/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

11 นิยายสยองขวัญ ที่ได้เเรงบันดาลใจจากเรื่องจริง []

วิว



11 นิยายสยองขวัญ ที่ได้เเรงบันดาลใจจากเรื่องจริง
 


สวัสดีค่ะน้องๆ นักอ่านนักเขียนทุกคน^^ บรรยากาศเริ่มเข้าหน้าหนาวอย่างนี้แล้วพี่หวานก็คิดว่าจะมีนิยายอะไรที่เหมาะกับบรรยากาศแบบนี้บ้าง หลายคนอาจจะเห็นว่าการได้ซุกตัวในผ้าห่มนอนอ่านนิยายที่ชอบสักเล่มก็ดีเเล้ว ส่วนถ้าใครยังไม่รู้จะอ่านอะไรดีพี่หวานขอเชิญนักอ่านที่ชื่นชอบนิยายสยองขวัญสั่นประสาทให้รีบมารอที่บทความนี้เลยค่ะ เพราะพี่หวานมี 11 นิยายสยองขวัญที่ได้เเรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง บอกเลยว่าพอรู้ที่มาอย่างนี้จะรู้สึกว่านิยายมีความสมจริงขึ้นมาอีก 10 เลเวลเลยค่ะ!


 

1. 'Pet Sematary' by Stephen King 

 

 

ผลงานเรื่องเเรกของบทความนี้เป็นผลงานจาก สตีเฟ่น คิง เจ้าพ่อนิยายลึกลับที่ทุกคนให้การยอมรับ สำหรับนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุสานแห่งการสาปแช่งที่ฟื้นความตายได้ โดยสตีเฟ่น คิงให้สัมภาษณ์ว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากการค้นพบที่ฝังศพสัตว์เลี้ยงในป่าใกล้บ้านที่เขาอาศัยอยู่ ระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ผู้สอนการ Creative-writing ที่ University of Maine. เขาได้กล่าวว่าเส้นทางเเถวนั้นเป็นเส้นทางที่มีรถบรรทุกวิ่ง จนกระทั่งวันหนึ่งที่แมวของลูกสาวเขาตายเพราะโดนรถบรรทุกชน เขานำแมวไปฝังที่่สุสานสัตว์เลี้ยงเเละพยายามอย่างมากที่จะอธิบายให้ลูกสาวฟังว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากฝังศพเรียบร้อยเขาก็คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เรียกว่าเป็นความคิดที่อยู่ๆ ก็่งเข้ามาในหัวหลังจากเหตุการณ์จริงที่เขาได้พับกับตัวเอง เขาเริ่มจินตนาการว่าถ้าครอบครัวอื่นต้องเจอสถานการณ์ที่แมวของลูกสาวตายจากการถูกรถชนเหมือนเขาจะเป็นยังไง? และหลังจากที่ผู้เป็นพ่อบอกความจริงกับลูกสาวไป วันต่อมาแมวตัวนั้นกลับฟื้นคืนมา!? มีชีวิตอยู่เเต่ต่างไปจากเดิม เขากล่าวต่ออีกว่า "ผมเคยคิดในระหว่างที่ข้ามถนน เริ่มนึกถึงเเมวที่ถูกรถชนบนถนน เเละถ้าหาก(สมมติ)ว่าคนที่ถูกชนเป็นเด็กล่ะจะเป็นยังไง ระหว่างถนนสองเลนถ้าเลนหนึ่งเเมวเดินกลับมา แต่อีกเลนมีเด็กกลับมา..." หลังจากที่เขาได้ดังนั้นก็เริ่มเขียนเกี่ยวกับเรื่องการฝังศพและการฟื้นคืนชีพในเรื่องนี้ขึ้นมาในที่สุด

 

2. 'The Stranger Beside Me' by Ann Rule



 

เรื่องต่อมาเป็นผลงานของแอนน์ ที่เธอเขียนเกี่ยวกับชีวประวัติจริงของนักโทษที่เธอรู้จักเป็นการส่วนตัวก่อนจะถูกจับกุมอย่าง Ted Bundy ในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง พี่หวานอ่านที่มาของเรื่องเเล้วก็ขนลุกขึ้นมาอย่างประหลาดเพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวนักเขียนอย่างแอนน์มากจริงๆ เธอเริ่มต้นเรื่องด้วยการเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเธอกับครอบครัวของเท็ด ภาพความประทับใจเเรกที่เธอมีต่อเขา เเละเริ่มโยงเข้าถึงสถานการณ์และหลักฐานที่เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งในตอนเเรกเธอยังไม่เชื่อว่าเพื่อนของเธอจะกลายมาเป็นฆาตกร นับเป็นอีกมุมที่แอนน์กล้าหาญในการตีแผ่ชีวิตของเท็ดมากๆ ส่วนเนื้อเรื่องในเล่มก็เป็นการเขียนเล่าถึงปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในสังคมเดียวกันกับพวกเรา มีชีวิตอยู่อย่างคนทั่วไป โดยไม่มีใครสงสัยเลยสักนิดว่าใครคนนั้นเป็นปีศาจ โดยใช้เรื่องของเท็ดและเธอที่เคยเป็นเพื่อนกันมาเขียน เป็นนิยายที่พี่หวานเเค่อ่านเรื่องย่อก็ต้องยอมเเพ้ ถ้าเกิดมีคนรู้จักกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องอย่างนี้พี่หวานก็ไม่เเน่ใจว่าจะเข้มเข็งขนาดจะมาตีเเผ่เรื่องราวความสัมพันธ์อย่างที่แอนน์ทำอยู่รึเปล่า เเต่ถ้าถามเรื่องความสมจริงบอกเลยว่านี่เป็นหนังสืออัตชีวประวัติมากกว่าจะเป็นนิยายอีกค่ะ 

 

3. 'My Best Friend's Exorcism' by Grady Hendrix



 

เรื่องที่สามมีชื่อเรื่องว่า My Best Friend's Exorcism เรื่องนี้สะท้อนความเเข็งแกร่งของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มีพลังมากกว่าอำนาจใดๆ เมื่อเด็กสาวคนนี้เป็นลูกของปีศาจ พี่หวานพยายามหาที่มาเเรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ที่ชัดเจนมากกว่าการบอกว่าเขาได้เเรงบันดาลใจมาจากสมัยเรียนไฮสกูล จนกระทั่งได้มาเจอบทความหนึ่งกล่าวว่าเขาได้รับเเรงบันดาลใจมาจาก The Satanic Panic of the 1980s, โดยเล่าเรื่องของเด็กสาวที่มีเพื่อนสนิท เเละเพื่อนของเธอบอกว่าตัวเองเป็นลูกของปีศาจ เป็นนิยายเรื่องที่มีเนื้อหาค่อนข้างหนักหน่วงเรื่องหนึ่งถ้าใครไม่ใช่สายนิยายสยองขวัญอาจจะไม่ชอบ โดยเฉพาะเมื่อเวลาในเรื่องย้อนไปในปี 1988 อันเป็นเวลาที่ผู้คนยังเชื่อในเรื่องการล่าปีศาจ เเละเชื่อในอำนาจศาสตร์มืด ดูเหมือนว่ากระเเสลบของคนบางกลุ่มได้นิยามนิยายเรื่องนี้ไว้ว่าเป็นเรื่องที่ไร้ซึ่งศีลธรรมโดยสิ้นเชิง เเต่พี่หวานก็มองว่านี่ก็เป็นเพียงจินตนาการที่ Hendrix ได้รับเเรงบันดาลใจมาเท่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นนิยายจึงเป็นสิ่งที่จินตนาการของนักเขียนได้โลดแล่นที่สุด ถ้าเราไม่ชอบก็เเค่ไม่อ่านเท่านั้นเอง

 

4. 'The Suspicions of Mr. Whicher' by Kate Summerscale



 

ผลงานสยองขวัญเรื่องที่ 4 เป็นของนักเขียน Kate Summerscale โดยนี่เป็นหนังสือเล่มเเรกของเธอที่ได้เเรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของฆาตกรในอังกฤษเมื่อปี 1860 ปีที่มีการฆาตกรรมเกิดเยอะมากเเละนั่นทำให้เกิดสถานการณ์ 'นักสืบฟีเวอร์'ขึ้น ทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้เเละต้องการเป็นนักสืบหาความจริง เรียกว่าเรื่องนี้เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนในยุคเเรกๆ ที่ทำให้เกิดนิยายนักสืบสมัยใหม่ตามมามากมาย เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นเเละชวนติดตามไปกับการสืบคดีของ Jonathan Whicher โดยการตายที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้เป็นการตายที่ผิดธรรมชาติมาก เพราะโจนาธานเกิดสงสัยคนในบ้านซะเอง!? ซึ่งพี่หวานบอกเลยว่ามีคนอ่านมารีวิวไว้เพิ่มเติมว่าเรื่องนี้เคทรู้จักิธีเล่นกับความอยากรู้ของคน เธอรู้ว่าเขียนอย่างไรจะทำให้นิยายสอบสวนเรื่องนี้สนุก เเละผลตอบรับก็คงเป็นที่น่าพึงพอใจเมื่อมีคนกล่าวไว้ว่า "มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังสยองขวัญสมัยวิกตอเรียน เป็นมากกว่านิยายเเต่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูสารคดีสักเรื่อง" 

 

5. 'The Girls' by Emma Cline



 

สำหรับเรื่องนี้ก็ยังเป็นอีกเรื่องที่เอ็มม่าได้เเรงบันดาลใจมาจากคดีของตระกูลแมนสัน เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นที่เเคลิฟอเนียในปี 1960 โดยมีชาร์ลส์ แมนสัน เป็นผู้สร้างชื่อเสียงอันน่ากลัวในเรื่องการฆาตกรรมนักแสดงสาวเเละเรื่องราวของลัทธิตระกูลแมนสันที่น่ากลัว โดยเรื่อง The Girl จัดว่าเป็นนิยายรุนเเรงในระดับหนึ่งเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเด็กสาวชื่อ Evie Boyd เธอเติบโตขึ้นมาจากความเหงาเเละโดดเดี่ยว จนกระทั่งเธอได้เจอกับกลุ่มเพื่อนๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล เพราะเธอถูกดึงเข้าสู่ลัทธิลึกลับเเละนั่นทำให้เธอเริ่มห่างจากครอบครัวออกไป ชีวิตประจำวันที่เคยมีก็เปลี่ยนจากเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ เเต่ตัวของ Evie นั้นไม่ได้ตระหนักเลยว่าเธอกำลังเข้าใกล้สิ่งที่อันตรายมากกว่าที่เธอจะคาดเดา ซึ่งเอ็มม่าเลือกถ่ายทอดจุดเปลี่ยนในชีวิตของเด็กสาวที่เดินผิดทาง โดยเธอคิดว่าอาจจะไม่ได้มีเเค่ Evie คนเดียวก็ได้ที่เป็นเช่นนี้

 

6. 'There Is No Lovely End' by Patty Templeton



 

เรื่องที่ 6 เป็นอีกเรื่องที่ชื่อเรื่องดูน่าอ่าน เเต่เนื้อหานั้นเข้มน้นละลึกลับมากก เพราะว่าเรื่องนี้เป็นการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ ความโกลาหลวุ่นวาย ความลึกลับ เเละเรื่องของวิญญาณ แพทตี้ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากหญิงสาวที่สามารถได้ยินเเละมองเห็นความตายได้หลังจากที่สามีและลูกของเธอตายมีคนบอกว่าวิญญาณของพวกเขากำลังตามติดเธอ ถ้าใครที่เคยติดตามผลงานของเธอมาจะรู้เลยว่าแพทตี้เป็นนักเขียนอีกคนที่มักเขียนเรื่องที่เเตกหัก เปราะบาง ลึกลับเเละยากจะคาดเดา เพราะเธอหลงใหลในความลึกลับเหล่านี้ทำให้เธอเริ่มเขียนเรื่อง There Is No Lovely End มาจากเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง Sarah Winchester ที่เคยมีตัวตนอยู่จริงเเละเป็นที่มาของ Winchester Mystery House เเต่นำมาเพียงบางส่วนของชีวิตซาร่าห์เท่านั้นค่ะ 

 

7. 'Lovecraft Country' by Matt Ruff



 

เรื่องที่ 7 เป็นเรื่องราวจริงที่เคยเกิดขึ้นในปี 1890 เล่าถึงเหตุการณ์ในเมืองเเห่งพระอาทิตย์อัสดง สถานที่ที่มีการเเบ่งเเยกเชื้อชาติจนกลายเป็นเมืองที่อันตรายต่อคนผิวสีอย่างที่สุดหลังจากตะวันตกดินไปเเล้ว พล็อตเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะดูท่าคงสะท้อนสังคมมืดในยุคที่ยังมีการเหยียดเชื้อชาติอย่างจริงจังอยู่ โดยเรื่อง Lovecraft Country จะเล่าถึงการเดินทางข้ามประเทศเพื่อตามหาพ่อที่หายตัวไป โดยนักเขียนอย่างแมตต์บอกว่าได้เเรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้มาจากเรื่องของ Jim Crow คำศัพท์แสลงที่ชาวอเมริกันเคยใช้เรียกคนผิวสีเพื่อแบ่งเเยกความแตกต่าง ซึ่งแมตต์บอกว่าเขาเห็นกฎหมายว่าด้วยเรื่องของ Jim crow laws ในยุค 1890 เป็นกฎหมายที่คนผิวขาวให้ความสนใจอย่างมากเพราะกลัวว่าคนผิวสีที่จะมาเเย่งงานไปจากคนผิวขาวค่ะ พี่หวานคิดว่าเรื่องการแบ่งเชื้อชาติยังเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอยู่เสมอทำให้มีกระเเสเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ทั้งด้านดีเเละไม่ดีออกมาพอๆ กันเลยค่ะ

 

8. 'The Witchfinder's Sister' by Beth Underdown



 

สำหรับเรื่องนี้นักเขียนอย่างเบ็ธได้รับเเรงบันดาลใจมาจากการล่าแม่มดในสมัยยุคกลางของศตวรรษที่ 17 ว่าด้วยเรื่องของ Matthew Hopkins ที่ได้รับการเเต่งตั้งให้เป็นผู้ล่าเเม่มดในอังกฤษ โดยเบ็ธเขียนเรื่องนี้จากชีวิตของ อลิซ น้องสาวของเเมททิวหลังจากที่สามีตายเธอกลับมายังหมู่บ้านที่เติบโตขึ้นมาเเต่กลับต้องพบความลึกลับประหลาดบางอย่าง พี่ชายของเธอได้เปลี่ยนไปเเล้วโดยสิ้นเชิงมันเเน่นอนที่เขาทั้งเป็นผู้ใหญ่ดูน่าเกรงขาม เเละร่ำรวย เเต่ยังมีความเปลี่ยนแปลงที่มากกว่านั้น ตัวเเมททิวไม่เคยชอบสามีของอลิซอยู่เเล้วเมื่อเธอกลับมาเขาจึงบังคับให้น้องสาวเพียงคนเดียวเข้าร่วมกระบวนการล่าเเม่มดกับเขาด้วย เรื่องนี้จึงเป็นผลงานเข้มข้นของเบ็ธที่เล่นกับความสัมพันธ์ของพี่น้อง การหมดศรัทธาในคนที่เรารัก เเละเมื่อชีวิตของเราสิ้นหวังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกที่โหดร้าย อลิซจึงเป็นตัวละครที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหน้าที่ของพี่ชายกับความคิดที่อยากจะช่วยเหลือเหล่าหญิงสาวที่ถูกพี่ชายของเธอตามล่า เเรงบันดาลใจจากภาพยุคของการล่าเเม่มดเเละนำมาเผาไฟได้ทำให้เบ็ธเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ

 

9. 'The Girl Next Door' by Jack Ketchum



 

ชื่อเรื่องดูปลอดภัยไม่น่ามีอะไรน่ากลัว เเต่สำหรับเรื่องนี้ก็ยังเป็นอีกเรื่องที่พี่หวานตกใจเมื่อรู้ว่าเเรงบันดาลใจในการเขียนมาจากการที่นักเขียนอย่าง Jack Ketchum หยิบประเด็นการทารุณกรรมเด็กสาวโดยเพื่อนๆ ในละเเวกบ้านนั่นเอง โดยเขาให้สัมภาษณ์ไว้ว่านิยายเรื่องนี้จะเปิดเผยความดำมืดในจิตใจของคน เเม้ว่าจะเป็นเด็กก็สามารถมีด้านมืดนี้ได้เช่นกัน เรื่อง The Girl next door ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากคดีของเด็กสาววัย 16 ปี ที่เคยเป็นคดีช็อกอเมริกามาเเล้วเมื่อ ซิลเวียถูกพบเป็นศพ หลักฐานทุกอย่างชี้ชัดว่าเธอได้รับการทำร้ายร่างกายโดยการทุบตี ปล่อยให้หิวโหย หรือเเม้กระทั่งการถูกคุกคามทางเพศ ตำนานเเห่งนิยายลึกลับอย่างสตีเฟน คิงเคยกล่าวถึงเเจ็คไว้ว่า "หากจะกล่าวถึงคนที่น่ากลัวที่สุดในอเมริกา บางทีอาจจะเป็นแจ็ค" หลังจากที่พี่หวานตามย้อนไปอ่านเรื่องย่อเเละที่มาผลงานเรื่องอื่นๆ ต้องบอกเลยว่านิยายของเเจ็คมีความสมจริงสูงมาก เเละมันยิ่งน่ากลัวเมื่อได้รู้ว่าพล็อตเรื่องทั้งหลายที่เขาเขียนขึ้นมักจะมาจากเรื่องจริงที่มีอยู่ในสังคม อันเต็มไปด้วยความปรารถนาและปีศาจที่แฝงอยู่ในใจของคนนั่นเองค่ะ 

 

10. 'Worlds of Ink and Shadow' by Lena Coakley



 

เดินทางมาถึงเรื่องที่ 10 เป็นเรื่องราวที่นักเขียนได้รับเเรงบันดาลใจมาจากชีวิตของ Brontës’ juvenilia ในเรื่องจริงนั้นเขาเป็นพี่ชายของบรรดาน้องสาวอีก 3 คน เเต่ทุกคนต้องมาเจอกับปัญหาจากตัวเขาทั้งความไร้ซึ่งโชคลาภ สุขภาพที่ย่ำแย่ เเละเรื่องเลวร้ายต่างๆ ที่เขาเป็นคนนำมาสู่ครอบครัว ในขณะที่เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้เลนาได้เล่าถึงชีวิตพี่น้อง 4 คนที่อยู่ด้วยกันจนยากที่จะเเยกพวกเขาทั้งสี่ออกจากกันได้ เเม้จะต้องเจอชีวิตที่ไม่สวยงามเเต่พวกเขาก็ยังมีความหวังเเละมีภาพฝันที่อยากจะมีชีวิตที่ดี จนกระทั่งหนึ่งในพี่น้องเริ่มเปลี่ยนไป เเละเมื่อชีวิตของคนหนึ่งเปลี่ยน ชีวิตคนที่เหลือก็ย่อมเปลี่ยนเเปลงไปด้วย เรื่องนี้เป็นผลงานโดดเด่นของเลนาที่ทำให้เธอได้รับการรู้จักในฐานะผู้เขียนหนังสือวรรณกรรมเกี่ยวกับครอบครัวที่โด่งดังอีกเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ ได้รับรางวัลก็มาก พี่หวานเองเเม้จะไม่เคยอ่านผลงานของเธอเเต่หลังจากที่ได้ลองค้นประวัติเเละอ่านความเห็นเกี่ยวกับงานก็ทำให้รู้ว่างานของเลนานั้นเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนในทางอารมณ์ค่ะ นี่คงเป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้งานเขียนของเธอดูลึกลับน่าติดตาม

 

11. 'Psycho' by Robert Bloch



 

เรื่องสุดท้ายสำหรับวันนี้คือผลงานเรื่อง Phycho ของ Robert Bloch ที่ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริงของฆาตกรต่อเนื่องที่โหดเหี้ยมอย่างเอ็ด กีน(Ed Gein) เเรกเริ่มนั้นเอ็ดก็เป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาที่เติบโตมาจากครอบครัวที่ทำการเกษตร อยู่กันพร้อมหน้าอบอุ่นเเต่เเล้วเมื่อปัญหาเริ่มโถมสู่ครอบครัวก็ได้ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนไป หลังจากที่แม่ตายเอ็ดก็เริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ ต่อร่างกายของผู้หญิง เขาเริ่มฆาตกรรมทีละศพ เเละเรื่องราวมันเริ่มน่ากลัวเมื่อมีคำให้การจากเพื่อนบ้านบอกว่ามักจะเห็นเขาใส่ชุดผู้หญิงออกมาเต้นระบำในคืนพระจันทร์เต็มดวง นั่นคือเรื่องจริงของเอ็ดที่ทำให้โรเบิร์ตเกิดอยากเขียนนิยายสยองขวัญขึ้นมาเรื่องหนึ่ง เเละความโรคจิตของเอ็ดก็เป็นแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยมให้เขาสร้างนิยายเรื่องนี้ขึ้น โดยเล่าถึงชีวิตของนอร์แมนที่อาศัยอยู่กับเเม่ ภายหลังจากที่เเม่ตายเขาก็ได้เข้าไปอยู่ที่โมเต็ลแห่งหนึ่ง เเละที่นั่นเขาได้พบหญิงสาวสวยมาเข้าพัก พวกเขาสบตากันเเละรู้สึกได้ถึงความต้องการบางอย่าง เเละเรื่องราวประหลาดที่ยากจะจินตนาการต่างๆ ก็ตามมา มีรีวิวนิยายเรื่องนี้เอาไว้ว่าเป็นเรื่องที่หลอนประสาทคนอ่านจนทำให้กลัวการเข้าพักที่โมเต็ลไปเลยล่ะค่ะ 

 

สำหรับพี่หวานนั้นชอบอ่านนิยายที่เขียนจากเรื่องจริง เเต่ไม่ค่อยสันทัดเกี่ยวกับนิยายสยองขวัญอย่างนี้สักเท่าไหร่ นับถือใจนักเขียนจริงๆ ที่ได้เเรงบันดาลใจจากเรื่องจริงจนดัดแปลงมาเป็นนิยายสุดระทึกได้เป็นเล่มๆ ในบรรดาหนังสือ 11 เรื่องข้างต้นพี่หวานสนใจเเรงบันดาลใจจากเรื่อง Pet Sematary ของสตีเฟ่น คิง กับเรื่อง The Stranger Beside Me ของแอนน์มากที่สุด เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาเจอมากับตัว ในขณะที่เรื่องอื่นๆ ยังเป็นเพียงคดีที่เคยโด่งดังในอดีตเท่านั้น เเต่ถึงจะได้เเรงบันดาลใจมาจากเรื่องไกลตัวก็ต้องบอกว่าผลงานของเเต่ละคนสมจริงจนเผลอคิดว่าเป็นเรื่องจริงไปเเล้วค่ะ เอาไว้ถ้าน้องๆ นักอ่านคนไหนสนใจลองหามาอ่านเเล้วก็อย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ 

 
พี่หวาน

ขอบคุณข้อมูลเเละรูปภาพจาก

https://www.bustle.com/p/11-horror-books-inspired-by-true-stories-that-prove-truth-is-stranger-than-fiction-2960490
http://stephenking.com/library/novel/pet_sematary_inspiration.html
https://io9.gizmodo.com/a-brief-history-of-satanic-panic-in-the-1980s-1679476373
https://www.amazon.com/gp/product/1594749760/ref=as_li_ss_tl?ie=UTF8&linkCode=ll1&tag=bustle7348-20&linkId=8d51d31e9de68349a84019ebd7959ccb
https://www.goodreads.com/book/show/1747896.The_Suspicions_of_Mr_Whicher
http://www.telegraph.co.uk/culture/books/3555327/Extract-The-Suspicions-of-Mr-Whicher-by-Kate-Summerscale.html
https://www.newyorker.com/magazine/2016/06/06/the-girls-by-emma-cline
http://smartbitchestrashybooks.com/reviews/no-lovely-end-patty-templeton/
http://www.crf-usa.org/black-history-month/a-brief-history-of-jim-crow
ttps://www.thebooktrail.com/book-trails/the-witchfinders-sister/
http://www.jackketchum.net/books/the-girl-next-door/

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=whan

พี่หวาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #แรงบันดาลใจ #นิยายสยองขวัญ #สร้างจากเรื่องจริง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป