/>

ล้วง 12 ความลับจาก ‘ตระกูลมัลฟอย’ ที่รู้แล้วจะต้องอึ้งและทึ่งจนนอนไม่หลับ []

วิว

ล้วง 12 ความลับจาก ‘ตระกูลมัลฟอย’
ที่รู้แล้วจะต้องอึ้งและทึ่งจนนอนไม่หลับ

 

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน ในโลกเวทมนตร์ มีเพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้นที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดัง หนึ่งในนั้นคือ "ตระกูลมัลฟอย" อันเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ มัลฟอยนับว่าเป็นตระกูลที่เก่าแก่ ร่ำรวย และทรงอำนาจมากในอังกฤษ

เกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่มัลฟอยมาเหยียบแผ่นดินอังกฤษ พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญมากมายในประวัติศาสตร์ยุโรป และมัลฟอยก็ยังต่อสู้เคียงข้างโวลเดอร์มอร์ในช่วงสงครามโลกพ่อมดครั้งที่ 2 นั่นยิ่งทำให้ชื่อเสียงของตระกูลนี้ทรงพลังมากขึ้นไปอีก

แน่นอนว่าเรื่องราวของพวกเขามีมากกว่าเรื่องเล่าในนิยายและในภาพยนตร์ วันนี้พี่น้ำผึ้งจึงได้รวบรวม 12 เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตระกูลมัลฟอยมาฝากค่ะ รับรองเลยว่ารู้แล้วจะต้องอึ้งเหมือนพี่แน่ๆ 

 


(via: Royal Museums Greenwich)
 

ลูเซียส มัลฟอยที่ 1 พยายามแต่งงานกับ
สมเด็จพระราชินีนาถอลิซเบธที่
1


แค่ข้อแรกมาก็พีคในพีคแล้วค่า แม้ว่าตระกูลมัลฟอยจะเชื่อในสายเลือดบริสุทธิ์ของตนอย่างสุดใจและสาบานว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับพ่อมดหรือพวกมักเกิ้ลที่มีฐานะด้อยกว่า แต่พวกมัลฟอยก็พยายามที่จะประจบประแจงคนร่ำรวยและทรงพลัง หนึ่งในนั้นคือมักเกิ้ลผู้ทรงอำนาจและร่ำรวยมหาศาลอย่าง “สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1

มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจซึ่งครอบครัวมัลฟอยพยายามปฏิเสธแม้จะมีหลักฐานมากมาย มันคือเรื่องที่ว่า มัลฟอยที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งพยายามแต่งงานกับผู้หญิงที่ทรงอำนาจที่สุดในเกาะอังกฤษ ว่ากันว่าในช่วงศตวรรษที่ 16 ลูเซียส มัลฟอยที่ 1 พยายามจะแต่งงานกับควีนอลิซาเบธที่ 1 ให้ได้ ชะรอยที่ควีนปฏิเสธรัวๆ ไม่เอา ไม่แต่งจ้า อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์เวทมนตร์บางคนบอกว่า ทั้งนี้สาเหตุที่ควีนอลิซาเบธครองโสดตลอดช่วงชีวิตเป็นเพราะลูเซียสโกรธมากและสาปพระองค์ค่ะ มาคิดดูอีกที ก็ดีแล้วที่ทรงปฏิเสธไป นี่นึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้ามัลฟอยปกครองอังกฤษ สภาพออกมาจะเป็นแบบไหน

 


 

ครอบครัวมัลฟอยเป็นหนึ่งใน 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์


28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์คือตระกูลที่ได้รับการจารึกว่าเป็น “สายเลือดบริสุทธิ์” แน่นอนว่ามัลฟอยก็ติดโผกับเขาด้วย แถมยังภาคภูมิใจสุดๆ เลยว่าตัวเองเป็นเลือดบริสุทธิ์ที่ไม่เคยมีใครในตระกูลแต่งงานกับพวกมักเกิ้ล (ถ้าเจ.เค.โรว์ลิ่งเขียนให้เดรโกคบกับเฮอร์ไมโอนี่ล่ะก็นะ... หึๆ)

ด้วยความที่ครอบครัวเลือดบริสุทธิ์เหลือเพียงไม่กี่ครอบครัว พวกเขาเลยต้องหา “คู่ที่เหมาะสม” มาแต่งงานด้วย แต่ก็นั่นแหละ แม้ว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือดตน แต่พวกมัลฟอยก็จะไม่มีทางแต่งงานกับญาติตัวเองเหมือนครอบครัวอื่นๆ ในรายชื่อ 28 ตระกูลศักดิ์เด็ดขาด เพราะอาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงพอใจเท่าไหร่นัก เช่น ลูกพิการหรืออารมณ์แปรปรวน เป็นต้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงยินดีที่จะแต่งงานกับพวกเลือดผสม ไม่เชื่อลองมองไปที่แผนภาพตระกูลมัลฟอยสิ แล้วน้องจะได้พบกับชาวเลือดผสมอยู่ในนั้นเต็มไปหมด

 


 

รากศัพท์ของ “มัลฟอย” หมายถึง “ศรัทธาอันชั่วร้าย”


ชื่อตัวละครของเจ.เค.โรว์ลิ่งส่วนใหญ่มักมีความหมายลึกซึ่ง เช่น นามสกุลลูปินมาจากคำว่า “lupinus” ในภาษาละตินที่แปลว่าหมาป่า ดังนั้นมัลฟอย (Malfoy) เองก็มีความหมายเหมือนกันค่ะ มันมาจากคำฝรั่งเศสโบราณที่ว่า “mal” แปลว่าแย่หรือชั่วร้าย และ “foi” มาจากคำว่าศรัทธา เพราะงั้นเมื่อรวมกันจึงหมายถึง “ศรัทธาอันชั่วร้าย” ค่ะ

คราวนี้พวกเราคงหายสงสัยว่าเหตุใดคนในตระกูลมัลฟอยถึงได้ขยันฝักใฝ่เข้าหาแต่สิ่งชั่วร้ายทั้งนั้น ตั้งแต่ลูเซียส มัลฟอยที่เป็นผู้เสพความตาย รวมทั้งบรรพบุรุษมัลฟอยอีกหลายคนก็โด่งดังในเรื่องชั่วร้าย เคลียร์แล้วเนอะ

อ้อ... แม้แต่ชื่อของเดรโกยังชั่วร้ายได้อีก มันมาจากภาษาละตินที่หมายถึง “ปีศาจชั่วร้าย” แต่พอเอาเข้าจริงๆ พี่ขอเว้นเดรโกไว้สักคน เขาเป็นมัลฟอยที่ไม่ได้ชั่วร้ายแต่เนื้อแท้ค่ะ

 


(via: pottermore)

 

ผู้ก่อตั้งตระกูลมัลฟอยคือ “อาร์มันด์ มัลฟอย


อาร์มันด์ มัลฟอย (Armand Malfoy) เกิดราวๆ ช่วงปลายศตวรรษที่ 10 หรือต้นศตวรรษที่ 11  เขาเป็นคนแรกที่เดินทางจากประเทศฝรั่งเศสมายังสหราชอาณาจักร

ก็เหมือนกับชนชั้นสูงตระกูลอื่นๆ เขาเป็นส่วนหนึ่งของชัยชนะในการรุกรานนอร์มันของ วิลเลี่ยมผู้พิชิตนอร์มัน” ที่เกิดขึ้นในปี 1066 เขาเป็นเพื่อนกับวิลเลี่ยมผู้กลายเป็นกษัตริย์อังกฤษในเวลาต่อมา มีเรื่องเล่าว่าเบื้องหลังชัยชนะนี้ อาร์มันด์ได้แอบให้ความช่วยเหลือแบบลับๆ ด้วย

ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์ อามันด์ให้ “ความช่วยเหลือ” แก่กษัตริย์วิลเลี่ยม ไม่มีใครรู้ได้ว่าการช่วยเหลือเหล่านั้นมีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์เชื่อว่ามันต้องเป็นอะไรที่ค่อนข้างชั่วร้ายและเหนือธรรมชาติ

กษัตริย์วิลเลี่ยมได้พระราชทานที่ดินทำเลงามที่ยึดมาจากชาวบ้านแถวนั้นให้แก่อาร์มันด์ (ชื่อของเขามาจากคำว่า “Herman” ในภาษาเยอรมัน ซึ่งหมายถึง “กองทัพมนุษย์”) เป็นรางวัล ครอบครัวมัลฟอยจึงอาศัยอยู่ที่นั่นนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 


(via: pottermore)
 

คฤหาสน์มัลฟอยตั้งอยู่ที่เมืองวิลต์เชอร์ ประเทศอังกฤษ


ที่ดินที่อาร์มันด์ได้รับตั้งอยู่ในเมืองวิลต์เชอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เป็นเมืองที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลและเต็มไปด้วยหุบเขากว้าง ถ้านึกไม่ออกว่าที่ไหน ขอให้นึกถึงสโตนเฮนจ์เข้าไว้ค่ะ มันคือที่ตั้งของกลุ่มหินลึกลับนั่นเอง อาร์มันด์พึงพอใจกับที่ดินนี้มาก เขาได้สร้างคฤหาสน์ขึ้นมาในชื่อที่เรารู้จักกันดีว่า “คฤหาสน์ของมัลฟอย (Malfoy Manor)” และครอบครัวมัลฟอยก็อาศัยอยู่ที่นี่กว่าสิบศตวรรษ

ในช่วงเวลานั้นมัลฟอยมักไปรุกรานเพื่อนบ้านเพื่อยึดครองที่ดินมาเป็นสมบัติของตัวเอง และเพื่อปกป้องคฤหาสน์มัลฟอย พวกเขาได้ร่ายเวทมนตร์ใส่ประตูเหล็กดัด ส่วนภายในคฤหาสน์มีสวนสวยและน้ำพุด้วย

ความสัมพันธ์ของครอบครัวมัลฟอยที่ใกล้ชิดกับพระบรมวงศานุวงศ์เองก็ช่วยให้พวกเขาสามารถเติมเต็มความอลังการงานสร้างให้คฤหาสน์ได้ด้วยของสะสมอันทรงคุณค่ามากมาย รวมทั้งผลงานศิลปะสวยๆ ทว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวสิ้นสุดลงหลังจากที่มีบทบัญญัตินานาชาติเกี่ยวกับความลับพ่อมดแม่มด (International Statute of Wizarding Secrecy) ในปี 1692 หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวมัลฟอยก็ปฏิเสธตลอดว่าไม่เคยใกล้ชิดกับมักเกิ้ลเลย ไม่เค๊ย ไม่เคยจ้า

ต่อมาโวลเดอร์มอร์และเหล่าผู้เสพความตายได้ใช้คฤหาสน์มัลฟอยเป็นฐานทัพปฏิบัติการในช่วงสงครามโลกเวทมนตร์ครั้งที่ 2 แน่นอนว่าลูเซียสและนาร์ซิสซาไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด

 


(via: pottermore)

 

นิโคลัส มัลฟอยฉวยโอกาสลอบฆ่ามักเกิ้ลในช่วงกาฬโรคระบาด


ในศตวรรษที่ 14 กาฬโรค (Black Death) ระบาดไปทั่วยุโรป มันคร่าชีวิตพวกมักเกิ้ลไปถึง 50 ล้านคน! คิดเป็น 60% ของประชากรทั้งหมดของยุโรป แน่นอนว่ากาฬโรคนับเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ

อย่างไรก็ตาม สมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของมัลฟอยเล็งเห็นว่าโศกนาฏกรรมนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ “กำจัดมักเกิ้ลที่กำลังยากลำบาก” ไปซะ และใช่ค่ะ ถ้าเขาทำ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับฆาตกรเลย ผู้คนเชื่อว่านิโคลัส มัลฟอย (Nicholas Malfoy) ใช้วิกฤตกาฬโรคบังหน้าแล้วลงมือสังหารเหล่ามักเกิ้ลซะ!! ถ้านี่เป็นเรื่องจริง นั่นหมายความว่าศาลสูงเวทมนตร์ไม่สามารถลงโทษเขาได้เลย

 


 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเวทมนตร์เป็นเพียงแค่
หุ่นเชิดของมัลฟอยเท่านั้น


ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เซ็ปติมัส มัลฟอย (Septimus Malfoy) มีอิทธิพลต่อกระทรวงเวทมนตร์มาก โดยเฉพาะอันเชียส ออสเบิร์ต (Unctuous Osbert) รัฐมนตรีเวทมนตร์ ณ ขณะนั้น ลือกันว่าออสเบิร์ตเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของมัลฟอยเท่านั้น

ออสเบิร์ตได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีถึง 2 ครั้งด้วยกัน เขาครองตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปี 1789 – 1798 เพราะงั้นถ้าข่าวลือที่ว่าออสตินเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของมัลฟอยเป็นเรื่องจริง นั่นย่อมหมายความว่าโลกเวทมนตร์ตกอยู่ในอำนาจของมัลฟอยเป็นเวลานานมาก ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเหตุใดตระกูลมัลฟอยถึงได้ทรงอำนาจถึงเพียงนี้

 


 

แอแบรกซัส มัลฟอยอยู่เบื้องหลังของ
การลาออกของนายกมักเกิ้ลคนแรก


ในปี 1962 น็อบบี้ ลีช (Nobby Leach) กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของโลกเวทมนตร์ที่เป็นมักเกิ้ล เหตุการณ์นี้ทำให้สมาชิกที่เก่าแก่ของศาลสูงวิเซ็นต์กามอตต์ถึงขั้นลาออกเพื่อประท้วงเลยทีเดียว แต่ใครจะไปรู้ว่าการหักหลังนั้นมีอยู่จริง เพราะในปี 1968 “เงามืด” บางอย่างทำให้น็อบบี้ ลีชลาออกก่อนหมดวาระ!

คนเชื่อว่าแอแบรกซัส มัลฟอย (Abraxas Malfoy) พ่อของลูเซียและมีศักดิ์เป็นปู่ของเดรโกนั้นอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์นี้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์อยู่ดี ความจริงเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบ ถึงอย่างนั้นเมื่อเราพิจารณาที่ความคลั่งไคล้เลือดบริสุทธิ์ขั้นสุดของตระกูลมัลฟอย รวมกับความปรารถนาที่ไม่อยากจะข้องแวะกับพวกมักเกิ้ล เราก็น่าจะพอเดาได้ว่าเหตุใดมักเกิ้ลบอร์นอย่างน็อบบี้ ลีชถึงได้ยอมสละตำแหน่งนายกง่ายๆ

 


(via: Harry Potter Wiki - Fandom)
 

ตระกูลมัลฟอยเชิดชูซัลลาซาร์ สลิธิริน


ซัลลาซาร์ สลิธิริน พ่อมดเลือดบริสุทธิ์ หนึ่งในสี่ของผู้ก่อตั้งฮอกวอตส์และเป็นผู้สร้างห้องแห่งความลับ ได้หนีไปหลังจากที่เพื่อนผู้ก่อนตั้งอีก 3 คนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเขาที่จะไม่ยอมให้มักเกิ้ลบอร์นเข้าเรียน

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นักเรียนที่ได้รับการคัดสรรให้อยู่ในบ้านสลิธิรินมักจะเป็นพวกเจ้าเล่ห์ มั่งคั่งและมีความทะเยอทะยาน ส่วนมากแล้วเป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ สัญลักษณ์ของสลิธิรินจึงเป็นงูที่มีสีเขียวและเงิน

มีตระกูลอยู่เพียงไม่กี่ตระกูลเท่านั้นที่ได้อยู่บ้านสลิธิรินจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในนั้นคือตระกูลมัลฟอย และพวกเขาก็ภูมิใจในตัวเองมากเสียด้วย ตัดภาพไปที่ภาพสัญลักษณ์ประจำตระกูลมัลฟอยอันประกอบไปด้วยสีดำ สีเขียวและสีเงิน พ่วงด้วยคำขวัญประจำตระกูล Sanctimonia Vincet Semper” ที่แปลว่า “บริสุทธิ์ชนะเสมอ” แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามัลฟอยมีเจตนารมณ์เดียวกับซัลลาซาร์ สลิธิริน!

 


 

คนให้อภัยลูเซียส, นาร์ซิสซา และเดรโก มัลฟอย


แม้ว่าลูเซียสจะเป็นผู้เสพความตาย แต่ทั้งลูเซียส นาร์ซิสซาและเดรโกกลับไม่ถูกลงโทษ นั่นเป็นเพราะลูเซียสได้ให้หลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมผู้เสพความตายคนอื่นๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ นอกจากนี้ในระหว่างการรบของฮอกวอตส์ เดรโกยังกล้าทิ้งโวลเดอร์มอร์ และนาร์ซิสซายังโกหกเจ้าแห่งศาสตร์มืดว่าแฮร์รี่ตาย ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเธอได้ช่วยชีวิตแฮร์รี่ไว้

แม้โทษจะได้รับการผ่อนปรน แต่ลูเซียสก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสะสมสิ่งประดิษฐ์ศาสตร์มืดไว้ตลอดชีวิต รวมไปถึงนาฬิกาย้อนเวลาซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันมีพลังมาก แม้ว่าเขาจะไม่เคยใช้มันมาก่อนก็ตาม

 


 

เดรโกแต่งงานกับแอสโทเรีย กรีนกราส


แอสโทเรีย กรีนกราส (Astoria Greengrass) เป็นรุ่นน้องเลือดผสมที่เรียนอยู่ในฮอกวอตส์ เธออายุห่างจากเดรโก 2 ปี (ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าเป็นนักเรียนบ้านสลิธิริน) เธอมาจากหนึ่งใน 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองมีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือสกอร์เปียส มัลฟอย อย่างไรก็ตามกว่าจะมีลูกได้ก็ลำบากเหมือนกัน เนื่องจากแอสโทเรียมีร่างกายที่อ่อนแอและการการคลอดลูกเป็นอะไรที่เสี่ยงอันตรายมาก

เดรโกบอกกับเธอว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีลูกก็ได้ เพื่อความปลอดภัยของเธอ (โอ๊ย อะไรจะละมุนเบอร์นี้คะเดรโก) แต่แอสโทเรียยืนยันว่าจะลอง แต่น่าเศร้าที่มันทำให้เธอลาจากโลกนี้ในช่วงฤดูร้อนของปี 2019 ทั้งที่วัยยังสาว น่าเสียดายเหมือนกันนะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไปเลยเฮอร์ไมโอนี่ เสียบเลยจ้ะ (ล้อเล่น)

 


(via: BuzzFeed)

 

ลูกชายของแฮร์รี่และเดรโกเป็นเพื่อนซี้กัน


ในละครเวทีแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเด็กต้องคำสาป อัลบัส เซอร์เวอร์รัส พอตเตอร์ ลูกชายคนที่ 2 ของแฮร์รี่กลายเป็นเพื่อนสนิทกับสกอร์เปียส มัลฟอย ความสัมพันธ์ของพวกเขาทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อๆ (แฮร์รี่และเดรโก) หันหน้ามาเป็นมิตรกันมากขึ้น (แถมเดรโกยังบอกด้วยว่า เขาไม่คิดว่าเขาจะถูกเฮอร์ไมโอนี่ออกคำสั่งได้ แล้วเขาก็ดันเพลิดเพลินไปกับมันด้วย)

เพราะการใช้นาฬิกาย้อนเวลาของเด็กๆ เหตุการณ์วุ่นวายจึงเกิดขึ้น ถ้าหากน้องๆ ได้อ่านบทละครเวทีนี้ จะรู้เลยว่ามิตรภาพของเด็กสองคนนี้แน่นแฟ้นกันมากๆ อย่างกับพี่น้องแท้ๆ แน่ะ

 

เป็นยังไงบ้างคะน้องๆ อ่านจบครบ 12 ข้อแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง ส่วนพี่นี่ขอยกมงความเจ้าเล่ห์ให้ตระกูลมัลฟอยเลยค่ะ ปรบมือค่ะ! เห็นถึงความฉลาดแกมโกงนี้แล้วก็อดส่ายหัวเบาๆ ไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มัลฟอยก็ไม่ได้ชั่วร้ายขนาดนั้น เมื่อเราไปย้อนไปดูญาติของมัลฟอยอย่างนิมฟาดอร่า ท็องส์ เธอก็ไม่ใช่คนเลวร้าย หรือขนาดทายาทคนสุดท้ายของมัลฟอยอย่างเดรโกเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายโดยเนื้อแท้ อย่างน้อยเดรโกก็รู้จักปรับปรุงนิสัยของตนหลังจากจบสิ้นสงคราม แล้วน้องๆ ล่ะคะ คิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง?

พี่น้ำผึ้ง :)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
pottermore.com
screenrant.com
ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #แฮร์รี่ พอตเตอร์ #มัลฟอย #เดรโก มัลฟอย #คฤหาสน์มัลฟอย #ตระกูลมัลฟอย #malfoy #graco #draco malfoy

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป