'๙ ตามพ่อ แบบนิยาย ๙ เรื่อง'
โครงการดีๆ จาก กานท์ชญา
นักเขียนผู้ระลึกถึง 'พ่อ' อยู่เสมอ
สวัสดีค่ะน้องๆ นักเขียน นักอ่านทุกคน^^ ในช่วงเดือนตุลาคมอันเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายที่ถูกบันทึกไว้ในหัวใจของคนไทย พี่หวานก็เลยเลือกหยิบบทสัมภาษณ์ 'กานท์ชญา' นักเขียนคนเก่งที่เติบโตมาพร้อมกับเว็บไซต์เด็กดีของเรามาฝาก คราวนี้กานท์ชญาเองก็ไม่ได้มาพูดคุยกันเฉยๆ เท่านั้น เเต่เธอมาพร้อมโครงการดีๆ ที่น่าสนใจด้วยค่ะ นั่นก็คือโปรเจค '๙ ตามพ่อ แบบนิยาย ๙ เรื่อง' ที่จะทำให้นักอ่านระลึกถึงเเละสัมผัสได้ถึงความทุ่มเทของพ่อหลวงที่ทำเพื่อคนไทยมาตลอดการทรงงานที่ยาวนานของพระองค์ ถ้าพร้อมจะไปรู้จักกานท์ชญาเเล้วก็มาอ่านเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ เเนะนำตัวกับแฟนๆ นักอ่านในเว็บเด็กดีหน่อยค่ะ น่าจะมีหลายคนที่อยากรู้จักนักเขียนนามปากกา 'กานท์ชญา'
กานท์ชญา : สวัสดีค่ะ กานท์ชญา ค่ะ หรืออีกนามปากกาก็คือ ชญากานท์ ค่ะ ชื่อเล่นว่ามะเหมี่ยว เป็นคนเขียนนิยาย ทั้งชุด ดวงใจสี่เหล่าทัพ แก๊งนางร้าย ลูกไม้ใต้ต้น และล่าสุด ผู้ชายในฝัน ค่ะ ตอนนี้ให้นับนิ้วคงไม่พอแล้วล่ะค่ะ เพราะผลงานตีพิมพ์ตอนนี้ 20 เรื่องแล้ว
ปกติผลงานของ กานท์ชญา เป็นลักษณะเเบบไหนคะ
กานท์ชญา : ทุกวันนี้ก็ยังให้คำจำกัดความนิยายตัวเองไม่ได้นะคะว่าเป็นแนวไหน แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็น่าจะเป็นนิยายรักโรแมนติก เพราะส่วนตัวเหมี่ยวคิดว่า ในนิยายมีความรักเสมอ เพราะชีวิตคนเราก็มีความรักอยู่เสมอเช่นกัน
แล้วจริงๆ ชอบเขียนนิยายแบบไหนคะ
กานท์ชญา : แต่ถ้าถามว่าจริงๆชอบแนวไหน คือเป็นคนที่ชอบเขียนดราม่ามาก ในขณะเดียวกันก็มีหลายคนบอกว่าชอบที่เขียนคอมมาดี้ หรือบางคนก็ชอบที่เขียนแนวๆที่หวานๆ ที่เค้าเรียกว่าฟินๆหน่อย ฃจริงๆ ก็เขียนได้เรื่อยๆ แล้วแต่อารมณ์ อาจจะเป็นแนวคนในเครื่องแบบก็ได้ เพราะนิยายที่พระเอกเป็นคนในเครื่องที่ออกมาตอนนี้ก็ 13 เรื่องจาก 20 เรื่อง ถือว่าเกินครึ่งเลยนะ (หัวเราะ)
จุดเริ่มต้นในเส้นทางนักเขียนเริ่มขึ้นตั้งเเต่เมื่อไหร่คะ
กานท์ชญา : น่าจะเริ่มต้นมาพร้อมๆกับเว็บเด็กดีนี่แหละค่ะแต่อาจจะก่อนหน้านั้นสักหน่อย ช่วงอายุประมาณ 10 ขวบ คือรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบเขียนกลอน เขียนไดอารี่ เขียนเต็มสมุดเลยค่ะ แล้วก็พัฒนามาช่วงประถมปลายๆคือการเขียนบทละครเข้าค่าย ทีนี้พอเริ่มพิมพ์ดีดได้ก็ เริ่มที่จะลงมือพิมพ์นิยายแล้ว คนอื่นอาจจะชอบเขียนนิยายลงในสมุดนะ แต่เหมี่ยวชอบที่จะพิมพ์ไปเลย สมองคิดอะไรก็พิมพ์ไปเลย ดีหน่อยที่สมัยนี้พิมพ์แล้วลบได้ แต่สมัยก่อนพิมพ์เครื่องพิมพ์ดีดลบไม่ได้ เสียหายไปเยอะเลย
ผลงานส่วนมากของกานท์ชญาเป็นนิยายรักที่ไม่หวือหวาเเต่ว่าโรแมนติกจับหัวใจ คิดว่าข้อไหนเป็นเสน่ห์ของนิยายรักแบบกานท์ชญา
กานท์ชญา : นิยายรักแบบกานท์ชญา คือมีผู้ใหญ่บอกว่า มันดูจริง จริงในที่นี้คือก็จะมีคนอ่านมาบอกว่า เคยเจอคนแบบนี้ในชีวิตจริงๆ เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตเค้าเลย มันคือการเอาเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไปเขียน เพราะเหมี่ยวจะถอดมาจากคนจริงๆบ้าง หรือคิดไตร่ตรองว่า ถ้าเกิดมีคนๆนี้เกิดขึ้น อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เค้าเป็นแบบนี้ ทำไมคนนี้ร้าย และทำไมคนนี้ดี เพราะคนทุกคนบนโลกนี้มีเหตุที่จะทำให้คนเราต้องกระทำอะไรบางอย่างเสมอ นิยายที่ดูจริงมันจะสัมผัสได้ ต่อให้ผ่านไปนานเท่าไหร่มันก็ยังสัมผัสได้
เเต่ภายหลังเริ่มเห็นว่าพระเอกของกานท์ชญามักเป็นผู้ชายในเครื่องแบบ ><
กานท์ชญา : กานท์ชญา เกิดมากับนิยายชุดดวงใจสี่เหล่าทัพ แน่นอนมันคือผู้ชายในเครื่องแบบ แต่ก่อนหน้านี้เราเป็นชญากานท์ ที่เกิดมากับนิยายรักเกาหลี มีแรงบันดาลใจมาจากวงทงบังชินกิ มันก็ผู้ชายหมดเนอะ (หัวเราะ)
แต่ในความเป็นกานท์ชญา ที่สื่อถึงนิยายที่เป็นคนในเครื่องแบบเนี่ย ไม่ได้ต้องการจะทำให้คนหลงในเครื่องแบบนะแต่ต้องการที่จะนำเสนอในส่วนของอาชีพมากกว่าตัวคน เพราะส่วนตัวแล้วเหมี่ยวคุ้นเคยกับทหารตำรวจมาก เป็นครอบครัวตำรวจที่เกิดในเมืองที่มีแต่ทหาร จนเหมี่ยวมองว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องธรรมดามาก ทุกวันนี้เดินออกจากบ้านก็เจอทหารเป็นกองพัน กองร้อยเลย เรามองตัวเขาในฐานะของคนๆ นึง แต่เครื่องแบบที่เค้าใส่มันคืออาชีพ อาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นอาชีพที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดิน อยากให้ดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี ตั้งมั่นในความดี ซึ่งมันอาจจะยาก แต่ก็ยังดีกว่าที่เหมี่ยวคิดแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่ในความเป็นกานท์ชญา ที่สื่อถึงนิยายที่เป็นคนในเครื่องแบบเนี่ย ไม่ได้ต้องการจะทำให้คนหลงในเครื่องแบบนะแต่ต้องการที่จะนำเสนอในส่วนของอาชีพมากกว่าตัวคน เพราะส่วนตัวแล้วเหมี่ยวคุ้นเคยกับทหารตำรวจมาก เป็นครอบครัวตำรวจที่เกิดในเมืองที่มีแต่ทหาร จนเหมี่ยวมองว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องธรรมดามาก ทุกวันนี้เดินออกจากบ้านก็เจอทหารเป็นกองพัน กองร้อยเลย เรามองตัวเขาในฐานะของคนๆ นึง แต่เครื่องแบบที่เค้าใส่มันคืออาชีพ อาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นอาชีพที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดิน อยากให้ดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี ตั้งมั่นในความดี ซึ่งมันอาจจะยาก แต่ก็ยังดีกว่าที่เหมี่ยวคิดแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย
เข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ อยากให้ช่วยเล่าถึงโปรเจค '๙ ตามพ่อ แบบนิยาย ๙ เรื่อง' จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 9 โครงการที่กานท์ชญาริเริ่มหน่อยค่ะ มีอะไรอยากเชิญชวนเพื่อนนักเขียน เล่าได้เต็มที่เลย
กานท์ชญา : อันนี้เป็นโปรเจคที่คิดว่าอยากจะชวนๆเพื่อนๆนักเขียนที่คุ้นเคยกันสนิทกันและมีผลงานตีพิมพ์มาเขียนร่วมกันค่ะ คือเป็น 9 เรื่อง กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ คนไม่ค่อยได้เห็น หรือไม่ค่อยรู้ ลองคิดดูสิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงริเริ่มโครงการตั้ง 4447 โครงการ เราน่าจะเอาอะไรที่คนไม่ค่อยรู้ออกมาบ้าง เพราะเหมี่ยวรู้สึกพระองค์อยู่ทุกที่ ในดิน ในน้ำ ในอากาศ และในหัวใจ โปรเจคนี้จึงบังเกิด
ตอนนี้ก็รวบรวมเพื่อนๆนักเขียนอยู่ อาจจะยังไม่ถึงเพราะว่าหลายคนก็มีภารกิจ แล้วก็เรื่องที่ตัวเองเขียนอยู่กันด้วย แต่โปรเจคนี้ถ้าเป็นไปได้นะคะ คงจะเป็นโปรเจคที่ออกในปี 61 เพื่อเป็นการเตือนความทรงจำของคนไทย ว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็น King of Kings ที่ถึงแม้ว่าพระองค์จะเสด็จสวรรคตแล้ว แต่พระองค์ไม่ได้ไปไหน พระองค์จะอยู่กับเราตลอดไป
ตอนนี้ก็รวบรวมเพื่อนๆนักเขียนอยู่ อาจจะยังไม่ถึงเพราะว่าหลายคนก็มีภารกิจ แล้วก็เรื่องที่ตัวเองเขียนอยู่กันด้วย แต่โปรเจคนี้ถ้าเป็นไปได้นะคะ คงจะเป็นโปรเจคที่ออกในปี 61 เพื่อเป็นการเตือนความทรงจำของคนไทย ว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็น King of Kings ที่ถึงแม้ว่าพระองค์จะเสด็จสวรรคตแล้ว แต่พระองค์ไม่ได้ไปไหน พระองค์จะอยู่กับเราตลอดไป
สำหรับผลงานเรื่อง ร้อยดวงใจใต้ปีกแห่งรัก และ ร้อยดวงใจใต้ปีกวันวาน ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากโครงการในพระราชดำริมากมายของในหลวงรัชกาลที่ 9 อยากให้ช่วยเล่าที่มาที่ทำให้กานท์ชญาตัดสินใจเขียนนิยายชุดนี้หน่อยค่ะ
กานท์ชญา : ไม่ใช่แค่ ร้อยดวงใจใต้ปีกวันวาน และ ร้อยดวงใจใต้ปีกแห่งรัก นะคะ แต่จุดเริ่มต้นของดวงใจสี่เหล่าทัพ มาจากพระองค์ทั้งหมดเลย ด้วยคำว่า “ทรงเป็นจอมทัพไทย” อย่างตอนเขียน กองพันรักพิเศษที่หนึ่ง เหมี่ยวได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๓ ความฝันอันสูงสุด เพราะทุกครั้งที่เข้าไปในค่ายทหารจะเห็นคำว่า “จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา” ซึ่งตรงกับคติของทหารรบพิเศษที่ตัวละครเอกเป็นอยู่แล้ว ยิ่งได้เห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์จอมทัพไทย ก็ยิ่งรู้สึกว่าอยากเขียน เพราะพระองค์เป็นกษัตริย์นักรบ...ที่รบกับความจน ซึ่งมันยาก ยากกว่ารบทัพจับศึกในสมัยก่อนเยอะเลย
ทีนี้พอเขียนกองพันรักพิเศษที่หนึ่งออกมา ปรากฏว่าทุกอย่างเกินคาดมาก เพราะนิยายเรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตนักเขียนคนนึงไปเลย มีคนอ่านเยอะมาก ติดอันดับ คนเข้ามาตลอด คือคนอยากให้เราเขียนต่อก็เลยคิดแล้วล่ะว่า จะเขียนให้ครบสี่เหล่าทัพ พอมาถึงตอนที่จะต้องเขียนทัพอากาศ ก็มานั่งคิดว่าจะทำยังไง ในใจตอนนั้นคือนึกย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่ประกวดเรื่องสั้นกับเด็กดีครั้งแรก ครั้งนั้นก็เป็นการพลิกชีวิตเราเหมือนกัน เป็นโครงการเขียนเรื่องสั้นทำดีเพื่อพ่อ พ่อในที่นี้ก็คือพ่อของแผ่นดิน พอคิดได้ปุ๊บ ก็ตอบโจทย์แบบไม่ลังเลเลยว่า ฉันจะเขียนนิยายที่เกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพราะฉันเกิดในวงการเขียนได้เพราะพระองค์ ยังไงฉันก็จะเขียน เขียนให้ทันรัชกาลของพระองค์
ทีนี้พอเขียนกองพันรักพิเศษที่หนึ่งออกมา ปรากฏว่าทุกอย่างเกินคาดมาก เพราะนิยายเรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตนักเขียนคนนึงไปเลย มีคนอ่านเยอะมาก ติดอันดับ คนเข้ามาตลอด คือคนอยากให้เราเขียนต่อก็เลยคิดแล้วล่ะว่า จะเขียนให้ครบสี่เหล่าทัพ พอมาถึงตอนที่จะต้องเขียนทัพอากาศ ก็มานั่งคิดว่าจะทำยังไง ในใจตอนนั้นคือนึกย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่ประกวดเรื่องสั้นกับเด็กดีครั้งแรก ครั้งนั้นก็เป็นการพลิกชีวิตเราเหมือนกัน เป็นโครงการเขียนเรื่องสั้นทำดีเพื่อพ่อ พ่อในที่นี้ก็คือพ่อของแผ่นดิน พอคิดได้ปุ๊บ ก็ตอบโจทย์แบบไม่ลังเลเลยว่า ฉันจะเขียนนิยายที่เกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพราะฉันเกิดในวงการเขียนได้เพราะพระองค์ ยังไงฉันก็จะเขียน เขียนให้ทันรัชกาลของพระองค์
ตอนนั้นเตรียมตัวเเละหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ยังไงบ้างคะ
กานท์ชญา : เอาทุกสิ่งทุกอย่างเราเจอและพบเจอมากับตัวมาเขียน ผสมกับการหาข้อมูลมาจากหนังสือหรือตำราต่างๆ ที่บันทึกไว้ ด้วยความที่โจทย์ของ ร้อยดวงใจใต้ปีกแห่งรัก และร้อยดวงใจใต้ปีกวันวาน เป็นนิยายที่พระเอกต้องเป็นทหารอากาศ ก็เลยคิดย้อนกลับไปสมัยเรียน เพราะเรียนใกล้ศูนย์ฝึกยุทธวิธีทางอากาศ ของกองทัพอากาศด้วย จะได้ยินเสียงเครื่องบินรบทุกวัน และที่ตรงนั้นก็ไม่ไกลจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ที่สำคัญในปีที่เรียนคือปี 2542 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเขื่อนป่าสัก คือเหมี่ยวยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีเลยว่า ตื้นตัน เราประทับใจว่าที่ตรงนี้ไกลและกันดารพระองค์ก็มา ก็เลยเอาความรู้สึกนั้นมาเขียน และก็ด้วยความที่เราอยู่กับค่ายทหาร และคนสนิทเราตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่เขาก็ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ด้วย และก็ทราบมาอีกว่าทางกองทัพอาการมีการจัดศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่กองบิน 46 ด้วย ก็ตรงกับตัวละครที่เป็นนักบินที่กองบิน 4
อีกสิ่งนึงที่สำคัญคือ เหมี่ยวชอบดูข่าวในพระราชสำนักค่ะ เคยได้ยินพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสว่า อยู่บนเครื่องบินต้องห้ามหลับ ให้มองลงมาข้างล่างมองดูพื้นที่ข้างล่าง ซึ่งพระองค์เองจะทอดพระเนตรลงมาจากบนเครื่องบินพระราชพาหนะเพื่อทอดพระเนตรพื้นแผ่นดินประเทศไทยว่าตรงไหนเป็นอย่างไร ทำให้รู้สึกว่าพระองค์มองเห็นทุกที่ในประเทศนี้และเป็นพระมหากษัตริย์ที่รู้จักแผ่นดินไทยดีกว่าใคร ก็เลยเป็นที่มาของตัวละครที่ว่า เป็นนักบิน อยู่ที่สูงจะได้มองลงมาเห็นแผ่นดินของพระเจ้าอยู่หัว และรู้ว่าไม่มีที่ไหนในโลกนี้น่าอยู่และน่ารักษาเท่าแผ่นไทยอีกแล้ว
ที่สำคัญในปีที่เรียนคือปี 2542 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเขื่อนป่าสัก คือเหมี่ยวยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีเลยว่า ตื้นตัน เราประทับใจว่าที่ตรงนี้ไกลและกันดารพระองค์ก็มา ก็เลยเอาความรู้สึกนั้นมาเขียน และก็ด้วยความที่เราอยู่กับค่ายทหาร และคนสนิทเราตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่เขาก็ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ด้วย และก็ทราบมาอีกว่าทางกองทัพอาการมีการจัดศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่กองบิน 46 ด้วย ก็ตรงกับตัวละครที่เป็นนักบินที่กองบิน 4
อีกสิ่งนึงที่สำคัญคือ เหมี่ยวชอบดูข่าวในพระราชสำนักค่ะ เคยได้ยินพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำรัสว่า อยู่บนเครื่องบินต้องห้ามหลับ ให้มองลงมาข้างล่างมองดูพื้นที่ข้างล่าง ซึ่งพระองค์เองจะทอดพระเนตรลงมาจากบนเครื่องบินพระราชพาหนะเพื่อทอดพระเนตรพื้นแผ่นดินประเทศไทยว่าตรงไหนเป็นอย่างไร ทำให้รู้สึกว่าพระองค์มองเห็นทุกที่ในประเทศนี้และเป็นพระมหากษัตริย์ที่รู้จักแผ่นดินไทยดีกว่าใคร ก็เลยเป็นที่มาของตัวละครที่ว่า เป็นนักบิน อยู่ที่สูงจะได้มองลงมาเห็นแผ่นดินของพระเจ้าอยู่หัว และรู้ว่าไม่มีที่ไหนในโลกนี้น่าอยู่และน่ารักษาเท่าแผ่นไทยอีกแล้ว
ในตอนที่เขียนกลัวกระแสตอบรับบ้างมั้ย เพราะนี่ดูไม่ใช่แนวนิยายที่นักอ่านทั่วไปจะให้ความสนใจ
กานท์ชญา : ตอนนั้นที่เขียนประมาณปี 2557 มั่นใจเลยว่าคนอ่านน้อยแน่ๆ เพราะว่าไม่ฟิน ไม่จิ้น คือไม่ได้ตามกระแส แต่เหมี่ยวจะเขียน เหมี่ยวจะเขียนให้ทันรัชกาลที่ ๙ กระแสตอบรับดีไม่ดียังไง อาจจะไม่เปรี้ยงเท่าเรื่องก่อน แต่อย่างน้อยก็ได้ทำ มันเป็นความคิดที่ว่าแฟนนิยายประมาณพันคนเค้าตามมาอ่าน พันคนนั้นได้อ่าน เค้าจะคิดและจดจำ บางทีมันอาจจะแทรกซึมไปถึงคนอื่น ส่งต่อไปถึงคนอื่น บางคนบอกว่าเขารู้อยู่แล้วจะไปเขียนทำไม เขามาอ่านคลายเครียด ชีวิตจริงก็เครียดอยู่แล้ว เหมี่ยวก็บอกไปว่า แล้วทำไม ก็จะเขียน เขียนนิยายเรื่องนี้ เขียนถึงพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้หวังว่าจะดัง แต่หวังว่ามันจะยังคงอยู่ตลอดไป เพราะสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อคนไทย จะเป็นคำว่าตลอดกาล
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเหมี่ยว เหมี่ยวคิดว่าคล้ายกับทางสายกลางในหลักของพระพุทธศาสนาเลยนะ ถ้าทางสายกลางอยู่มาได้จนทุกวันนี้ เศรษฐกิจพอเพียงก็จะอยู่ได้เหมือนกัน และอีกอย่างแค่เขียนนิยายเท่านี้ ด้วยความสามารถพิเศษที่เรามี เขียนเพื่อพระองค์ ยังไม่เท่าเศษเสี้ยวธุลีที่พระองค์ทรงงานมาตั้งแต่พระชนมายุ 19 พรรษา ตอนเราอายุ 19 เราทำอะไร แต่พระองค์แบกรับพระราชภาระที่ยิ่งใหญ่ เพื่อคนไทยได้สุขสบาย แล้วจะกลัวทำไมกับกระแสนิยายของเราว่าจะดังหรือไม่ดัง คนอ่านน้อยหรือไม่น้อย เพราะพระองค์ยังไม่เคยกลัวเลย เหมี่ยวเคยอ่านเจอข้อความของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามพระองค์ว่า “ทรงเคยเหนื่อย ทรงท้อบ้างหรือไม่” พระองค์ก็มีพระราชกระแสตอบกลับว่า “ฉันท้อไม่ได้เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั้งประเทศ “ แบบนี้เหมี่ยวจะกลัวทำไม เหมี่ยวจะท้อได้ยังไง แค่เขียนนิยาย เรารักที่จะเขียนนิยาย เราเขียนด้วยหัวใจ เราก็ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว คิดแค่ว่าได้ทำเพื่อพระองค์ก็พอ
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเหมี่ยว เหมี่ยวคิดว่าคล้ายกับทางสายกลางในหลักของพระพุทธศาสนาเลยนะ ถ้าทางสายกลางอยู่มาได้จนทุกวันนี้ เศรษฐกิจพอเพียงก็จะอยู่ได้เหมือนกัน และอีกอย่างแค่เขียนนิยายเท่านี้ ด้วยความสามารถพิเศษที่เรามี เขียนเพื่อพระองค์ ยังไม่เท่าเศษเสี้ยวธุลีที่พระองค์ทรงงานมาตั้งแต่พระชนมายุ 19 พรรษา ตอนเราอายุ 19 เราทำอะไร แต่พระองค์แบกรับพระราชภาระที่ยิ่งใหญ่ เพื่อคนไทยได้สุขสบาย แล้วจะกลัวทำไมกับกระแสนิยายของเราว่าจะดังหรือไม่ดัง คนอ่านน้อยหรือไม่น้อย เพราะพระองค์ยังไม่เคยกลัวเลย เหมี่ยวเคยอ่านเจอข้อความของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามพระองค์ว่า “ทรงเคยเหนื่อย ทรงท้อบ้างหรือไม่” พระองค์ก็มีพระราชกระแสตอบกลับว่า “ฉันท้อไม่ได้เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั้งประเทศ “ แบบนี้เหมี่ยวจะกลัวทำไม เหมี่ยวจะท้อได้ยังไง แค่เขียนนิยาย เรารักที่จะเขียนนิยาย เราเขียนด้วยหัวใจ เราก็ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว คิดแค่ว่าได้ทำเพื่อพระองค์ก็พอ
ถ้าอยากสอบถามเพิ่มเติมถึงเเรงบันดาลใจเเล้วก็ตอนที่วางพล็อตนิยายทั้งสองชุดให้มีความเกี่ยวข้องกัน กานท์ชญาวางเเผนยังไงบ้าง
กานท์ชญา : การเขียนนิยายทั้งชุดก็คือตัวละครจะต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกันค่ะ แต่ยอมรับนะว่าตอนแรกดวงใจสี่เหล่าทัพเนี่ย ตั้งใจจะเขียนแค่ทัพเรือทัพแรกก่อน เพราะคนคุ้นเคยของเราเขาอยู่ทัพเรือ ทีนี้พอเขียนจบแล้วมีคนอยากให้เขียนต่อ เราจะทำยังไงล่ะ จะไปทางไหนดี ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็ลุยสี่เหล่าทัพไปเลย
จุดเชื่อมโยงของสี่เรื่องก็คือมาจากความเป็นทหาร ที่เป็นไอดอล และมีคนรู้จัก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ ทั้งสี่คนเป็นทหาร ตำรวจ จบโรงเรียนเตรียมทหารมา สถาบันที่จะสอนให้คนรักและเทิดทูน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นักเรียนนายร้อยในยุคของเหมี่ยวคือ จะได้รับพระราชทานกระบี่ยาวจากพระหัตถ์ของพระเจ้าบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และนั่นคือความภูมิใจของพวกเค้า คนใกล้ตัวเหมี่ยวเค้าจะเก็บภาพตอนตัวพี่เค้ารับพระราชทานกระบี่ไว้ในตู้เลยค่ะ เขาเป็นหัวหน้านักเรียนนายร้อย และเขาก็บอกว่านั่นคือความภูมิใจที่สุดแล้ว ก็เลยอยากจะนำเสนอเรื่องราวในแง่มุมของคนในเครื่องแบบที่ทำเพื่อแผ่นดินบ้าง เพราะขนาดเหมี่ยวเป็นคนสนิท พี่เค้าบอกกับเหมี่ยวว่า “ไปถวายอารักขา” ได้รู้ว่าเค้าได้ทำงานถวายพระองค์เราก็ภูมิใจแล้ว เลยอยากเอาความรู้สึกดีๆนี้มาถ่ายทอดเป็นนิยาย ด้วยความสามารถพิเศษที่เรามีนั่นคือการเขียนนิยาย
จุดเชื่อมโยงของสี่เรื่องก็คือมาจากความเป็นทหาร ที่เป็นไอดอล และมีคนรู้จัก แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ ทั้งสี่คนเป็นทหาร ตำรวจ จบโรงเรียนเตรียมทหารมา สถาบันที่จะสอนให้คนรักและเทิดทูน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นักเรียนนายร้อยในยุคของเหมี่ยวคือ จะได้รับพระราชทานกระบี่ยาวจากพระหัตถ์ของพระเจ้าบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และนั่นคือความภูมิใจของพวกเค้า คนใกล้ตัวเหมี่ยวเค้าจะเก็บภาพตอนตัวพี่เค้ารับพระราชทานกระบี่ไว้ในตู้เลยค่ะ เขาเป็นหัวหน้านักเรียนนายร้อย และเขาก็บอกว่านั่นคือความภูมิใจที่สุดแล้ว ก็เลยอยากจะนำเสนอเรื่องราวในแง่มุมของคนในเครื่องแบบที่ทำเพื่อแผ่นดินบ้าง เพราะขนาดเหมี่ยวเป็นคนสนิท พี่เค้าบอกกับเหมี่ยวว่า “ไปถวายอารักขา” ได้รู้ว่าเค้าได้ทำงานถวายพระองค์เราก็ภูมิใจแล้ว เลยอยากเอาความรู้สึกดีๆนี้มาถ่ายทอดเป็นนิยาย ด้วยความสามารถพิเศษที่เรามีนั่นคือการเขียนนิยาย
ต้องการนำเสนออะไรถึงคนอ่านผ่านนิยายทั้งสองชุดนี้บ้าง
กานท์ชญา : พนักงานร้านหนังสือที่เหมี่ยวรู้จัก เค้าอ่านหนังสือของเหมี่ยวกันเกือบทั้งร้าน เมื่อไม่นานมานี้ที่ร้อยดวงใจใต้ปีกแห่งรักออก น้องบอกว่า “พี่รู้ไหม นิยายของพี่ต่อไปมีค่ามากเลยนะ” เท่านี้ก็ดีใจแล้วค่ะที่ได้ยินแบบนี้ เพราะนิยายทั้งสองชุดนี้ไม่มีเลิฟซีนที่รุนแรง ไม่มีดราม่า แต่เป็นนิยายที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้คนที่เกลียดคนในเครื่องแบบ มองในมุมมองทีดีขึ้น หรือ คนที่กรี๊ดคนในเครื่องแบบก็ได้ลองดูในส่วนของความเป็นอาชีพของเขาด้วย และ อยากให้คนในเครื่องแบบได้อ่านเพื่อเตือนสติตัวเองด้วย เพราะเหมี่ยวเชื่อว่าตัวเหมี่ยวไม่ได้เป็นคนดี แต่ถ้ามีเรื่องราวดีๆเหมี่ยวก็ส่งต่อให้คนอื่นได้ค่ะ
เหมี่ยวได้เขียน “จดหมายถึงเด็กๆที่เกิดไม่ทันรัชกาลที่ ๙” ขึ้นมาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ค่ะ ซึ่งเหมี่ยวเปิดให้โหลดฟรีและแจกฟรี สำหรับใครที่อยากได้เป็นที่ระลึกก็สอบถามมาทางเพจ กานท์ชญา ได้เลย นะคะ เหมี่ยวยินดีส่งให้ฟรีค่ะ สำหรับชาวเด็กดี อ่านได้ที่ https://www.dek-d.com/board/view/3696040/
เหมี่ยวได้เขียน “จดหมายถึงเด็กๆที่เกิดไม่ทันรัชกาลที่ ๙” ขึ้นมาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ค่ะ ซึ่งเหมี่ยวเปิดให้โหลดฟรีและแจกฟรี สำหรับใครที่อยากได้เป็นที่ระลึกก็สอบถามมาทางเพจ กานท์ชญา ได้เลย นะคะ เหมี่ยวยินดีส่งให้ฟรีค่ะ สำหรับชาวเด็กดี อ่านได้ที่ https://www.dek-d.com/board/view/3696040/
ถ้าอยากเขียนนิยายให้ตรึงใจคนอ่านแบบกานท์ชญา ควรเป็นนักเขียนแบบไหนคะ
กานท์ชญา : ต้องเขียนนิยายให้ได้ทุกวันเพราะยิ่งเขียนยิ่งเยอะประสบการณ์ เขียนไปเถอะ นิยายไม่มีผิดหรือถูก มีแต่ว่าเขียนหรือไม่เขียน ถ้าคิดแล้วไม่เขียน ก็ไม่ใช่นักเขียน อยากเป็นนักเขียนก็ต้องเขียน ต้องลงมือทำ กานท์ชญา ก็ไม่ได้เป็นต้นแบบที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่กานท์ชญามีคือ ไม่มีวันไหนที่นักเขียนคนนี้ ไม่คิดและไม่ลงมือเขียนนิยายค่ะ
ก่อนจบบทสัมภาษณ์วันนี้ ฝากผลงานกับเเฟนๆ นักอ่านได้เต็มที่เลยค่ะ ตอนนี้มีผลงานเรื่องไหนที่เขียนอยู่บ้างคะ เเล้วแพลนการเขียนในอนาคตมีเรื่องอะไรบ้าง
กานท์ชญา : สำหรับผลงานก็ต้องขอฝากนิยายชุด ดวงใจสี่เหล่าทัพ แก๊งนางร้าย และก็ที่ออกปีนี้นะคะ ก็คือ ลูกไม้ใต้ต้น เป็นรุ่นลูกของดวงใจสี่เหล่าทัพค่ะ ออกกับสำนักพิมพ์ทัช ทุกเรื่องเลย หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ
ส่วนแพลนที่จะเขียนในอนาคต ก็คือ ปีหน้าค่ะจะเป็นชุด “ความฝันอันสูงสุด” เป็นสี่เหล่าทัพรุ่นลูกของลูกไม้ใต้ต้นอีกที ได้แรงบันดาลใจมาจาก 13 ตุลาคม 2559 – 26 ตุลาคม 2560 อันเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำของคนไทย และเหมี่ยวก็จะทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่นักเขียนคนนี้จะทำได้ เพื่อเก็บช่วงเวลานี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป เพราะเหมี่ยวจะเขียนนิยายไปเรื่อยๆ จนกว่าคนบนโลกนี้จะอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ
ส่วนแพลนที่จะเขียนในอนาคต ก็คือ ปีหน้าค่ะจะเป็นชุด “ความฝันอันสูงสุด” เป็นสี่เหล่าทัพรุ่นลูกของลูกไม้ใต้ต้นอีกที ได้แรงบันดาลใจมาจาก 13 ตุลาคม 2559 – 26 ตุลาคม 2560 อันเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำของคนไทย และเหมี่ยวก็จะทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่นักเขียนคนนี้จะทำได้ เพื่อเก็บช่วงเวลานี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป เพราะเหมี่ยวจะเขียนนิยายไปเรื่อยๆ จนกว่าคนบนโลกนี้จะอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ
เป็นบทความพบปะพูดคุยที่พี่หวานรู้สึกอิ่มใจมากๆ เลยค่ะ ไม่ใช่บ่อยๆ เลยที่จะได้เห็นนักเขียนลุกขึ้นมาเขียนนิยายที่ได้เเรงบันดาลใจมาจากโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 อย่างกานท์ชญา การได้พูดคุยกับนักเขียนคนนี้สร้างเเรงบันดาลใจเเละความรู้สึกอบอุ่นหัวใจให้พี่หวานได้มากจริงๆ ส่วนถ้ามีนักเขียนเด็กดีท่านไหนสนใจอยากร่วมโปรเจค'๙ ตามพ่อ แบบนิยาย ๙ เรื่อง' กับกานท์ชญาก็สามารถติดต่อไปได้เลย พี่หวานจะรอติดตามอ่านผลงานชุดนี้นะคะ
ส่วนปิดท้ายบทความวันนี้ก็ขอฝากบทกลอนน่าประทับใจที่กานท์ชญาได้เเต่งเพื่อระลึกถึงพ่อไว้ เเล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ ^___^
พี่หวาน







0 ความคิดเห็น