที่น่ารักมากๆ เลยค่ะ เพราะแบบนี้หนังสือเรื่องนี้จึงได้ชื่อ อันเป็นที่รัก มาครองในที่สุด

 
8. ลืมตาตื่นอีกครั้งในเวลาอันสมควร : ปองวุฒิ รุจิระชาคร


เเม้ว่าเรื่องสั้นหลายเรื่องจะถูกเขียนขึ้นเมื่อหลายปีที่เเล้วในเวลาที่สังคม รัฐบาล เเละประเทศอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงมากมาย ปองวุฒิบอกว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจมากจากสิ่งรอบตัวเหล่านั้น ผ่านมุมมองเเละความคิดต่างๆ การก้าวผ่านรอยต่อของกาลเวลา เขากล่าวว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่ากาลเวลา นั่นเพราะสุดท้ายเเล้วทุกคนก็ย่อมต้องพ่ายแพ้ต่อกาลเวลา หนังสือ ลืมตาตื่นอีกครั้งในเวลาอันสมควร จึงเป็นรวมเรื่องสั้นในเชิงให้ความหวัง ถ่ายถอดให้ฉุกคิดตามว่าเรากำลังถูกปิดตาจากบางอย่างหรือไม่ ความขัดเเย้งดิ้นรนของคนในชนชั้นกลางเป็นประเด็นหลักที่สามารถอ่านเพลินๆ เเละตีความตามไปด้วยได้ ก่อนที่จะได้เดินทางไปถึงจุดสิ้นสุดที่เป็นสัญญาณบอกให้ลืมตาอีกครั้ง...เมื่อถึงเวลาที่สมควรตื่นขึ้นมานั่นเอง

 
หลังจากที่พี่หวานได้ฟังมุมมองนักเขียนเเต่ละคนเล่าเรื่องที่มาของผลงานตัวเอง ต้องยอมรับเลยว่าเป็นความแปลกใหม่เเละน่าทึ่งมากๆ ทุกคนล้วนมีผลงานที่ท้าทายการอ่านของเหล่านักอ่าน ไม่ว่าจะเป็นการเล่าในเชิงสัญลักษณ์ มีความจริงแฝงให้คิดเเละตีความ ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่วิจารณญาณของนักอ่านทั้งสิ้น หากเต็มใจจะเชื่อก็ขอให้เชื่อในตัวอักษรเหล่านั้น เพราะถึงเวลาเมื่อโตขึ้นเราก็จะสามารถตัดสินได้เองว่าควรเชื่ออะไรเเละไม่เชื่ออะไร แต่เดิมพี่หวานยอมรับว่าไม่ได้สนใจหนังสือซีไรต์ทุกเล่มเพราะเลือกอ่านจากผลงานนักเขียนที่คุ้นเคยมากกว่า พอได้มาร่วมงานนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ารวมเรื่องสั้นของนักเขียนเเต่ละคนล้วนมีเสน่ห์ไม่เหมือนกันที่ดึงดูดให้อยากอ่านให้ครบเลยค่ะ รับรองได้เลยว่าพลาดไม่ได้สักเล่มจริงๆ เเล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ^____^

 
พี่หวาน

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด