16 เรื่องที่แฟนคลับ ‘อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์’ ต้องรู้
ตอนที่วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง “อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์” ตีพิมพ์ออกมาในปี ค.ศ. 1865 นั้น มันประสบความสำเร็จอย่างล้มหลาม และได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มเด็กๆ จนทำให้ผู้ประพันธ์อย่าง ชาร์ลส์ ลุดวิค ดอดจ์สัน หรือนามปากกา ลูอิส แครอลล์ กลายเป็นคนดังในชั่วพริบตา หนังสือเรื่องนี้ได้รับความนิยมต่อเนื่องมาตลอด แม้จะตีพิมพ์มาเกิน 100 ปีแล้ว เด็กๆ ชื่นชอบ เด็กหญิงอลิซ กระต่ายขาว แมดแฮทเทอร์ แมวเชไชร์ พระราชินีโพแดง หนอนผีเสื้อ ฯลฯ และทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันอยากผจญภัยในแดนมหัศจรรย์เหมือนๆ กับอลิซ
เชื่อว่าคนที่คลิกเข้ามาอ่านบทความของเรา หลายคนเป็นแฟนคลับวรรณกรรมเรื่องนี้ ซึ่งแน่นอนว่าแอดมินเป็นแฟนคลับตัวยง ชอบอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ และยิ่งได้อ่านในวัยที่เพิ่มขึ้น ก็เข้าใจสิ่งที่ปรากฎในตัวอักษรแตกต่างกันไป จนออกจะทึ่งว่า... หนังสือเรื่องหนึ่ง แฝงเรื่องราวต่างๆ ได้มากมายขนาดนี้เลยหรือ
สำหรับวันนี้ แอดมินอยากชวนทุกคนที่อ่าน (หรือไม่อ่าน) หนังสือเล่มนี้ ให้มาทำความเข้าใจและใกล้ชิดกันมากกว่านี้อีกสักหน่อย เชื่อว่าถ้าอ่านจบครบทุกข้อแล้ว ทุกคนจะต้องรักเด็กหญิงอลิซมากขึ้นอย่างแน่นอน ^ ^
อลิซกับพระราชินีโพแดง
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 1 : อลิซมีตัวตนจริงๆ และเธอเป็นลูกสาวเจ้านายของแครอลล์
ตัวจริงของอลิซ มีชื่อว่า อลิซ ลิดเดลล์ เธอเป็นลูกสาวของ เฮนรี่ ลิดเดลล์ เจ้านายของแครอลล์ที่มหาวิทยาลัย Christ Church College ที่ออกฟอร์ด แครอลล์สอนวิชาเลขให้กับอลิซ และสนิทสนมกับทั้งครอบครัวของเธอ อลิซมีพี่สาวอีกสองคน ทั้งสามคนสนิทสนมกับแครอลล์ และเขามักพาเด็กหญิงทั้งสามไปเดินเล่นที่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ กิจกรรมนี้ ก่อเกิดแรงบันดาลใจ และกลายเป็นที่มาของพล็อตเรื่องอลิซในแดนมหัศจรรย์ในที่สุด
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 2 : อลิซในแดนมหัศจรรย์ฉบับแรก ไม่มีแมดแฮทเทอร์และเจ้าแมวเชไชร์
ครั้งแรกที่แครอลล์เล่าเรื่องอลิซให้เด็กหญิงอลิซและพี่สาวทั้งสองฟังคือ ฤดูร้อนปี ค.ศ. 1862 ระหว่างที่ทุกคนกำลังล่องเรือในแม่น้ำเทมส์ เขาไม่ได้วางแผนการอะไรด้วยซ้ำ ก็แค่เล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง แต่กลับกลายเป็นว่าเด็กหญิงทั้งสามชอบเรื่องเล่าของเขามาก และรบเร้าให้เขาเล่าต่อเรื่อยๆ ต่อมาแครอลล์ได้นำเรื่องเล่าที่คุยกันเล่นๆ มาเขียนเป็นหนังสือ และมอบให้เด็กหญิงอลิซเป็นของขวัญวันคริสต์มาส ในปี ค.ศ. 1864 อย่างไรก็ตาม เมื่อผลงานของเขาได้ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1865 มันถูกเพิ่มเรื่องของแมดแฮทเทอร์และแมวเชไชร์เข้าไปด้วย สันนิษฐานว่าตัวละครทั้งสองเกิดขึ้นทีหลัง จากคำขอของเด็กหญิงอลิซ
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 3 : นักวาดต้นฉบับไม่พอใจผลงานวาดที่ตีพิมพ์ในหนังสือ
แครอลล์ใช้เงินส่วนตัวว่าจ้างนักวาดชาวอังกฤษ จอห์น เทนเนียล ให้วาดภาพประกอบเรื่องเล่าของเขา เมื่อหนังสือตีพิมพ์ออกมา เทนเนียลโกรธมาก เพราะรู้สึกว่ารูปภาพที่วาดขึ้นใหม่นั้นแตกต่างจากต้นฉบับมาก จนแครอลล์ต้องใช้เงินเกือบครึ่งของเงินเดือนทั้งปี ตีพิมพ์หนังสือใหม่ทั้งหมด โชคดีเป็นของเขา เมื่อหนังสือขายดิบขายดีและได้ผลตอบแทนน่าทึ่ง ทำให้เขารอดจากการขาดทุนไปได้
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 4 : อลิซถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1903
หลังแครอลล์ตายไม่กี่ปี ผู้กำกับเซซิล เฮพเวิร์ธ และเพอร์ซี่ สโตวี่ ก็ได้นำผลงานเรื่องอลิซในแดนมหัศจรรย์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์สั้น กินเวลา 12 นาที ซึ่งในช่วงเวลานั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่ายาวที่สุดในอังกฤษเลยทีเดียว ตัวเฮพเวิร์ธเอง เล่นเป็นเจ้ากบ และภรรยาของเขาก็เล่นเป็นกระต่ายขาวกับราชินีโพแดง
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 5 : แครอลล์เกือบจะตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า “หนึ่งชั่วโมงของอลิซในแดนแห่งเอลฟ์” (Alice’s Hour in Elfland)
หลังจากได้พล็อตเรื่องอลิซในแดนมหัศจรรย์ระหว่างล่องเรือกับพี่น้องลิดเดลล์ทั้งสาม แครอลล์ก็เครียดหนักกับการเลือกชื่อเรื่อง เขาตั้งชื่อไว้หลายชื่อ ตั้งแต่ “การผจญภัยของอลิซในแดนใต้ดิน” (Alice’s Adventures Underground) “อลิซท่ามกลางแฟรี่” (Alice Among the Fairies) หรือแม้แต่ “หนึ่งชั่วโมงของอลิซในแดนแห่งเอลฟ์” (Alice’s Hour in Elfland) อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด เขาก็เลือกชื่อ “อลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์” (Alice’s Adventures in Wonderland) ในที่สุด
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 6 : หนังสือเรื่องนี้พูดถึงทฤษฎีเรื่องการคำนวณ
คงเพราะแครอลล์ทำอาชีพเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ ทำให้เขามีจินตนาการดีในเรื่องตัวเลข เราจะเห็นว่า... มีหลายๆ เรื่องที่เขาพูดถึงคณิตศาสตร์ ดังเช่น คำถามที่แมดแฮทเทอร์ถามอลิซว่า “ทำไมอีกาถึงชอบโต๊ะเขียนหนังสือ” เชื่อกันว่า ประโยคนี้เกี่ยวกับกับทฤษฎีเรื่องตัวเลข แต่ไม่ต้องถามหาคำตอบ เพราะตัวแครอลล์เองก็ยังระบุไว้ว่า คำถามนี้ไม่มีคำตอบ แล้วแต่คนจะตีความกันไปเอง (มีทฤษฎีที่เชื่อว่าแครอลล์หมายถึงเอ็ดการ์ อัลลัน โพ นักเขียนแนวสยองขวัญ และทฤษฎีที่เชื่อว่า อีกาหมายถึงผู้หญิง ซึ่งในช่วงเวลานั้น ไม่เหมาะจะเขียนหนังสือ) นอกจากนี้ แครอลล์ยังได้ใส่เรื่องราวของยูคลิดลงในหนังสือด้วย เพราะเขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนักคณิตศาสตร์ท่านนี้ และยังมีฉากที่รอยยิ้มของแมวเชไชร์ปรากฎอยู่ แต่ตัวแมวหายไป
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 7 : นกโดโด้หรือก็คือแครอลล์เอง
ในตอนเปิดเรื่องของอลิซ มีนกนานาชนิด และแครอลล์ได้เขียนให้พี่สาวของอลิซทั้งสองรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย (ลอริน่าและอีดิธ) นอกจากนี้ เจ้านกโดโด้ ผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินให้สัตว์ต่างๆ ก็ตั้งชื่อตามตัวเขา นั่นคือชาร์ลส์ ดอดจ์สัน นั่นเอง จำตอนที่เจ้านกแนะนำตัวได้ไหม มันพูดว่า “ฉันคือ ดะ ดะ โด โด้ ดะ ดอดจ์สัน” ไงล่ะ ว่ากันว่า ตัวจริงของแครอลล์นั้นติดอ่างและชอบพูดอะไรซ้ำๆ ด้วย
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 8 : หนังสือขายดิบขายดีอย่างแรง
หนังสือเรื่องนี้ถูกนำไปแปลภาษาต่างๆ ถึง 176 ภาษาทั่วโลก และภาคต่อของเรื่องอย่าง อลิซผจญภัยในดินแดนกระจก ก็ขายดิบขายดีไม่แพ้กัน หมดตั้งแต่ตีพิมพ์ออกมาได้แค่ 7 สัปดาห์
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 9 : มีคนตั้งชื่อโรคตามชื่อหนังสือด้วย
เคยอ่านเรื่อง “โรคอลิซในแดนมหัศจรรย์” กันไหมคะ ผู้ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีอาการผิดปกติคือมองเห็นภาพบิดเบี้ยว ผิดสัดส่วน คล้ายๆ กับเวลาเข้าสวนสนุก แล้วเจอบ้านกระจก ที่กระจกบิดๆ เบี้ยวๆ เห็นตัวเองบิดไปบิดมาน่ะแหละ คุณอาจจะมองเห็นนิ้วเท้าบวมออกมา หรือเห็นมือตัวเองใหญ่โตกว่าส่วนอื่นๆ ประตูที่เคยอยู่ใกล้แค่ไม่กี่ก้าว พอมองจากสายตาคุณ กลับอยู่ไกลเป็นโยชน์ ผู้ป่วยต่างบอกว่า ต้องทรมานกับการวิงเวียน ไม่แน่ใจ และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางวันเห็นเก้าอี้ทำงานใหญ่โตเท่าช้าง รถคันเล็กเท่ามด พวกเขาต้องเดินโซซัดโซเซไปมา บางที อาการก็กำเริบขึ้นในช่วงที่อยู่นอกบ้าน ทำให้ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งอยู่เฉยๆ เพราะกลัวจะเกิดอันตราย ตัวนักเขียน ลูอิส แครอลล์เอง สารภาพว่า เขาเป็นไมเกรนอย่างหนัก จนเกิดภาพหลอน และมันก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเอามาเขียนลงในผลงานเรื่องนี้นั่นเอง ภายหลัง โรคดังกล่าวก็ถูกตั้งชื่อตามวรรณกรรมเรื่องนี้ด้วย
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 10 : นักวิจารณ์หนังสือตีความว่า อลิซอาจติดยา...?
นักวิจารณ์หลายคนแอบเรียกอลิซในแดนมหัศจรรย์ว่า “อลิซเมายา” พวกเขาวิเคราะห์ว่า อลิซดื่มยาเข้าไป อลิซกินเห็ด จากนั้นก็ประสาทหลอน เห็นภาพเล็กๆ ใหญ่ๆ และอารมณ์ของเธอก็ผิดเพี้ยนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บางที อาจเพราะอลิซเสพยาแอลเอสดีเข้าไป และมันเลยทำให้เธอประสาทหลอนก็เป็นได้
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 11 : อลิซถูกแบนในจีน
แม้จะขายดิบขายดี ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก แต่สุดท้ายแล้ว อลิซก็ถูกแบนจากประเทศจีน ด้วยเหตุผลแปลกๆ ที่ว่า สัตว์ไม่ควรพูดภาษาของมนุษย์นั่นเอง
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 12 : ต้นไม้ที่เจ้าแมวเชไชร์ปรากฎตัว อยู่ในสวนหลังบ้านของอลิซนั่นแหละ
และปัจจุบัน เราสามารถไปชมสวนนี้ได้ด้วยที่ Christ Church College ออกฟอร์ด
สามพี่น้องลิดเดลล์ อลิซ, ลอริน่าและอีดิธ ลิดเดลล์
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 13 : ควีนวิคทอเรียหลงรักหนังสือเรื่องนี้จนขอร้องให้แครอลล์เขียนหนังสือให้พระองค์บ้าง
หลังจากอ่านอลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์จบ ควีนวิคทอเรียได้ขอร้องให้แครอลล์เขียนหนังสือเล่มต่อไปให้กับพระนาง และหนังสือเรื่องนั้นคือ An Elementary Treatise on Determinants, With Their Application to Simultaneous Linear Equations and Algebraic Equations (บางทีพระนางอาจไม่ชอบเท่าไหร่)
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 14 : มีเพลงมากมายที่ได้แรงบันดาลใจจากอลิซ
จากหัวข้อที่เราพูดเรื่องอลิซอาจติดยาไปแล้ว มีอีกเพลงหนึ่งที่แต่งโดยเจฟเฟอร์สัน แอร์เพลน ในปี ค.ศ. 1976 ชื่อของเพลงคือ White Rabbit ได้มีการพูดถึงเรื่องยาอย่างเปิดเผย เนื้อหาระบุไว้ว่า “กินหนึ่งเม็ดตัวจะใหญ่ขึ้น กินอีกเม็ดตัวเล็กลง” นอกจากเพลงนี้ ก็ยังมีอีกหลายเพลงที่เกี่ยวกับหนังสือเรื่องนี้
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 15 : มีการตีความว่าหนังสือเล่มนี้พูดถึง “การเกิด”
นักวิจารณ์จำนวนมาก เชื่อว่าหนังสือเรื่องอลิซหมายถึงกระบวนการเติบโตของทารก ได้แก่ การที่อลิซตกลงในโพรงกระต่าย (ปฏิสนธิ) เติบโตในดินแดนมหัศจรรย์ (ตั้งครรภ์) และดื่มน้ำยา (สำลักน้ำคร่ำ) จากนั้นก็ได้ออกมาสู่โลกอีกครั้ง (เกิด)
เรื่องน่ารู้ของอลิซ 16 : ออสการ์ ไวลด์ และวลาดิเมียร์ นาโบคอฟ เป็นแฟนหนังสือเล่มนี้
นักเขียนคนดังอย่าง ออสการ์ ไวลด์ อ่านอลิซในแดนมหัศจรรย์ตั้งแต่ยังเด็ก และเขาชอบหนังสือเล่มนี้มากถึงมากที่สุด นอกจากออสการ์ ไวลด์ แล้ว นักเขียนอีกคนที่ชื่นชอบผลงานเรื่องนี้ก็คือ วลาดิเมียร์ นาโบคอฟ ผู้เขียนเรื่องโลลิต้า โดยเชื่อกันว่าผลงานของเขา ก็ต่อยอดมาจากอลิซในแดนมหัศจรรย์นั่นเอง นักวิจารณ์หลายคนยังระบุว่า โลลิต้า แท้จริงแล้วก็คืออลิซในแดนมหัศจรรย์ เวอร์ชั่นรัสเซีย และยังมีคำกล่าวว่า ลูอิส แครอลล์ ที่ตกหลุมรักเด็กหญิงอลิซก็คือต้นแบบของ ฮัมเบิร์ต ฮัมเบิร์ต ชายแก่ในเรื่อง ผู้มีใจให้กับโลลิต้าน้อยในวัย 12
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://mentalfloss.com/article/65763/12-absurd-facts-about-alice-wonderland
https://theculturetrip.com/europe/united-kingdom/england/london/articles/15-things-you-may-not-know-about-alice-in-wonderland/
https://www.makers.com/blog/alice-wonderland-facts
http://www.readbrightly.com/alice-150-everything-never-knew-wonderland/
http://metro.co.uk/2015/07/04/25-things-you-never-knew-about-alice-in-wonderland-5267597/ https://www.huffingtonpost.com/entry/the-7-secrets-of-lewis-carrolls-wonderland_us_559bea08e4b04a9c98e830bf




1 ความคิดเห็น
จีนแบนอลิซเพราะสัตว์พูดภาษามนุษย์เนี่ยนะ คิดไปได้
กลัวเด็กๆ อ่านแล้วเกิดสงสารสัตว์ขึ้นมา อันจะนำไปสู่ปัญหาเรื่องอาหารการกิน? (จีนยิ่งกินทุกอย่างอยู่ด้วย เท่าที่ว่ากัน)