พิมมาศ จากนักอ่านสายแฟนฟิคสู่นักเขียนนิยายรักโรแมนติกสำนวนละเมียดละไม



คุยกับ พิมมาศ จากนักรีวิวสู่นักเขียนนิยายรัก
ที่เริ่มต้นมาจากการเป็นนักอ่านสายแฟนฟิค

 


สวัสดีค่ะน้องๆ เด็กดี^^ ช่วงใกล้งานหนังสืออย่างนี้หลายคนคงเตรียมจดรายชื่อหนังสือใหม่ๆ ไว้ไปจับจองกันเต็มที่เลยใช่มั้ยคะ วันนี้พี่หวานก็มีนักเขียนคนเก่งของเว็บเด็กดีที่มีนิยายได้จีพิมพ์พร้อมวางขายในงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือคุณนุ่น เจ้าของนามปากกา 'พิมมาศ' ที่มาพร้อมนิยายรักอบอุ่นบนเส้นทางสายท่องเที่ยวไปยังดินแดนที่คนคาดไม่ถึงอย่างเอธิโอเปีย เเค่เกริ่นมาก็น่าสนใจเเล้วใช่มั้ย เราไปพูดคุยกับเธอกันเลยดีกว่า

 
สวัสดีค่ะ แนะนำตัวกับแฟนๆ นักอ่านในเว็บเด็กดีหน่อยค่ะ ว่า ‘พิมมาศ’ คือใคร
พิมมาศ : สวัสดีค่ะ ชื่อนุ่นนะคะ เป็นนักเขียนที่เริ่มเตาะแตะจากการอ่านฟิควายในเด็กดีเมื่อสมัยฟิค tvxq, sj กำลังฮอต พออ่านมากพอแล้วจึงอยากเขียนบ้าง ก็เลยได้หัดเขียนเรื่องแรกลงในเด็กดีเป็นฟิควายมีคนอ่านพอสมควร เรียกได้ว่ามากกว่าที่เขียนนิยายชายหญิงในตอนนี้เสียอีก แต่ตอนนั้นคือแต่งตามที่ชอบใช้เวลานานมากกว่าเรื่องแรกจะจบ พอจบก็รู้ตัวว่าจินตนาการวายไม่ออกแล้วก็เลยหันหานิยายไทยและเริ่มเขียนนิยายรักชายหญิงเรื่อยมาค่ะ 

 

รูปภาพจากหน้าปกเฟซบุ๊กที่พี่หวานได้รับอนุญาตให้ลงได้
ดูๆ ไปแล้ว
พิมมาศ ก็ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนเท่าไหร่เลยนะคะเนี่ย><

 
ที่มาของนามปากกานี้มาจากไหนคะ
พิมมาศ : จริงๆ แล้ว ‘พิมมาศ’ เป็นชื่อของเพื่อนค่ะ เห็นแล้วชอบเลยขอเอามาเป็นชื่อนางเอกนิยาย แต่ไปๆ มาๆ ไม่เห็นมีใครใช้ก็เลยขอเป็นนามปากกาดีกว่า ก่อนนี้ที่เขียนไม่มีนามปากกาจริงจังแล้วตอนเรียนคลาสเขียนนิยายออนไลน์กับครูเหน่ง กีรตี ชนา ครูตั้งนามแฝงให้จากการบ้านที่ส่งในคลาสว่า ‘ปฏิปทา’ ก็อยากใช้มากแต่เพื่อนบอกว่าเป็นชื่อผู้ชายแถมอิงธรรมะไปสักหน่อย มาเขียนนิยายรักคงไม่เหมาะก็เลยมาลงตัวที่พิมมาศค่ะ

 
ปกติผลงานของ พิมมาศ เป็นลักษณะแบบไหนคะ ชอบเขียนนิยายแบบไหน
พิมมาศ : เป็นคนชอบอ่านนิยายแนวดราม่า ถ้าเรื่องไหนจบไม่แฮปปี้จะชอบมากและจำไปตลอดเรียกว่าชอบเสพนิยายดราม่าเป็นชีวิตจิตใจ แต่พอมาเขียนเองแล้วรู้สึกหดหู่ไป ก็เลยคงไว้ที่แนวดราม่าแบบที่ชอบแต่ขอจบแฮปปี้ไม่งั้นคงไม่ผ่านสัก สนพ. ประกอบกับตัวเองเขียนงานคอเมดี้ไม่เป็นก็เลยไม่เคยมีเรื่องไหนที่ออกมาแนวตลกโปกฮาเลย เคยลองเขียนเรื่องหนึ่งแล้วก็จอดอยู่ที่สองตอนไม่ได้ไปต่อก็เลยเลิกคิดแล้วหันมาหาดราม่าเหมือนเดิม ถึงรู้ว่าแนวนี้ยอดวิวจะน้อยนิดก็ยังอยากคงไว้ในสิ่งที่ชอบค่ะ 

 
เรื่องนี้เป็นนิยายเล่มแรกที่ได้ตีพิมพ์ ความรู้สึกของ พิมมาศ ในตอนที่สำนักพิมพ์ติดต่อมาเป็นยังไงบ้างคะ
พิมมาศ : อามฮารา เป็นเรื่องที่สี่ที่เขียนจบค่ะ เรื่องแรกกับเรื่องที่สองมีสัญญากับอีกสนพ.หนึ่ง แต่หมดสัญญาไม่ได้ตีพิมพ์เพราะสนพ.หยุดพิมพ์นิยายไปก่อน ระหว่างนั้นก็เขียนเรื่องที่สามไม่จบสักทีและพอมาลงเรียนคลาสเขียนนิยายออนไลน์ก็เอาเรื่องนี้ที่คิดพล็อตไว้นานแล้วมาส่งและเขียนเสร็จจนได้เมื่อปลายเม.ย.59 แล้วจึงเอาลงให้อ่านในเด็กดี คนอ่านไม่มากเท่าไหร่ค่ะ แล้วทีนี้มีสนพ.หนึ่งติดต่อมา แต่เป้าหมายแต่แรกคืออยากส่งกับ สนพ.ที่รัก ก็เลยส่งต้นฉบับไปประมาณกลางเดือน ธ.ค 59 และปลายเดือนเดียวกันก็ได้รับทราบผลพิจารณาว่า สนพ.มีความสนใจจะตีพิมพ์ รวมเวลาที่รอก็ 9 วันค่ะ เร็วมากจนตกใจแต่ดีใจที่สุดที่ สนพ.เห็นความตั้งใจ แต่กว่าจะได้เป็นเล่มก็หลายเดือนอยู่ค่ะ

 

คลิกอ่านนิยายได้ที่นี่

 
นิยายในเซ็ต รักข้ามฟ้า อย่าง อามฮารา…สุดปลายทางที่ความรัก เป็นนิยายเชิงท่องเที่ยวที่ถ่ายทอดได้ดีมาก อยากสอบถามว่า พิมมาศ เคยมีประสบการณ์ส่วนตัวในการไปเที่ยวเอธิโอเปียรึเปล่าคะ ถ้าอย่างนั้นทำไมตอนเริ่มถึงเลือกเขียนถึง เอธิโอเปีย มีการตัดสินใจยังไงบ้าง
พิมมาศ : เคยอ่านและดูสารคดีเกี่ยวกับทวีปแอฟริกาแล้วชอบมาก จริงๆ มีสองที่ที่ชอบคือ รวันดา กับ เอธิโอเปีย แต่รวันดาหดหู่เกินไป เอธิโอเปียจึงเป็นประเทศเดียวที่โดนใจ คิดว่าสักวันจะต้องไปแต่จริงๆ ก็ยังไม่เคยไปเลยค่ะ ไม่รู้อะไรดลใจให้เขียนเหมือนกันอาจจะเพราะตอนนั้นเริ่มมั่นใจในงานเขียนมากขึ้นแต่ก็ยังจำกัดอยู่ที่นิยายรักปัจจุบันประกอบกับเป็นคนคิดเรื่องเมืองสมมุติไม่เก่ง ก็เลยขอเขียนจากสถานที่ที่มีอยู่จริง แล้วทีนี้มีเพื่อนรุ่นพี่ย้ายครอบครัวไปอยู่และเป็นหมออยู่ที่เคนย่าซึ่งอยู่ติดกับเอธิโอเปียอีกก็เลยได้ข้อมูลดิบมากพอดูค่ะ  

 
เล่าให้ฟังหน่อยค่ะว่าก่อนจะเริ่มเขียนนิยายแต่ละเรื่อง พิมมาศ มีการเตรียมตัว ต้องหาข้อมูลยังไงบ้าง
พิมมาศ : เริ่มแรกก็คิดว่าเรื่องต่อไปเราอยากเขียนแนวไหน แล้วก็พล็อตคร่าวๆ ไว้ จากนั้นเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพพระนางเพราะยังไงก็ตามนิยายทุกเรื่องที่เขียนพระเอกนางเอกต้องเป็นวัยทำงาน รู้สึกว่าถ้าหากเรื่องที่เขียนเป็นนิยายรักแล้วต้องให้นางเอกเป็นนักเรียนนักศึกษาจะจินตนาการไม่ออกคิดว่านี่เป็นข้อเสียของตัวเองที่ทำให้เขียนนิยายไม่ตรงแนวยอดนิยมเท่าไหร่ค่ะ

 
ใช้เวลาเขียนเรื่อง อามฮารา นานมั้ยคะ
พิมมาศ : สำหรับเรื่องอามฮาราพล็อตไว้เมื่อปี 2556 เคยลงบทต้นๆ ไว้ในบล็อกแล้วก็หยุดเพราะไปต่อไม่ได้ไม่มีความกล้าพอเขียนเรื่องอิงสถานที่จริง ซึ่งเมื่อก่อนเราเขียนไม่เคยมีเส้นเรื่องประมาณด้นสดออกทะเลบ้างไม่ออกบ้าง ยังรักเรื่องนี้อยู่นะไม่อยากทิ้งหรอกแต่เกิดไม่อยากเขียนเอาดื้อๆ แล้วทีนี้เพื่อนบอกว่าพล็อตดีอยู่แล้วจะทิ้งทำไมเสียดายแทนก็เลยได้คิดค่ะ พอมาเรียนคลาสออนไลน์กับครูเหน่งครูให้ส่งพล็อตเรื่องหน้าเดียว ก็เลยเอามาปัดฝุ่นเรียบเรียงพล็อตจนจบแล้วส่ง ครูก็ให้ทำพล็อตขยายจากหนึ่งหน้าเป็นสิบสองหน้าอีก ทีนี้ก็เลยเอาละสิทำไงดีๆ รื้อข้อมูลมาทำใหม่หมดและเขียนได้จนจบภายในเวลาสามเดือนค่ะ 
 

 
คิดว่าเสน่ห์เรื่อง อามฮารา คืออะไร
พิมมาศ : คือความที่เราเลือกเอธิโอเปียเป็นฉากหลักในเรื่องและคิดว่ายังไม่เหมือนใคร จริงๆ แล้ว อามฮาราคือ ชื่อภาษาทางราชการที่ใช้กันในประเทศและเป็นชื่อเขตหนึ่งในเอธิโอเปียคือเขตอามฮาราซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศ เป็นหนึ่งในฉากสำคัญมากในเรื่อง ภาพที่เห็นจากหน้าปกนิยายตอบโจทย์อามฮาราได้ดีมากจนต้องขอขอบคุณ สนพ. ที่ทำปกสวยสมใจมากค่ะ

 
เหมือนว่า พิมมาศ จะเป็นนักรีวิวนิยายมาก่อน ปกติเคยแต่รีวิวงานเขียนคนอื่น ตอนนี้มีผลงานของตัวเองแล้วความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมยังไงบ้างคะ
พิมมาศ : เกร็งมากค่ะ ไม่รู้ว่าคนอ่านจะชอบไหมแต่ก็ตั้งใจเต็มที่อีกทั้งปรับต้นฉบับหลายครั้งมาก อามฮาราเป็นเรื่องที่ไม่หนักไม่ดราม่าเท่าเรื่องอื่นที่เขียนแต่เป็นเรื่องที่หาข้อมูลมากที่สุดเรียกว่ามากตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง วิถีชีวิต ประเพณี สภาพบ้านเมืองแต่ละเขต สภาพอากาศทุกอย่างต้องอิงเรื่องจริงหมด ในเมื่อเราอ่านมาเยอะเจอทั้งสมจริงบ้างไม่สมจริงบ้างก็อยากให้เรื่องแรกที่เป็นเล่มสมจริงที่สุดหวังว่าคนอ่านจะชอบหรือถ้าไม่ถูกใจก็หวังว่าจะมีฟีดแบ็คกลับมาให้คนเขียนพัฒนาปรับปรุงต่อไปบ้างค่ะ 

 
ถ้าถามตอนนี้ ชอบเขียนหรือชอบรีวิวมากกว่ากันคะ ระหว่างเสน่ห์ของการเป็นนักเขียนกับเสน่ห์ของการเป็นนักรีวิว มีตรงไหนที่ พิมมาศ ชอบหรือไม่ชอบบ้าง
พิมมาศ : รู้ตัวว่าชอบเขียนมานานแล้วค่ะ แต่ไม่ค่อยเอาจริงเอาจังคือเพื่อนๆ ไปถึงไหนกันแล้ว พิมมาศก็ยังเตาะแตะเขียนเรื่องนึงกว่าจะจบเป็นปียังน้อยไป บางเรื่องปีกว่าพอจบรีไรต์อีกหลายเดือนกว่าจะได้ฤกษ์ส่งสนพ. กว่าจะจบแต่ละเรื่องสงสารคนอ่านเหมือนกันค่ะ ส่วนเรื่องรีวิวนิยาย จริงๆ ไม่ใช่นักรีวิวเลย ไม่เก่งพอจะติชมงานเขียนของใคร แต่เป็นคนชอบอ่านนิยายชอบอ่านทุกแนว ตอนเด็กๆ ลุงจะให้หนังสือนิยายที่อ่านแล้วเป็นมรดกส่งต่อก็จะเก็บงานของหลายท่าน ที่เยอะสุดคืองานคุณประภัสสร เสวิกุล นิตยสารสารคดีก็ด้วย เพราะลุงเป็นแฟนคลับ เราก็เลยมีผลพลอยได้ลุงยกให้ไม่ได้ซื้อเองสักเล่มจนโตมาซื้อเองก็เลยขยับขยายมาซื้อนิยายรัก สืบสวน แต่มีแนวที่ยอมแพ้หลายครั้งคือนิยายผี อ่านไปเสียวสันหลังไป อ่านบ่อยๆ ก็เกร็ง แต่ก็มีซื้อไว้ตั้งใจว่าอนาคตจะทำห้องสมุดเล็กๆ สักห้อง

กลับมาเรื่องรีวิวนิยายต่อ(ฮา) ทีนี้พออ่านจบแล้วก็อยากชวนเพื่อนอ่านบ้าง ประกอบกับมีบล็อกส่วนตัวอยู่ก็เลยคิดว่าอ่านแล้วเขียนลงบล็อกซะเลยเป็นไกด์ไลน์เผื่อใครอยากอ่านจะได้มีแนวค่ะ ก็มีลงรีวิวในเด็กดีเหมือนกัน แต่นานๆ มาลงสักทีค่ะ ติดตามผลงานรีวิวได้ที่ >>> บล็อกของพิมมาศ
 

นักเขียนผู้ยังไม่พร้อมเปิดเผยตัวตน ><

 
แล้วในอนาคตจะมีผลงานเรื่องใหม่ให้ติดตามอีกบ้างรึเปล่า ถ้ามีจะเขียนแนวไหนเอ่ย
พิมมาศ : ถ้าเรื่องใหม่เลยกำลังเขียนอยู่สองเรื่องคือ ‘สูตรลับจับรัก’ แนวท่องเที่ยว กับ ‘สารินทิวา’ โรแมนติกดราม่าที่กำลังอัปในเด็กดี แล้วก็มี ‘กระซิบรักฝากหัวใจที่ปลายฟ้า’ ที่กำลังรอผลพิจารณาจาก สนพ.อยู่ค่ะ 

 
สุดท้าย ฝากผลงานตัวเองได้เต็มที่เลยค่ะ
พิมมาศ : ตอนนี้มีสองเรื่องที่ทำอีบุ๊กขายเองคือ ‘ร้อยรักพรางตะวัน’ เป็นแนวโรแมนติกดราม่า ลงขายที่เม็บกับระบบเหรียญในเด็กดี กับ ‘321 cafe คาเฟ่นี้มีหลอน’ เรื่องสั้นจบเป็นตอนๆ ขายในเม็บอย่างเดียว แล้วก็ ‘ไดอารี่รักฉบับเพื่อนเก่า’ เรื่องนี้ให้โหลดฟรีที่เม็บ ส่วนเรื่องแรกสุดที่เขียนคือ ‘เล่ห์ร้าวรัก’ รีไรต์ใหม่ได้ครึ่งนึงแล้วกำลังลงในเด็กดีค่ะ แล้วก็อยากขอฝาก อามฮารา... สุดปลายทางที่ความรัก ไปผจญภัยด้วยกันบนเส้นทางท่องเที่ยวเอธิโอเปียที่มีครบทุกรสชาติในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดมนุษยชาติและเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญแห่งหนึ่งของโลก แล้วก็สุดท้ายขอฝากเพจนิยาย ‘พิมมาศ’ ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ 


 
เป็นนักเขียนในเว็บเด็กดีอีกคนที่มีผลงานมายาวนาน มีเส้นทางที่เป็นจุดเปลี่ยนหลายจุด ทั้งเริ่มต้นจากการอ่านแฟนฟิค มาเป็นนักอ่านสายรีวิวที่ม่ีบล็อกของตัวเอง จนก้าวเข้ามาเป็นนักเขียนเต็มตัวในที่สุด เท่าที่คุยกันมาคุณนุ่นเป็นคนที่น่ารักมากๆ เลยค่ะน้องๆ เเต่ออกจะเขินอายไม่พร้อมเปิดเผยตัวตน พี่หวานก็เลยไม่ได้ลงรูปตัวนักเขียนมากเท่าไหร่ เเต่คิดว่าโอกาสหน้าในงานหนังสือครั้งต่อๆ ไปน้องๆ อาจจะได้เจอนักเขียนคนนี้ไปยืนเเจกลายเซ็นต์ให้นิยายเรื่องใหม่เล่มต่อไปของเธอก็ได้นะเออ อย่าลืมติดตามเรื่อง อามฮารา กันด้วยนะคะ นิยายรักที่เกิดในสถานที่อันคาดไม่ถึงแบบนี้พี่หวานเองก็ต้องขอเก็บไว้กับตัวสักเล่มเเล้วหล่ะ พบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^___^
 

พี่หวาน
 

 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น